Jump Café

A Little happiness around JUMP
Posted by ตังเมรสแตงไทย   1 comments   0 trackback

たかあり Artwork

black-cat-emoticon-006.gif ดีจ้าาาาาาาา วันนี้เป็นอีกวันที่แตงไทยขยันอย่างจริงจังกับการเขียนฟิค ลงฟิค
และเพราะว่าฟิคกำลังดำเนินมาจะถึงตอนที่ 10 แล้ว แตงเลยครีเอทแฟนอาร์ตใหม่ขึ้นมาให้เข้ากับฟิคตอนที่ 10
ฝีมือยังด้อย แต่ก็อยากลองทำดูสักครั้ง เลยได้ตังเมช่วยติว 555 (ขอบใจนะ)

ตอนที่ 10 นี้อยากให้หวานซึ้งกว่าทุกตอน เพราะใกล้จะจบเต็มทีแล้ว พอมาคิดๆ ดู เออ...นี่เราเขียนมาได้ไกลถึงขนาดนี้แล้วเหรอ ใกล้จบแล้วเหรอ?...รู้สึกเหงาขึ้นมาเลยค่ะ 55

สำหรับรูปนี้ แตงมโนเอาว่าไดจังนั่งตักป๋า...รูปเลยออกมาประมาณนี้น่ะนะ ชอบกันมั้ยคะ?

TaDaiki8-2 FC2 Logo


เอาล่ะนะคะ...ทั้งหมดนี้คือ
black-cat-emoticon-003.gif

แตงไทยค่ะ


Posted by ตังเมรสแตงไทย   2 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 9

TaDaik Artwork 5_Logo FC2



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, BuHik
Story by : Tangthai


Chapter 9 : ห่างไกล




ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ ยูยะยังไม่ได้พบหน้ากับไดกิเลยแม้แต่ครั้งเดียว ร่างสูงคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเสียทีว่าทำไมร่างบางถึงได้โกรธเคืองเค้าได้ ถึงเพียงนี้...แถมเช้าวันรุ่งขึ้นไดกิก็ยังขอออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นต่อ ที่บ้านเองอีก...ที่เค้าทำอะไรให้เด็กคนนั้นไม่พอใจนักหนากันนะ? ทั้งๆ ที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี...แล้วทำไมกลับตาลปัตรได้ถึงเพียงนี้... ครั้นจะไปง้อขอคืนดี ตัวยูยะเองก็ต้องอยู่รอเคลียร์เรื่องเหตุยิงกันตายบนเกาะอีก แต่ก็ยังดีที่ได้ผู้การโอกาโมโตะ เคนอิจิ ช่วยเหลือไว้เพราะยาบุ...ไม่งั้นเรื่องคงไม่จบง่ายๆ...นี่ก็ 3 วันแล้ว...นับแต่เกิดเรื่องในวันนั้น...ไม่รู้ว่ายาบุจะยอมให้เค้าออกจากโรง พยาบาลได้หรือยัง...


"ไง!...ไอ้เสือ...หงอยเชียวนะ..."

"กำลังนึกถึงเลย...ตายยากจริง!"

"แหม่ะ!...เดี๋ยวพ่อก็ไม่เซ็นต์อนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาลเลยนี่!!...เจาะน้ำเกลืออีกสักกระปุกดีมั้ยครับเพื่อน!?"

"ชั้นจะออกจากโรงพยาบาลแกได้แล้วเหรอวะโคตะ!...วันนี้เลยป่าว!!?"

"พรุ่งนี้~! ...ใจเย็นๆ เพื่อนนนน หึๆๆ"

"โถ่เอ๊ย!!!..."


ท่า ทางห่อเหี่ยวของเพื่อนตัวโตที่แสดงออกมา อดทำให้ยาบุหัวเราะออกมาไม่ได้เลย...[คอนอะไร้~ ตัวก็โต...ขี้ใจน้อยเป็นเด็กๆ]...ยาบุยิ้มอ่อนโยนให้ยูยะก่อนจะเริ่มลงมือ ตรวจหาสิ่งผิดปกติที่อาจยังมีหลงเหลืออยู่ให้กับเพื่อนรักตัวเอง...


"นี่โคตะ!...ที่นายบอกว่าไดจังเค้าแกล้งตบตาชั้น...ชั้นยังคิดไม่ออกเลยว่ะเพื่อน...ชั้นไปทำอะไรให้เค้าโกรธขนาดนี้..."

"นั่น สิ!...กับฮิกเองก็เหมือนกัน...เมื่อก่อนตอนที่ชั้นขอคบกับเค้า...ทั้งๆ ที่เราเข้ากันได้ดี...แต่ก็ไม่รู้ทำไมเค้าถึงปฏิเสธชั้น แถมยังร้องไห้อวยพรให้ชั้นกับนายอีก...จนถึงตอนนี้ ชั้นยังไม่รู้เลยว่าชั้นไปทำอะไรให้เค้าเข้าใจผิดได้ถึงกับปักใจเชื่อขนาด นั้น...เค้าเลือกที่จะหลีกหนีแทนที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน...เพราะชั้นรักเค้า มากชั้นถึงไม่กล้ารั้ง และตั้งใจที่จะรอจนกว่าเค้าจะกลับมา...แต่ตอนนี้ชั้นก็ไม่แน่ใจแล้วว่ะยู ยะ...มันรู้สึกอยากรั้งขึ้นมาตงิดๆ ก็ตอนที่เค้าทำเป็นเมิญชั้นเนี่ยแหละ"

"แล้วนายคิดว่าจะทำยังไงต่อไปเหรอโคตะ?"

