Jump Café

A Little happiness around JUMP
Posted by ตังเมรสแตงไทย   1 comments   0 trackback

Sekaijuu No Dare Yori Kitto - เหนือกว่าใครในโลกนี้


たかあり/TaDaiki

1st Fan VDO From JUMP Cafe Team

*PLEASE!!...DO NOT Re-Upload This VDO*





Sekaijuu No Dare Yori Kitto
เหนือกว่าใครในโลกนี้


Singer : Miho Nakayama

LYRIC @ Romanji

Mabushii kisetsu ga kin'iro ni machi wo somete
Kimi no yokogao sotto tsutsundeta
Mata meguriaeta no mo kitto guuzen ja nai yo
Kokoro no dokoka de matteta

* Sekaijuu no dare yori kitto atsui yumemiteta kara
Mezamete hajimete kidzuku tsunoru omoi ni Oh~
Sekaijuu no dare yori kitto hateshinai sono egao
Zutto dakishimete itai kisetsu wo koete itsu demo

Kotoba no owari wo itsumademo sagashite iru
Kimi no manazashi tooku mitsumeteta
Sou honki no kazu dake namida miseta kedo
Yurushite agetai kagayaki wo (*)

** Sekaijuu no dare yori kitto yasashii kimochi ni naru
Mezamete hajimete kidzuku hakanai hikari ni Oh~
Sekaijuu no dare yori kitto mune ni hibiku kodou wo
Zutto dakishimete itai kisetsu wo koete itsu demo
Zutto dakishimete itai kisetsu wo koete itsu demo




RPENN_expressyourself-rememberthis.png



ความหมาย

ฤดูกาลอันพร่างพราวสดใส กับเมืองที่ฉาบด้วยสีทองอันไสว
โอบใบหน้าด้านข้างของเธออย่างนุ่มนวล
การได้กลับมาพบกับเธออีก แน่นอนมันคงไม่ใช่แค่ความบังเอิญ
เพราะภายในหัวใจนั้นรอคอยอยู่

* เหนือกว่าใครในโลกนี้ ฉันเห็นความฝันอันรุ่มร้อน
เมื่อตกใจตื่นจึงได้รู้ ถึงความคิดถึงที่รุนแรง โอ้...
เหนือกว่าใครในโลกนี้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ
อยากจะโอบกอดได้ตลอดไป แล้วผ่านฤดูกาลต่างๆ ไปด้วยกัน ไม่ว่าเมื่อไร

เฝ้าแต่มองหาการจบสิ้นของคำพูด
สายตาของเธอ จับจ้องอยู่ที่ห่างไกล
จำนวนความจริงใจที่มีอยู่เท่ากับน้ำตาที่มีให้เห็น
ทำให้เกิดความสดใสจนอยากให้อภัยในทุกสิ่ง (*)

** เหนือกว่าใครในโลกนี้ ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่นอ่อนโยน
เมื่อตกใจตื่นจึงได้รู้ ฉับพบว่าแสงเรืองรองพลันหายวับไป โอ้...
เหนือกว่าใครในโลกนี้ หัวใจฉันเต้นแรงอยู่ในอก
อยากจะโอบกอดได้ตลอดไป แล้วผ่านฤดูกาลต่างๆ ไปด้วยกัน ไม่ว่าเมื่อไร
อยากจะโอบกอดได้ตลอดไป แล้วผ่านฤดูกาลต่างๆ ไปด้วยกัน ไม่ว่าเมื่อไร



จบ...



RPENN_expressyourself-rememberthis.png




black-cat-emoticon-003.gif
HellooOO~ สวัสดีค่ะเพื่อพี่น้องของแตงทู๊กกกกกกคนนนนนนน
(แฮ่ๆๆ)

วันนี้เป็นวันที่แตงกับน้องมีความสุขที่สุด เพราะว่าแฟนวีดีโอทาคาไดของพวกเราตัวแรกสำเร็จแล้ว!
ดูเหมือนเจ้าตังเม จะลุ้นกว่าแตงซะอีก ไม่รู้ว่าทำออกมาแล้วเป็นไง ชอบกันมั้ย ยังไงก็ฝากด้วยนะค้าาาาา


แตงไทย

Posted by ตังเมรสแตงไทย   2 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 10


TaDaiki8-2 FC2 Logo



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, BuHik
Story by : Tangthai


Chapter 10 : ใจที่สมบูรณ์



หลังจากที่ไปพบกับบิดาของคนที่ตัวเองรักแล้ว ยูยะเองก็เฝ้ารออย่างที่อีกฝ่ายได้ร้องขอ แม้ว่าร่างสูงเองจะเริ่มกระวนกระวายใจกับท่าทีเงียบเฉยของอีกฝ่ายในยามนี้ แต่ยูยะก็ยังคงรักษากติกาที่ได้ให้สัญญาเอาไว้คือจะรอ แต่หากผลออกมาไม่เป็นดังใจ เค้าก็พร้อมที่จะทำทุกทางให้คนที่รักกลับมาเป็นของตัวเองให้ได้....และถึงแม้ว่าจะต้องทำถึงขั้นเทคโอเวอร์กิจการของนากาจิม่าเทรดดิ้ง ซึ่งคงจะไม่ใช่หมูในอวยให้ยูยะจัดการได้ง่ายดายเท่าไหร่นัก...แต่ถ้ามันเป็นหนทางเดียวที่จะได้ไดกิมาครอบครองแล้วล่ะก็...ต่อให้ต้องแลกกับทุกอย่างที่เค้ามี ยูยะก็พร้อมจะทำ...ไม่ว่ามันจะยากเย็นถึงเพียงใดก็จะไม่ยอมถอยและจะไม่มีคำว่ายอมแพ้หลุดออกมาจากปากของ ทากาคิ ยูยะ คนนี้แน่นอน...


"พี่ชายฮะ!..."

"ครับ!..ยูริ..มีอะไรเหรอ?"

"พี่ยังโอเคอยู่มั้ยฮะ?...ยูริเป็นห่วง..."

"ครับ...พี่ยังไหว..."


ร่างบางผู้เป็นน้องก้าวเข้าหาร่างสูงผู้พี่พลางเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างห่วงใย...ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะรวบเอาตัวน้องชายที่เค้ารักเข้ามากอดเอาไว้แนบอก...ถึงจะแต่งงานไปแล้ว แต่ยูริก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด...[คำพูดนี้...ใครนะเคยบอกไว้...น้องไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆครับไดจัง...ถูกของคุณ...]...ยังคงคอยเป็นห่วงเป็นใยกันเสมอ...


"ทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดีครับยูริ...พี่สัญญา...พี่จะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าของหัวใจของพี่เป็นของคนอื่นไปได้อย่างแน่นอน..."

"พี่ฮะ...ไปพักผ่อนที่ชานเมืองสักหน่อยนะฮะ...คือ...เอ่อ...คือยูริเห็นว่าพี่เคลียดแบบนี้มาหลายวันแล้ว...อีกอย่าง...คือ...อีกไม่กี่วันก็จะถึง...."

"วันหมั้นของไดจัง...นั่นสินะ...อีกแค่ 3 วัน..."

ดวงตาคมเข้มเริ่มเหม่อลอยออกไปในความคิดของตัวเองจนคนเป็นน้องต้องแตะที่แก้มเบาๆ เพื่อเรียก...


"ยูริกับเรียวสุเกะ...เราสองคนซื้อเพนเฮ้าส์เอาไว้ที่ชาญเมืองฟุคุโอกะฮะ...พี่ไปที่นั่นนะฮะ...นะ...ยูริขอร้อง..."

"ทำไมครับ..."

ร่างสูงหรี่ตามองน้องชายตัวเล็กอย่างสงสัย...แต่มีเหรอที่คนตัวเล็กจะยอมให้จับความคิดได้ง่ายๆ...ขึ้นชื่อว่าเป็น จิเนน(ยามาดะ) ยูริ แล้วล่ะก็...ไม่มีทางจับได้ไล่ทันง่ายๆ อยู่แล้ว...ดวงตาใสซื่อทอดแววห่วงใยไปยังคนเป็นพี่...


"ยูริอยากให้พี่ไปพักผ่อนฮะ...เราสองคนกลัวว่าพี่จะรับไม่ไหวกับความผิดหวัง ถ้าหากว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด...กุญแจ...วางอยู่บนโต๊ะ..."


คำพูดตรงๆ ตามแบบฉบับของยูรินั้น ราวกับเป็นยารักษาแผลในใจให้ยูยะได้ดีที่สุด...ใช่ว่าสิ่งที่น้องพูดนั้นร่างสูงจะไม่คิด...ใช่ว่าเค้าจะไม่กลัว...วงแขนบอบบางที่โอบกอดเอวแกร่งอยู่นี้ก็ใช่ว่าจะไม่แสดงออกว่าห่วงพี่ชายมากมายแค่ไหน...

[ก็ดีเหมือนกัน...เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง...อาจทำให้มองเห็นรอยต่อของปัญหาได้ชัดเจนขึ้น...อาจทำให้มองเห็นทางไปต่อได้ดีกว่าอยู่ที่นี่...]


ในที่สุดร่างสูงก็คล้อยตามความคิดชักนำของยูริเช่นเคย...ความสงสัยในตอนแรกก็เป็นอันตกไป...ยูยะยิ้มอ่อนโยนให้น้องชายแล้วลูบหัวอย่างรักใคร่...เปลี่ยนบรรยากาศไป อะไรๆ ก็อาจจะดีขึ้นตามไปด้วยก็ได้...


"ก็ดีเหมือนกันครับ...งั้นพี่ขอรับไว้นะ...ฝากขอบคุณเรียวสุเกะให้พี่ด้วยครับยูริ...ขอบคุณน้องทั้งสองมากๆ..."


ร่างสูงคลายวงแขนออกจากร่างบางของน้องชายแล้วเดินเข้าไปหยิบลูกกุญแจแสนสำคัญของยูริ ก่อนที่จะหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้น้องรักอีกครั้งแล้วก้าวจากไป...รอยยิ้มพอใจค่อยๆ ปรากฏขึ้นเต็มใบหน้าของคนตัวเล็กแสนน่ารัก...หากแต่สายตาเศร้าของคนที่คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ นั้น กลับทำให้รอยยิ้มสวยต้องจางหายไปอย่างรวดเร็ว พอๆ กับร่างหนาที่หันหลังเดินจากไปเช่นกัน


"เรียวสุเกะ..."


ร่างบางอุทานออกมาและนึกได้ว่าการกระทำของตัวเองนี้ อาจทำให้คนรักเจ็บปวดได้โดยไม่รู้ตัว...ร่างเล็กรีบก้าวตามคนรักไปแล้วฉุดรั้งแขนแกร่งเอาไว้ทันที...ร่างหนาปลดมือบางออกจากแขนตัวเองเบาๆ แล้วก้าวหนีไปยืนริมหน้าต่าง ก่อนที่จะหันหน้ากับมาหาคนตัวเล็กที่หน้าเสียไปเพราะการกระทำของเค้าเมื่อสักครู่...ยูริค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาคนรักของตัวเอง...สายตาสวยหวานเปลี่ยนจากตกใจเป็นมั่นคงเหมือนทุกครั้งที่จ้องมองเรียวสุเกะ...และนั่นก็ทำให้ร่างหนาเหมือนโดนสะกดด้วยความเชื่อมั่น...


"เรียวสุเกะ...คุณกำลังเข้าใจผิดใช่มั้ย..."

"ยูริ...ครับ!...ผมยอมรับว่าอดที่จะรู้สึกแบบนั้นไม่ได้...คุณห่วงใยพี่ชายจนผมเผลออิจฉาเค้า..."

"นี่ฟังนะ...ได้โปรดเชื่อใจยูรินะฮะ...ได้มั้ย?...ยูริรักเรียวสุเกะ..."


มือบางอบอุ่นจับให้มือแกร่งทาบทับลงบนหัวใจที่ยังคงเต้นรัวเร็วเสมอในอกบอบบางเมื่อมีคนตรงหน้านี้อยู่ข้างกาย...ดวงตากลมสวยฉายแววรักอย่างมั่นคงและซื่อตรงเสมอกับคนคนนี้...


"เจ้าของหัวใจดวงนี้...มีเพียงเรียวสุเกะ...แค่เรียวสุเกะคนเดียวเท่านั้นเสมอมา...คนเดียวที่เป็นเจ้าของ...คนเดียวตลอดไป...จริงๆ นะ..."

"ผมเชื่อครับ...ยูริ...เพราะอย่างนี้ผมถึงยังเชื่อมั่น...เพราะคุณมั่นคงต่อความรักของเรา ผมถึงเชื่อมั่นมาตลอด...แต่...ที่รักครับ!...ขอล่ะนะ...อย่าทำแบบนั้นอีกเลย...ถึงผมจะรู้ว่าสำหรับคุณทั้งสองแล้วมีแค่ความเป็นพี่น้องกันเท่านั้น...แต่มันก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้นี่...ผมหึงมากนะ!"

ร่างบางยิ้มหวานออกมาตราตรึงหัวใจแกร่งที่กำลังสั่นรัวในอกซ้ายของคนรักให้แทบระเบิดไปกับความน่ารักของตัวเอง...ยูริซุกหน้าแนบไปกับอกแกร่งและอ้อมกอดอบอุ่นของเรียวสุเกะอย่างอ้อนเอาใจ


"สัญญาฮะ!...จากนี้ไปยูริจะอ้อนแต่เรียวสุเกะของยูริคนเดียวเท่านั้นจริงๆ ...รักนะฮะ..."

"รักครับยูริ...ผมรักคุณเสมอ..."


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ขนาดไหนก็จะไม่มีวันปล่อยผ่านให้ความเข้าใจผิดมาบั่นทอนความรักที่มีค่านี้ลง ทั้งความรักและความเชื่อใจที่มีให้กัน ยูริไม่มีวันทำลายมันด้วยปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น...เพราะคนตัวเล็กไม่อยากให้ชีวิตคู่ของตัวเองต้องพังลงด้วยความไม่เข้าใจกัน รวมทั้งจะไม่ทำร้ายจิตใจกันและกันให้เจ็บปวดเด็ดขาด...เรียวสุเกะเองก็เช่นเดียวกัน...ไม่ว่าเค้าจะรู้สึกเสียใจ น้อยใจ หรือโกรธเคือง เค้าก็จะไม่มีวันตะคอกใส่คนที่เค้ารักเด็ดขาด เค้าจะทำเหมือนทุกครั้งที่เป็น...จะเดินออกมาสงบใจแล้วเริ่มต้นพูดจากันด้วยความสื่อสัตย์และตรงไปตรงมาเพื่อปรับความเข้าใจกัน...ร่างหนารู้สึกดีใจที่ยังคงเลือกเชื่อมั่นและเชื่อใจคนรักของตัวเอง...เค้ารวบเอาเอวบอบบางเข้าชิดกายตัวเองแนบแน่น มือแกร่งอีกข้างถูกยกขึ้นลูบไล้แก้มใสเบามือ แล้วที่จะสอดลึกไปถึงท้ายทอยของคนตัวเล็ก...จูมพิตแสนหวานถูกมอบให้คู่ชีวิตตัวเล็กอีกยาวนาน จนยูริต้องโอบกอดรอบคอของคนรักเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น เพราะหมดแรงจากรสจูบวาบหวามของคนที่เปรียบเสมือนแสงตะวันดวงเดียวในชีวิตของร่างเล็ก...ดวงตะวันที่อบอุ่น...คนรักของยูริ...




RPENN_expressyourself-rememberthis.png



หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้ว เรียวสุเกะก็พาคนรักเข้ามานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ตัวเองสั่งให้เลขาหอบแฟ้มงานมากองรอบนโต๊ะให้ได้สะสางงานด่วนๆ ที่ค้างคาอยู่...ต่างฝ่ายต่างให้เวลากันและกัน คนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ มานานก็เริ่มทนไม่ไหว..


"นี่...เรียวสุเกะ...พี่ยูยะจะเอาชนะใจไดจังได้มั้ยน้า..?...ยูริอยากได้ไดจังมาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับยูริจริงๆ นะ..."

"วางแผนอะไรเอาไว้ครับ?...ว่ายังไงหื้อ? เจ้าแห่งแผนการตัวน้อยๆ ..."


ร่างเล็กที่นั่งหันหลังพิงไหล่คนรักในตอนที่เรียวสุเกะเอาแต่อ่านแฟ้มงานไปเงียบๆ นั้น เอ่ยถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวลจนคนงานยุ่งต้องรีบวางมือจากงานด่วนที่ตอนนี้ดูจะไม่ด่วนและสำคัญเท่ากับการตอบคำถามของคนตัวเล็กนี้เสียแล้ว...เรียวสุเกะถอดแว่นกรอบดำที่ตัวเองมักใช้ใส่เวลาที่ต้องอ่านเอกสารเพื่อตรวจงานเป็นจำนวนมากออก...เค้าวางมันลงบนโต๊ะเตี้ยที่เต็มไปด้วยกองแฟ้ม แล้วหันมาให้ความสนใจกับคนรักตัวเล็กที่ดูจะคิดมากไปเกินกว่าเหตุทันที


"ป่ะ...ป่าวววววว...ป่าวสักหน่อย...ยูริแค่! อ๊ะ!"

"แค่อะไร?...บอกมาเลยนะ...หึๆๆ"


ร่างหนาวาดวงแขนขึ้นจนทำให้คนตัวเล็กที่ยังไม่ทันตั้งตัวต้องหงายหลังลงไปนอนหนุนตักอุ่น ก่อนที่มือหนาจะกักตัวเอาไว้ด้วยการกดอกบางให้นอนนิ่งๆ


"แค่แนะอะไรพี่โคตะไปนิดหน่อยเอ๊งงงงง...พอดีพี่โคตะเค้าโทรมาหาพี่ชายตอนที่ยูริอยู่ตรงนั้นพอดีนี่ฮะ...พี่โคตะเค้าอยากนัด...นัด...เอ่อ...ยูริก็แค่...เกลี้ยกล่อมพี่ชายให้ไปถูกที่ถูกเวลาแค่นั้นเองน้าาาาา..."

"หึๆๆ...ร้ายนักนะปีศาจรักของผม...ปูทางซะขนาดนี้ ไดจังคงหนีไม่พ้นแล้วล่ะครับที่รัก"

"ก็ไดจังเค้าอยากเจอพี่ชายนี่นา...ก็ยูริอยากเซอร์ไพรส์อ่ะ"

ร่างเล็กหนีการกักตัวของคนรักได้หวุดหวิด ยูริผุดลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะคลาญหนีเรียวสุเกะไปอยู่สุดขอบโซฟาตัวยาว ให้คนช่างแกล้งต้องรีบเขยิบตัวตามไปแล้ววาดแขนโอบเอวเอาไว้แน่น...

"นี่ที่รักครับ...หัวใจคนไม่ใช่ก้อนหิน...ถึงไดจังจะใจแข็งยังไงก็ไม่มีทางชนะแรงรักที่มีได้หรอกนะ...ยังไงซะผมก็เชื่อว่า เจ้าของหัวใจของไดจัง ก็มีแค่พี่ยูยะของยูริคนเดียวเหมือนกันนั่นแหละ...ทีนี้!...เลิกกังวลแล้วทำหน้าน่ารัก ให้สามีชื่นใจหน่อยได้มั้ย? หื้มมมมม..." เรียวสุเกะตั้งใจหอมแก้มนิ่มๆ เข้าไปฟอดใหญ่ด้วยความรักและหมั่นไส้เล็กๆ ที่คนตัวเล็กชอบทำเป็นเฉไฉหนีอยู่เรื่อย

"เรียวสุเกะบะา! พูดอะไรก็ไม่รู้...(>/////<)~ "


คำพูดสุดท้ายของคนรักนั้น สร้างความเขินอายให้ร่างบางจนแก้มใสๆ ที่เพิ่งโดนขโมยหอมแก้มไปนั้น แดงเรื่องเป็นมะเขือเทศ...ผลที่ได้เลยทำให้ยูริเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาวิบวับที่เอาแต่จ้องมองมาไม่วางตาของคนรักช่างแกล้ง...



RPENN_expressyourself-rememberthis.png



ตั้งแต่มาถึงเพนเฮ้าส์สุดหรูของน้องชายที่น่ารักแล้ว ร่างสูงก็เอาแต่ทอดสายตาออกไปยังท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ระดับความสูงของตึกที่ตัวเองยืนอยู่นี้ยิ่งทำให้ยูยะสามารถมองออกไปได้ไกลเท่าที่ใจต้องการ...ร่างสูงยืนนิ่งมองหาแผนการและลำดับขั้นตอนในหัวตัวเอง สิ่งที่พอจะช่วยให้ยูยะยุติเรื่องราวที่เป้นเหมือนกับอุปสรรคของความรักของตัวเองกับไดกิ เค้ายืนครุ่นคิดอยู่อย่างนั้นจนพลบค่ำ...แสงไฟวิบวับจากเรือหาปลาช่วยเตือนสติให้ยูยะได้รู้ว่า เวลานี้รอบกายของเค้านั้นได้มืดมิดไปหมดแล้ว...ร่างสูงก้าวเข้าไปด้านในเพื่อเปิดไฟเพียงสลัวๆ เพราะตอนนี้เค้ารู้สึกอ้างว้างจนไม่อยากมองเห็นแม้แต่เงาที่โดดเดี่ยวของตัวเองในกระจกยามที่ไฟสว่างจ้า...ยูยะเลือกที่จะดับความว้าวุ่นใจและความเคลียดด้วยบุหรี่ฤทธิ์เย็นที่เจ้าตัวเคยโปรดปราน

[นานแค่ไหนแล้วนะ...ที่ชั้นไม่ต้องพึ่งแก...]




ก๊อกๆๆ..............

................................


ก๊อกๆๆ.................................



เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ เรียกให้ร่างสูงที่กำลังเหม่อลอยต้องหันมาสนใจทันที คิ้มเข้มขมวดมุ่นด้วยความสงสัย...ความโอ่อ่าของเพนเฮ้าส์ที่กว้างทั้งฟอลด์ขนาดนี้บอกยูยะได้ดีว่า...ผู้มาเยือนต้องเป็นคนสำคัญที่ได้รับการอนุญาติเท่านั้น...

[ยูริกับเรียวสุเกะเหรอ??]


มือแกร่งจับบุหรี่ที่เพิ่งจุดสูบไปได้ไม่เท่าไหร่ขยี้ดับไฟลงกับที่เขี่ยบุหรี่คลิสตัลแวววาว



ก๊อกๆๆ.............ก๊อกๆๆๆ............


ร่างสูงก้าวขาไปยังประตูบานใหญ่แล้วเปิดมันออกช้าๆ....ใบหน้าอาบน้ำตาที่อยู่หลังบานประตู ทำให้ดวงตาคมเข้มเบิกค้าง...ร่างสูงยืนนิ่งอึ้งราวกับตัวเองเป็นรูปปั้นไร้ชีวิต...ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ยูยะคิดว่าตัวเองกำลังเพ้อฝันไปอย่างบ้าคลั่ง...ร่างบางโผเข้าหาอกแกร่งแล้วกอดเอาไว้แน่น...แรงสะอื้นและหยดน้ำตาอุ่นร้อนปลุกให้ร่างสูงคืนสติ...วงแขนแกร่งกอดรวบเอาคนตัวเล็กไว้มั่นแล้วดึงให้ก้าวตามเข้ามาในห้อง ก่อนที่มือแกร่งจะดึงประตูปิดลงพร้อมล็อคกลอนแน่นหนาราวกับกลัวว่าจะมีใครมาช่วงชิงแก้วมณีล้ำค่าของตัวเองจากไป...ริมฝีปากอุ่นมอบจุมพิตแสนรักให้กับริมฝีปากอิ่มแดง...ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าเกี่ยวพันธ์กับลิ้นอ่อนนุ่มไม่รู้จบ...วงแขนแกร่งช้อนเอาคนตัวเล็กขึ้นอุ้มทั้งๆ ที่ยังคงป้อนจูบหวานให้กันและกัน...สองแขนเรียวโอบกอดรอบคอร่างสูงเอาไว้มั่นไม่ยอมคลายลงแม้แต่น้อย...ยูยะก้าวไปยังโซฟาบุนวมตัวใหญ่แล้วค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งก่อนจะบรรจงวางคนน่ารักซ้อนทับลงบนตักแข็งแรงของตัวเอง...มือแกร่งเลื่อนมาประคองใบหน้าสวยหวานให้สบตากันแล้วเช็ดซับหยาดน้ำตาให้คนรักอย่างทนุถนอม...แววตาคมฉายชัดว่ารักคนนี้หมดหัวใจ...