"ชั้น ปล่อยไปไม่ได้ว่ะยูยะ...งานนี้คงต้องมีเคลียร์กัน!...ชั้นจะไม่ยอมทนเจ็บปวด อีกแล้ว...นายเองก็เหมือนกัน...ออกจากที่นี่ไปแล้วก็อย่าปล่อยให้มันค้างคา"

"ขอบใจว่ะเพื่อน...ชั้นเชื่อนาย..."


คุณ หมอคนเก่งตบบ่าให้กำลังใจเพื่อนรัก ก่อนที่จะก้าวออกจากห้องไปปฏิบัติภาระกิจของตัวเองต่อไป ทิ้งให้ยูยะได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่...จากนั้นร่างสูงก็ เรียกให้เลขาคนสนิทติดต่อไปหาน้องชายและน้องเขยเพื่อขอให้มาพบทันที...และ หลังจากนั้นไม่นานเกินรอ คนตัวเล็กน่ารักผู้เป็นน้องชายก็พาน้องชายอีกคนมาปรากฏกายอยู่เบื้องหลังของ ผู้เป็นพี่ในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา...


"พี่ยูยะ!...ให้เคนไปตามยูริกับเรียวสุเกะมา...มีอะไรเหรอฮะ?..."

"พี่ต้องการความช่วยเหลือครับ!"


ร่าง สูงสง่าค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาผู้มาเยือน ดวงตาคมเข้มฉายแววจริงจังกับสิ่งที่พูด...ยูยะหันไปหาผู้มีศักดิ์เป็นน้อง เขยอย่างเกรงใจ...


"ขอโทษด้วยนะคุณยามาดะ ที่ผมให้คนไปเชิญมาพบกระทันหันแบบนี้..."

"อย่า ได้เกรงใจไปเลยครับคุณทากาคิ..คุณเอง...ตอนนี้ก็เป็นเหมือนพี่ชายของผมอีกคน ด้วยแล้วเหมือนกัน...ไม่ว่าคุณจะต้องการให้ช่วยอะไรก็ขอให้บอกผมมาเถอะ ครับ...ผมยินดี"


ร่าง สูงแย้มยิ้มให้ชายผู้ครอบครองหัวใจดวงน้อยของน้องชายตัวเล็กของเค้าเอาไว้ ทั้งดวง...เวลานี้ยูยะไม่แปลกใจเลยสักนิด...ชายหนุ่มผู้นี้เหมาะสมแล้ว ที่จะดูแลยูริต่อจากนี้ไปชั่วนิรันดร์...เรียวสุเกะเองก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น มากที่ได้เห็นรอยยิ้มจริงใจของพี่ชายคนรัก...ในคราแรกร่างหนาเองก็หวั่นใจ ไม่น้อยเหมือนกันที่จู่ๆ ก็ได้พบกันอย่างไม่ทันตั้งตัวในวันนี้...


"ขอบ คุณมากนะ...เรียกพี่ว่า 'พี่ยูยะ' เหมือนที่ยูริเรียกเถอะ...พี่ก็จะเรียกชื่อนายเหมือนกัน 'เรียวสุเกะ' ...ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา...พี่อยากพูดคำนี้มานานแล้ว"

"ดีจังเลยยยย...ยูริกลัวแทบแย่ว่าพี่จะไม่ยอมรับเรียวสุเกะน่ะ..."

"ทำไมล่ะยูริ?...นั่นน่ะ...คนที่น้องของพี่รักหมดใจเชียวนะ...พี่ก็ต้องเอนดูด้วยอยู่แล้วสิ"

"กะ...ก็...ก็พี่ไม่ยอมไปร่วมงานแต่งงานของเรานี่ฮะ...ยูริเลยนึกว่า..."

"ใคร บอกว่าพี่ไม่ไปหื้อ?...ก็เพราะว่าไปร่วมงานแต่งของยูรินั่นแหละ พี่ถึงได้เจอเจ้าของด้ายแดงของพี่แล้ว!...แล้วก็เพราะกลัวว่าพี่จะคลาดกัน กับเค้าถึงไม่ได้เข้าไปเจอเรายังไงล่ะครับ...อย่าน้อยใจนะ..."