"ไดจัง....ไดจังใช่มั้ย.....ไดจังจริงๆ ใช่มั้ย...."

"ทำไมฮะ...ฮึกๆ...ทำไมไม่ยอมมาเจอผม...รักผมจริงๆ เหรอฮะ...ฮึกๆๆ...โกหกกันใช่มั้ย...."


แววตาเศร้าฉายแววน้อยใจออกมาอย่างไม่ปิดบังยามสบประสานเข้ากับดวงตาคมเข้ม...น้ำตายังคงไหลและแรงสะอื้นยังคงมีมากมายนัก...


"รักครับ!...รักจริง!...รักมากด้วย...ไดจังต่างหากที่ใจร้าย...ไม่รักกันบ้างเลย..."

"รักสิ!...ผมรักยูยะ!...ได้ยินมั้ยฮะ!!...ฮึกๆ..ผมรักคุณ~ ฮึก ฮือออออ"

"รักแล้วทำไมทำอย่างงี้...ทำไมบอกกับคุณพ่อว่าไม่รักพี่...ทำไม..."

"เพราะยูยะนั่นแหละ!...ฮึก...คนบ้า!!...ฮึกๆ...เพราะยูยะแค่อยากได้รางวัลจากคุณพ่อ!...เพราะคุณ...ฮึก...เพราะคุณแค่ต้องการหุ้นของสตาร์คิง!!...ฮึกๆ...ยูยะใจร้าย!...ฮืออออ...หลอกผม!....ฮึก...หลอกผม!..."


มือเล็กทุบตีลงบนอกกว้างอย่างน้อยใจจนยูยะต้องจับรวบเอาไว้ แล้วใช้อีกมือเช็ดซับน้ำตาที่ดูจะไม่ยอมเหือดแห้งลงง่ายๆ ของคนตัวเล็ก...ที่แท้ก็เพราะเข้าใจผิดนี่เอง...ไม่คิดเลยว่าไดกิจะมาได้ยินสิ่งที่เค้าคุยกันกับพ่อของร่างเล็กไม่หมด จนเข้าใจผิดกันไปแบบนี้...


"เข้าใจผิดแล้วไดจัง...สิ่งเดียวที่เป็นสมบัติล้ำค่าที่พี่อยากได้ที่สุด...ก็คือไดจังนั่นแหละ..."

"จะ...จริง...จริงเหรอฮะ...ฮึกๆ...ยูยะจะหลอกผมอีกหรือเปล่า..."

"ไม่ครับ...พี่ไม่เคยหลอกไดจัง...วันนั้นไดจังได้ยินไม่ครบ เลยทำให้เข้าใจผิด...พี่ขอโทษ...ขอโทษที่ปล่อยให้ไดจังเข้าใจผิดนานจนเกือบสายไปแบบนี้..."


ร่างสูงบรรจงจูบซับน้ำตาให้ร่างเล็กบนตัก แล้วเลยไปคลอเคลียพวงแก้มแดงใสแสนรักอยู่อย่างนั้น...ร่างเล็กผละหนีห่างได้เพียงเล็กน้อย...ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาแล้วผลักอกไว้เบาๆ

"ยูยะ...รักนะฮะ...ผมรักยูยะนะ..."

"พี่ก็รักไดจัง...สัญญาครับ...สัญญาว่าจะไม่ปล่อยมือจากไดจังเด็ดขาด...อย่ากลัวไปเลยนะ...ปํญหาทั้งหมดนั่นพี่จะรับมันไว้เอง...ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดที่มี...ขอเพียงได้มีไดจังที่รักกันแบบนี้อยู่ข้างกัน...พี่ยอม..."


ไดกิหลุบตาลงต่ำแล้วทำในสิ่งที่ยูยะแทบหยุดหายใจ...


"...ยูยะ...ปวด...ปวดฮะ..."

"ปวด?...ตรงไหนครับ!?"

"ตรงนี้..."


ร่างบางที่กำลังเขินอายจนแก้มแดงเรื่อไปถึงใบหู จู่ๆ ก็ใช้มือบอบบางแกะกระดุมเสื้อเชิร์ตสีขาวบางเบาของตัวเองแล้วเปิดมันออกจนเห็นแผ่นอกเนียนขาวและเม็ดทับทิมสีแดงสวย ก่อนที่จะเอื้อมจับเอามืออุ่นร้อนของร่างสูงขึ้นมาทาบบนอกสั่นไหวตรงหัวใจเต้นรัว...แล้วช้อนตาขึ้นมองด้วยความออดอ้อนเป็นครั้งแรก...นั่นทำเอายูยะถึงกับตะลึงงัน...


"สงสัยพลุมันระเบิดอยู่ข้างในมากเกินไป...ทำยังไงดียูยะ..."

"ไดจัง...คืนนี้มันอาจจะไม่หยุดลงหรอกนะ...ก็มัน....มีเทศกาลแห่งความรักอยู่ในนั้น...ขอพี่....เข้าไปดู...นะครับ..."

"อะ...อื้อ...ปะ...ไปดูมัน...ด้วยกัน...นะ..."


ยูยะช้อนเอาไดกิขึ้นอุ้ม มอบจูบหวานไม่ซ่างซา ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในห้องนอนกว้าง...ร่างสูงวางร่างบางลงอย่างทนุถนอม...เสื้อขาวบางเบาถูกถอดโยนไปพาดอยู่ปลายเตียง...มืออุ่นร้อนลูบไล้สัมผัสผิวกายละเอียดนุ่มมือ...ริมฝีปากร้อนเฝ้าป้อนความหวานให้คนรักจนแทบหายใจไม่ออก...มือขาวค่อยๆ แกะปลดกระดุมเสื้อร่างแกร่งด้านบนทีละเม็ด...เสียงหวานเฝ้าเรียกหาคนรักยามที่ซอกคอขาวถูกปลุกเร้า...


"ฮ้า!...ฮะ...ยูยะ...อ๊ะ!..."


ลิ้นร้อนไล่เล็มทับทิมล้ำค่าบนอกอวบขาว สร้างความต้องการในกายบางให้เพิ่มสูงขึ้น...เรียวมือขาวลูบไล้แล้วขยำกลุ่มผมหอมของร่างสูงอย่างเบามือในยามที่โดนแกล้งเน้นย้ำจุดเสียวซ่าน...แพรขนตาดำขลับหลับตาแน่นเมื่อยูยะเลื่อนกายลงหาส่วนอ่อนไหวของไดกิ


"อ๊ะ!!...ยูยะ...อ๊าา...ยูยะ...ย่ะ...อย่าแกล้ง..."

เสียงหวานครางกระเส่ายามที่ร่างสูงหยอกล้อกับส่วนอ่อนไหวของตัวเองด้วยลิ้นร้อนและฟันคม ทั้งยังแกล้งขบเม้มแรงๆ ให้คนตัวขาวต้องอ่อนระทวยด้วยความทรมาณ...กายเล็กหยัดลุกขึ้นได้เพียงเล็กน้อยก็ต้องทิ้งตัวนอนลงไปดังเดิมด้วยความซานเสียว...เล็บคมกดเน้นอยู่บนไหล่แกร่งที่อยู่ต่ำลงไปอย่างต้องการระบายอารมณ์รักที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายสั่นไหวนี้...ร่างสูงเลื่อนกายขึ้นทาบทับคนรักอีกครั้งแล้วมอบจูบหวานจนไดกิแทบขาดใจ...ยูยะจูบพรมไปทั่วใบหน้าแดงก่ำ จูบเรื่อยลงไปยังซอกคอหอมกรุ่นและใบหูเล็กแล้วกระซิบบอกรัก...


"รักที่สุดครับ...ไดจังของพี่...ตอนนี้...พลุในใจไดจังเป็นสีอะไรครับ..."

"อ๊ะ!...อื้อ...ชะ...ชมพู...ฮะ..."

"เหมือนกันเลย...สีชมพู...สีของความรัก...ที่รักของผม..."

"อ๊ะ!...เจ็บ!!...ยูยะ...เจ็บจัง..."

"อดทนหน่อยนะไดจัง...เพื่อความรักของเรา...เพื่อใจของเราที่จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว...เป็นเทศกาลรัก...ในที่เดียวกัน..."


ร่างสูงค่อยๆ หลอมรวมกายบางเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างทนุถนอม...ยูยะไม่สนใจว่าจะต้องใช้เวลาเตรียมให้คนรักของเค้าพร้อมรับนานแค่ไหน...ขอแค่เพียงไดกิที่จะบอบช้ำจากรักครั้งนี้น้อยที่สุด...ยูยะก็พอใจแล้ว...ค่ำคืนแรกนี้จะเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าที่ถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดีในกล่องความทรงจำที่ชื่อว่าความรักของยูยะและไดกิไปตราบนานเท่านาน...



RPENN_expressyourself-rememberthis.png



แสงแดดยามเช้าไม่อาจหันเหความสนใจของร่างสูงที่นอนตะแคงข้างให้คนรักนอนหนุนแขนในยามนี้...ดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความรักเข้มข้น จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าน่ารักในยามหลับ...หากจะถามว่าแสงแดดสีทองบนเกรียวคลื่นที่ยูยะโปรดปราน กับคนตัวขาวนุ่มนิ่มน่ารักน่ากอดในยามนี้...ยูยะหลงไหลสิ่งใดมากกว่ากัน...เค้าคงตอบได้ทันทีว่า 'แนนอน! ต้องไดจังของผมอยู่แล้วสิ! น่ารักจนอยากจะจับกดอีกสักรอบเลย~'


"ไดจัง...นี่...ไดจังงง...เดี๋ยวนาฬิกามันจะร้องปลุกแล้วนะ...ตื่นนะครับ..."

"อื้อออออ...ยูยะ~....ขออีก 5 นาทีนะ~..."


ร่างเล็กซุกกายเข้าหาอกแกร่งแล้ววาดเรียวแขนบางเข้ากอดหมอนข้างจำเป็นเอาไว้แน่น...ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดร่างแกร่งอยู่นี้ราวกับกำลังยั่วยวนให้คนความอดทนน้อยต้องตบะแตกได้อย่างง่ายดาย...


"ถ้ายังไม่ลุกละก็...พี่ไม่รับรองว่าจะได้ลุกออกไปจากเตียงอีกมั้นนะครับ...ที่รัก...."



เสียงกระเส่าที่ร่างสูงกระซิบข้างหูนั้น ราวกับเป็นนาฬิกาปลุกชั้นดี...เพราะตอนนี้ดวงตากลมใสแป๋วกำลังเบิกกว้างขึ้นจ้องตอบกับตาคมเซ็กซี่ของคนที่กำลังจะพังกำแพงความอดทนในใจตัวเองอยู่ร่อมร่อแล้ว...


"หะ...หิว...หิวแล้วยูยะ!..."

"หึๆๆ...จูบก่อนสิ...แล้วจะทำข้าวเช้าให้กิน...มามะ..."

"ม่ะ...ม่ายอาวววววว...อ๊ะ!!...โอ๊ยยยยย~...."

"ไดจัง!!!"


ร่างเล็กดิ้นหนีคนรักไปมาแล้วเผลอขยับตัวแรงจนสะโพกที่เจ็บระบมร้าวอยู่แล้วยิ่งระบมมากขึ้นไปอีกเท่าตัว...เสียงหวานใสร้องออกมาอย่างเจ็บปวด...ร้อนถึงคนแกล้งให้ต้องรีบเข้าไปกอดปลอบและเช็ดซับน้ำตาใสให้คนรักแล้วกล่อมให้หลับไปอีกรอบในอ้อมกอดรัก...ร่างสูงค่อยๆ ขยับกายออกห่างจากคนรักที่กำลังหลับสนิท แล้วดึงให้ผ้าห่มหนา ห่มคลุมกายเนียนขาวแสนน่ารัก...ยูยะจูบลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่ ก่อนที่จะก้าวออกไปจัดการกับตัวเองแล้วเข้าไปทำอาหารเช้าให้คนตัวเล็กในส่วนครัว...ผ่านไปพักใหญ่ ร่างสูงจึงก้าวเข้ามาปลุกคนรักตัวเล็กให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง...


"ไดจัง...ตื่นนะ...ข้าวเช้าเสร็จแล้วครับ...ไปทานด้วยกันนะ..."

"ยูยะ...ยังเจ็บอยู่เลย..."

"งั้นพี่อุ้มไปนะ...อย่าเกร็งตัวนะครับ"



ไดกิต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ไม่ได้เจ็บมากเท่าเมื่อตอนเช้าตรู่แล้ว...วงแขนขาวโอบกอดรอบคอคนรักในขณะที่เค้าโอบอุ้มตัวเองไปยังโตะอาหารซึ่งถึงจัดไว้ที่ระเบียงสวย...คนรักตัวเล็กของยูยะที่มีเพียงเสื้อกันหนาวมีฮูดสีเทาตัวโคล่งของตัวเองสวมทับอยู่นั้นดูบอบบางน่าทนุถนอมกว่าใคร เรียวขาขาวเนียนก็สวยจนน่าจับต้อง...ร่างสูงยอมรับว่ากำลังใจเต้นไม่เป็นส่ำกับภาพยามเช้าที่แค่เค้าสองคน...ยูยะค่อยๆ วางคนตัวเล็กลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวนิ่มที่สุดที่ร่างสูงยกออกมายังระเบียงนี้...ที่ตรงนี้ นอกจากจะมองเห็นทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาแล้ว...ยังมีสวนดอกไม้เล็กๆ และน้ำตกจำรองขนาดย่อม จัดเอาไว้เป็นสัดส่วนสวยงาม...ไดกิรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตาเมื่อได้เห็นสวนเหล่านี้...


"เหมือนสวรรค์เลยยย...มีสวยสวย มีน้ำตก แล้วก็มีทะเลสีฟ้าใส...ชอบจังเลยฮะยูยะ"

"ยังเจ็บอยู่มั้ยไดจัง...."

"ไม่เป็นไรแล้วฮะ...ไม่เจ็บเท่าเมื่อเช้า...ยูยะทำอะไรเหรอ?...หอมจัง~ "

"สลัดมันฝรั่ง, สปาเกตตี้หอยเชลล์ไวท์ครีมโรยใบโชบุ แล้วก็เยลลี่ส้ม...ชอบมั้ย?..."

"ชอบ~ ...ทานเลยน้าาาาาาาาา..."


แววตาวิบวับเปล่งประกายสดใสของไดกิ ทำให้ยูยะต้องยิ้มตาม...เวลาแห่งความสุขนี้เค้าจะไม่มีวันยอมยกให้ใคร...ไม่ว่ายังไงยูยะก็จะเก็บรักษามันเอาไว้ข้างกายของเค้าตลอดไป...


"ไดจังรู้ได้ไงว่าพี่อยู่ที่นี่น่ะหื้ม?"

"พี่หมอโคตะกับฮิกมาส่งฮะ...อันนี้อร่อยอ่ะ...ยูยะ...อะ!..."


ร่างสูงอ้าปากงับสปาเกตตี้ฝีมือตัวเองที่ร่างบางยื่นมาป้อนอย่างมีความสุข...ตอนชิมว่าอร่อยแล้ว...แต่คำนี้ไม่มีอะไรในโลกนี้จะเทียบได้เลย รสชาติความรักเจือปน...ทั้งสองทานอาหารไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน...


"โคตะเหรอ?...เจ้านั่นมันรู้ได้ไงนะ?..."

"หื้อ!? ยูริบอกไง"

"ยูริ!!?...อื่มมม...กลับไปคงต้องให้รางวัลหน่อยแล้ว...แผนสูงล้ำไม่มีใครทันเลยน้องคนนี้ คิวปิคน้อยของพี่"

"คิวปิคเหรอ?"

"ครับ...ดูท่าว่าที่เรามาลงเอยกันที่นี่เนี่ย จะเป็นแผนของยูรินะ"

"ผมชักจะกลัวพี่น้องคู่นี้จริงๆ แล้ว..."

"โถ่~...ไดจัง...ก็คนมันรักนี่ อย่าโกรธเลยนะครับ...ว่าแต่ว่า...ไดจังหนีคุณอามาได้ยังไงกัน?..."

"พี่หมอช่วยน่ะ...พี่หมอเป็นคนเดียวที่พ่อบ้านของผมไม่สงสัย...ผมเลยขอให้พี่หมอช่วย..."

"งั้นเหรอ..."

"อื้อ!!! มีเรื่องต้องขยายล่ะยูยะ!...ผมน่ะ...บังเอิญไปเป็นก้างขวางคอพี่หมอกับฮิกเค้าล่ะ!...พี่หมอนะ บอกรักฮิกเชยชะมัดเลยยูยะ ฮ่าๆๆ"

"อะไรนะ!? ...ไดจังทำไมนะครับ?"

"ผมแก้แค้นพี่เค้าล่ะ!! ฮะๆๆ ผมโผล่เข้าไปขัดตอนที่ฮิกกำลังจะบอกรักพี่หมอกลับไป...เอ่อ...เดาว่าอ่ะนะ"

"หึๆๆๆ น่ารักมากครับที่รัก...อยากเห็นจังน้า~ หน้าเต่าสำลักผักบุ้งเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆ"


+++++++++++++++++


"ฮัดชิ่ว!!!!"

"เป็นหวัดเหรอฮะรุ่นพี่!?"

"ไม่หรอกฮิก...สงสัยจะมีคนนินทาพี่น่ะ...(^^')"






โปรดติดตามตอนต่อไป.................................




RPENN_expressyourself-rememberthis.png












black-cat-emoticon-006.gif ในที่สุด TaDaiki Fic ตอนที่ 10 ก็ออกมาแล้ววววว ♥
สำหรับตอนนี้ มัน... มัน... มัน.... มันน่าเขินนนนนนน...แต่งออกมาแล้วนั่งอายอยู่คนเดียว...
เจ้าตังเมมันแซวแตงด้วย 'อ่านแล้วจั๊กจี้อ่ะพี่' ....เอ่อ...น้องพี่...เงียบไปเลยนะ!!!


ป.ล.ทำไมฉากบางฉากต้องมีขึ้นตอนฝนตก? ถึงในเรื่องจะไม่ตก แต่ตอนพิมพ์เรียกว่าฟ้าถล่มเลยเหอะ ฮ่าๆๆๆ

ป.ล.2. ตอนนี้ยามะชี่หวานนะค้า จะบอกให้ แฮ่ๆๆ ได้ออกโรงซักทีเน๊อะ

(>/////<')

ฝากผลงานใกล้จบเรื่องนี้ด้วยนะคะ เพราะจบแล้วคงไม่ได้เขียนอีกนาน
และขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่องนี้กันมาโดยตลอดค่ะ


และทั้งหมดนี้คือ...

black-cat-emoticon-003.gif

แตงไทยค่ะ

Posted by ตังเมรสแตงไทย   2 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 9

TaDaik Artwork 5_Logo FC2



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, BuHik
Story by : Tangthai


Chapter 9 : ห่างไกล




ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ ยูยะยังไม่ได้พบหน้ากับไดกิเลยแม้แต่ครั้งเดียว ร่างสูงคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเสียทีว่าทำไมร่างบางถึงได้โกรธเคืองเค้าได้ ถึงเพียงนี้...แถมเช้าวันรุ่งขึ้นไดกิก็ยังขอออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นต่อ ที่บ้านเองอีก...ที่เค้าทำอะไรให้เด็กคนนั้นไม่พอใจนักหนากันนะ? ทั้งๆ ที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี...แล้วทำไมกลับตาลปัตรได้ถึงเพียงนี้... ครั้นจะไปง้อขอคืนดี ตัวยูยะเองก็ต้องอยู่รอเคลียร์เรื่องเหตุยิงกันตายบนเกาะอีก แต่ก็ยังดีที่ได้ผู้การโอกาโมโตะ เคนอิจิ ช่วยเหลือไว้เพราะยาบุ...ไม่งั้นเรื่องคงไม่จบง่ายๆ...นี่ก็ 3 วันแล้ว...นับแต่เกิดเรื่องในวันนั้น...ไม่รู้ว่ายาบุจะยอมให้เค้าออกจากโรง พยาบาลได้หรือยัง...


"ไง!...ไอ้เสือ...หงอยเชียวนะ..."

"กำลังนึกถึงเลย...ตายยากจริง!"

"แหม่ะ!...เดี๋ยวพ่อก็ไม่เซ็นต์อนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาลเลยนี่!!...เจาะน้ำเกลืออีกสักกระปุกดีมั้ยครับเพื่อน!?"

"ชั้นจะออกจากโรงพยาบาลแกได้แล้วเหรอวะโคตะ!...วันนี้เลยป่าว!!?"

"พรุ่งนี้~! ...ใจเย็นๆ เพื่อนนนน หึๆๆ"

"โถ่เอ๊ย!!!..."


ท่า ทางห่อเหี่ยวของเพื่อนตัวโตที่แสดงออกมา อดทำให้ยาบุหัวเราะออกมาไม่ได้เลย...[คอนอะไร้~ ตัวก็โต...ขี้ใจน้อยเป็นเด็กๆ]...ยาบุยิ้มอ่อนโยนให้ยูยะก่อนจะเริ่มลงมือ ตรวจหาสิ่งผิดปกติที่อาจยังมีหลงเหลืออยู่ให้กับเพื่อนรักตัวเอง...


"นี่โคตะ!...ที่นายบอกว่าไดจังเค้าแกล้งตบตาชั้น...ชั้นยังคิดไม่ออกเลยว่ะเพื่อน...ชั้นไปทำอะไรให้เค้าโกรธขนาดนี้..."

"นั่น สิ!...กับฮิกเองก็เหมือนกัน...เมื่อก่อนตอนที่ชั้นขอคบกับเค้า...ทั้งๆ ที่เราเข้ากันได้ดี...แต่ก็ไม่รู้ทำไมเค้าถึงปฏิเสธชั้น แถมยังร้องไห้อวยพรให้ชั้นกับนายอีก...จนถึงตอนนี้ ชั้นยังไม่รู้เลยว่าชั้นไปทำอะไรให้เค้าเข้าใจผิดได้ถึงกับปักใจเชื่อขนาด นั้น...เค้าเลือกที่จะหลีกหนีแทนที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน...เพราะชั้นรักเค้า มากชั้นถึงไม่กล้ารั้ง และตั้งใจที่จะรอจนกว่าเค้าจะกลับมา...แต่ตอนนี้ชั้นก็ไม่แน่ใจแล้วว่ะยู ยะ...มันรู้สึกอยากรั้งขึ้นมาตงิดๆ ก็ตอนที่เค้าทำเป็นเมิญชั้นเนี่ยแหละ"

"แล้วนายคิดว่าจะทำยังไงต่อไปเหรอโคตะ?"

"ชั้น ปล่อยไปไม่ได้ว่ะยูยะ...งานนี้คงต้องมีเคลียร์กัน!...ชั้นจะไม่ยอมทนเจ็บปวด อีกแล้ว...นายเองก็เหมือนกัน...ออกจากที่นี่ไปแล้วก็อย่าปล่อยให้มันค้างคา"

"ขอบใจว่ะเพื่อน...ชั้นเชื่อนาย..."


คุณ หมอคนเก่งตบบ่าให้กำลังใจเพื่อนรัก ก่อนที่จะก้าวออกจากห้องไปปฏิบัติภาระกิจของตัวเองต่อไป ทิ้งให้ยูยะได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่...จากนั้นร่างสูงก็ เรียกให้เลขาคนสนิทติดต่อไปหาน้องชายและน้องเขยเพื่อขอให้มาพบทันที...และ หลังจากนั้นไม่นานเกินรอ คนตัวเล็กน่ารักผู้เป็นน้องชายก็พาน้องชายอีกคนมาปรากฏกายอยู่เบื้องหลังของ ผู้เป็นพี่ในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา...


"พี่ยูยะ!...ให้เคนไปตามยูริกับเรียวสุเกะมา...มีอะไรเหรอฮะ?..."

"พี่ต้องการความช่วยเหลือครับ!"


ร่าง สูงสง่าค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาผู้มาเยือน ดวงตาคมเข้มฉายแววจริงจังกับสิ่งที่พูด...ยูยะหันไปหาผู้มีศักดิ์เป็นน้อง เขยอย่างเกรงใจ...


"ขอโทษด้วยนะคุณยามาดะ ที่ผมให้คนไปเชิญมาพบกระทันหันแบบนี้..."

"อย่า ได้เกรงใจไปเลยครับคุณทากาคิ..คุณเอง...ตอนนี้ก็เป็นเหมือนพี่ชายของผมอีกคน ด้วยแล้วเหมือนกัน...ไม่ว่าคุณจะต้องการให้ช่วยอะไรก็ขอให้บอกผมมาเถอะ ครับ...ผมยินดี"


ร่าง สูงแย้มยิ้มให้ชายผู้ครอบครองหัวใจดวงน้อยของน้องชายตัวเล็กของเค้าเอาไว้ ทั้งดวง...เวลานี้ยูยะไม่แปลกใจเลยสักนิด...ชายหนุ่มผู้นี้เหมาะสมแล้ว ที่จะดูแลยูริต่อจากนี้ไปชั่วนิรันดร์...เรียวสุเกะเองก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น มากที่ได้เห็นรอยยิ้มจริงใจของพี่ชายคนรัก...ในคราแรกร่างหนาเองก็หวั่นใจ ไม่น้อยเหมือนกันที่จู่ๆ ก็ได้พบกันอย่างไม่ทันตั้งตัวในวันนี้...


"ขอบ คุณมากนะ...เรียกพี่ว่า 'พี่ยูยะ' เหมือนที่ยูริเรียกเถอะ...พี่ก็จะเรียกชื่อนายเหมือนกัน 'เรียวสุเกะ' ...ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา...พี่อยากพูดคำนี้มานานแล้ว"

"ดีจังเลยยยย...ยูริกลัวแทบแย่ว่าพี่จะไม่ยอมรับเรียวสุเกะน่ะ..."

"ทำไมล่ะยูริ?...นั่นน่ะ...คนที่น้องของพี่รักหมดใจเชียวนะ...พี่ก็ต้องเอนดูด้วยอยู่แล้วสิ"

"กะ...ก็...ก็พี่ไม่ยอมไปร่วมงานแต่งงานของเรานี่ฮะ...ยูริเลยนึกว่า..."

"ใคร บอกว่าพี่ไม่ไปหื้อ?...ก็เพราะว่าไปร่วมงานแต่งของยูรินั่นแหละ พี่ถึงได้เจอเจ้าของด้ายแดงของพี่แล้ว!...แล้วก็เพราะกลัวว่าพี่จะคลาดกัน กับเค้าถึงไม่ได้เข้าไปเจอเรายังไงล่ะครับ...อย่าน้อยใจนะ..."


ร่าง สูงยิ้มอ่อนโยนเสมอเมื่อคนตรงหน้านี้เป็นยูริ เค้าเอื้อมมือแกร่งไปลูบหัวน้องชายที่เค้ารักอย่างเอนดูในความช่างอ้อน แล้วก็หันไปยิ้มให้น้องเขยที่ยืนดูอยู่แบบเก้ๆ กังๆ


"ใครฮะ!!? ใครๆๆ ใครที่พี่เจอฮะ...บอกน้องมาเร็วๆ"

"อาริโอกะ ไดกิ! คนนี้พอจะคุ้นๆ มั้ยครับยูริที่รักของพี่ หึๆๆ"

"(O__O)!! ห๊า!!! / (O__o)!! ไดจัง!!?"


สอง เสียงประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย ซ้ำยังทำหน้าตกใจสุดขีดออกมาเหมือนกันจนร่างสูงหลุดขำออกมาจนได้ กับท่าทางของคู่ชีวิตข้าวใหม่ปลามันคู่นี้


"ฮ่าๆๆ...สมกับเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ นะเธอสองคนนี่...ตกใจอะไรกันครับ? ยูริเองก็อยากให้พี่จีบไดจังอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?"

"แต่...แต่พี่...โอ๊ย! ...ยูริงงไปหมดแล้ว...ถ้าพี่บอกว่าพี่เจอไดจังตั้งแต่ตอนนั้น...แล้วทำไม..."

"เอาล่ะครับ!...นั่งลงกันก่อนเถอะนะยูริ...นายด้วยนะเรียวสุเกะ...พี่จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังตั้งแต่ต้น..."





[...ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...นายทำแบบนั้นเพราะอะไร?...ทำไม?...]
เมื่อเสร็จสิ้นงานในช่วงเช้าแล้ว ยาบุเองก็ได้มีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวกับคนอื่นเค้าบ้าง...คุณหมอคนเก่งเอา แต่คิดหาเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้ว่าเหตุใดคนที่เคยจะคบกันถึงเปลี่ยนไปและไม่ ยอมรับรักเค้าในอดีต...และในเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าคิดถึงมันอีกต่อไป...ร่างสูงหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะแล้วยก หูโทรศัพท์กดอินเตอร์โฟนขอนัดพบกับอาจารย์หมออากิระ...อาจารย์ของร่างบาง เจ้าปัญหาที่ยาบุต้องการพบทันที...[...เมื่อนายไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน...พี่ก็จะทำมันเองฮิก!...]


"อาจารย์เรียกพบผม...มีอะไรหรือเปล่าฮะ?"

"ยา โอะคุง~...ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...คุณจะอยู่ในความดูแลของอาจารย์ยาบุ... ขอให้ตั้งใจเรียนรู้กับอาจารย์ยาบุให้มากๆ เพื่ออนาคตของเอง...ผมดูแล้วว่าระดับความรู้ของคุณเหมาะสมกับการเป็นผู้ช่วย ของอาจารย์ยาบุที่สุดแล้ว"

"ว่าไงนะครับ!!?"


เสียง แหลมแผดออกไปอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ตัวเองกำลังฟังอยู่นี้ สีหน้าของร่างบางทำให้อาจารย์ของตัวเองถึงกับยิ้มร่าด้วยความภูมิใจ สองมือหนาจับสองบ่าบอบบางไว้มั่นแล้วจ้องหน้าอย่างจริงจัง...


"สู้ๆ นะยาโอะคุง!...อาจารย์เค้าโทรมาขอนัดกับผมและมาขอคุณจากผมด้วยตัวเองเลยนะ!"

"ไม่จริงอ่ะ...อาจารย์ฮะผมไม่..."

"นี่ รู้มั้ย!...ผมภูมิใจในตัวคุณจริงๆ นะ ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...ใครๆ ก็รู้ว่ามีไม่กี่คนที่อาจารย์ยาบุจะสนใจ...และคนที่ผ่านการฝึกฝนโดยแพทย์มือ หนึ่งอย่างนั้นก็จะกลายเป็นหมออนาคตไกลกันทั้งนั้น...พยายามเข้านะ!!"


ร่าง บางรู้สึกราวกับโลกทั้งโลกกำลังจะถล่มทลาย...[ให้ผมต้องอยู่กับรุ่นพี่ทุกๆ วันเนี่ยนะ!?...ทำไงดี...ยังไม่ได้เตรียมใจเลย...รุ่นพี่กำลังทำบ้าอะไรอยู่ เนี่ย!!?...ถึงจะเป็นลูกชายผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี้ก็ใช่ว่าจะมาบังคับกัน ได้ง่ายๆ นะ!!!]...ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วฮิคารุก็ไม่อาจวิ่งหนีความจริงไปได้...ร่างบางไม่มีทาง ปฏิเสธร่างสูงได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน...




ทาง ด้านไดกิ...แม้จะหนีออกมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านตัวเองแล้วก็จริง...แต่หัวใจของ ร่างบางกลับร่ำร้องอยากจะกลับไปเห็นหน้าคนที่ตัวเองอยากตัดใจอยู่ทุก นาที...ร่างบางอดที่จะน้อยใจไม่ได้เลยที่ยูยะไม่ยอมตามมาง้องอนให้ตัวเองคืน ดีด้วย...ป่านนี้ก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลแล้วแท้ๆ...แต่เค้าจะสนไดกิทำไมล่ะ ในเมื่อยูยะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการไปแล้ว...

[...เค้าก็แค่อยากได้หุ้นในบริษัทของคุณพ่อเท่านั้นแหละ...เป็นไงล่ะไดกิ...เจ็บปวดดีมั้ย?...]

ยิ่ง ยูยะเงียบหายไปแบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ไดกิได้ยินในวัน นั้นเป็นความจริง...และยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับร่างบางว่ายูยะไม่ได้รัก ตัวเองจริงๆ...


"ไดกิ!...พ่อขอพูดอะไรด้วยสักหน่อยได้มั้ยลูก..."


การ ปรากฏกายของผู้เป็นบิดา สร้างความแปลกใจให้ร่างบางได้ไม่น้อยเลย แถมสีหน้าจริงจังขนาดนั้นต้องมีเรื่องอะไรสำคัญมากเป็นแน่...ร่างบางลุกตาม ผู้เป็นบิดาเข้าไปยังโถงห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างว่าง่าย...


"พ่อถามจริงๆ เถอะนะ...ลูกกับฮิคารุ...ทั้งสองคนรักกันจริงๆ เหรอ?...ทั้งๆ ที่เป็นญาติสนิทสายเลือดเดียวกัน...ทำไมลูกถึง..."

"เป็นญาติกันแล้วยังไงฮะคุณพ่อ...ทีพี่ยูยะยังรักยูริจังเลย...เอาล่ะฮะคุณ พ่อ...ผมยอมรับว่าจริงๆ แล้ว...ผมกับฮิก เราไม่ได้มีอะไรกัน รวมถึงไม่ได้รักกันแบบชู้สาวอย่างที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจ...ผมแค่ต้องการ ให้ฮิกช่วยกันพี่ยูยะออกไปก็เท่านั้น..."

"ทำไมล่ะไดจัง?...ลูกไม่ได้รักยูยะคุงอย่างนั้นเหรอ?..."

"ไม่ฮะ!"


ใน ยามที่ต้องเอ่ยคำนี้ออกไป...ไดกิเองก็เจ็บปวดใจไม่น้อย...แววตาหม่นเศร้าเส หลบผู้เป็นบิดาอย่างต้องการปิดบังความจริง...เพราะตอนนี้ดวงตาคู่นี้กำลัง วูบไหวด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...


"อธิบาย ให้พ่อฟังชัดๆ ที...ไดจัง...เมื่อตอนที่ลูกฟื้นขึ้นมาในอาทิตย์ก่อน...ลูกห่วงเค้ายิ่งกว่า ห่วงตัวเอง...ลูกวิ่งไปหาเค้าทั้งๆ ที่ตัวเองก็บาดเจ็บ...เลือดไหลเพราะเข็มน้ำเกลือหลุดลูกก็ยังไม่สนใจ...ถ้า ไม่ใช่ความรัก แล้วมันเพราะอะไร!?...ที่ลูกทำไปทั้งหมดนั่นเพราะอะไร!?"

"เพราะ ห่วงใย!!...แค่นี้เพียงพอมั้ยฮะคุณพ่อ!?...ผมก็แค่ห่วงใยคนที่เอาชีวิตเข้า ช่วยปกป้องผม...แค่ห่วงใยเพราะบุญคุณของเค้า!!...เท่านั้นจริงๆ ฮะ...คุณพ่อ..."


คุณ อาริโอกะผู้เป็นพ่อถอนหายใจให้กับความดื้อดึงและปากแข็งของลูกคนเล็กของตัว เอง...พี่สาวทั้งสองของร่างบางยังไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย...ทำไมบทจะใจแข็ง ขึ้นมา ก็ไม่ยอมฟังอะไรเลยแบบนี้กัน...ในเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว ก็จำเป็นต้องใช้ไม้แข็งจริงๆ เสียที...


"เอา ล่ะไดกิ!...ในเมื่อลูกไม่ได้รักยูยะคุง...และในเมื่อเรื่องของลูกกับฮิคารุ ก็ไม่ได้เป็นไปในทางที่ผิด...ถ้าอย่างนั้นพ่อจะขอให้ลูกช่วยอะไรพ่อได้ มั้ย?"

"คุณพ่อ..."

"ไม่ สิ!...นี่ไม่ใช่การขอร้อง...แต่นี่เป็นหน้าที่!...ในเมื่อลูกเองก็ไม่ได้รัก ใครแล้วก็ไม่ได้มีคนที่อยากจะใช้ชีวิตด้วย...งั้นพ่อก็จะให้ลูกทำเพื่อเครือ บริษัทของเรา...พ่อจะให้ลูกหมั้นกับลูกชายของประธานกลุ่มนากาจิม่า - คุณนากาจิม่า ยูโตะ ในวันอาทิตย์หน้านี้!!...หวังว่าลูกคงจะเตรียมตัวเองให้พร้อมนะ...อาริโอกะ ไดกิ!..."

"คุณพ่อ!!!"


ร่าง บางทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างช็อคกับสิ่งที่ผู้เป็นบิดาบอกกล่าวออกมา...ทุก สิ่งพลันดับมืดลงในชั่วพริบตา...ใบหน้าขาวสวยพลันซีดเผือดลงแทบจะกลายเป็น กระดาษไร้สี...[...ทำไงยังดีไดกิ!?...เธอควรทำยังไง!!?...]

สิ่ง ที่เพิ่งได้รับรู้นี้ทำให้ร่างบางต้องร้องไห้ออกมาเพราะไม่ทันตั้งตัว...คำ สั่งของบิดาก็ไม่ต่างอะไรกับคำประกาศิตที่ไดกิต้องทำตามอย่างไม่อาจขัดขืน ได้...




"ยูริ!...ดูนี่สิครับ!!"

เรียว สุเกะยื่นหนังสือพิมพ์หน้าแวดวงธุรกิจให้กับคู่ชีวิตของตัวเองที่กำลังง่วน กับการค้นหาสถานที่สำหรับการออกเดทเซอร์ไพรส์ครั้งแรกให้กับผู้เป็นพี่ชาย ได้ใช้งอนง้อขอคืนดีกับคนที่ตัวเองอยากไห้มาเป็นพี่สะใภ้มากที่สุด...ถึงแม้ ว่าในตอนแรกที่ได้รู้เรื่องราวที่พี่ชายเล่าให้ฟังอย่างละเอียดแล้วยูริถึง กับโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงในความงี่เง่าของยูยะ แต่ความจริงใจของพี่ชายที่แสดงออกมาให้เห็นว่ารักไดกิมากขนาดไหนนั้นก็ทำให้ ยูริต้องยอมแพ้และยื่นมือเข้าช่วยเหลือในที่สุด...
ข่าว หน้าแวดวงธุรกิจที่สามียื่นมาให้ดูนั้นถึงกับทำให้คนตัวบางเผลอปล่อยให้ ปากการ่วงหล่นจากมือเรียวสวยพร้อมกับอาการนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เห็น แต่พอได้สติยูริก็รีบกวาดตาอ่านข้อความบนนั้นอย่างเร่งด่วน...


{~กำหนด การหมั้นหมายของทายาทยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจ - สตาร์คิงกรุ๊ปและนากาจิม่าเทรดดิ้ง - จะมีขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์นี่!!!~ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสตาร์คิงในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแห่งทากาคิกรุ๊ปเข้าร่วมธุรกิจ ขึ้นนั่งเก้าอี้บริหารร่วมกับประธานใหญ่ อาริโอกะ ชิงโง โดยมีการเปิดเผยตัวเลขระดับเปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่คุณ ทากาคิ ยูยะ ถือครองอยู่นั้น สูงถึง 50%ของเครือบริษัทนี้แล้ว ทางสตาร์คิงยังประกาศการหมั้นหมายของคุณ อาริโอกะ ไดกิ บุตรชายคนเล็กของสตาร์คิง กับคุณ นากาจิม่า ยูโตะ ทายาทเพียงคนเดียวของนากาจิม่า เทรดดิ้ง! หรือนี่จะเป็นความแข็งแกร่งบนกระดานธุรกิจที่สตาร์คิงต้องการรุกฆาตคู่แข่ง ทางการค้าของตนกันแน่!?...เห็นทีวงการธุรกิจของญี่ปุ่นนี้ คงจะมีเรื่องให้ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดกันอีกแล้ว!...}


"นี่มัน...ไม่จริงน่ะ...แย่แล้ว!...แย่แล้วๆๆ!!"

"ใจเย็นๆ ก่อนครับที่รัก...ยูริอย่าเพิ่งตกใจนะ...เดี๋ยวผมถามไดจังเอง...คุณโทรหาพี่ชายนะ...โอเคนะครับ!?"

"ดะ...ได้...โทรหาพี่ยูยะ...โทรหาพี่ชาย..."

"ยูริ!...ยูริ!!...นี่คุณโอเคแน่นะ?...ใจลอยไปไหนครับ?..ไม่เอาแล้วๆ เดี๋ยวผมจัดการเอง...คุณนั่งนิ่งๆ แล้วรวบรวมสติก่อนนะ...หื้อ?..."


เรียวสุเกะรวบเอาตัวคนรักที่ดูจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ร่างหนาทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่โดยมีร่างบางที่ถูกดึงให้นั่งลงบนตักอุ่น จากนั้นคนที่ดูจะจัดการทุกอย่างได้ดีกว่าในเวลานี้ก็เริ่มกดเลขหมายโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทของตัวเองและกดโทรออกทันที


"สัวสดีครับ! บ้านอาริโอกะครับ!"

"เอีะ!?...เอ่อ...สวัสดีครับ!...นี่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของไดจังไม่ใช่เหรอครับ?...ทำไมถึง..."

"ครับผมเบอร์ของคุณหนูไดกิ...แต่คุณท่านสั่งไว้ครับคุณชาย...จนกว่าจะถึงวันหมั้นหมายของคุณหนูเล็ก...ผมจำเป็นต้องทราบว่าใครโทรหาคุณหนูบ้าง..."

"ถ้าอย่างนั้นผมขอสายไดจังด้วยครับ"

"กรุณาถือสายรอสักครู่ครับ"


เรียวสุเกะที่ยังคงถือสายรอคู่สนทนาอยู่ในขณะที่คุณพ่อบ้านนำโทรศัพท์ไปให้ไดกินั้น ถึงกับงงงวย แววตาสงสัยสบประสานกับแววตาหวานนิ่งของคนรักที่นั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่บนตักตัวเอง...


"ใครอ่ะเรียวสุเกะ?"

"คุณพ่อบ้านน่ะ...ท่าจะไม่ได้การแล้วครับที่รัก...ไดจังโดนประกบตัวแจขนาดนี้ เห็นทีว่าข่าวนั่นจะไม่ใช่การเข้าใจผิดแน่แล้ว!"


ร่างบางกระโดดลงจากตักของคนรักแล้วคว้าเอาโทรศัพท์ของตัวเองกดโทรหาพี่ชายทันที...


"พี่ยูยะ!! แย่แล้ววว!!!"

"พี่เห็นข่าวแล้วครับยูริ...พี่ไม่ยอมหรอก!!...เดี๋ยวน้องค่อยโทรหาพี่ใหม่นะครับ พี่ขอไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวพี่เองก่อนเถอะ!!"


ร่างสูงกดวางสายโทรศัพท์จากน้องชาย ก่อนที่จะบึ่งรถออกไปด้วยความเร็วสูง ทั้งๆ ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาหยกๆ ...




ดูเหมือนความโกลาหลจะไม่ได้เกิดขึ้นในวงแคบเพียงเท่านั้น เพราะตอนนี้มันบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงขนาดที่จะทำให้แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่นตาม 'เกม' ของผู้เป็นใหญ่แห่งสตาร์คิงได้ดีพอสมควร...รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของผู้ถือไพ่เหนือกว่า...

[..บอกพ่อซิไดกิ...ลูกจะเดินหมากบนเกมนี้ยังไง?...หึๆๆ...]


"ท่านครับ! คุณชายทากาคิมาขอเข้าพบครับ!"

"หึๆๆ ...ดูเหมือนคนที่เริ่มวางหมากก่อนจะไม่ใช่ลูกของชั้นนะนี่...เชิญเค้าเข้ามา!"


ร่างสูงก้าวเข้ามาหาผู้อาวุโสกว่าด้วยสีหน้าที่คาดเดาความรู้สึกแทบไม่ออก...ใรมือแกร่งถือหนังสือพิมพ์เจ้าปัญหาไว้แน่น...ดวงตาคมดุกำลังจับจ้องอยู่ที่ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในนี้ แล้วจึงก้มหัวลงเพื่อแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม...


"ที่มานี่...หายดีแล้วเหรอหลานรัก..."

"ผมหายดีแล้วครับคุณอา...ผมแค่ต้องการคำตอบให้กับเรื่องนี้..."


ร่างสูงชูหนังสือพิมพ์ขึ้น พลางยืนนิ่งรอ...ความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมานั้น คือสิ่งที่ผู้เปิดเกมต้องการเห็นมันมากที่สุด...คุณอาริโอกะเพียงอยากแน่ใจในความเป็นผู้นำและความเข้มแข็งของเด็กหนุ่มคนนี้ ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจยกลูกรักของตัวเองให้คนคนนี้ได้ดูแล รวมไปถึงอยากเห็นการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองรักเอาไว้อย่างไปยอมสูญเสีย โดยเฉพาะ 'คนรัก'


[...หลานจะใช้วิธีไหนยูยะ...ถ้ารักไดกิจริงๆ แล้วล่ะก็...หลานจะใช้ตัวเลือกไหนในการแสดงสิทธิ์ว่าลูกของอาควรเป็นของหลาน...ยูยะคุง...]


"มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของอา...ถึงแม้หลานจะรักลูกของอา...แต่ไดจังเค้าไม่ได้รักหลานเลย...ขอโทษนะยูยะคุง...อาจำเป็นต้องทำแบบนี้..."

"ไม่รักผม?...แล้วไดจังรักหมอนั่นเหรอครับคุณอา...แล้วเค้า...เค้ารักไดจังหรือเปล่าครับ!?...เค้าจะไม่ทำให้คนรักของผมต้องร้องไห้จริงๆ ใช่มั้ยครับ!!?"

"อา...."

"ผมไม่ยอมครับ!!...คุณอาอย่าโกรธผมเลยนะครับถ้าผมจะขอใช้สิทธิ์ข้อตกลงสุดท้ายของผมที่คุณอารับปากว่าจะยอมให้ผมทุกเรื่อง!!?"

"ยูยะคุง!!?"

"ผมขอร้องครับคุณอา!!...ผมไม่ต้องการหุ้น 50% ของสตาร์คิงเลยแม้แต่น้อย...เพราะความจริงแล้ว ไดกิคือสมบัติล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมต้องการจากสตาร์คิง!!...ได้โปรด...รักษาสัญญาด้วยครับ!!"


ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเลือกใช้เงื่อนไขที่แม้แต่ตัวของคุณอาริโอกะเองก็ยังคาดไม่ถึง...ความพึงพอใจที่คนที่ตั้วเองหมายมั่นปั้นมือจะให้ดูแลไดกินั้นเอ่อล้นหัวใจเต้นรัวของนายใหญ่แห่งสตาร์คิง...ในที่สุดเกมนี้ก็ตกเป็นของ ทากาคิ ยูยะ...
[...นี่เราลืมหมากตัวนี้ของเด็กคนนี้ไปได้ยังไงกัน?...ยอดเยี่ยมจริงๆ หึๆๆ...]


"พอเถอะยูยะคุง....หลานกำลังบีบบังคับให้อาต้องทำให้สิ่งที่มันยากมาก"

"ขอโทษครับ...แต่คุณอาเองก็ไม่เหลือทางเลือกให้ผมสำหรับเกมนี้ด้วยเช่นกัน"


แววตาแน่วแน่และมั่นคงนั้น ยิ่งขับให้ยูยะดูสุขุมเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น...ร่างสูงจ้องตากับผู้ใหญ่อย่างไม่คิดหลบหนี หากนี่เป็นสิ่งที่เค้าจะต้องสูญเสีย ขอให้รู้ไว้ว่า ทากาคิ ยูยะ ไม่มีวันยอมวางมือจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน...แต่ผู้เริ่มเกมเองก็ไม่ใช่ลูกกวางน้อยๆ ที่จะจนแต้มได้ง่ายๆ เช่นกัน...


"ขอบคุณมากนะ...ขอบคุณที่หลานแสดงให้อาได้เห็นว่าสำหรับหลานแล้ว...ลูกรักของอาสำคัญยิ่งกว่าโอกาสทางธุรกิจ หรือแม้แต่ความมั่งคั่งที่อาจะช่วยให้หลานมีทัดเทียมกับสตาร์คิง...อาซาบซึ้งจริงๆ ยูยะ...แต่เรื่องนี้ ไม่ได้มีแต่หลานกับอาเท่านั้นที่จะเสียหาย...อย่าลืมสิว่าทางนากาจิม่าเองก็คงไม่ยอมเหมือนกัน...เช่นนั้นแล้ว...หลานยังจะให้อาทำตามความต้องการของหลานอีกอยู่หรือ?..."