ร่าง สูงยิ้มอ่อนโยนเสมอเมื่อคนตรงหน้านี้เป็นยูริ เค้าเอื้อมมือแกร่งไปลูบหัวน้องชายที่เค้ารักอย่างเอนดูในความช่างอ้อน แล้วก็หันไปยิ้มให้น้องเขยที่ยืนดูอยู่แบบเก้ๆ กังๆ


"ใครฮะ!!? ใครๆๆ ใครที่พี่เจอฮะ...บอกน้องมาเร็วๆ"

"อาริโอกะ ไดกิ! คนนี้พอจะคุ้นๆ มั้ยครับยูริที่รักของพี่ หึๆๆ"

"(O__O)!! ห๊า!!! / (O__o)!! ไดจัง!!?"


สอง เสียงประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย ซ้ำยังทำหน้าตกใจสุดขีดออกมาเหมือนกันจนร่างสูงหลุดขำออกมาจนได้ กับท่าทางของคู่ชีวิตข้าวใหม่ปลามันคู่นี้


"ฮ่าๆๆ...สมกับเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ นะเธอสองคนนี่...ตกใจอะไรกันครับ? ยูริเองก็อยากให้พี่จีบไดจังอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?"

"แต่...แต่พี่...โอ๊ย! ...ยูริงงไปหมดแล้ว...ถ้าพี่บอกว่าพี่เจอไดจังตั้งแต่ตอนนั้น...แล้วทำไม..."

"เอาล่ะครับ!...นั่งลงกันก่อนเถอะนะยูริ...นายด้วยนะเรียวสุเกะ...พี่จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังตั้งแต่ต้น..."





[...ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...นายทำแบบนั้นเพราะอะไร?...ทำไม?...]
เมื่อเสร็จสิ้นงานในช่วงเช้าแล้ว ยาบุเองก็ได้มีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวกับคนอื่นเค้าบ้าง...คุณหมอคนเก่งเอา แต่คิดหาเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้ว่าเหตุใดคนที่เคยจะคบกันถึงเปลี่ยนไปและไม่ ยอมรับรักเค้าในอดีต...และในเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าคิดถึงมันอีกต่อไป...ร่างสูงหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะแล้วยก หูโทรศัพท์กดอินเตอร์โฟนขอนัดพบกับอาจารย์หมออากิระ...อาจารย์ของร่างบาง เจ้าปัญหาที่ยาบุต้องการพบทันที...[...เมื่อนายไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน...พี่ก็จะทำมันเองฮิก!...]


"อาจารย์เรียกพบผม...มีอะไรหรือเปล่าฮะ?"

"ยา โอะคุง~...ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...คุณจะอยู่ในความดูแลของอาจารย์ยาบุ... ขอให้ตั้งใจเรียนรู้กับอาจารย์ยาบุให้มากๆ เพื่ออนาคตของเอง...ผมดูแล้วว่าระดับความรู้ของคุณเหมาะสมกับการเป็นผู้ช่วย ของอาจารย์ยาบุที่สุดแล้ว"

"ว่าไงนะครับ!!?"


เสียง แหลมแผดออกไปอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ตัวเองกำลังฟังอยู่นี้ สีหน้าของร่างบางทำให้อาจารย์ของตัวเองถึงกับยิ้มร่าด้วยความภูมิใจ สองมือหนาจับสองบ่าบอบบางไว้มั่นแล้วจ้องหน้าอย่างจริงจัง...


"สู้ๆ นะยาโอะคุง!...อาจารย์เค้าโทรมาขอนัดกับผมและมาขอคุณจากผมด้วยตัวเองเลยนะ!"

"ไม่จริงอ่ะ...อาจารย์ฮะผมไม่..."

"นี่ รู้มั้ย!...ผมภูมิใจในตัวคุณจริงๆ นะ ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...ใครๆ ก็รู้ว่ามีไม่กี่คนที่อาจารย์ยาบุจะสนใจ...และคนที่ผ่านการฝึกฝนโดยแพทย์มือ หนึ่งอย่างนั้นก็จะกลายเป็นหมออนาคตไกลกันทั้งนั้น...พยายามเข้านะ!!"


ร่าง บางรู้สึกราวกับโลกทั้งโลกกำลังจะถล่มทลาย...[ให้ผมต้องอยู่กับรุ่นพี่ทุกๆ วันเนี่ยนะ!?...ทำไงดี...ยังไม่ได้เตรียมใจเลย...รุ่นพี่กำลังทำบ้าอะไรอยู่ เนี่ย!!?...ถึงจะเป็นลูกชายผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี้ก็ใช่ว่าจะมาบังคับกัน ได้ง่ายๆ นะ!!!]...ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วฮิคารุก็ไม่อาจวิ่งหนีความจริงไปได้...ร่างบางไม่มีทาง ปฏิเสธร่างสูงได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน...




ทาง ด้านไดกิ...แม้จะหนีออกมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านตัวเองแล้วก็จริง...แต่หัวใจของ ร่างบางกลับร่ำร้องอยากจะกลับไปเห็นหน้าคนที่ตัวเองอยากตัดใจอยู่ทุก นาที...ร่างบางอดที่จะน้อยใจไม่ได้เลยที่ยูยะไม่ยอมตามมาง้องอนให้ตัวเองคืน ดีด้วย...ป่านนี้ก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลแล้วแท้ๆ...แต่เค้าจะสนไดกิทำไมล่ะ ในเมื่อยูยะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการไปแล้ว...