[...ด่านสุดท้ายแล้วยูยะ...เจอไม้นี้หลานจะเอาอะไรมาแก้เกมของอาอีก...แสดงความสามารถของตัวเองออกมาให้อาได้เห็นอีกสักครั้ง...อีกเพียง...ครั้งเดียว...]


"หากเป็นเรื่องอื่น...ผมยอมสูญเสียได้...แต่ถ้าเป็นเรื่องไดจัง...ผมยอมไม่ได้ครับคุณอา!...ไม่ว่าคุณอาจะหวานล้อมผมยังไง ผมก็ไม่สนหรอกครับ...แม้ว่าปัญหาใหญ่จะตามมาอีกมากมายผมก็ไม่เคยคิดหวาดกลัว....หากนากาจิม่าจะลงสนามมาเจอกับผม ผมก็พร้อมสู้!...ต่อให้นากาจิม่าจะแข็งแกร่งมากมายเพียงใด...ทางทากาคิก็ไม่ใช่หมูในอวยให้ใครฆ่าได้ง่ายๆ เช่นกัน!...คุณอาครับ...คุณอาเป็นผู้ใหญ่ที่ผมทั้งรักและนับถือรองจากคุณพ่อของผมเอง...คำมั่นสัญญาของนักธุรกิจคือสัจจะวาจาที่เชื่อถือได้มากกว่าทุกสิ่งในโลกนี้...เป็นความเชื่อมั่นและเครดิตที่พวกเราต้องปฏิบัติตามกันมาอย่างเคร่งครัด...เป็นหลักความไว้วางใจและให้เกียรติคู่สัญญาเสมอมา...คุณอา...คงไม่อยากเป็นนักธุรกิจแถวหน้าคนแรกที่ทำลายมันลงด้วยมือของตัวเองหรอก...จริงมั้ยครับ?"

[...หมัดเดียวน็อคเอาท์...ทากาคิ ยูยะ...อาดูคนไม่ผิดเลยจริงๆ...]...ยิ่งได้เห็นกระบวนความคิดของคนหนุ่มไฟแรงที่ตัวเองชื่นชม คุณอาริโอกะก็ยิ่งแน่ใจว่า คนคนนี้ คือผู้ที่เหมาะสมอย่างแท้จริง...แล้วไดกิเล่า...จะมองเห็นความรักอันแสนล้ำค่าของผู้ชายคนนี้บ้างมั้ย...

"หลังจากนี้ไปหากคุณอาจะไม่ให้อภัยในความถือดีของผมในครั้งนี้...ผมก็ขอน้อมรับมันอย่างจริงใจ...ผมไม่สนใจว่าผมต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง...แต่ที่แน่ๆ...คนเดียวที่ผมจะไม่มีวันยอมเสียให้ใคร นั่นก็คือ คุณอาริโอกะ ไดกิ คนที่ควรจะเป็นของผมมากกว่าใครๆ!..."

"เอาล่ะยูยะคุง...กลับไปรอฟังคำตอบของอาอย่างใจเย็นเถอะนะ...อาขอร้อง...ขอเวลาให้อาหน่อยนะหลานรัก...อารับรองว่าทุกอย่างจะต้องจบลงด้วยดี..."

"ครับคุณอา...แต่ก่อนผมจะกลับไปในวันนี้...ขอให้คุณอารู้ไว้ว่าผม...จะไม่มีวันปล่อยมือจากไดจังอย่างแน่นอน...ไม่ว่าคุณอาจะตัดสินใจในเรื่องนี้ยังไงก็ตาม...ขอโทษด้วยครับ..."


ร่างสูงคำนับลาผู้ใหญ่แล้วหันหลังเดินจากไปด้วยความมุ่งมั่น...คำกล่าวที่ดูเหมือนจะเป็นคำขู่กลายๆ นั้น ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวหรือแม้แต่ความโกรธเคืองให้กับประธานใหญ่แห่งสตาร์คิงแต่อย่างใด...ตรงกันข้าม...มันกลับสร้างรอยยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นบนใบหน้านักธุรกิจผู้มากประสบการณ์เสียด้วยซ้ำ...

[...ฉลาดหลักแหลม...มีปฏิพานไหวพริบหาตัวจับยาก...เจ้าสำบัดสำนวน...คำพูดคมคายเชือดเฉือนแล้วก็เต็มไปด้วยเหตุผลที่ไม่อาจเถียงได้...แน่วแน่มั่นคง...กล้าหาญ...และรักไดกิอย่างแท้จริง...เท่านี้แหละยูยะ...หลานชนะเกมนี้แล้ว...]


"นับว่ากล้าหาญมากนะครับท่าน!"

"เห็นแล้วใช่มั้ยโทยะ...นี่แหละคนที่ชั้นเลือก!"

"แล้วทางนากาจิม่าล่ะครับท่าน!?"

"เรื่องนั้นชั้นเคลียร์ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว...อันที่จริงทางนั้นเองก็มีเป้าหมายอื่นที่ต้องการอยู่ด้วยเหมือนกันน่ะนะ...เราก็แค่ร่วมมือกันสร้างเกมนี้ขึ้นมาก็เท่านั้น...หึๆๆ..."

"สมกับเป็นท่าน...ทุกสิ่งล้วนคำนวนมาอย่างแม่นยำ"

"หือ?...หึๆๆ...แต่ก็มีอยู่คนนึงที่ชั้นไม่เคยคำนวนเค้าได้จริงๆ...เด็กหนุ่มไฟแรงคนนั้น...ทากาคิ ยูยะ...นายว่างั้นมั้ย?"

"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับท่าน"

"ฮ่าๆๆ...นั่นน่ะสิโทยะ...แต่ชั้นมั่นใจแล้วล่ะนะ...ชั้นเลือกไว้ใจคนไม่ผิดหรอก...จะเหลือก็แต่ลูกแสนดื้นของชั้นนี่แหละ...เค้าจะเดินหมากยังไง..."



..........................................Line_Black Rose...........................................



.........ตั้งแต่วันที่ยามะดะโทรหา...หลังจากนั้นไดกิก็ไม่ได้พบหรือพูดคุยกับใครอีกเลยแม้แต่คนเดียว...สิ่งที่ได้รู้จากเพื่อนรักมีแค่เพียงเค้าคนนั้นขอจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง...จัดการอะไร?...จัดการแบบไหน?...ยังหวังได้อีกเหรอ?...คำถามเล่านี้ล้วนวนเวียนไปมาอยู่ในหัวของคนตัวเล็ก...เวลานี้ไม่ว่าจะทำอะไรหรือกระดิกตัวไปไหน ไดกิก็โดนจับตามมองราวกับเป็นนักโทษ...ร่างบางกำลังใช้ความอดทนที่มีอยู่ไม่มากนักไปกับเรื่องพวกนี้...อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ร่างบางยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางอื่นเลยแม้แต่น้อย...คิดแล้วก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้...

[...ทำไมไม่ตามมาง้อผมเลย...ทำไมเฉยชาแบบนี้...ทั้งๆ ที่คุณพ่อจะยกผมให้คนอื่น....คุณรักผมจริงๆ หรือเปล่า...ยูยะ...]

ยิ่งคิดขอบตาก็ยิ่งร้อนผ่าว...หัวใจดวงน้อยเจ็บปวดราวกับจะแตกสลาย เมื่อคิดว่าเค้าคนนั้นไม่ได้รักตัวเอง...บางทีการยอมรับชะตากรรมอาจเป็นทางออกที่ดี...แต่ไดกิเองก็หยุดคาดหวังที่จะได้เห็นหน้าได้พูดคุยกับยูยะอีกสักครั้งไม่ได้...ร่างบางเริ่มเข้าใจถึงจิตใจที่แท้จริงรวมทั้งความต้องการของตัวเองมากขึ้นทุกขณะ...ไดกิเข้าใจลึกซึ้งกับคำว่า ~คำพูดมันจะฆ่าตัวเองในสักวัน หากไม่ใช้มันอย่างระมัดระวัง~ ไดกิจะบอกกับพ่อตัวเองได้ยังไงว่าแท้ที่จริงแล้วร่างบางรักยูยะ เพียงแต่แค่กลัวว่าเค้าคนนั้นอาจไม่รักตอบตัวเอง ยูยะอาจไม่ได้ต้องการความรักของไดกิ มากไปกว่าการได้ครอบครองหุ้นของสตาร์คิง...ร่างบางจะบอกยังไงว่าที่เรื่องราวมันเป็นแบบนี้เพียงเพราะตัวเองแค่ไม่เชื่อใจยูยะเพียงเท่านั้น...แล้วการที่อีกฝ่ายก็เงียบหายไป ก็คงเป็นเพราะเชื่อเรื่องตบตาของตัวเองกับฮิคารุขึ้นมาจริงๆ ก็ได้...

[...ยูยะบ้า!...ไม่หวงผมเลยหรือไง!?...ฮึก...คนบ้า!...ฮึกๆ ...ไหนว่ารักผม...]

ร่างบางปล่อยให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่ารินไหลไปกับความเสียใจและน้อยใจในตัวร่างสูงที่ตัวเองรักเค้ามากมายนัก...


"ก็ได้ฮะ...ผมจะยอมทิ้งทิฐิเพื่อยูยะ...ผมรักยูยะ..."


ร่างบางเอ่ยกับตัวเองอย่างตัดสินใจ...หากมัวปล่อยเวลาให้ผ่านไปมากกว่านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่หวนกลับคืนมา อาจไม่หมุนวนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกแล้ว...ร่างบางปาดเช็ดน้ำตา แล้วหยิบโทรศัทพ์ขึ้นมากดโทรออกหายาบุทันที...เพราะดูเหมือนจะมีแต่ยาบุเท่านั้นที่ร่างบางสามารถโทรหาได้โดยไม่โดนจับจ้อง...

[...จะแปลกอะไร...ถ้าคนไข้จะโทรหาหมอประจำตัว...]


"พี่หมอโคตะฮะ...ผมมีเรื่องสุขภาพจะปรึกษาฮะ...เราไปเจอกันที่ไหนได้บ้างมั้ยฮะ?..."

"ครับน้องอาริโอกะ..."

"เรียกชื่อผมเถอะฮะ...ใกล้ถึงวันหมั้นแล้ว...พี่หมอ...ช่วย!...ตรวจให้ผมที..."

"งั้นมาพบพี่ที่โรงพยาบาลครับ...พี่จะช่วย...ตรวจดูให้..."


คำพูดแฝงนัยสำคัญที่คนทั้งคู่พูดคุยกัน หากเป็นคนนอกก็คงมองว่าไดกิต้องการตรวจสุขภาพก่อนถึงพิธีหมั้นเป็นแน่...แต่จะมีใครเข้าใจมันได้ดีกว่าคุณหมอคนเก่งอีกเล่า ~ช่วย!...ตรวจให้ผมที~ ที่ไม่ใช่เรื่องของหมอกับคนไข้...แต่เป็นเรื่องของหัวใจสองดวงที่กำลังต้องการกันและกันต่างหาก...ยาบะกดวางสายหลังนัดหมายกับคนรักของเพื่อนไปเรียบร้อย..มือแกร่งวางโทรศัพท์ลงพลางยิ้มอย่างพอใจ...


"ในที่สุดก็คิดได้สักทีสินะ...หึๆๆ..."

"หัวเราะอะไรของคุณ...แล้วจะสอนต่อมั้ยเนี่ย!?"

"นี่ฮิก!...นายไม่สนใจแล้วก็ไม่อยากรู้เลยหรือไงว่าใครโทรหาผมน่ะ?"

"ไม่สนนี่!...ใครจะโทรหารุ่นพี่ มันเกี่ยวกับเรื่องสมองและเส้นประสาทที่ผมต้องเรียนตรงไหนไม่ทราบ...รีบสอนต่อสิฮะ...ผมไม่อยากอยู่เกินเวลาแม้แต่นาทีเดียว!"


สิ่งที่ออกมาจากปากร่างบางนั้น ทำให้คนอารมณ์เย็นอย่างคุณหมอยาบุถึงกับเดือดขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย...ตั้งแต่ขอตัวมาเป็นผู้ช่วยเนี่ย ไม่เคยมีสักวันที่ฮิคารุจะพูดดีๆ ด้วยเลย หรือแม้แต่ยิ้มให้เห็นก็ไม่มีสักนิด...ยาบุชักจะหมดความอดทนกับความเย็นชาของคนที่ตัวเองรักมานานมากขึ้นทุกที...มือผอมวางตำราที่เพิ่งหยิบขึ้นมาลงกับโต๊ะอย่างแรง...ร่างสูงก้าวเข้าหาร่างบางแบบที่ยังไม่ทันตั้งตัว...เอวบอบบางถูกรวบเข้าชิดกับร่างสูงก่อนที่จะเสียหลักโดนยาบุจับกดลงบนเตียงเปล่าได้อย่างง่ายดายแค่เพียงชั่วพริบตา...ดวงตาเรียวแหลมหากแต่ดุดัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาถือดีและไม่ยอมลงให้ใครของคนใต้ร่างตัวเอง...เสียงเย็นถูกกดลงต่ำจนน่ากลัว...


"ชั้นอดทนมามากพอแล้วฮิก! ไหนบอกมาซิว่าอะไรทำให้นายเปลี่ยนไป! เมื่อก่อนนายเคยน่ารักอ่อนหวาน ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงเย็นชา แข็งกระด้าง!?...และ...ทำไม...ทำไมถึงไม่รักชั้น!?"

"ปะ..ปล่อย! ปล่อยผมนะ!!"

"ไม่!!...ทำไมฮิก!?...เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา!?"


เมื่อทนไม่ไหว ฮิคารุก็เลือกที่จะสะบัดหน้าหนีคนข้างบนที่ยังคงกดร่างเค้าเอาไว้แนบกับเตียงแน่น...แต่การกระทำแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ยาบุหมดความอดทน...มือแกร่งจับรวบข้อมือบางเอาไว้ทั้งสองข้าง เหนือศรีษะของคนที่เอาแต่หนี ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่จะจับให้ใบหน้าน่ารักหันกลับมาสบตากันด้วยมืออีกข้างที่ว่างอยู่...


"อย่าทำให้ชั้นต้องหมดความอดทนไปมากกว่านี้นะฮิก..."

"ก็ไม่ต้องทน!! แล้วก็เลิกยุ่งกับผมสักที!! วันนี้!! อุ๊บ!!!"


ริมฝีปากบางประกบเข้าครอบครองริมฝีปากเชิดรั้นอย่างแนบแน่น...ยาบุต้องการคนตัวบางนี้มากเพียงใด ทำไมฮิคารุถึงพยายามไม่ยอมรับรู้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ยาบุก็จำเป็นต้องแสดงให้รู้เสียทีว่าตัวเองต้องการแต่เพียงคนคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น...ร่างบางพยายามดิ้นรนหนีการรุกรานจนอ่อนแรง และต้องยอมให้อีกฝ่ายตักตวงความหวานจากรสจูบที่กำลังเปิดแง้มหัวใจบอบบางให้รับรู้ถึงความรักที่หัวใจมั่นคงต้องการมอบให้อีกครั้ง...


"แฮ่กๆ..ฮึก...รุ่นพี่...ฮึกๆๆ...บ้าที่สุด!..."

"ขอโทษฮิก...อย่าร้องไห้เลยนะครับ...พี่รักฮิกจริงๆ นะ...พี่ไม่เข้าใจครับ...ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมวันนั้นฮิกต้องปฏิเสธพี่ด้วย..."


มืออุ่นเช็ดซับหยาดน้ำตาออกจากหางตาให้คนรักพลางเกลี่ยเบามือคลอเคลียอยู่ที่แก้มนิ่ม...ดวงตาเรียวแหลมเว้าวอนอย่างต้องการคำตอบและงอนง้ออยู่ในที...แก้มนิ่มเริ่มขับสีเลือดเมื่อหัวใจสั่นไหวเปิดรับความรักของคนที่ใจตรงกันมานานอย่างเต็มหัวใจ...


"ตอนนั้น...ผมคิดว่ารุ่นพี่...กับ...คุณทากาคิ...มีอะไรๆ กัน..."

"ห๊ะ!!?"

"ผมคิดว่า...ผมไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจพี่...ผมก็เลย..."

"โถ่เอ๊ย!...รู้งี้บุกไปถามตั้งแต่แรกดีกว่า...กับไอ้ยะเนี่ยนะM...ฟ้าผ่าพอดีสิครับฮิก...หึๆๆ"

"กับผมก็ผ่าเหมือนกันแหละ!...ผมก็ผู้ชายนะฮะ!"

"อย่างอนพี่สิฮิก...เหมือนกันที่ไหนล่ะ..."


ร่างสูงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของคนตัวบางจนใบหน้าน่ารักแดงซ่านไปหมดเพราะคำพูดของตัวเอง...


"พี่กับไอ้ยะ...รุกทั้งคู่นะฮิก...หึๆๆ"

"บะ..บ้า!!...ผมไม่รับให้หรอกนะ!"

"ลองดูมั้ยล่ะ!?...ฮิกกับพี่...ใครจะยอมใคร...หื้อ?" ร่างสูงขโมยคลอเคลียแก้มนิ่มแล้วกดหอมไปฟอดใหญ่

"ม่ะ...ไม่เอาด้วยหรอก!"


ยาบุดึงคนตัวบางขึ้นมากอดไว้แนบอกแกร่งทันทีที่ตัวเองหยัดกายยืนขึ้น ก่อนที่จะเอ่ยบอกย้ำความในใจที่มีมาตลอดของตัวเองอีกครั้ง...

"ยาโอโตเมะ ฮิคารุ! ผมรักคุณนะ!!"

"เอ่อ....ผม....ผม..."

"อ่ะแฮ่ม!!!...เอ่อพี่โคตะฮะ...มันเลี่ยนอ่ะ!!!"

"น้องไดกิ!!! / ไดจัง!!!" สองเสียงประสานกันเรียกผู้มาเยือนด้วยความตกใจ เรียกเสียงหัวเราะร่าให้กับเจ้าของชื่อได้อย่างสดใส

"แหม~ ทีนี้ล่ะทำเป็นตกใจนะฮะ! ทีใครทีมันฮะคุณพี่หมอจอมฉวยโอกาส~ ฮ่าๆๆๆ!!!"


ไดกิที่โผล่มาเป็นสักขีพยานในความรักของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งญาติสนิทแสนรู้ใจ กับคุณหมอเจ้าของไข้ของตัวเอง ถึงกับรู้สึกซาบซึ้งในความรักที่น่าอิจฉาของคนทั้งสองจนเกือบจะเสียน้ำตาให้ ถ้าไม่ได้ยินประโยคบอกรักเลี่ยนๆ เข้าซะก่อน ร่างเล็กระเบิดเสียงหัวเราะสดใสราวกับไม่มีเรื่องกลุ้มใจออกมาทันทีที่เห็นสีหน้าตกใจและรีบผละออกจากกันจนห่างของคนทั้งคู่...

[...ยูยะฮะ...ไดจังแก้แค้นให้แล้วนะ...เรื่องนี้ต้องขยายฮะ!!!...]





โปรดติดตามตอนต่อไป..................





.......................................Line_Black Rose.......................................






black-cat-emoticon-006.gif เป็นไงบ้างค้าาาาาา ในที่สุดแตงก็ได้ทำเลใหม่เจ๋งๆ สักที
แต่มันดูเงียบเหงาจังน้าาาาา อยากให้มีคนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน เล่นด้วยกันอ่ะ
ตอนนี้กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีใช่ม้าาาาา ตอนหน้าจะเป็นยังไงน้าาาาาา
ขอบคุณที่ติดตามผลงานของแตงนะคะ...แล้วเจอกันใหม่ในตอนที่ 10 ค่ะ!

......................................................................แตงไทย.......................
Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 8



TaDaiki3 Cover Fic_Logo



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 8 : หลงทาง




ตั้งแต่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ สิ่งที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นในทุกๆ วนของ ทากาคิ ยูยะ ก็คือความต้องการที่จะมีคนตัวเล็กที่ตัวเองรักอยู่ข้างกายในทุกๆ นาทีนับจากนี้ไป ร่างสูงแทบไม่กล้าคิดถึงวันเวลาที่ต้องห่างกันแม้เพียงแค่ชั่วคืนอันยาวนานสำหรับเค้า แต่สิ่งที่ไดกิยังไม่รู้...ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนตัวเล็กคงยากที่จะเข้าใจ...หากตอนนี้ร่างสูงตัดสินใจที่จะทำตามใจตัวเองโดยการฉวยโอกาสทวงสัญญาจากประธานสตาร์คิงตามเดิม ปัญหาไหนที่จะตามมาแล้วทำให้ยูยะทนไม่ได้มากกว่ากัน...ระหว่าง...การห่างกายเพราะความถูกต้อง กับการห่างใจเพราะโดนคนรักตัวเล็กเกลียดชัง...ร่างสูงพยายามชั่งน้ำหนักความทรมาณใจของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง...แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เค้าเองก็คงเลี่ยงความเจ็บปวดไปไม่พ้น...
...ก๊อกๆๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกให้ร่างสูงสง่าในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลชื่อดังต้องละสายตาจากวิวเมืองหลวง แล้วหันกลับมาพบกับรอยยิ้มอุ่นใจของบุคคลคนสำคัญ...
"เป็นยังไงบ้างหลานอา?...ตั้งแต่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ นี่ก็ผ่านไปกว่าอาทิตย์แล้วสินะ...อาเองก็มัวแต่ยุ่งเรื่องเตรียมงานต่างๆ ของเรา...อายังไม่ได้มาขอบคุณหลานด้วยตัวเองเลยสักครั้ง...ขอบคุณนะยูยะคุง!...ขอบคุณหลานจริงๆ...ขอบคุณที่ดูแลและปกป้องไดจังของอา จนเกือบเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง...อา..."
"คุณอาครับ!...อย่าขอบคุณผมเลย...จริงๆ แล้วตัวผมเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น..."
"ยูยะคุง...ทำไมหลานถึง...."
"ครับ...ผมมีเรื่องที่ต้องบอกกับคุณอา...ผมไม่หวังสิ่งใดมากไปกว่าโอกาส...ผมขอแค่โอกาสที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นให้คุณอาฟังจนจบ...หลังจากนั้น...หากคุณอาจะไม่ยกโทษให้ผม...ผมก็จะยอมรับผลของมัน..."
แววตาคมนิ่ง สบประสานกันกับแววตาสันสน...อาการตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่ร่างสูงแสดงออกนั้น สพกดให้ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในที่นี้ต้องยอมรับฟังอย่างง่ายดาย...ร่างสูงผายมือเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามานั่งลงยังโซฟาบุนวมตัวใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดกายลงนั่งพับขากับพื้นห้องแล้วก้มหัวลงเกือบจรดกับมือที่รองอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เพื่อแสดงการขอโทษที่ออกมาจากใจ ซึ่งก็ทำให้คุณอาริโอกะยิ่งตกใจกับการกระทำนี้...
"ยูยะคุง!!!"
"ผมขอโทษครับ!! เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น...เพราะผมเป็นต้นเหตุ...เพราะผม...ทำให้ไดจังต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า...เพราะผมเอง...ผมเองที่เป็นคนลักพาตัวลูกชายของคุณอาไป..เป็นผมเอง..."
"ว่าไงนะ!!?...ล่ะ...เล่า...เล่าให้อาฟังให้หมดยูยะ..."
"ขอโทษครับคุณอา!!...อันที่จริงแล้ว ที่ผมเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด...นั่นก็เพราะผมแค้นใจที่ไดจังทำตัวเป็นพ่อสื่อจนทำให้น้องยูริแต่งงานกับทางยามาดะ...ผมวางแผนจับตัวไดจัง...ผู้ร้ายตัวจริงก็คือผมครับคุณอา...เพราะอย่างนี้ผมจึงไม่อาจหลอกลวงและฉวยโอกาสจากความไว้เนื้อเชื่อใจของคุณอาได้อีกต่อไป ผมไม่มีหน้าจะไปรับข้อเรียกร้องที่เห็นแก่ตัวของผมที่ใช้เพื่อเป็นแผนการผูกมัดไดจังเอาไว้กับผมตลอดไปได้...ผมขอโทษสำหรับความเลวที่ได้กระทำ...ผมผิดไปแล้วครับ...ขออภัยในความเห็นแก่ตัวของผมด้วยเถอะครับ..."
"นี่มันอะไรกัน!?...บอกอาได้มั้ยว่ามันไม่จริง!...ยูยะคุง...ทำไม..."
"ผมทำให้ลูกรักของคุณอาต้องทุกข์ใจ...แล้วยังใช้เล่ห์เหลี่ยมหวังที่จะกักขังไดจังเอาไว้จนกลายเป็นการบังคับให้คุณอาต้องทำตามข้อเสนอของผมทางอ้อมอย่างเลี่ยงไม่ได้...ผมไม่หวังที่จะให้คุณอาอภัยให้ผม...ผมรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป...ผมรู้ตัวว่าสิ่งที่ผมทำมันเกินที่จะอภัยให้ได้...ผมเสียใจจริงๆ ครับ!!"
สิ่งที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นตรงหน้านี้...คุณอาริโอกะเองแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง...เป็นเด็กคนนี้ที่ทำเรื่องเองทั้งหมด...เป็นคนคนนี้ที่ตัวเองเลือกไว้ใจให้ตามหาลูกชายคนสำคัญ...
[...เพราะอะไรกัน...ยูยะ...]
ร่างบางที่เริ่มฟื้นคืนจากฤทธิ์ยานอนหลับที่คุณหมอคนเก่งจัดให้ เพราะอยากให้ได้พักผ่อนให้เต็มที่ ไดกิค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ภาพห้องพักฟื้นรอบกายที่เงียบและเกือบว่างเปล่าทำให้คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น...ห่างออกไปยังมีร่างนิ่งสนิทของคุณพ่อบ้านประจำบ้านอาริโอกะนั่งผลอยหลับเฝ้าร่างบางอยู่เงียบๆ ร่างเล็กค่อยๆ พยุงกายตัวเองลุกขึ้นนั่ง...ความบอบช้ำต่างๆ จางหายไปจากกายขาวนานแล้ว...แต่ที่ยังต้องอยู่โรงพยาบาลเพราะพี่หมอยาบุต้องการที่จะตรวจจนแน่ใจว่า ในร่างกายบอบบางนี้จะไม่มีอาการป่วยใดๆ เกิดขึ้นมาภายหลังอีก...ไดกิก้าวขาลงจากเตียงช้าๆ แล้วก้าวออกไปสูดอากาศสดชื่นที่นอกระเบียง...ร่างเล็กคิดหวนย้อนกลับไปถึงวันแรกที่ได้พบกับร่างสูง...เรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมากมายในวันนี้...มุมปากได้รู้ยกยิ้มอย่างหัวใจพองโต เมื่อความคิดมาหยุดอยู่ที่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายมอบความรักให้ตัวเองมากมายเพียงใด...แทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงแค่นี้...แค่ไม่ถึงเดือนนี้...มันจะทำให้หัวใจอ่อนไหวของตัวเองเปิดรับเอาคนที่เคยใจร้ายเข้ามานั่งอยู่กลางใจอย่างเต็มใจแบบนี้ได้...เวลาที่นึกถึงสายตามั่นคงและเต็มไปด้วยความรักที่อบอุ่นของเค้า หัวใจดวงน้อยก็เต็นรัวเร็ว ราวกับมีใครเข้าไปเร่งจังหวะของมันเสียอย่างนั้น...
"แบบนี้สินะยูริ...พลุแห่งความรักกำลังระเบิดตูมตามอยู่กลางใจ..."
"ตื่นแล้วเหรอครับคุณหนู...หิวมั้ยครับ...."
"คุณพ่อบ้านเองก็คงจะเหนื่อยน่าดูนะฮะ ต้องมาคอยเฝ้าผม...กลับบ้านไปพักเถอะฮะ...เดี๋ยวผมบอกคุณพ่อเอง"
"มิได้ครับคุณหนูเล็ก...มันเป็นหน้าที่ของผม...ผมจะไม่ยอมให้คุณหนูหายตัวไปอีกแล้ว..."
"ผมไม่เป็นไร...ผมจะไปหายูยะ...ไม่ต้องห่วงนะฮะ...กลับไปพักซะ..นี่เป็นคำสั่งฮะ"
ร่างบางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน...เพราะเป็นห่วงคนอื่นอย่างนี้เสมอ ไดกิจึงเป็นที่รักของคนทุกคน...เมื่อขัดไม่ได้ คุณพ่อบ้านจึงก้าวออกไปตามคำสั่งของคนน่ารัก ทิ้งให้ร่างบางยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่เพียงลำพังอีกครู่ใหญ่...และในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น...จู่ๆ ไดกิก็ได้ยินเสียงอื้ออึงแว่วมาจากห้องข้างเคียง อันเป็นห้องพักของคนที่ตัวเองรัก และเพราะจับใจความอะไรไม่ได้ ร่างบางจึงเร่งรุดก้าวออกจากห้องไปด้วยความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างสูงอีกก็ได้...
"อาไม่อยากจะเชื่อเลยนะ!!? ทำไมหลานถึงทำเรื่องแบบนี้ได้!!?"
"ขอโทษครับคุณอา...ผมเสียใจจริงๆ ครับ...."
"อาผิดหวังมากยูยะคุง..."
"ผมทราบครับ..ผมเสียใจจริงๆ ครับคุณอา..."
คุณอาริโอกะยอมรับว่ารู้สึกช็อคกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของร่างสูงที่ตัวเองชื่นชม...แต่เพราะอายุที่มากกว่ารวมไปถึงประสบการณ์ต่างๆ ทีมีสูง จึงทำให้เค้าพยายามมองหาเหตุผลและยังใจเย็นอยู่ได้...ถึงอย่างไร คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องไดกิก็คือคนที่กำลังแสดงความสำนึกอย่างจริงใจถึงความผิดที่ได้กระทำอยู่ตรงหน้านี้...แล้วจากที่ได้เห็นความห่วงใยที่มีต่อกันของเด็กทั้งสองคน ผู้เป็นพ่อก็พอจะบอกได้อยู่ว่าลูกรักของตัวเองก็มีใจให้ร่างสูงผู้นี้อยู่ไม่น้อย...
"ให้อาถามหลานสักคำเถอะยูยะ...ที่เปลี่ยนใจพาน้องมาคืนนี้...เพราะ 'รัก' หรือเปล่า?..."
"คุณอา..."
"อาอยากรู้จริงๆ นะยูยะคุง...เพราะฝีมืออย่างหลาน หากคิดจะกักขังน้องเอาไว้ ก็คงจะไม่มีใครหาพบ...ที่เปลี่ยนใจ คิดกลับทาง ทำทุกอย่างให้ถูกต้องอย่างนี้ หลานรักลูกอาหรือเปล่า...ถ้าไม่ใช่ หลานทำไปเพื่ออะไรกันแน่?..."
ผู้เป็นใหญ่แห่งสตาร์คิงก้าวเข้าจับไหล่แกร่งให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง...ดวงตาอบอุ่นจ้องเข้าไปในดวงตาคมเข้มอย่างต้องการคำตอบที่แท้จริงจากเด็กหนุ่มที่เค้าชื่นชม...ยูยะเองก็รู้สึกซาบซึ้งต่อความเมตตาที่คนตรงหน้ามีให้ตน...หากเป็นพ่อคนอื่น...ตัวเค้าเองคงมีแต่ร่างไร้วิญญาณไปนานแล้ว...
"ครับ!...เพราะผมรักไดจัง...ความจริงแล้ว...ผมเพิ่งจะค้นพบหัวใจตัวเองเมื่อไม่นานมานี้...ผมเพิ่งรู้ว่าลูกชายของคุณอาได้ช่วงชิงหัวใจแข็งกระด้างของผมไปตั้งแต่แรกพบ..ตั้งแต่ที่ผมเห็นหน้าไดจังที่งานแต่งงานของน้องยูริแล้วครับ..."
"ขอบคุณนะยูยะคุง...แค่นี้แหละที่อาอยากรู้...อาจะไม่ถือสาเอาความกับหลานในความผิดที่ได้ก่อ...นั่นก็เป็นเพราะความจริงใจของหลานเอง...ไม่เป็นไรเลย...อย่างน้อยๆ หลานก็เอาชีวิตตัวเองมาปกป้องลูกของอาหลายครั้งหลายครา...มันคงจะเป็นพรหมลิขิตที่หลานลักพาตัวไดจังไปในวันนั้น...ความจริงแล้วอาก็โดนขู่เรื่องจะมีการจับตัวไดจังไป...ยูยะ...ถ้าไม่ใช่หลาน...ป่านนี้ไดจังอาจจะไม่ได้กลับมาหาอาอีกเลยก็ได้นะ...ที่แล้วมาก็ให้มันผ่านไป...เริ่มต้นกันใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย...ขอบคุณหลานมากจริงๆ ที่บอกทุกอย่างกับอาโดยไม่ปิดบัง...ในเมื่อเจตนาของหลานทันเปลี่ยนไปแบบนี้แล้ว...อาก็ไม่คิดติดใจอะไรอีก ถ้าเราจะยังคงทำตามข้อตกลงที่หลานต้องการตั้งแต่แรก"
"คุณอาครับผมไม่..."
"อย่าเกรงใจไปเลยหลาน...สิ่งที่อาจะให้มันสมควรแล้ว"
"ไม่ครับคุณอา...ผมยินดีช่วยไดจังอย่างเต็มใจ ด้วยหัวใจ..."
"นั่นยิ่งทำให้อาอยากได้คนแบบหลานนะ"
"แต่คุณอาครับ...ผมอยากเคลียร์ตัวเอง ผมไม่อยากให้ไดจังเข้าใจผิด..."
"หยุดปฏิเสธอา แล้วรับไปในสิ่งที่หลานควรจะได้...ตอนนี้หลานยังพอมีเวลาที่จะทำให้ลูกอาเชื่อใจ"
ร่างบางเื้อื่อมมือจับลูกบิดประตูห้องพักของคนรักด้วยรอยยิ้มแล้วก็ความสุขล้นใจ...ดีที่ยูยะตื่นแล้ว เพราะไดกิเองก็อยากจะเห็นแววตาแห่งรักมั่นคงของร่างสูงอยู่เช่นกัน...แต่แล้วทั้งร่างก็ต้องชาค้าง กับสิ่งที่ได้ยินอย่างชัดเจนภายในห้องพักนั้น...
"ในเมื่อคุณอาเต็มใจและไว้ใจผม...ยังยืนยันในข้อตกลงของเรา...ผมจะไม่ทำให้คุณอาผิดหวังอีกครับ...ขอบพระคุณมากครับ"
"ดี!...ดีมาก!!...ฮ่าๆๆๆ...ยินดีต้อนรับสู่สตาร์คิง! ว่าที่กรรมการบริหารคนใหม่!!...และเพื่อตอบแทนสิ่งที่หลานได้เสี่ยงชีวิตทำเพื่อลูกรักของอา...หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของสตาร์คิงเป็นของหลานแล้ว...ยินดีต้อนรับสู้อาณาจัจรของเรายูยะหลานรัก!"
[อะไรกัน...คุณพ่อกับยูยะ...ข้อตกลง...หุ้นส่วน...นี่มันอะไรกัน...]
ร่างบางรู้สึกราวกับตกจากที่สูงทั้งๆ ที่เมื่อกี้นี้ยังรู้สึกเหมือนกับล่องลอยอยู่ในท้องฟ้าอันสดใส...และเวลานี้ร่างบางรู้สึกราวกับปีกหักจนต้องร่วงหล่น...หัวใจดวงน้อยปวดร้าวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เมื่อเข้าใจถึงเจตนาที่ร่างสูงมีต่อตัวเอง...ร่างเล็กปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเข้าใจคนรักผิดไปถนัดตา...ไดกิค่อยๆ ปล่อยมือจากลูกบิดเย็นเฉียบแล้วหันหลังกลับไปยังห้องพักฟื้นของตัวเอง...เรี่ยวแรงที่เหลือเหือดหายจนร่างเล็กต้องอาศัยกำแพงแข็งกระด้าง ในการพยุงตัวเองจากไป...ก่อนที่ร่างสั่นเทาจะล้มลงก็มีมือเรียวของร่างสูงโปร่งอีกคนเข้ามารองรับเอากายบางเอาไว้...ไดกิค่อยๆ เงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองสบตากับคนตรงหน้า...จากนั้นน้ำตามากมายก็ไหลล้นขอบตาแดงช้ำออกมาอย่างหยุดไม่อยู่อีกต่อไป คนตัวเล็กโผเข้ากอดร่างสูงโปร่งตรงหน้าเอาไว้แน่น...
"ไดจัง...ไดจังจริงๆ ใช่มั้ย?"
"ฮึกๆ...ช่วยที...ฮึก...ช่วยพาชั้นไปจากที่นี่ที..."
"เกิดอะไรขึ้น?...ไดจัง?..."
"ได้โปรด...พาชั้นไปจากที่นี่ทีเถอะนะ...ฮิก..."
ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...เด็กหนุ่มที่เป็นทั้งญาติสนิทและเพื่อนรักที่รู้ใจของไดกิ...ความสัมพันธ์ที่แม้แต่เพื่อนสนิทอย่าง ยามาดะ เรียวสุเกะ ก็ยังไม่เคยรู้ระแคะระคายมาก่อน นั่นก็เพราะทั้งสองต้องแยกห่างกันไปเพราะบ้านยาโอโตเมะต้องโยกย้ายตามผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวไปต่างประเทศ...ไดกิกับฮิคารุจึงทำได้เพียงส่งจดหมายบ้าง หรือโทรหากันบ้างในยามที่ว่างตรงกัน ซึ่งก็นานๆ ครั้ง...จนเมื่อฮิคารุเติบโตถึงวัยเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เค้าจึงตัดสินใจกลับมาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นเพียงลำพัง...คนตัวบางเลือกเรียนทางด้านสายการแพทย์ตามที่ตัวเองสนใจและสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านนี้โดยเฉพาะได้สำเร็จ...ฮิคารุเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นรายชื่อผู้ป่วยที่ถูกส่งมาให้คนตัวบางตรวจสอบ...ด้วยความดีใจที่จะได้เจอกับไดกิอีกครั้ง ทำให้เค้ารีบมาที่ห้องพักฟื้นของคนรู้ใจและดูเหมือนจะไม่ใช่เวลาที่ดีนักที่จะแสดงความดีใจออกไป อย่าว่าแต่จะปรึกษาเรื่องหัวใจของตัวเองเลย...แม้แต่ยืน...ร่างบางยังแทบยืนไม่ไหวอย่างนี้...
"ไดจัง...เกิดอะไรขึ้นเหรอ?...ไดจังเล่าให้ชั้นฟังหน่อยเถอะนะ..."
มืออุ่นลูบหลังปลอบโยนคนที่ยังสั่นเพราะแรงสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง...ฮิคารุค่อยๆ ดันร่างเล็กให้ห่างออกจากตัวเองแล้วเช็ดซับน้ำตาให้คนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน...ไดกิจับจูงอีกคนให้เข้าไปในห้องของตัวเองแล้วจัดการกดล็อคปิดกั้นคนภายนอกเอาไว้ไม่ให้เข้ามาในขณะที่เค้ากำลังอยู่กับคนสำคัญด้วยอาการอ่อนแอเช่นนี้...ร่างเล็กพาคนสนิทมานั่งที่โซฟาแล้วทรุดลงนั่งข้างกัน...
"ชั้นยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยฮิก...ฮึกๆ...ชั้นไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องราวของชั้นให้ฮิกฟังจากตรงไหน..."
"งั้นก็ร้องไห้ให้พอเถอะนะ...ไหล่ของชั้นยังเป็นที่กำบังให้ไดจังเสมอ..."
"ฮิก...ขอโทษนะ...ชั้นขอโทษ~..."
ฮิคารุโอบเอาคนที่ยังมีน้ำตาเข้าหาอ้อมกอดตัวเอง แล้วลูบหลังให้เบาๆ ...อาการเสียใจมากมายขนาดนี้...ตั้งแต่เล็กจนโตมา...เค้าเพิ่งได้เห็นไดกิแสดงมันออกมาเป็นครั้งแรก...จนเวลาผ่านไปได้พักใหญ่ ร่างเล็กจึงหักห้ามใจตัวเองและปาดน้ำตาออกอย่างคนตัดใจ...ไดกิบอกกับตัวเองว่า จากนี้ไปจะไม่ร้องไห้และอ่อนแออีกต่อไปแล้ว...เมื่อเค้าไม่ได้รักจริง...ก็ไม่จำเป็นต้องมอบรักให้เพื่อตอบแทน...แม้ว่าตอนนี้ทั้งใจของคนตัวเล็กจะเป็นของเค้าคนนั้นไปแล้ว แต่ไดกิก็สัญญากับตัวเองว่าจะค่อยๆ ถอนมันกลับคืนมาเป็นของตัวเองทั้งใจ...
"กี่ปีแล้วนะฮิก...ที่เราสองคนต้องห่างกัน...นานแค่ไหนแล้วที่ชั้นไม่ได้เจอฮิกเลย..."
"ไดจัง...โอเคแล้วเหรอ...อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะ..."
"ขอบใจนะฮิก...แล้วก็ขอโทษด้วย...ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ได้เจอกัน แต่ชั้นก็ทำให้ฮิกต้องเป็นห่วงซะแล้ว...แย่จังนะ..."
"ห้องข้างๆ...ที่ไดจังหนีมา...คนรักของไดจังเหรอ?..."
คำถามของฮิคารุที่ได้ยิน ถึงกับทำให้ไดกินิ่งค้าง...ดวงตาหวานไหวสั่นแล้วกลับนิ่งลงอีกครั้ง...
"ไม่ใช่หรอก..แต่ก็เกือบจะใช่แล้ว...เค้าหลอกลวงชั้น..."
"ไดจัง...รักเค้ามั้ย..."
"ฮิก...ชั้น..."
"ถ้ารัก...ก็อย่าฝืน...ถ้ารักเค้าก็อย่าฝืนตัวเองจนต้องเจ็บแบบนี้เลย..."
"............"
"ชั้นไม่อยากให้ไดจังเป็นเหมือนชั้น...ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน...ไดจังควรจะถามเค้าออกไปตรงๆ นะ..."
"ไม่มีประโยชน์หรอกฮิก...สิ่งที่เค้าต้องการ...ไม่ใช่หัวใจของชั้นหรอก...เค้าต้องการหุ้นของคุณพ่อครึ่งนึงต่างหาก...ชั้นเจ็บ...เจ็บมากฮิก...แต่ชั้นจะเข้มแข็ง...ชั้นจะไม่ยอมให้เค้ามาทำร้ายหัวใจชั้นด้วยความรักจอมปลอมของเค้าอีกต่อไปแล้ว..."
ฮิคารุเอื้อมมือไปกุมมือขาวเอาไว้อย่างให้กำลังใจ...สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยในตัวลูกพี่ลูกน้องตัวเล็กของเค้า นั่นก็คือ ความดื้อดึงและเด็ดเดี่ยวในความคิดและการตัดสินใจ...
[แต่ไดจัง...ถ้าเป็นเรื่องหัวใจอย่างนี้ล่ะไดจัง...มันไม่งายหรอกนะเรื่องตัดใจน่ะ...]
...ก๊อกๆๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางการตกใจของคนตัวเล็ก...ใช่...เค้ายังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น...ยิ่งเป็นคนหลอกลวงแล้ว...ไดกิยิ่งทำใจยาก...
"เอาไงไดจัง...เราจะหนีตลอดไปไม่ได้หรอกนะ..."
"ฮิก...ชั้น..."
ฮิคารุตัดสินใจเดินไปเปิดประตูห้อง ในขณะที่ไดกิผุดลุกขึ้นยืนอย่างลังเลว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ หรือจะหลบหน้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด...แต่แล้วด้วยทิฐิที่มีจึงทำให้ร่างบางวิ่งเข้าไปกอดฮิคารุจากทางด้านหลัง แล้วอ้อนออกมาต่อหน้าคนที่ยืนตะลึงอยู่หน้าประตู
"ฮิก~ ...ทำไมออกมานานอย่างงี้ล่ะ~ ...ทิ้งเค้าไว้ในห้องคนเดียว...เหงา..."
"อ๊ะ...ได...ไดจัง..."
การกระทำของเพื่อนตัวเล็ก ไม่ได้เพียงแค่ทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าคนทั้งคู่ช็อคไปเท่านั้น แต่ตัวฮิคารุเองก็ถึงกับงงงวยไปด้วยไม่น้อย
"นี่มันอะไรกันครับไดจัง...เค้าคนนี้..."
ร่างสูงที่จับต้นชนปลายไม่ถูก แทบจะไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้ ลำคอแห้งผากตีบตันจนเจ็บแสบ
"คนรักของผมเองฮะพี่ยูยะ...ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...แฟนของผม..."
"ไดจัง..."
ร่างบางเอาแต่ซุกซ่อนใบหน้าเศร้าอยู่ข้างหลังคนที่ตัวเองกอดเพื่อหลบหนีคนที่ตัวเองหลงรักอย่างเจ็บปวด...น้ำตาอุ่นร้อนซึมผ่านเสื้อกราวน์เนื้อหนาของแพทย์ฝึกหัด...คนรักจำเป็นของไดกิ...
"นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะไดกิ!!?...ทำไมลูกกับฮิคารุถึงได้..."
"ฮะคุณพ่อ!...ผมกับฮิก...เรารักกันมานานแล้ว..."
"เป็นยังไปได้ยังไง...ไดกิ...ลูกต้องอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังเดี๋ยวนี้!!"
"ยังไม่ใช่ตอนนี้ฮะ!...ผมขอเวลา...อยู่กับคนรักของผม...ได้มั้ยฮะ!?..."
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกนั้น...จู่ๆ คุณหมอยาบุก็ก้าวเข้ามาและทุกสิ่งดูจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมซะอีก เพราะคนที่เจ็บที่สุดตอนนี้...ก็คือร่างสูงโปร่งที่ไดกิกำลังกอดเอาไว้แน่นนั่นเอง...
"ไม่น่าเชื่อนะครับ...ฮิคารุ...นั่นนายจริงๆ สินะ...เปลี่ยนแล้วเหรอ..."
"...รุ่นพี่..."
สายตานิ่งลึกที่จ้องมองมา ทำให้ฮิคารุเหมือนโดนสะกด...เสียงหัวใจเต้นรัวที่ไดกิได้ยินนั้นแจ่มชัดจนน่าใจหาย...นี่เค้ากำลังทำให้เพื่อนสนิทที่รักมากต้องตกที่นั่งลำบากอย่างนั้นเหรอ...
[ใครกัน...รุ่นพี่ที่ฮิกหลงรัก...]
ร่างบางค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากการซุกซ่อน เพื่อมองหาคนที่ทำให้ลูกพี่ลูกน้องที่น่ารักของเค้าต้องช้ำใจและตัวชาไปแบบนี้...
"พี่หมอโคตะงั้นเหรอ!?...อ๊ะ...พี่ยูยะ..."
แววตาเจ็บปวดตัดพ้อของยูยะ และสีหน้านิ่งจนยากจะคาดเดาอารมณ์ของยาบุ ทำให้ไดกิได้รู้ซึ้งถึงผลของการกระทำโดยขาดสติของตัวเอง...ร่างเล็กค่อยๆ ปล่อยมือจากฮิคารุแล้วถอยห่างออกไปช้าๆ...แต่กลับเป็นฮิคารุเสียเอง ที่ดึงเอาคนตัวเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก...สายตาเย็นชาถูกส่งไปถึงคุณหมอคนเก่งอย่างจงใจพร้อมด้วยคำพูดประชดประชัน...
"ขอโทษนะฮะคุณลุง...แต่ผมกับไดจังที่เพิ่งจะได้พบกัน...ขอเวลาส่วนตัวให้เราเถอะฮะ..."
"ไม่ได้!!"
เสียงตอบกลับนั้น ไม่ได้มาจากผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่อยู่ตรงนั้น หากแต่เป็นร่างผอมสูงที่แสร้งทำเป็นเฉยชา แต่ในใจนั้นกลับเริ่มเดือดขึ้นมาจนผิดวิสัยแพทย์ผู้มากประสบการณ์...ซึ่งก็เรียกให้สายตาทุกคู่ ไม่เว้นแม้แต่ยูยะเอง ก็ยังต้องหันกลับไปมองเพื่อนรักของตัวเอง จนยาบุต้องรีบเฉไฉไปทางอื่น...
"พอดีว่าถึงเวลาตรวจไข้ของพี่แล้วครับน้องอาริโอกะ...ส่วนนาย...ฮิคารุ...แพทย์ฝึกหัดต้องไปขึ้นวอร์ดที่ตึกสมองแล้วไม่ใช่เหรอ...ขอคนไข้ของผมคืน..."
"ผมไม่จำเป็นต้องฟังรุ่นพี่นะฮะ...ในเมื่ออาจารย์ของผมเพิ่งจะบอกให้ผมมาพักได้...ขอตัวนะฮะ!"
ฮิคารุจับประสานมือกับไดกิ ก่อนที่จะกึ่งลากกึ่งจูงร่างบางออกไปจากที่ตรงนั้นทันที...จังหวะที่จะต้องผ่านร่างสูงที่ตัวเองรัก ไดกิก็เผลอสบประสานสายตาเข้าหาแววตาคมดุซึ่งมองมาอย่างตัดพ้อและเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเค้า...ยูยะตัดสินใจหลบสายตาคนรักแล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเองไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีกเลย...และคนที่ไม่อาจละสายตาไปได้ กลับกลายเป็นไดกิเสียเองที่ต้องมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนลับตา...
"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!!?...โอย...หมอๆๆ...ผมต้องการหมอแล้วตอนนี้!"
"ใจเย็นๆ ก่อนครับท่าน...เรื่องนี้ผมว่าอาจเกิดการเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ...ผมขอตัวไปดูเพื่อนของผมก่อนนะครับ"
"อ้อ! โอเคๆๆ ...หมอรีบไปเถอะ...น่าสงสารยูยะคุงจริงๆ...เจ้าลูกเอาแต่ใจของผมเกิดจะมาแผลงฤทธิ์อะไรตอนนี้~"
ยาบุโค้งคำนับผู้อาวุโสก่อนที่จะผลักประตูห้องพักฟื้นของเพื่อนรักแล้วก้าวเข้าไปด้านในทันที...ร่างสูงสง่าที่ยืนหันหลังให้ตนอยู่นั้น ยาบุเองก็บอกไม่ถูกว่ายูยะกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่...
"ยูยะ!...นายโอเคนะเพื่อน?"
"ตรงไหนที่บอกนายได้ว่าชั้นโอเค..."
เสียงเย็นที่เปล่งออกมานั้น บอกระดับความเจ็บปวดของคนตัวสูงได้ดี...ตั้งแต่วินาทีที่เค้าเห็นคนรักเข้าไปกอดออดอ้อนออเซาะคนคนแปลกหน้าคนนั้น...ยูยะแทบจะเข้าไปกระชากร่างเล็กออกจากผู้ชายคนนั้น...แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไรอีก ถึงทำให้ร่างสูงจำต้องคอยมองดูภาพบาดใจและยังทนยืนนิ่งฟังคำพูดบาดหูที่คอยกรีดแทงหัวใจตัวเองอยู่อย่างนั้น...
"ยูยะ...นายไปทำอะไรให้ไดกิเข้าใจผิดหรือเปล่า?"
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ!? ชั้นต่างหากที่อยากจะให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเมื่อกี้นี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด!!"
"แต่ชั้นมั่นใจนะยูยะ...สองคนนั่นกำลังเล่นละครตบตาพวกเราทั้งหมด!!"
"นายว่าไงนะ!?"
สิ่งที่ได้ยินทำให้ยูยะต้องหันกลับมาจ้องตาอย่างจริงจังกับเพื่อนรักของตัวเอง...และดูเหมือนว่ายาบุจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะตอนนี้ยูยะเริ่มสนใจมุมมองของคุณหมอคนเก่งขึ้นมาจริงๆ แล้ว และดูเหมือนว่าข้อมูลที่ยาบุมีจะมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ร่างสูงเชื่อมากกว่าภาพเหตุการณ์ที่ตัวเองเห็นกับตาเมื่อสักครู่นั่น...[บางที...สิ่งที่เห็น...อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด...]
"เด็กคนนั้น...ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...คนรักเก่าของชั้นเอง!"
"ห๊ะ!!?...ล้อชั้นเล่นรึเปล่าโคตะ!"
"ไม่ได้ล้อเล่น! นายฟังไม่ผิดหรอกเพื่อน...เค้าคือคนที่ชั้นรักมากแล้วก็เคยตามจีบอยู่เป็นปีๆ ตอนที่เราเรียนโทไดด้วยกัน...เราเกือบจะได้คบกันแล้ว...ถ้าเค้าไม่เอาแต่ทิฐิและยอมฟังสิ่งที่ชั้นพูดบ้าง..."
"แล้วทำไม...."
"ชั้นเดาว่าเค้าเข้าใจผิดเรื่องของชั้นกับนาย...ทีนี้นายลองบอกชั้นทีสิเพื่อน...เหตุการณ์เมื่อกี้กับประสบการณ์ของชั้น...อย่างไหนมันจะเป็นความจริงมากกว่ากัน...ไดกิกับฮิกน่ะ...เค้าเหมือนกัน..."
ทางด้านฮิคารุและไดกิที่หนีความวุ่นวายออกมาที่สวนหย่อมของโรงพยาบาลนั้น...ตั้งแต่มาถึงทั้งสองก็เอาแต่นิ่งเงียบ...แต่ด้วยความสงสัย ร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายที่จะทำลายความเงียบอันชวนอึดอัดนี้ลงซะเอง...
"นี่ฮิก...ชั้นสร้างปัญหาใหญ่ให้ฮิกเข้าแล้วใช่มั้ย?..."
"ไม่หรอกไดจัง...ชั้นเองก็ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์มันจะต้องดำเนินมาในรูปแบบนี้...ชั้นเองก็ใช้ไดจังเป็นโล่ห์กำบังเหมือนกัน..."
"ขอโทษนะ! / ชั้นขอโทษน้า!!"
สองเสียงเอ่ยคำขอโทษออกมาพร้อมกันจนต้องหลุดขำออกมาท่ามกลางความหนักอึ้งของปัญหา...แววตาสดใสของไดกิทอดมองรอยยิ้มของคนรู้ใจด้วยความอ่อนโยน...
"ฮิก!...พี่หมอโคตะเนี่ยเหรอ?...เป็นคนเดียวกับคนที่ฮิกเคยเล่าให้ชั้นฟังเมื่อก่อน...คนที่ฮิกเคยเล่าว่าเค้าขโมยหัวใจดวงนี้ไปตั้งแต่เจอกันวันแรกน่ะ"
นิ้วเรียวขาวจิ้มเข้าที่อกซ้ายของเพื่อนรักอย่างจงใจ เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาจนคนโดนถามถึงกับอึ้งสนิท...ฮิคารุเองก็สงสัยในความสัมพันธ์ของเพื่อนรักตัวเล็กกับอดีตคนรักของเค้าอยู่ไม่น้อย ร่างบางสังเกตุได้จากการเรียกชื่อแทนตัวอย่างสนิทสนมกันของไดกินั่นเอง...
"อะ...อื้อ...อื่ม...ขอโทษนะไดจัง...ชั้นไม่เคยบอกว่ารุ่นพี่ที่ชั้นรักเป็นใคร...ก็ตอนนั้นชั้นยังไม่มั่นใจนี่นา..."
"ไม่เป็นไรหรอก...นี่ฮิกรู้มั้ย...ชั้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่หมอโคตะถึงได้หัวใจฮิกไป..."
"ไดจัง....ไดจังดูเหมือนจะสนิทกับรุ่นพี่จังเลย..."
"อ๊ะ!...นี่อย่าเข้าใจผิดนะ...มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะฮิก...สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้...มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย...เราเลยบังเอิญได้เกี่ยวข้องกัน..."
"งั้นเหรอ...ขอโทษที่สงสัยนะไดจัง..."
"อย่าคิดมากเลยนะ...ชั้นกับเค้ามันไม่มีอะไรเกินเลยกันเลยสักนิด" ไดกิบอกฮิคารุอย่างจริงใจ แววตาที่สบประสานกันไม่เคยเปลี่ยนไป คนรู้ใจของกันและกัน...
"ทำไงดีไดจัง...ชั้นควรทำไงดี..."
"ยังรักเค้าเต็มหัวใจอยู่เหมือนเดิมใช่มั้ยฮิก..."
"อื้อ!...ความจริงแล้วชั้นจะไม่รู้สึกแบบนี้ขึ้นมาอีกถ้าไม่บังเอิญเจอกัน...ก่อนหน้านี้เค้าที่ดูรีบร้อน เดินมาชนชั้น...แต่กลับทำเหมือนจำกันไม่ได้...รู้มั้ย...ชั้นน้อยใจมากเลย...พอมาวันนี้...ต้องมาเจอกันในสภาพแบบนั้นเค้าก็กลับจำชั้นได้ขึ้นมา...เพราะอะไรกันนะ?...ชั้นทิ้งไดจังที่กำลังร้องไห้ไม่ได้...แถมยังทิ้งทิฐิเดิมที่มีมาตลอดไม่ได้อีก...ชั้นถึงรับสมอ้างแบบนั้นออกไป...เพราะชั้นแค่ต้องการให้รุ่นพี่ น้อยใจแบบชั้นบ้าง..."
สีหน้าและแววตาของฮิคารุนั้นไดกิเองก็รู้ดีว่ารู้สึกเช่นไร ในเมื่อตอนนี้ร่างเล็กเองก็รู้สึกไม่ต่างกันสักนิด...เมื่อนึกถึงคนที่ตัวเองรักเดินจากไปอย่างเจ็บปวด...ถึงแม้ว่าไดกิจะเพียรบอกตัวเองว่าดีแล้ว....คนหลอกลวงอย่างนั้นไม่คู่ควรกับความรักของตัวเอง...แต่ใจเจ้ากรรมกับไม่ยอมเชื่อฟัง...มันยังเฝ้ารักแต่คนใจร้ายคนนั้นอยู่มากมายไม่เปลี่ยนแปลง...ยิ่งฝืนเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น...
"ทำไมเหรอฮิก?...ทำไมฮิกถึงไม่ยอมรับรักพี่หมอ?"
"เพราะผู้ชายคนนั้น...คนที่เค้ามาหาไดจัง...เพราะเค้าคนนั้นเป็นคนสำคัญกับรุ่นพี่ยิ่งกว่าสิ่งใด...เพราะเค้าเป็นที่หนึ่ง แต่ชั้นเป็นที่สอง...ชั้นยอมไม่ได้หรอกไดจัง.."
"อะไรนะ!?"
ไดกิแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ...จะเป็นไปได้ยังไง...นี่ลูกพี่ลูกน้องที่น่ารักของเค้าเข้าใจผิดไปถึงขนาดนั้นได้ยังไง...เข้าใจผิดและทนเจ็บปวดกับเรื่องนี้มาโดยตลอดอย่างงั้นเหรอ???
"จริงๆ นะไดจัง...พี่เค้าบอกกับชั้นเองในวันที่เราทะเลาะกัน...ชั้นเลยเลือกที่จะเจ็บและจากมา ดีกว่าทนเห็นในสายตาเค้ามีคนอื่นแบบนั้น..."
"นายเข้าใจผิดแล้วล่ะฮิก!...พี่โคตะกับพี่ยูยะ เค้าสองคนไม่มีทางเป็นอะไรแบบที่นายคิดไปได้หรอก ก็เค้าเป็นเพื่อนรักกันอย่างเราสองคนไง...รู้ใจกัน...เข้าใจกันและกันเหมือนชั้นกับฮิกยังไงล่ะ!"
"ไดจังรู้ได้ยังไง..."
"รู้สิ! เพราะถ้าเค้าเป็นงั้นกันจริง ชั้นก็ไม่โดนจับพลัดจับพลูจนเกิดเรื่องสับสนอลม่านแบบนี้หรอก ก็คนที่พี่ยูยะรักมากน่ะ คือน้องชายของเค้า...ยูริจัง...คนนั้นต่างหาก...[..แย่จังเลย...พูดแค่นี้ก็เจ็บอีกแล้ว...ผมอยากเป็นตัวของตัวเองเร็วๆ จัง...]..."
อาการที่จู่ๆ ก็นิ่งไปของไดกิ ทำให้ฮิคารุต้องเอื้อมมือมาสัมผัสมือขาวอย่างให้กำลังใจ...
"ไดจัง..."
"อ๊ะ!...อื้อ...อื้อ...อย่างที่บอกแหละ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ฮิกเข้าใจผิดแน่ๆ ...ชั้นเดาว่าตอนนั้นคงเป็นตอนที่พี่ยูยะจะไปเรียนเมืองนอกล่ะมั้ง...พี่หมอเลยต้องให้ความสำคัญกับเค้าเป็นอันดับแรก"
"น่ะ...นี่..นี่มันอะไรกัน???...นี่...นี่มัน...มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?..."
"จริงแท้ 100%!!"
"ไม่จริงงงงงงง!"
สีหน้าตื่นตระหนกของฮิคารุ ทำให้ไดกิต้องเป็นฝ่ายกุมมือบอบบางเอาไว้ซะเอง..เสียงหวานเอ่ยปลอบใจคนสำคัญอย่างจริงจัง
"นี่ฟังนะฮิก...ถ้าหัวใจฮิกยังเป็นของเค้าอยู่ล่ะก็...ลุยเลย!...พูดทุกอย่างออกมาตรงๆ...ชั้นเชื่อว่าพี่หมอโคตะเองก็ยังรักฮิกนะ"
"มันสายเกินไปแล้วล่ะไดจัง...ปมที่เราผูกขึ้นมาใหม่...จะแก้ยังไงได้...เราจะแก้ปมที่มัดเราแน่นอยู่นี้ยังไง..."
คำถามที่เอ่ยออกมาของคนตรงหน้า เปรียบเสมือนคมมีดที่เชือดเฉือนคนทั้งสองให้เจ็บช้ำ...ใช่!...เรื่องนี้จะแก้ไขยังไง...ไดกิเองก็คิดไม่ตกเช่นกัน...[หรือว่าเราต้องยอมสารภาพกับคุณพ่อจริงๆ...]...ร่างบางที่เฝ้าครุ่นคิดสารพัดวิธีเพื่อช่วยให้เพื่อนรักได้สมหวัง...บางทีร่างบางอาจจะลืมไปแล้วว่า...ตัวเองก็กำลังหนีจากสิ่งที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นรักจอมปลอมอยู่เหมือนกัน...ความจริงแล้ว สิ่งที่ไดกิแนะนำฮิคารุไปนั้น...ตัวเองอาจจำเป็นต้องทำตามมันมากกว่าใคร...
ประธานใหญ่แห่งสตาร์คิงยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างห้องพักในโรงพยาบาลที่ลูกชายสุดที่รักเข้ารับการรักษา สายตานักวิเคราะห์กำลังทอดมองลงไปยังสองร่างที่กำลังปลุกปลอบกันอยู่ในสวนของโรงพยาบาล...ชายผู้สูงวัยและผ่านประสบการณ์มามากมายอย่างประธานอาริโอกะ มีหรือที่จะดูไม่ออกว่าตอนนี้ลูกชายแสนดื้อของท่านกำลังวางแผนอะไรอยู่...จะเป็นไปได้ยังไงที่ไดกิจะรักกับฮิคารุ ในเมื่อทั้งคู่แทบจะถูกเลี้ยงให้โตมาด้วยกันราวกับลูกพ่อแม่เดียวกัน และยังรู้ดีด้วยว่าเป็นญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกัน...เป็นญาติที่ไว้ใจได้เพียงครอบครัวเดียว...ไดกิไม่มีทางทำอะไรที่มันผิดศิลธรรมเช่นนั้นได้อยู่แล้ว...แต่ที่เลือกทำร้ายจิตใจทั้งตัวเองและคนรักเพื่ออะไรกัน...
[ทำไมลูกต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้นไดจัง?...ก็ได้!!...ถ้าลูกต้องการอย่างนั้น...งั้นพ่อก็จะเล่นเกมนี้กับลูกดูสักครั้ง!...]
"โทยะ!!"
"ครับท่าน"
"ส่งจดหมายเชิญครอบครัวคุณนากาจิม่ามาพบชั้นในอีก 2 วัน...โดยเฉพาะยูโตะคุง...พามาให้ได้!"
"ท่านคิดที่จะ..."
"เล่นเกมกับลูกชายแสนดื้อ...มันต้องให้ไม้แข็งดัดให้ปากตรงกับใจน่ะสิ!"