[...เค้าก็แค่อยากได้หุ้นในบริษัทของคุณพ่อเท่านั้นแหละ...เป็นไงล่ะไดกิ...เจ็บปวดดีมั้ย?...]

ยิ่ง ยูยะเงียบหายไปแบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ไดกิได้ยินในวัน นั้นเป็นความจริง...และยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับร่างบางว่ายูยะไม่ได้รัก ตัวเองจริงๆ...


"ไดกิ!...พ่อขอพูดอะไรด้วยสักหน่อยได้มั้ยลูก..."


การ ปรากฏกายของผู้เป็นบิดา สร้างความแปลกใจให้ร่างบางได้ไม่น้อยเลย แถมสีหน้าจริงจังขนาดนั้นต้องมีเรื่องอะไรสำคัญมากเป็นแน่...ร่างบางลุกตาม ผู้เป็นบิดาเข้าไปยังโถงห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างว่าง่าย...


"พ่อถามจริงๆ เถอะนะ...ลูกกับฮิคารุ...ทั้งสองคนรักกันจริงๆ เหรอ?...ทั้งๆ ที่เป็นญาติสนิทสายเลือดเดียวกัน...ทำไมลูกถึง..."

"เป็นญาติกันแล้วยังไงฮะคุณพ่อ...ทีพี่ยูยะยังรักยูริจังเลย...เอาล่ะฮะคุณ พ่อ...ผมยอมรับว่าจริงๆ แล้ว...ผมกับฮิก เราไม่ได้มีอะไรกัน รวมถึงไม่ได้รักกันแบบชู้สาวอย่างที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจ...ผมแค่ต้องการ ให้ฮิกช่วยกันพี่ยูยะออกไปก็เท่านั้น..."

"ทำไมล่ะไดจัง?...ลูกไม่ได้รักยูยะคุงอย่างนั้นเหรอ?..."

"ไม่ฮะ!"


ใน ยามที่ต้องเอ่ยคำนี้ออกไป...ไดกิเองก็เจ็บปวดใจไม่น้อย...แววตาหม่นเศร้าเส หลบผู้เป็นบิดาอย่างต้องการปิดบังความจริง...เพราะตอนนี้ดวงตาคู่นี้กำลัง วูบไหวด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...


"อธิบาย ให้พ่อฟังชัดๆ ที...ไดจัง...เมื่อตอนที่ลูกฟื้นขึ้นมาในอาทิตย์ก่อน...ลูกห่วงเค้ายิ่งกว่า ห่วงตัวเอง...ลูกวิ่งไปหาเค้าทั้งๆ ที่ตัวเองก็บาดเจ็บ...เลือดไหลเพราะเข็มน้ำเกลือหลุดลูกก็ยังไม่สนใจ...ถ้า ไม่ใช่ความรัก แล้วมันเพราะอะไร!?...ที่ลูกทำไปทั้งหมดนั่นเพราะอะไร!?"

"เพราะ ห่วงใย!!...แค่นี้เพียงพอมั้ยฮะคุณพ่อ!?...ผมก็แค่ห่วงใยคนที่เอาชีวิตเข้า ช่วยปกป้องผม...แค่ห่วงใยเพราะบุญคุณของเค้า!!...เท่านั้นจริงๆ ฮะ...คุณพ่อ..."


คุณ อาริโอกะผู้เป็นพ่อถอนหายใจให้กับความดื้อดึงและปากแข็งของลูกคนเล็กของตัว เอง...พี่สาวทั้งสองของร่างบางยังไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย...ทำไมบทจะใจแข็ง ขึ้นมา ก็ไม่ยอมฟังอะไรเลยแบบนี้กัน...ในเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว ก็จำเป็นต้องใช้ไม้แข็งจริงๆ เสียที...


"เอา ล่ะไดกิ!...ในเมื่อลูกไม่ได้รักยูยะคุง...และในเมื่อเรื่องของลูกกับฮิคารุ ก็ไม่ได้เป็นไปในทางที่ผิด...ถ้าอย่างนั้นพ่อจะขอให้ลูกช่วยอะไรพ่อได้ มั้ย?"

"คุณพ่อ..."

"ไม่ สิ!...นี่ไม่ใช่การขอร้อง...แต่นี่เป็นหน้าที่!...ในเมื่อลูกเองก็ไม่ได้รัก ใครแล้วก็ไม่ได้มีคนที่อยากจะใช้ชีวิตด้วย...งั้นพ่อก็จะให้ลูกทำเพื่อเครือ บริษัทของเรา...พ่อจะให้ลูกหมั้นกับลูกชายของประธานกลุ่มนากาจิม่า - คุณนากาจิม่า ยูโตะ ในวันอาทิตย์หน้านี้!!...หวังว่าลูกคงจะเตรียมตัวเองให้พร้อมนะ...อาริโอกะ ไดกิ!..."