โปรดติดตามตอนต่อไป..........




Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 7



TaDaiki6_Logo FC2 -3



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 7 : แก่นแท้




หลังจากที่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่ในใจแกร่งของ ทากาคิ ยูยะ กลับเริ่มหวาดกลัวผลของการกระทำที่ตัวเองได้ทำเอาไว้ อาจไม่ง่ายที่จะได้ อาริโอกะ ไดกิ มาครอบครอง ยูยะเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับ นอกเสียจากจะยอมก้มหน้ารับผลของการกระทำที่กำลังจะตามมาในไม่ช้านี้ และดูเหมือนจะยังไม่มีทางออกที่ดีให้กับเจ้าของร่างสูงสง่าที่กำลังยืนพิงกายกับเงาไม้ทอดสายตามองดูเงาพระจันทร์บนผืนน้ำกว้างใหญ่ห่างออกไป ในขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงแทบไม่ได้รับรู้สิ่งรอบกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย...
"ทากาคิ ยูยะ! มึงเองสินะ!?..."
เสียงเข้มบอกให้ร่างสูงต้องระวงตัว เพราะคนแปลกหน้าที่มาเยือนในยามนี้ คงไม่ได้มาดีเป็นแน่ ร่างสูงค่อยๆ หันไปตามเสียงนั้น...แต่แล้ว...
...พลั๊ก!!!...
ใบหน้าคมเข้มสะบัดไปตามแรงกระแทกจากหมัดของผู้ร้ายอย่างเต็มแรง เลือดแดงสดไหลออกมาจากมุมปากหยักงามได้รูปของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ สายตาคมดุพยายามปรับสายตามองดูผู้จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว...
"นี่สำหรับโอคุเสะ เพื่อนกูที่มึงส่งเค้าเข้าคุก!!!"
...พลั๊ก!!!...
"นี่สำหรับ...ความสู่รู้ของมึง!!!"
"หึๆๆ ไอ้สารเลวนั่นมันมีเพื่อนด้วยเหรอวะ...ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ...ถุย..."
เสียงเข้าตวาดกลับแม้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วยว่ากำลังคนของฝั่งตรงข้ามนั้น มีมากกว่าถึงขนาดเจ็ดรุมหนึ่ง แต่ทากาคิ ยูยะ ผู้หยิ่งทะนงก็ไม่เคยกลัวเลยแม้แต่น้อย...มือแกร่งปาดเลือดออกจากมุมปากที่แตกยับของตัวเองอย่างลวกๆ พร้อมกับถ่มเลือดในปากออกไปอย่างเหยียดหยามพวกหมาหมู่ ก่อนที่จะแสยะยิ้มยียวนออกมายั่วโทสะฝ่ายตรงข้ามโดยไร้แววเกรงกลัว...
"มึงคิดว่ามึงแน่สินะ...ไอ้เด็กเมื่อวานซืน..เดี๋ยวจะได้รู้ว่าพวกกูน่ากลัวกว่าปีศาจซะอีก!!! เฮ้ย!!! พวกเราลุย!!!"
เมื่อสิ้นคำสั่งคนที่ดูราวกับเป็นหัวหน้า บรรดาลูกน้องก็ตรงเข้ารุมทำร้ายร่างสูงทันที แต่ครั้นจะยอมเป็นฝ่ายโดนเล่นงานคนเดียวนั้น เห็นจะไม่ใช่ ทากาคิ ยูยะ แน่นอนอยู่แล้ว ร่างสูงอาศัยความชำนาญด้านการต่อสู่ที่ร่ำเรียนมาเกือบทุกแขนงเป็นอาวุธป้องกันกาย หากแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ย่อมต้องมีพลาดพลั้งไปในที่สุด ใบหน้าคมอาบไปด้วยเลือดแดงฉาน ร่างสูงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีที่โดนท่อนไม้แข็งฟาดเข้าที่หัว คนชั่วที่มาแก้แค้นก้าวเข้าหาร่างอ่อนแรงแล้วกระชากผมจนใบหน้าเข้มเงยขึ้นตามแรงดึง มือหยาบคล้ำชูมีดวาววับขึ้นกลางอากาศ แล้วสะบัดคมมีดเข้าเชือดคอร่างสูงเต็มแรงจนกระทั่งเลือดแดงสดสาดกระเซน...
"ไม่!!!!!!!"
มือบอบบางชูขึ้นกลางอากาศด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้างสั่นไหว ก่อนที่ร่างเล็กจะผุดลุกขึ้นนั่งแล้วหอบเอาอากาศเย็นชื้นเข้าปอดอย่างหนักหน่วง...เม็ดเหงื่อใสซึมออกมาทั่วใบหน้าซีดขาว...ดวงตากลมสวยยังคงฉายแววหวาดกลัว...หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนคล้ายกับว่าเป็นสัญญาณเตือน...
"ฝะ...ฝัน...ฝันใช่มั้ย...ฮึกๆ...ฝันใช่มั้ยฮะพี่ยูยะ..."
มือขาวทาบวางไปบนอกสั่นไหวรุนแรงเพื่อบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงความฝัน...แต่ถึงจะเพียรบอกตัวเองอย่างนั้น ใจเจ้ากรรมกลับยังเจ็บปวดและหวาดกลัว...ไดกิรีบกวาดตามองหายูยะทันทีที่ตั้งสติได้ แล้วการที่ไม่พบเห็นร่างคุ้นตาอยู่ด้วยกันนั้น ยิ่งทำให้ร่างเล็กร้อนรน เรียวขาเล็กรีบก้าวลงจากเตียงแล้วออกจากห้องไปทันที...
"คุณ!...อยู่ไหนฮะ!?...พี่ยูยะ!!!"
เสียงหวานร้องตะโกนสุดเสียง เรียกหาอีกคนที่ตัวเองเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก...เป็นผลให้เคน เลขาคนสนิทของยูยะต้องรีบวิ่งเข้ามาหาคนตัวเล็กทันที
"มีอะไรเหรอครับคุณหนู...คุณยูยะออกไปข้างนอกครับ"
"เคนใช่มั้ย?...พี่ยูยะไปไหน!?...พี่ยูยะอยู่ที่ไหน!?"
"เกิดอะไรขึ้นครับ?"
"พี่ยูยะอยู่ที่ไหน!? บอกมาเร็วๆ สิเคน!!!"
เสียงเล็กตวาดเกรี้ยวกราดอย่างหมดความอดทน มือบางเขย่าแขนคนตรงหน้าด้วยความร้อนใจ...ท่าทางร้อนรนของร่างเล็กตรงหน้า ทำให้เลขาหนุ่มของร่างสูงถึงกับอึ้งในความฉุนเฉียวของคนที่ดูบอบบางมาตลอดอย่าง อาริโอกะ ไดกิ
"นายออกไปเดินรับลมแถวชายทะเลใกล้ๆ นี่เองครับคุณหนู"
"ไปกับใคร!?...มีคนตามไปด้วยมั้ย!?"
"ไม่ครับ! นายสั่งไม่ให้พวกเราตามไป ให้คอยคุ้มครองคุณอยู่ที่นี่!"
"ว่าไงนะ!!?...ไม่นะ..."
"คุณหนูครับ!!!"
ร่างบางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลง...หากไม่ได้มือแกร่งของเลขาหนุ่มตรงหน้าประคองเอาไว้ เห็นทีไดกิคงได้ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างไม่ต้องสงสัย...มือขาว เริ่มสั่นอย่างคนเสียขวัญ...หัวใจเปราะบางเริ่มบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก...
"ไปเดี๋ยวนี้...เคน...พาผมไปหาพี่ยูยะ...เดี๋ยวนี้!!"
สิ้นเสียงสั่น ร่างบางก็สะบัดตัวแล้วออกวิ่งไปอย่างรวดเร็วจนเคนแทบตั้งตัวไม่ทัน
"คุณไดกิ!!!...แย่แล้ว...เฮ้ยพวกเรา!!! ตามคุณหนูไปเร็ว!!!"
ชายหนุ่มรีบตะโกนเรียกพักพวกให้เร่งตามคนสำคัญที่ผู้เป็นนายสั่งให้คอยดูแลไปทันทีที่เห็นอีกคนลับสายตาไป
[พระจันทร์ฮะ!...ได้โปรด!!...ได้โปรด!!...ขอให้มันเป็นแค่ภาพฝัน...ขอให้ผมแค่ฝันไป...โปรดอย่าประทานรางสังหรณ์ที่แม่นยำให้ผมเลย...ขอให้เค้าปลอดภัย!...ขอให้ ทากาคิ ยูยะ ปลอดภัย!!]
ไดกิวิ่งไปอย่างไม่เหลียวหลัง...น้ำตาสายน้อยไหลอาบแก้มซีดขาวเป็นทาง...ร่างเล็กหวังเพียงได้เห็นเค้าคนนั้นปลอดภัย...ไดกิหวังเพียงเห็นคนคนนั้นหันมาส่งยิ้มให้เค้าเท่านั้น...