"คุณพ่อ!!!"


ร่าง บางทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างช็อคกับสิ่งที่ผู้เป็นบิดาบอกกล่าวออกมา...ทุก สิ่งพลันดับมืดลงในชั่วพริบตา...ใบหน้าขาวสวยพลันซีดเผือดลงแทบจะกลายเป็น กระดาษไร้สี...[...ทำไงยังดีไดกิ!?...เธอควรทำยังไง!!?...]

สิ่ง ที่เพิ่งได้รับรู้นี้ทำให้ร่างบางต้องร้องไห้ออกมาเพราะไม่ทันตั้งตัว...คำ สั่งของบิดาก็ไม่ต่างอะไรกับคำประกาศิตที่ไดกิต้องทำตามอย่างไม่อาจขัดขืน ได้...




"ยูริ!...ดูนี่สิครับ!!"

เรียว สุเกะยื่นหนังสือพิมพ์หน้าแวดวงธุรกิจให้กับคู่ชีวิตของตัวเองที่กำลังง่วน กับการค้นหาสถานที่สำหรับการออกเดทเซอร์ไพรส์ครั้งแรกให้กับผู้เป็นพี่ชาย ได้ใช้งอนง้อขอคืนดีกับคนที่ตัวเองอยากไห้มาเป็นพี่สะใภ้มากที่สุด...ถึงแม้ ว่าในตอนแรกที่ได้รู้เรื่องราวที่พี่ชายเล่าให้ฟังอย่างละเอียดแล้วยูริถึง กับโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงในความงี่เง่าของยูยะ แต่ความจริงใจของพี่ชายที่แสดงออกมาให้เห็นว่ารักไดกิมากขนาดไหนนั้นก็ทำให้ ยูริต้องยอมแพ้และยื่นมือเข้าช่วยเหลือในที่สุด...
ข่าว หน้าแวดวงธุรกิจที่สามียื่นมาให้ดูนั้นถึงกับทำให้คนตัวบางเผลอปล่อยให้ ปากการ่วงหล่นจากมือเรียวสวยพร้อมกับอาการนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เห็น แต่พอได้สติยูริก็รีบกวาดตาอ่านข้อความบนนั้นอย่างเร่งด่วน...


{~กำหนด การหมั้นหมายของทายาทยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจ - สตาร์คิงกรุ๊ปและนากาจิม่าเทรดดิ้ง - จะมีขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์นี่!!!~ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสตาร์คิงในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแห่งทากาคิกรุ๊ปเข้าร่วมธุรกิจ ขึ้นนั่งเก้าอี้บริหารร่วมกับประธานใหญ่ อาริโอกะ ชิงโง โดยมีการเปิดเผยตัวเลขระดับเปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่คุณ ทากาคิ ยูยะ ถือครองอยู่นั้น สูงถึง 50%ของเครือบริษัทนี้แล้ว ทางสตาร์คิงยังประกาศการหมั้นหมายของคุณ อาริโอกะ ไดกิ บุตรชายคนเล็กของสตาร์คิง กับคุณ นากาจิม่า ยูโตะ ทายาทเพียงคนเดียวของนากาจิม่า เทรดดิ้ง! หรือนี่จะเป็นความแข็งแกร่งบนกระดานธุรกิจที่สตาร์คิงต้องการรุกฆาตคู่แข่ง ทางการค้าของตนกันแน่!?...เห็นทีวงการธุรกิจของญี่ปุ่นนี้ คงจะมีเรื่องให้ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดกันอีกแล้ว!...}


"นี่มัน...ไม่จริงน่ะ...แย่แล้ว!...แย่แล้วๆๆ!!"

"ใจเย็นๆ ก่อนครับที่รัก...ยูริอย่าเพิ่งตกใจนะ...เดี๋ยวผมถามไดจังเอง...คุณโทรหาพี่ชายนะ...โอเคนะครับ!?"

"ดะ...ได้...โทรหาพี่ยูยะ...โทรหาพี่ชาย..."

"ยูริ!...ยูริ!!...นี่คุณโอเคแน่นะ?...ใจลอยไปไหนครับ?..ไม่เอาแล้วๆ เดี๋ยวผมจัดการเอง...คุณนั่งนิ่งๆ แล้วรวบรวมสติก่อนนะ...หื้อ?..."


เรียวสุเกะรวบเอาตัวคนรักที่ดูจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ร่างหนาทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่โดยมีร่างบางที่ถูกดึงให้นั่งลงบนตักอุ่น จากนั้นคนที่ดูจะจัดการทุกอย่างได้ดีกว่าในเวลานี้ก็เริ่มกดเลขหมายโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทของตัวเองและกดโทรออกทันที


"สัวสดีครับ! บ้านอาริโอกะครับ!"

"เอีะ!?...เอ่อ...สวัสดีครับ!...นี่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของไดจังไม่ใช่เหรอครับ?...ทำไมถึง..."

"ครับผมเบอร์ของคุณหนูไดกิ...แต่คุณท่านสั่งไว้ครับคุณชาย...จนกว่าจะถึงวันหมั้นหมายของคุณหนูเล็ก...ผมจำเป็นต้องทราบว่าใครโทรหาคุณหนูบ้าง..."

"ถ้าอย่างนั้นผมขอสายไดจังด้วยครับ"

"กรุณาถือสายรอสักครู่ครับ"


เรียวสุเกะที่ยังคงถือสายรอคู่สนทนาอยู่ในขณะที่คุณพ่อบ้านนำโทรศัพท์ไปให้ไดกินั้น ถึงกับงงงวย แววตาสงสัยสบประสานกับแววตาหวานนิ่งของคนรักที่นั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่บนตักตัวเอง...


"ใครอ่ะเรียวสุเกะ?"

"คุณพ่อบ้านน่ะ...ท่าจะไม่ได้การแล้วครับที่รัก...ไดจังโดนประกบตัวแจขนาดนี้ เห็นทีว่าข่าวนั่นจะไม่ใช่การเข้าใจผิดแน่แล้ว!"


ร่างบางกระโดดลงจากตักของคนรักแล้วคว้าเอาโทรศัพท์ของตัวเองกดโทรหาพี่ชายทันที...


"พี่ยูยะ!! แย่แล้ววว!!!"

"พี่เห็นข่าวแล้วครับยูริ...พี่ไม่ยอมหรอก!!...เดี๋ยวน้องค่อยโทรหาพี่ใหม่นะครับ พี่ขอไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวพี่เองก่อนเถอะ!!"


ร่างสูงกดวางสายโทรศัพท์จากน้องชาย ก่อนที่จะบึ่งรถออกไปด้วยความเร็วสูง ทั้งๆ ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาหยกๆ ...




ดูเหมือนความโกลาหลจะไม่ได้เกิดขึ้นในวงแคบเพียงเท่านั้น เพราะตอนนี้มันบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงขนาดที่จะทำให้แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่นตาม 'เกม' ของผู้เป็นใหญ่แห่งสตาร์คิงได้ดีพอสมควร...รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของผู้ถือไพ่เหนือกว่า...

[..บอกพ่อซิไดกิ...ลูกจะเดินหมากบนเกมนี้ยังไง?...หึๆๆ...]


"ท่านครับ! คุณชายทากาคิมาขอเข้าพบครับ!"

"หึๆๆ ...ดูเหมือนคนที่เริ่มวางหมากก่อนจะไม่ใช่ลูกของชั้นนะนี่...เชิญเค้าเข้ามา!"


ร่างสูงก้าวเข้ามาหาผู้อาวุโสกว่าด้วยสีหน้าที่คาดเดาความรู้สึกแทบไม่ออก...ใรมือแกร่งถือหนังสือพิมพ์เจ้าปัญหาไว้แน่น...ดวงตาคมดุกำลังจับจ้องอยู่ที่ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในนี้ แล้วจึงก้มหัวลงเพื่อแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม...


"ที่มานี่...หายดีแล้วเหรอหลานรัก..."

"ผมหายดีแล้วครับคุณอา...ผมแค่ต้องการคำตอบให้กับเรื่องนี้..."


ร่างสูงชูหนังสือพิมพ์ขึ้น พลางยืนนิ่งรอ...ความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมานั้น คือสิ่งที่ผู้เปิดเกมต้องการเห็นมันมากที่สุด...คุณอาริโอกะเพียงอยากแน่ใจในความเป็นผู้นำและความเข้มแข็งของเด็กหนุ่มคนนี้ ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจยกลูกรักของตัวเองให้คนคนนี้ได้ดูแล รวมไปถึงอยากเห็นการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองรักเอาไว้อย่างไปยอมสูญเสีย โดยเฉพาะ 'คนรัก'


[...หลานจะใช้วิธีไหนยูยะ...ถ้ารักไดกิจริงๆ แล้วล่ะก็...หลานจะใช้ตัวเลือกไหนในการแสดงสิทธิ์ว่าลูกของอาควรเป็นของหลาน...ยูยะคุง...]


"มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของอา...ถึงแม้หลานจะรักลูกของอา...แต่ไดจังเค้าไม่ได้รักหลานเลย...ขอโทษนะยูยะคุง...อาจำเป็นต้องทำแบบนี้..."

"ไม่รักผม?...แล้วไดจังรักหมอนั่นเหรอครับคุณอา...แล้วเค้า...เค้ารักไดจังหรือเปล่าครับ!?...เค้าจะไม่ทำให้คนรักของผมต้องร้องไห้จริงๆ ใช่มั้ยครับ!!?"

"อา...."

"ผมไม่ยอมครับ!!...คุณอาอย่าโกรธผมเลยนะครับถ้าผมจะขอใช้สิทธิ์ข้อตกลงสุดท้ายของผมที่คุณอารับปากว่าจะยอมให้ผมทุกเรื่อง!!?"

"ยูยะคุง!!?"