"ฮ่าๆๆๆ โถ่เอ๊ย!! นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน!! ฮ่าๆๆ เฮ้ย!! ลากมันมานี่!!!"
ร่างสูงถูกลากร่างสะบักสะบอมของตัวเองมาโยนกองอยู่แทบเท้าของโจรชั่ว สองแขนแกร่งถูกยึดจับเอาไว้อย่างแน่นหนาโดยลูกสมุนโจร...มือหยาบดำจิกทึ้งไปบนกลุ่มผมของชายหนุ่มผู้เป็นเหยื่อ...คนชั่วช้าไร้ความปราณีจับกระชากให้ใบหน้าคมเงยขึ้นสบตากับตัวเอง...เลือดที่ไหลย้อยเข้ามาในตาคมดุ ทำให้ภาพต่างๆ ถูกย้อมเป็นสีแดงสด...
"หึๆๆๆ...กูสนุกกับมึงพอแล้ว!!...ทีนี้มึงจะได้จำใส่สมอง...ไม่สิ...กูอยากให้มึงจดจำไปถึงวิญญาณเลยทีเดียว! ฮ่าๆๆๆ...จำให้ดีนะไอ้หนุ่ม ทีหน้าทีหลังอย่าทำเป็นซ่ากับผู้ใหญ่!!! ขอให้ชาติหน้าได้เกิดเป็นเด็กดี ไม่ดื้อแบบนี้อีก...ไปลงนรกซะ!!!"
คนชั่วช้าเงื้อมีดวาววับขึ้น หมายจะปลิดชีพร่างสูงให้หายแค้น
"หยุดเดี๋ยวนี้!!!! หยุด!!!!!"
ร่างบางตะโกนสุดเสียงทันทีที่มาถึงที่เกิดเหตุ...ดวงตาสั่นไหวหวาดกลัวกับภาพที่เห็น...ภาพที่เกือบจะซ้ำรอยเดิมกับฝันร้ายของตัวเอง
"จับมัน!!!"
"เฮ้ย!!! อย่าแตะต้องเด็กคนนั้นเด็ดขาด!!!"
ดวงตาคมดุวาวโรจน์ขึ้นอย่างกับเป็นคนละคน เสียงเข้มตวาดสั่งคนชั่วอย่างเหลืออดเมื่อคนรักตกอยู่ในอันตราย...เดิมทีร่างสูงเพียงแค่จะยอมให้อีกฝ่ายแก้แค้นโดยตอบโต้ให้น้อยที่สุด เพื่อที่เรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายนี้มันจะได้จบลงเสียที...แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่ตอนนี้ที่ไดกิต้องตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงด้วยอย่างนี้...
"ฮ่าๆๆๆ จะตายแล้วยังจะมาทำเก่ง...เฮ้ยพวกมึง! ได้ยินเสียงเด็กพ่นน้ำนมมั้ยวะ! ฮ่าๆๆๆๆๆ กูกลัวมึงตายล่ะ ไอ้เด็กซ่าเอ๊ย!!! ไม่ต้องสนใจมัน! จับเจ้าเด็กนั่นมา!!!"
"หนีไปสิ!!! ไดกิหนีไป!!!"
ร่างสูงตะโกนสุดเสียงเพื่อเตือนสติให้ร่างบางหนีเอาตัวรอด แต่ร่างบางกลับเอาแต่จ้องมองมาที่ตัวเองนิ่งแบบนั้น...สายเกินไปแล้ว...ไดกิถูกลูกสมุนไอ้คนสารเลวรวบตัวเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
"โอ้โห~ เด็กผู้ชายอะไรนี่ ตัวนิ๊มนิ่ม ห๊อมหอม...ทั้งขาวทั้งเนียนไปทั้งตัวแบบนี้เนี่ย น่าลองนะนาย~ ฮ่าๆๆๆๆ"
"ปล่อยนะ!..."
ลูกสมุนคนชั่วเริ่มปัดป่ายมือสากไปตามร่ายกายนุ่มเนียน เมื่อโดนลวนลามหนักเข้าร่างเล็กจึงเอ่ยบอกเสียงเย็นยะเยื้อกขึ้นมาอีกครั้ง...ไดกิจะไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว...
"อย่าหาว่าชั้นไม่เตือนนะ!!"
ด้วยความที่ร่างเล็กดูบอบบางเกินกว่าจะสู้แรงชายร่างบึกบึนได้นั้น ทำให้กลุ่มคนชั่วประเมิญคนตัวเล็กต่ำเกินไปมาก...แววตาที่เริ่มเย็นชาฉายชัดขึ้นทุกขณะเวลา...ร่างสูงไม่อาจทนเห็นคนรักโดนทำร้ายต่อหน้าต่อตาได้อีก พยายามร้องขอให้คนตัวเล็กหนีเอาตัวรอด
"ไดจัง!!...ขอร้องล่ะ!...หนีไปซะ!!!"
เสียงเข้มพยายามแทรกเข้าไปในความคิดของคนที่ตัวเองรักแต่ก็ไม่ได้ผล ด้วยสภาพของตัวเองตอนนี้ ยูยะไม่อาจบอกได้ว่าจะปกป้องไดกิได้ดีแค่ไหน...แต่เพราะไดกิคือคนสำคัญ ร่างสูงจึงไม่อาจทนอยู่เฉยอีกต่อไปได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ยูยะก็ยอม...ร่างสูงรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีเหวี่ยงแขนสุดแรง จนลูกสมุนคนชั่วที่ไม่ทันระวังตัวหัวกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง ร่างหนาค่อยๆ สิ้นสติลงที่โคนต้นไม้ด้วยกันทั้งสองคน ร่างสูงจึงเป็นอิสระจากการจับกุม และในจังหวะเดียวกันนั้นไดกิเองก็ดึงความสนใจหัวหน้าโจรมาที่ตนด้วยการจัดการกับลูกน้องของมัน ร่างบางพยายามที่จะไม่เป็นภาระให้ร่างสูงเท่าที่จะทำได้ สองมือขาวจับยึดวงแขนหนาที่กอดรัดร่างตัวเองเอาไว้แน่นแล้วออกแรงบิดหมุนสุดแรง เท้าเล็กกระทืบลงไปบนเท้าคนร้ายเต็มๆ แรง สอกเรียวแหลมถูกเหวี่ยงไปด้านหลังเข้าตรงเป้าหมายที่ปลายลิ้นปี่ของคนร้ายที่บังอาจมาแตะต้องตัวเค้า...ความจุกเสียดแล่นลิ่วไปทั้งร่างหยาบหนา...ไดกิฉวยโอกาสในเสี้ยวนาทีอันน้อยนิดกลับตัวออกมาฟาดสันมือเข้าใส่ท้ายทอยคนชั่วเต็มๆ แรง...ผลที่ได้คือสติที่หลุดลอยไปพร้อมกับร่างคนร้ายที่ล้มลงทั้งยืน...
...เปี้ยง!!!!...
เสียงปืนดังแหวกอากาศขึ้นนัดนึง ทำให้ความวุ่นวายรอบตัวคนชั่วหยุดนิ่งลง ทุกร่างหยุดชะงักในทันที
"หยุด!!! ไม่งั้นมันตาย!!!"
ปากกระบอกปืนถูกหันเล็งไปยังร่างสูงที่กำลังยืนหอบหายใจอย่างหนักเพราะจัดการกับลูกสมุนโจรชั่วที่พยายามเข้ามาทำร้ายตัวเอง...ดวงตากลมเบิกกว้าง ใรขณะที่หัวใจเปราะบางเต้นรัว...
...เพี๊ยะ!!!...
ใบหน้าขาวสะบัดไปตามแรงตบของมือหยาบ...ร่างสูงก้าวขยับตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดทันทีที่ร่างเล็กตกเป็นเป้าหมายกระสุนปืนแทนตน...
"ฤทธิ์มากนักนะมึง...มานี่!!!"
ไดกิถูกสมุนอีกคนฉุดกระชากร่างบางเข้าไปหาลูกพี่ของมัน...มือสากบีบเข้าที่คางแหลมอย่างแรงจนร่างบางน้ำตาซึมด้วยความเจ็บร้าว...ยูยะเห็นแบบนั้นก็พยายามจะเข้าช่วยแต่ก็โดนขู่ด้วยการจะเอาชีวิตของคนที่ตัวเองรักจนต้องยอมยืนนิ่งอีกครั้ง
"มึงสินะ...ตัวต้นเหตุ!...ขาวสวยอย่างงี้นี่เอง เพื่อนกูถึงได้หน้ามืดตามัวจับทำเมีย!...หึๆๆ"
"อย่ายุ่งกับเค้า!! ถ้าแกอยากแก้แค้นก็มาลงที่ชั้น!!!"
"หุบปาก!!!...จัดการกับเด็กนี่ก่อนแล้วค่อยฆ่ามึงมันก็ไม่สายหรอกโว้ย!!!"
"เอาไงดีลูกพี่...ขาวเนียนแบบนี้ฆ่าทิ้งเฉยๆ ข้าเสียดาย...อยากลองจะแย่แล้ว...อูยยยย...เนื้อสวยขนาดนี้ โคตรชอบเลยว่ะ!"
"มึงอยากรึ? หึๆๆ ...งั้นกูยกให้!!!"
"อย่า!!!!"
ลูกสมุนโจรชั่วสามร่างตรงเข้าช่วยกันจับร่างเล็กกดขึงลงกับพื้นแข็ง เสื้อผ้าที่สวมใส่กำลังถูกฉีกกระชากรุนแรงไร้ความเมตตา...ถึงเวลานี้ ร่างสูงก็ไม่อาจทนดูอยู่ได้อีกต่อไป ต่อให้ปากกระบอกปืนจะจ่อชิดอยู่กับหัวใจเค้า ยูยะก็ไม่สนอีกแล้ว...ร่างสูงตรงเข้าประชิดตัวคนชั่วช้าที่เผลอมองร่างขาวดิ้นพล่านเพียงเสี้ยววินาที ชั่วพริบตาเดียวและไร้เสียงเตือน มือที่เคยอยู่ในมือโจรใจหยาบกลับเปลี่ยนมาอยู่ในมือร่างสูงได้อย่างง่ายดาย...ปากกระบอกปืนเย็นเยี้ยบถูกเปลี่ยนเป้าหมายมาแนบสนิทกับหัวใจเลวทรามบนอกกว้าง...คนเลวตัวแข็งทื่อเมื่อสบตากับแววตาคมดุของยูยะ
"กูเตือนมึงแล้วนะว่าอย่ายุ่งกับคนที่กูรัก!! ไอ้ชั่ว!!!"
...เปรี๊ยง!!!!...
"ยูยะ!!! ไม่!!!!"
ร่างเล็กแผดเสียงร้องปานจะขาดใจเสียให้ได้ น้ำตามากมายพรั่งพลูหลั่งริน เปลือกตาบางปิดแน่นสนิทไม่ยอมรับรู้ว่าเสียงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเสียงมัจุราชของผู้ใดกันแน่...ไดกิกลัวเกินกว่าจะยอมรับรู้ความเป็นไปรอบตัว...
...ปั้ง!..ปั้ง!...ปั้ง!...
"อ๊าก!!!"
เสียงสาดกระสุนและเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นรอบกาย...แรงจับกดที่ค่อยๆ หายไปทีละแรง ทีละแรง ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กเอะใจสักนิด...ไดกิขดกอดตัวเองแน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก และยังคงไม่ยอมเปิดตามองอะไรทั้งสิ้น ร่างเล็กคงรับไม่ไหวแน่ หากร่างไร้วิญญาณที่ล้มลงจมกองเลือดเป็น ทากาคิ ยูยะ
"ไดจัง!" มือแกร่งเอื้อมสัมผัสร่างสั่นเท่า
"ไม่!!!...ฮึกๆๆ....อย่ามาแตะตัวชั้น!!!" ร่างเล็กปัดป้อง ไม่ยอมรับรู้อะไร
"ไดจัง! พี่เอง! พี่ยูยะไงครับ!"
"นาย! รีบพาคุณหนูไปจากที่นี่ก่อนเร็ว! ถ้ามีใครตามมาช่วยพวกมันอีก คุณหนูจะเป็นอันตราย!!"
เลขาคนสนิทรีบเข้าเตือนผู้เป็นนายให้รีบจัดการ ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้ กว่าพวกเค้าจะหาคนเป็นนายพบทำเอาเกือบพลิกเกาะทั้งเกาะ เพียงเพราะคาดสายตาจากคนตัวเล็กเพียงนิดเดียวเท่านั้น พวกเค้าเกือบจะสูญเสียเจ้านายคนสำคัญไปเพราะหลงป่าเสียแล้ว...แต่ก็ยังดีที่ตามมาช่วยได้ทันท่วงที...
"ไดจัง!...มองพี่!...มอง!!!"
ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะทำรุนแรง แต่ตอนนี้ยูยะไม่มีทางเลือก เสียงตวาดเข้มนั้น เรียกให้คนตัวเล็กที่กำลังขวัญเสียต้องหยุดฟัง...ร่างบางค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองคนตรงหน้า คนที่ใช้สองมืออุ่นประคองสองแก้มอาบน้ำตาเอาไว้ตรงหน้านี้ น้ำตาใสหยดแล้วหยดเล่าล่วงหล่น...แรงสะอื้นถาโถมหนักหน่วง...หัวใจเปราะบางได้รับการปกป้องและปลอบโยนจากสายตาแห่งรักที่มั่นคงของร่างสูง...ไดกิโผเข้าหาอ้อมกอดแข็งแรงอย่างโหยหาและไม่ต้องการสูญเสีย ยูยะกระชับกอดแน่นพลางลูบหลังลูบไหล่ก่อนจะช้อนเอาคนรักขึ้นอุ้ม...ร่างสูงเร่งก้าวเดินออกไปจากที่เกิดเหตุและมุ่งหน้ากลับบ้านทันที...
หลังพาไดกิไปส่งที่ห้องพักของตัวเองและสั่งการให้ลูกน้องอีกสองคนคอยอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ร่างสูงที่ตอนนี้ดูทั้งซีดและเหนื่อยล้าก็กลับเข้าห้องตัวเองไปทันทีเช่นกัน โดยมีเคนและคนที่เหลือตามไป...ไดกิรีบชำระล้างร่างกายแล้วแต่งตัวใหม่อย่างรีบเร่ง เพื่อที่จะออกไปดูอาการของคนที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า...
คุณหมอยาบุถูกตามตัวด่วนอีกครั้ง เมื่อได้รู้ว่าเพื่อนรักของตัวเองอาการไม่สู้ดีจากการบอกเล่าบอกคนตัวเล็กที่ดูจะกังวลไปไกลเสียแล้ว...นายแพทย์หนุ่มเร่งก้าวเดินไปยังรถสปอตคันหรูของตัวเองจนไม่ทันได้ระวัง จึงชนเข้ากับแพทย์ฝึกหัดเต็มแรงจนร่างบางกระเดนล้มลง...ด้วยความที่ตัวเองต้องรีบแข่งกับเวลา หมอยาบุจึงต้องช่วยอีกฝ่ายเก็บข้าวของที่กระจัดกระจาย ทั้งของตัวเองและของคนเจ็บตรงหน้า ร่างสูงส่งของให้อีกฝ่ายโดยไม่ทันได้มองหน้า จากนั้นก็รวบของของตัวเองแล้วก้าวออกไปทันที ยาบุลืมแม้แต่กล่าวคำขอโทษให้กับคนที่เจ็บตัวเพราะตัวเอง คุณหมอก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของสายตาเศร้าที่มองตามไป
"อะไรกัน...จำผมไม่ได้เลยเหรอฮะ...ขอโทษกันสักคำก็ไม่มี...รุ่นพี่...บ้า..."

ร่างเล็กเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องของยูยะ...ตั้งแต่ที่ร่างสูงหายเข้าไปในห้องตัวเองพร้อมเลขากับลูกน้องอีก 2 คน จนถึงป่านนี้แล้ว ยังไม่มีใครออกมาสักคน...คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความเป็นห่วง...เมื่อมากๆ เข้า ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างบางหันไปถามคนที่คอยอยู่ข้างกายตัวเองในตอนนี้...
"นี่พี่โคตะมารึยังฮะ?"
"ออกมาแล้ว แต่ยังไม่ถึงครับคุณหนู...แต่อีกเดี๋ยวเดียวก็คงจะถึงแล้ว พี่ชายผมที่ส่งไปรับคุณหมอก็ไปได้พักใหญ่ๆ แล้วครับ"
"ผมขอเข้าไปดูพี่ยูยะได้มั้ยฮะ?..."
"ผมเองก็อยากให้คุณเข้าไปนะครับ...แต่ว่า..."
"เอาเป็นว่าคนที่ขัดคำสั่งไม่ใช่คุณ แต่เป็นผมเอง โอเคนะ!?"
"คุณหนู!"
โดยไม่รอฟังคำทัดทานใดๆ ร่างบางผลักประตูหนาเข้าไปในห้องร่างสูงทันทีที่พูดจบ...การมาของคนสำคัญของเจ้านาย ทำให้ลูกน้องทั้งหลายยกเว้นเคน ก้าวออกไปด้านนอกทั้งหมด...ร่างสูงที่ตอนนี้นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงใหญ่โดยมีเลขาคนสนิทคอยปฐมพยาบาลและเช็ดเนื้อเช็ดตัวเอาคราบเลือดออกจากกายแกร่งจนสะอาด...รอยแตกตามโหนกแก้ม...มุมปาก....และหางคิ้ว ยังคงมีเลือดซึมออกมาอยู่บ้าง...แรงหายใจที่ดูอ่อนล้าราวกับว่าจะขาดหายนั้น ทำให้ไดกิใจหาย...มือบางวางทาบลงบนอกแกร่ง...ดูเหมือนแรงเต้นของหัวใจดวงนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ร่างบางพอจะใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง...
มือแกร่งค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาทาบทับมือสั่นเทาบนอกตัวเอง...น้ำตาอุ่นใสหยดลงบนหลังมือนั้น...
"อย่าร้อง....ไดจัง....พี่ไม่เป็นไร...."
เสียงแหบพล่าบางเบาเอ่ยบอกคนที่ตัวเองรักอย่างให้กำลังใจ...แต่สัมผัสอุ่นบนหัวใจแกร่งนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ยูยะมีแรงสู้กับความปวดระบมทั่วร่างสูง...
...ก๊อกๆๆ... เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับการมาถึงของคุณหมอคนสำคัญ
"ยูยะ!...เป็นไงวะเพื่อน!!..."
ยาบุรีบตรงเข้ามาหาเพื่อนรักอย่างหน้าตาตื่น...มือขาวสั่นรีบเขย่าแขนผู้เป็นดั่งความหวัง พลางร้องขอ
"พี่หมอ!! ช่วยเค้าทีฮะ! ช่วยที~!"
"ครับๆ...ใจเย็นๆ นะครับ...ขอพี่ดูอาการยูยะหน่อย"
"ชั้น...โอ...เค..."
ร่างสูงพยายามเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างยากลำบาก...นายแพทย์หนุ่มรีบรื้อผ้าห่มหนาออกจากกายแกร่ง...รอยม่วงคล้ำจากการโดนของแข็งฟาดหลายต่อหลายหน ปรากฏเด่นชัดพาดอยู่บนหน้าท้องเหนือขอบกางเกงยีนส์ของร่างสูง เนื้อบริเวณนั้นช้ำจนน่ากลัว...คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นทันทีที่มือผอมแตะสัมผัสแค่เพียงแผ่วเบา...เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มดวงหน้าคมคาย...ไดกิรีบเข้าไปอยู่ใกล้ๆ คนเจ็บพร้อมกับเอื้อมจับมือเย็นเอาไว้แน่น...แรงบีบกลับของมือแกร่งคล้ายต้องการปลอบโยนคนตัวเล็ก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ตัวเองต่างหากที่ต้องการกำลังใจ...
"เคน!!...เตรียมเอาเรือออกเดี๋ยวนี้!...ยูยะ!...นายต้องไปโรงพยาบาลกับชั้น!...น้องอาริโอกะครับ...ช่วยพี่พยุงเค้าขึ้นมาหน่อยนะ!"
"เดี๋ยวก่อน!...โคตะ...ชั้นเป็นอะไร...บอก...บอกมา...."
"อย่าเพิ่งพูดมากยูยะ!...ช่วยพี่ทีครับน้องอาริโอกะ..."
ถึงแม้จะตกใจกับปฏิกิริยาของยาบุ แต่ไดกิเองก็อยากให้ร่างสูงไปโรงพยาบาลเหมือนกัน ร่างบางเข้าช่วยคุณหมอพยุงคนเจ็บแสนดื้อรั้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก...ไดกิวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมตัวหลวมๆ มาให้ยาบุจัดการสวมให้เพื่อนรัก...แต่มือแกร่งก็คว้าจับข้อมือผอมของเพื่อนเอาไว้แน่น...ดวงตาคมดุจ้องมองอย่างต้องการคำตอบ...
"นายโดนซ้อมมาใช่มั้ยยูยะ...ตอนนี้นายต้องไปเอ็กซ์เรย์ด่วน! เพราะชั้นสงสัยว่านายอาจจะมีลิ่มเลือดคั่งอยู่ในตับ!!...ขอร้องยูยะ!...ถ้าไม่เห็นแก่ชั้น ก็ให้นึกถึงคนที่นายรักบ้าง!...ดูเค้าสิ!!..."
สิ่งที่เพื่อนพูดออกมาทำให้ยูยะใจเย็นมากขึ้น...ใช่...เค้าอาจลืมนึกถึงคนที่กำลังมีคราบน้ำตาที่ยืนนิ่งฟังอย่างตกใจอยู่ข้างกายนี้...คนที่ยูยะรัก...มือแกร่งค่อยๆ ปล่อยมือจากแขนของเพื่อนรัก...แววตานิ่งหันไปหาไดกิที่ยังคงมีน้ำตาคลอหน่วยตาสวย...
"ไดจัง...อย่าร้องไห้สิครับ...พี่เห็นแล้วใจไม่ดีเลย..."
"พี่...ยูยะ...ขอร้องนะฮะ...ไปโรงพยาบาลกันนะ...นะ..."
"ครับ!...พี่ยอมแล้ว...ขอโทษ...พี่ทำให้ไดจังกลัวใช่มั้ย..."
ร่างเล็กส่ายหน้าจริงจัง ก่อนที่จะช่วยยาบุสวมเสื้อคลุมให้คนเจ็บหนักอย่างเบามือ
"คุณยาบุครับ!! เรื่อพร้อมแล้วครับ!!!"
"ดีมากเคน! ช่วยไปเก็บข้าวของออกจากที่นี่ให้หมด สั่งทุกคนให้ขึ้นฝั่งไปพร้อมกันให้หมด ปิดที่นี่ซะ!"
"เดี๋ยวฮะ!...แล้วคนพวกนั้น...มีคนตาย...ทำไงดี...ทำไงฮะ!?"
"ใจเย็นๆ ครับ...เดี๋ยวพี่จัดการเองนะ...แต่ว่าเราก็ต้องขึ้นฝั่งไปกับพวกพี่ด้วย อาจจะกระทันหันไปหน่อย แต่ที่นี่อันตรายเกินไป..."
"เรื่องนั้นคุณไดกิไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมโทรแจ้งความแล้ว...มันเป็นเหตุสุดวิสัย...ตอนนี้เชื่อคุณยาบุแล้วไปจากที่นี่กันก่อนนะครับ"
เมื่อได้ยินเคนพูดอย่างนั้น ร่างบางก็ค่อยคลายใจลงและทำตามที่ยาบุบอกทุกอย่าง...ทุกคนในบ้านต่างก็แยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ก่อนที่เคนจะรีบกลับมาช่วยยาบุแบกร่างสูงไปลงเรือในเวลาอันรวดเร็ว...
ร่างสูงนั่งพิงซบอยู่กับไหล่บอบบางของคนรัก ยูยะที่ดูอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ทำให้ไดกิใจไม่ดี ร่างบางโอบกอดร่างสูงเอาไว้ไม่ให้กระทบกระเทือนมากนักในยามที่เรือต้องแล่นแข่งกับเวลาเช่นนี้ ร่างสูงค่อยๆ หมดสติไปในที่สุด ร่างบางที่ยิ่งใจเสียยิ่งกอดร่างสูงเอาไว้แน่นขึ้น...ยาบุนั่งสังเกตุอาการของเพื่อนรักพร้อมกับจดบันทึก...มือผอมจับอยู่ที่จุดชีพจรบนข้อมือแกร่งตลอดเวลา...
"แย่ล่ะ...ความดันลดลง...อีกนานแค่ไหนเคน!?...เวลาเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว!!"
"อีกไม่เกิน 5 นาทีครับคุณยาบุ!...อดทนไว้นะครับนาย!!"
"ม่ะ...หมายความ...ว่าไง...ฮะ..."
"ยูยะ...เข้มแข็งไว้นะเพื่อน...อีกนิดเดียวเท่านั้น..."
"พี่หมอ!!...ยูยะ...เค้า...เค้าเป็นอะไรฮะ!?...เกิดอะไรขึ้น...กรุณาบอกผมด้วยเถอะฮะ!!"
"ครั้งนี้...เราอาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์...ถ้าเราไปถึงช้าเกินไป...ยูยะเค้า..."
"ไม่นะ!! ยูยะ!...อย่านะ...ฮึกๆๆ...อย่าตายนะ!!"
"ไดจัง...ไดจัง...หนีไป...อย่าร้อง...อย่าร้อง...."
ไดกิกอดร่างสูงแน่น...ตอนนี้ร่างบางรู้แล้วว่าคนคนนี้สำคัญยังไง...ตอนนี้...นาทีนี้...ไดกิรู้แล้วว่าตัวเองรักเค้าคนนี้แค่ไหน...เสียงทุ้มเบาบางราวเสียงกระซิบ พร่ำบอกให้คนรักหนีเอาตัวรอด และปลอบโยนไม่ให้ร้องไห้ ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งๆ ที่หมดสติไปนานแล้ว...แรงสะอื้นของคนตัวเล็กที่มี ไม่ว่าจะแรงแค่ไหน ก็ไม่อาจเรียกให้คนในอ้อมแขนฟื้นขึ้นมาได้เลย...
"ถึงฝั่งแล้วครับ!!!" เลขาหนุ่มรีบจัดการเอาเรือเทียบท่าอย่างเร่งด่วน พร้อมกับทอดสมอถ่วงเรือ แล้วรีบไปช่วยคนตัวเล็กพยุงร่างคนเจ็บขึ้นฝั่ง แล้วจัดการแบกเจ้านายคนสำคัญก้าวตามยาบุไปติดๆ โดยมีไดกิช่วยจับหลังของคนเจ็บเอาไว้ไม่ให้หงายหลังลงไป...นายแพทย์มือหนึ่งจัดการโทรสั่งงานและประสานงานกับโรงพยาบาลทันที ก่อนที่จะกดเปิดประตูรถให้ไดกิปีนเข้าไปด้านในก่อนแล้วค่อยจัดการให้คนเจ็บนั่งคู่คนขับโดยมีเคนคอยช่วยเช็คความเรียบร้อยของเข็มขัดนิรภัย...คุณหมอคนเก่งก้าวขึ้นนั่งประจำที่นั่งคนขับ เตรียมพร้อมออกรถทันที...
"รอคนของนายอยู่ที่นี่ พอมาถึงกันครบแล้วให้ตามไปที่โรงพยาบาลชั้นทันที เข้าใจมั้ย!?...อ้อ!!...ติดต่อหาผู้การโอกาโมโต้ให้ช่วยเรื่องนี้...บอกว่าจากยาบุ...โอเคนะ!?"
"ครับคุณยาบุ! ฝากนายน้อยด้วยนะครับ!"
"ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่ยอมปล่อยมือจากเพื่อนรักชั้นแน่นอน!"
รถหรูทะยานออกไปราวสายฟ้าฟาด...หมอหนุ่มแทบไม่เหลือเวลาแล้ว เรื่องความเร็วจึงไม่เป็นอุปสรรคกับอดีตนักแข่งอย่างเค้า เพราะความเป็นความตายของเพื่อนรัก ขึ้นอยู่กับทุกๆ วินาทีที่เสียไป...