"ผมขอร้องครับคุณอา!!...ผมไม่ต้องการหุ้น 50% ของสตาร์คิงเลยแม้แต่น้อย...เพราะความจริงแล้ว ไดกิคือสมบัติล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมต้องการจากสตาร์คิง!!...ได้โปรด...รักษาสัญญาด้วยครับ!!"


ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเลือกใช้เงื่อนไขที่แม้แต่ตัวของคุณอาริโอกะเองก็ยังคาดไม่ถึง...ความพึงพอใจที่คนที่ตั้วเองหมายมั่นปั้นมือจะให้ดูแลไดกินั้นเอ่อล้นหัวใจเต้นรัวของนายใหญ่แห่งสตาร์คิง...ในที่สุดเกมนี้ก็ตกเป็นของ ทากาคิ ยูยะ...
[...นี่เราลืมหมากตัวนี้ของเด็กคนนี้ไปได้ยังไงกัน?...ยอดเยี่ยมจริงๆ หึๆๆ...]


"พอเถอะยูยะคุง....หลานกำลังบีบบังคับให้อาต้องทำให้สิ่งที่มันยากมาก"

"ขอโทษครับ...แต่คุณอาเองก็ไม่เหลือทางเลือกให้ผมสำหรับเกมนี้ด้วยเช่นกัน"


แววตาแน่วแน่และมั่นคงนั้น ยิ่งขับให้ยูยะดูสุขุมเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น...ร่างสูงจ้องตากับผู้ใหญ่อย่างไม่คิดหลบหนี หากนี่เป็นสิ่งที่เค้าจะต้องสูญเสีย ขอให้รู้ไว้ว่า ทากาคิ ยูยะ ไม่มีวันยอมวางมือจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน...แต่ผู้เริ่มเกมเองก็ไม่ใช่ลูกกวางน้อยๆ ที่จะจนแต้มได้ง่ายๆ เช่นกัน...


"ขอบคุณมากนะ...ขอบคุณที่หลานแสดงให้อาได้เห็นว่าสำหรับหลานแล้ว...ลูกรักของอาสำคัญยิ่งกว่าโอกาสทางธุรกิจ หรือแม้แต่ความมั่งคั่งที่อาจะช่วยให้หลานมีทัดเทียมกับสตาร์คิง...อาซาบซึ้งจริงๆ ยูยะ...แต่เรื่องนี้ ไม่ได้มีแต่หลานกับอาเท่านั้นที่จะเสียหาย...อย่าลืมสิว่าทางนากาจิม่าเองก็คงไม่ยอมเหมือนกัน...เช่นนั้นแล้ว...หลานยังจะให้อาทำตามความต้องการของหลานอีกอยู่หรือ?..."

[...ด่านสุดท้ายแล้วยูยะ...เจอไม้นี้หลานจะเอาอะไรมาแก้เกมของอาอีก...แสดงความสามารถของตัวเองออกมาให้อาได้เห็นอีกสักครั้ง...อีกเพียง...ครั้งเดียว...]


"หากเป็นเรื่องอื่น...ผมยอมสูญเสียได้...แต่ถ้าเป็นเรื่องไดจัง...ผมยอมไม่ได้ครับคุณอา!...ไม่ว่าคุณอาจะหวานล้อมผมยังไง ผมก็ไม่สนหรอกครับ...แม้ว่าปัญหาใหญ่จะตามมาอีกมากมายผมก็ไม่เคยคิดหวาดกลัว....หากนากาจิม่าจะลงสนามมาเจอกับผม ผมก็พร้อมสู้!...ต่อให้นากาจิม่าจะแข็งแกร่งมากมายเพียงใด...ทางทากาคิก็ไม่ใช่หมูในอวยให้ใครฆ่าได้ง่ายๆ เช่นกัน!...คุณอาครับ...คุณอาเป็นผู้ใหญ่ที่ผมทั้งรักและนับถือรองจากคุณพ่อของผมเอง...คำมั่นสัญญาของนักธุรกิจคือสัจจะวาจาที่เชื่อถือได้มากกว่าทุกสิ่งในโลกนี้...เป็นความเชื่อมั่นและเครดิตที่พวกเราต้องปฏิบัติตามกันมาอย่างเคร่งครัด...เป็นหลักความไว้วางใจและให้เกียรติคู่สัญญาเสมอมา...คุณอา...คงไม่อยากเป็นนักธุรกิจแถวหน้าคนแรกที่ทำลายมันลงด้วยมือของตัวเองหรอก...จริงมั้ยครับ?"

[...หมัดเดียวน็อคเอาท์...ทากาคิ ยูยะ...อาดูคนไม่ผิดเลยจริงๆ...]...ยิ่งได้เห็นกระบวนความคิดของคนหนุ่มไฟแรงที่ตัวเองชื่นชม คุณอาริโอกะก็ยิ่งแน่ใจว่า คนคนนี้ คือผู้ที่เหมาะสมอย่างแท้จริง...แล้วไดกิเล่า...จะมองเห็นความรักอันแสนล้ำค่าของผู้ชายคนนี้บ้างมั้ย...