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ร่างสูงก็ถูกนำตัวขึ้นเตียงเข็ญโดยมาไดกิและยาบุก้าวตามไปติดๆ มือบางยังคงกอบกุมมือแกร่งเอาไว้แน่น จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ไดกิจึงต้องยอมปล่อยมือจากคนที่ตัวเองรักและยืนรออยู่ภายนอกเพียงลำพัง...
หัวใจเปราะบางท้อแท้จนแทบหยัดยืนอยู่ไม่ไหว...แววตาหม่นเศร้าทอดมองประตูที่ปิดสนิทนิ่งอยู่อย่างนั้น...น้ำตาที่เคยไหลเหือดแห้งไปและทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาบนดวงหน้าเหม่อลอย..ความเจ็บปวดเกิดขึ้นในหัวใจเต้นรัวกับทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป...ช่างยาวนานราวไร้กาลเวลา...
จากนั้นไม่นานนักเคนกับลูกน้องทุกคนก็มาถึงโรงพยาบาล...สิ่งที่ทุกคนเห็นสร้างความสะเทือนใจถึงที่สุด...ภาพร่างบางที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับหุ่นปั้นไร้วิญญาณ ตรงหน้าห้องฉุกเฉินนั้น...และคนที่พอจะช่วยปลอบโยนคนสำคัญของเจ้านายพวกเค้าคนนี้ได้ ก็คงจะมีแต่คุณหนูยูริเท่านั้น...เลขาหนุ่มรีบกดเลขหมายติดต่อหาเจ้านายตัวเล็กอีกคนทันที...
"ฮะโหล!...ยูริฮะ!"
"สวัสดีครับคุณหนูยูริ...ผมเคนครับ ขออภัยที่โทรมารบกวนกลางดึกครับ..."
"มีอะไรงั้นเหรอเคน?...ทำไมโทรหาชั้นล่ะ?...หรือว่า!?"
"เกิดเรื่องกับคุณชายยูยะครับ...ตอนนี้นายยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน...คุณหนูครับ...ช่วยที...คุณอาริโอกะที่อยู่ตรงนี้ เหมือนจะช็อคไปแล้วครับ...ผมกลัวว่าเค้าจะรับมือกับเรื่องนี้ไม่ไหว...ตอนนี้ยืนนิ่งไม่ไหวติงจนคล้ายกับเป็นรูปปั้นไปแล้วครับ...คงช็อคไปตั้งแต่นายเข้าไปในห้องนั้น ก่อนที่พวกผมจะมาถึง...มีแต่คุณยูริเท่านั้นที่พอจะช่วยคุณอาริโอกะได้...ขอความกรุณาด้วยนะครับคุณหนู..."
"นี่เจอตัวไดจังแล้วเหรอ?...แล้ว!...แล้วพี่ชายเป็นอะไร..ทำไมถึงต้องเข้าไอซียู!?...แย่แล้ว!!...แย่แล้วๆๆ...โรงบาลไหนนะ?...พี่หมอโคตะใช่มั้ย!?...เดี๋ยวชั้นจะไปเดี๋ยวนี้เลย!!"
ร่างเล็กกดวางสายแล้วรีบร้อนวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที...ความร้อนรนราวจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของคู่ชีวิตตัวเล็กของ ยามาดะ เรียวสุเกะ ทำให้อีกฝ่ายที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จต้องรีบคว้าเอาตัวคนรักเข้ามารวบกอดไว้เพื่อถามไถ่...
"ยูริ!...เป็นอะไรครับ?...ทำไมรีบร้อนแบบนี้หื้อ?"
"แย่แล้ว...แย่แล้วๆๆ...เรียวสุเกะ ทำไงดี พี่ชายอาการสาหัสฮะ ไดจังก็กำลังช็อค...ปล่อยก่อน! ยูริรีบ!!"
"ว่าไงนะ!? "
"ปล่อยเร็วๆ สิฮะ...ยูริรีบมากจริงๆ นะ...สัญญาว่ากลับมาแล้วจะให้รางวัลสองเท่าเลย!...นะ!"
"งั้นเดี๋ยวผมไปด้วย...คุณรอแป๊บเดียว...สัญญาครับ"
ร่างหนายอมปล่อยให้คนตัวเล็กของเค้าเป็นอิสระ แล้วหายเข้าไปในห้องแต่งตัว และอีกไม่ถึงอึดใจก็ก้าวออกมา พร้อมกับจับจูงคนรักให้ก้าวตามกันออกไปทันที..
ทางด้านไดกิ...ตั้งแต่ที่ยาบุพายูยะหายเข้าไปในห้องไอซียู...จนถึงเวลานี้ก็ผ่านไปได้พักใหญ่ๆ แล้ว แต่ร่างบางก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ ญ จุดเดิม...ทุกๆ เสียงก้าวเดินของเข็มนาฬิกาทำให้ความหวังของคนตัวเล็กค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปทุกทีๆ ...ทุกๆ นาทีที่เวลาผ่านไป...ในความรู้สึกเปราะบางช่างยาวนานราวกับเวลาผ่านไปเป็นปีๆ .......
[เมื่อไหร่จะสิ้นสุด...พระจันทร์ฮะ...เมื่อไหร่เวลาแห่งความทุกข์ทนของผมจะสิ้นสุดลงเสียที...ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งค้นพบใจตัวเอง...ท่านก็จะพาเค้าไปจากผมแล้วอย่างนั้นเหรอฮะ...ได้โปรดฮะพระจันทร์...ได้โปรดมอบเค้าให้ผม...อย่าพรากเค้าไปจากผมเลย...อย่าเอายูยะของผมไป...]
"ไดจัง!!"
สองเสียงคุ้นเคยเอ่ยเรียกร่างบางที่กำลังช็อคออกมาพร้อมกัน
"ยูริ...ยามาดะ..."
เสียงเรียกของคนที่เค้ารักเหมือนน้องแท้ๆ ช่วยปลุกให้ไดกิตื่นจากฝันร้าย...ร่างบางค่อยๆ หันมาเจอกับคนที่เป็นเหมือนที่พึ่งพิงเพียงที่เดียว ที่จะช่วยให้เค้าหยุดลอยเคว้งคว้างกลางความมืดมิดนี้ได้...ใบหน้าสวยหวานของยูริดูตกใจและสับสน...ใบหน้าคมเข้มของยามาดะดูห่วงใยต่อไดกิอย่างมากมายนัก...อ้อมกอดของยูริยังอบอุ่นเสมอสำหรับไดกิ แต่เทียบไม่ได้กับอ้อมกอดแข็งแกร่งของยูยะที่ไดกิต้องการ...มืออุ่นร้อนของยามาดะที่ทาบวางให้กำลังใจอยู่บนไหล่บางในยามนี้ เทียบไม่ได้กับทุกๆ สัมผัสจากมือที่คอยปกป้องอันตรายให้ตัวเค้าเองมาตลอด...มือของยูยะ...ไดกิกำลังโหยหาคนที่ตัวเองรักอย่างที่สุด...กำลังใจที่ได้รับและความวางใจที่เกิดขึ้น ทำให้ร่างกายอ่อนแอเริ่มรับรู้ถึงแรงกดดันที่ประเดประดังกันเข้ามามากมายจนรับไม่ไหว...ไดกิทรุดฮวบลงไปทันที จนยูริที่กอดเอาไว้ถึงกับเซตาม เรียวสุเกะต้องรีบเข้าช่วยคนรักประคองเพื่อนรักเอาไว้อีกแรงเพื่อไม่ให้ล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่...
"คุณหนู! คุณไดกิ!!"
"เคน! ไปตามหมอมาที!...เร็ว!!!"
"ครับๆ ...เฮ้ยพวกนาย!...มาช่วยคุณเค้าเร็ว!"
จังหวะเดียวกันนั้น คุณหมอยาบุก็ก้าวออกมาจากห้องเพื่อแจ้งข่าว หมอหนุ่มจึงเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี...ยาบุตรงเข้ารับเอาร่างหมดสติของไดกิมาจากยูริและยามาดะ ก่อนจะเรียกให้บุรุษพยาบาลพาไดกิเข้าไปด้านในด้วยอีกคน...
"น้องยูริมาที่นี่ได้ยังไงครับ?"
"เคนเป็นคนโทรไปบอกผมฮะ...พี่โคตะ!...พี่ยูยะล่ะฮะ!?...ปล่อดภัยใช่มั้ย...."
"พ้นขีดอันตรายแล้วครับ..ยูยะปลอดภัยแล้ว...เดี๋ยวพี่จะย้ายไปห้องรับรองพิเศษให้ครับ"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ฮะพี่หมอ?...ทำไมพี่ชายถึงได้เจ็บสาหัสขนาดนี้...แล้วไดจัง...ยูริงงไปหมดแล้ว..."
"ฟังพี่นะยูริ...ยูยะโดนรุมทำร้ายเพราะช่วยปกป้องน้องอาริโอกะครับ..คิดว่าโดนหนักเอาการ เพราะผลเอ็กซ์เรย์ที่พี่เห็น...ปอดกับตับบางส่วนบอบช้ำครับ มีลิ่มเลือดอยู่หลายจุด...แต่ตอนนี้พี่ให้ยาสลายลิ่มเลือดไปแล้ว...ดีที่มาถึงทันเวลา ไม่อย่างนั้น พี่เองก็บอกไม่ได้ครับว่าอาการยูยะจะแย่ลงไปแค่ไหน...แล้วถ้ามีเลือดคั่งขึ้นมาจนต้องฝ่าตัดใหญ่...เค้าอาจจะไม่รอดก็ได้...ส่วนเรื่องของน้องอาริโอกะ...ให้เจ้าตัทั้งสองคนเค้าเล่าเองดีกว่านะ...น้องยูริไปรอที่ห้องรับรองเถอะครับ เดี๋ยวพี่จะส่งตัวยูยะไปให้"
ร่างผอมสูงตัดบทก่อนจะก้าวเข้าไปดูอาการของร่างเล็กอีกคนที่ตอนนี้มีพยาบาลคอยปฐมพยาบาลให้ตามอาการอยู่ก่อนแล้ว...เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง เรียวสุเกะจึงโอบกระชับไหล่บอบบางของคนรักให้แนบชิดเข้ามาหาตัวเอง มืออุ่นลูบไล้แผ่วเบา ก่อนที่จะพาคนรักตัวเล็กให้ก้าวออกไปทันทีที่พยาบาลมาแจ้งห้องและนำทางไป
"ยูยะ...อย่าไปนะ...ยูยะ...."
เสียงแผ่วเพ้อออกมาอย่างอ่อนแรง เรียกความสนใจให้ผู้ที่มาเฝ้าไข้ค่อยๆ หันหน้ามาจากการทอดสายตามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง...
"ไดจัง...เกิดอะไรขึ้นกันแน่..."
คุณอาริโอกะผู้เป็นพ่อค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาชิดขอบเตียงลูกชายคนสำคัญเพื่อฟังสิ่งที่ลูกชายตัวเล็กพร่ำเพ้อ...แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาแต่ประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา...คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย...เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดลืมขึ้นช้าๆ ...แล้วก็ต้องหลับลงแทบจะทันที เพราะแสงจ้าที่ลอดผ่านเข้ามาจากภายนอก...
"อื้อ...แสบตา..."
"ไดจัง! ฟื้นแล้วเหรอ!? หมอครับ!!"
ร่างบางค่อยๆ ปรับสายตามองคนที่อยู่เหนือตัวเองขึ้นไป ใบหน้ากลมได้รูปกับรอยยิ้มกว้าง เข้ากันได้ดีกับผมดำตัดสั้นและชุดสูทสีเข้ม ดูหล่อเหลาเข้ากับร่างสูงบึกบึน หากแต่สง่างาม..
"ฮึก!...คุณพ่อ~...ฮึกๆ...ยูยะเค้า...เค้า...."
"ชู่ว~ ...ไม่เอาไม่ร้องนะลูก...ไดจังของพ่อเป็นยังไงบ้างหื้อ?"
"ยูยะเค้า....ยูยะ~..."
"ยูยะเค้าปลอดภัยดีครับน้องอาริโอกะ...ตอนนี้ก็พักฟื้นอยู่ห้องข้างๆ นี่เอง..."
คุณหมอคนเก่งเอ่ยบอกคนขวัญเสียอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งส่งยิ้มอบอุ่นมาให้เป็นกำลังใจอีก...ดวงตาใสทอประกายตอบกลับมา...ร่างบางผลุนผลันลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากเตียง โดยลืมไปว่ามีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขนเล็ก...ไดกิวิ่งออกไปโดยไม่สนใจ จนกระทั่งเสาน้ำเกลือล้มตามแรงดึง เข็มที่ฝังอยู่จึงหลุดออกให้คนตัวเล็กได้เลือด...
"ไดจัง!!! เดี๋ยวลูก!!!"
"ปล่อยเถอะฮะ...ลองวิ่งได้ขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วครับ คงหายดีแล้ว...เดี๋ยวผมค่อยตามไปทำแผลให้นะครับ"
"เด็กคนนี้นี่น้าาาาา...เฮ้อ~! จริงๆ เล้ย! ฮ่าๆๆ"
ไดกิเปิดแง้มประตูห้องพักฟื้นของร่างสูงออกเบาๆ เท้าขาวเปล่าเปลือยค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปภายใน...ร่างสูงคุ้นตานอนทอดกายเหยียดยาวไปตามความยาวของเตียงคนป่วย...ระดับการหายใจที่ดูสม่ำเสมอบอกให้ไดกิรู้ว่าร่างสูงยังคงหลับสนิทอยู่...ร่างบางค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ๆ จนชิดขอบเตียงของคนที่ตัวเองรัก...มือบอบบางเอื้อมลูบไล้ใบหน้าคมเข้มแผ่วเบา...เรียวมือขาวค่อยๆ เลื่อนลงวางทาบบนอกแกร่งตรงตำแหน่งของหัวใจที่ยังคงเต้นแรง...หยดน้ำตาใสๆ พรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นของคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้รู้สึกโล่งใจเมื่อคนรักปลอดภัยแล้ว...มือแกร่งค่อยๆ เลื่อนขึ้นทาบทับมือขาว ให้สัมผัสอุ่นร้อนกับคนรัก...ดวงตาคมเปิดขึ้นมองคนที่เค้าทั้งรักและห่วง แล้วก็หวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด...เสียงทุ้มนุ้มเอ่ยเรียกคนรักอย่างอบอุ่น...
"ไดจังของพี่..."
"ฮืออออ...ยูยะ~..."
ร่างเล็กยกสองมือขึ้นปิดหน้าตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างหนัก...ยูยะเอื้อมมือแกร่งลูบไล้ไหล่สั่นไหวอย่างปลอบโยน ก่อนที่จะฝืนตัวเองลุกขึ้นนั่ง แล้วดึงเอาคนที่ตัวเองรักสุดใจเข้ามากอดแน่น...ไดกิเอง แม้จะตกใจที่โดนดึงขึ้นเตียง แต่ก็กอดตอบอีกฝ่ายด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน...
"หายไปไหนมาตั้งสองวัน...พี่ฟื้นมาไม่เห็นหน้า...คิดว่าทิ้งกันซะแล้ว..."
"ฮึกๆ...สะ...สองวัน?...สองวันอะไรกัน?..."
"นี่ไดจังเป็นอะไรไป?...ทำไมใส่ชุดนี้?...แล้วทำไมที่แขนมีเลือด!?"
"ไม่รู้เหมือนกันฮะ...รู้แค่ว่า...ฮึกๆ...วันที่ยูยะเข้าห้องไอซียู ผมทำอะไรไม่ถูก กลัวไปหมด...ฮึกๆ...แล้วยูริกับยามาดะก็มาหาผม...ฮึกๆ...หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วฮะ..."
"อย่างงี้นี่เอง...ช็อคมากเลยใช่มั้ย...ขอโทษนะไดจัง...."
ร่างเล็กผละออกจากอกร่างสูงแล้วจ้องหน้าด้วยสายตาจริงจัง...มือแกร่งเอื้อมเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าเนียน แล้วเอื้อมหยิบทิชชู่มากดแผลให้คนรัก...มือขาวเอื้อมจับให้ใบหน้าคมเข้มหันมาสนใจตัวเองมากกว่าแผลเล็กน้อยบนแขนขาว...ดวงตากลมโตฉายแววจริงจัง สบประสานกับดวงตาคมเข้ม...
"ยูยะ...จริงๆ แล้วผมน่ะ...ผม...."
"ก่อนจะพูด...ขอรางวัลก่อนได้มั้ย...นะ..."
ร่างสูงมอบจุมพิตหวานล้ำให้กับคนน่ารักที่เบิกตากว้าง เพราะยังไม่ทันตั้งตัว...ริมฝีปากซุกซนของคนตัวโตไล่ชิมความหอมหวานจากเรียวปากอิ่มแดงอย่างไม่รู่อิ่ม...คนตัวเล็กที่เพิ่งฟื้นไข้แทบเป็นลมไปอีกครั้งเมื่อจูบหวานยาวนานไม่สิ้นสุด...มือบางต้องดันอกแกร่งเอาไว้แล้วหันหน้าหนีคนเอาแต่ใจที่หากำไรมากเกินควร ร่างสูงเห็นแบบนั้นก็อดที่จะกดจูบลงไปบนแก้มแดงเรื่อไม่ได้...
"ยูยะ...ชั้นเคยบอกนายแล้วใช่มั้ย ว่าห้าม! ห้ามยุ่งกับคนไข้ของชั้นจนกว่าชั้นจะอนุญาตฺ!"
"อ๊ะ! พี่หมอโคตะ / เจ้ามารโคตะ...เข้ามาทำไม!?"
หมอหนุ่มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเสียงก่นด่ากับอาการเขินอายเกินพิกัดของยูยะและไดกิ...เค้ากวักมือเรียกคนตัวเล็กให้ลงมานั่งข้างกายตัวเองที่โซฟารับแขก เมื่อเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะไม่เสียเปรียบคนชอบฉวยโอกาส ไดกิจึงทำตามยาบุอย่างว่าง่าย คุณหมอเจ้าของไข้จึงส่งยิ้มยียวนไปให้เพื่อนรักตัวโตที่นั่งกอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนเตียง...มือผอมแห้งค่อยๆ ทำแผลจากเข็มน้ำเกลือให้คนไข้คนสำคัญอย่างเบามือ ก่อนจะยิ้มจนตาปิดแล้วลูบหัวคนน่ารักอย่างเอนดู
"ไอ้เจ้าเต่าเจ้าเล่ห์ วันนี้ชั้นจะสั่งถอนผักบุ้งทิ้งหมดทั้งบางเลย! แห้งตายไปซะเถอะ ฮึ่ย!!!"
"นี่ไดจังรู้มั้ย...อย่าไปบอกมันง่ายๆ นะ คำนั้นน่ะ พี่ยังไม่อยากมีเพื่อนรักเป็นหมูบ้า โอเคนะ?"
"เฮ้ย!!! ไอ้บ้าโคตะ อย่ายื่นหน้าไปใกล้ไดจังของชั้นนะเฟ้ย! ออกไปห่างๆ เลย!!!"
ความชุลมุนวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อสองเพื่อนรักเริ่มต่อปากต่อคำกันอย่างออกรสออกชาติ...คนที่กำลังปวดหัวจนไข้จะขึ้น งานนี้ก็หนีไม่พ้นร่างบางอีกตามเคย...
[ทำไมถึงได้ชอบทำตัวเป็นเด็กกันอย่างงี้น้าาาาา...พระเจ้าฮะ! นี่ผมเลือกรักถูกคนรึเปล่าฮะ!? -*-]




โปรดติดตามตอนต่อไป...................