"หลังจากนี้ไปหากคุณอาจะไม่ให้อภัยในความถือดีของผมในครั้งนี้...ผมก็ขอน้อมรับมันอย่างจริงใจ...ผมไม่สนใจว่าผมต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง...แต่ที่แน่ๆ...คนเดียวที่ผมจะไม่มีวันยอมเสียให้ใคร นั่นก็คือ คุณอาริโอกะ ไดกิ คนที่ควรจะเป็นของผมมากกว่าใครๆ!..."

"เอาล่ะยูยะคุง...กลับไปรอฟังคำตอบของอาอย่างใจเย็นเถอะนะ...อาขอร้อง...ขอเวลาให้อาหน่อยนะหลานรัก...อารับรองว่าทุกอย่างจะต้องจบลงด้วยดี..."

"ครับคุณอา...แต่ก่อนผมจะกลับไปในวันนี้...ขอให้คุณอารู้ไว้ว่าผม...จะไม่มีวันปล่อยมือจากไดจังอย่างแน่นอน...ไม่ว่าคุณอาจะตัดสินใจในเรื่องนี้ยังไงก็ตาม...ขอโทษด้วยครับ..."


ร่างสูงคำนับลาผู้ใหญ่แล้วหันหลังเดินจากไปด้วยความมุ่งมั่น...คำกล่าวที่ดูเหมือนจะเป็นคำขู่กลายๆ นั้น ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวหรือแม้แต่ความโกรธเคืองให้กับประธานใหญ่แห่งสตาร์คิงแต่อย่างใด...ตรงกันข้าม...มันกลับสร้างรอยยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นบนใบหน้านักธุรกิจผู้มากประสบการณ์เสียด้วยซ้ำ...

[...ฉลาดหลักแหลม...มีปฏิพานไหวพริบหาตัวจับยาก...เจ้าสำบัดสำนวน...คำพูดคมคายเชือดเฉือนแล้วก็เต็มไปด้วยเหตุผลที่ไม่อาจเถียงได้...แน่วแน่มั่นคง...กล้าหาญ...และรักไดกิอย่างแท้จริง...เท่านี้แหละยูยะ...หลานชนะเกมนี้แล้ว...]


"นับว่ากล้าหาญมากนะครับท่าน!"

"เห็นแล้วใช่มั้ยโทยะ...นี่แหละคนที่ชั้นเลือก!"

"แล้วทางนากาจิม่าล่ะครับท่าน!?"

"เรื่องนั้นชั้นเคลียร์ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว...อันที่จริงทางนั้นเองก็มีเป้าหมายอื่นที่ต้องการอยู่ด้วยเหมือนกันน่ะนะ...เราก็แค่ร่วมมือกันสร้างเกมนี้ขึ้นมาก็เท่านั้น...หึๆๆ..."

"สมกับเป็นท่าน...ทุกสิ่งล้วนคำนวนมาอย่างแม่นยำ"

"หือ?...หึๆๆ...แต่ก็มีอยู่คนนึงที่ชั้นไม่เคยคำนวนเค้าได้จริงๆ...เด็กหนุ่มไฟแรงคนนั้น...ทากาคิ ยูยะ...นายว่างั้นมั้ย?"

"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับท่าน"

"ฮ่าๆๆ...นั่นน่ะสิโทยะ...แต่ชั้นมั่นใจแล้วล่ะนะ...ชั้นเลือกไว้ใจคนไม่ผิดหรอก...จะเหลือก็แต่ลูกแสนดื้นของชั้นนี่แหละ...เค้าจะเดินหมากยังไง..."



..........................................Line_Black Rose...........................................



.........ตั้งแต่วันที่ยามะดะโทรหา...หลังจากนั้นไดกิก็ไม่ได้พบหรือพูดคุยกับใครอีกเลยแม้แต่คนเดียว...สิ่งที่ได้รู้จากเพื่อนรักมีแค่เพียงเค้าคนนั้นขอจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง...จัดการอะไร?...จัดการแบบไหน?...ยังหวังได้อีกเหรอ?...คำถามเล่านี้ล้วนวนเวียนไปมาอยู่ในหัวของคนตัวเล็ก...เวลานี้ไม่ว่าจะทำอะไรหรือกระดิกตัวไปไหน ไดกิก็โดนจับตามมองราวกับเป็นนักโทษ...ร่างบางกำลังใช้ความอดทนที่มีอยู่ไม่มากนักไปกับเรื่องพวกนี้...อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ร่างบางยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางอื่นเลยแม้แต่น้อย...คิดแล้วก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้...

[...ทำไมไม่ตามมาง้อผมเลย...ทำไมเฉยชาแบบนี้...ทั้งๆ ที่คุณพ่อจะยกผมให้คนอื่น....คุณรักผมจริงๆ หรือเปล่า...ยูยะ...]

ยิ่งคิดขอบตาก็ยิ่งร้อนผ่าว...หัวใจดวงน้อยเจ็บปวดราวกับจะแตกสลาย เมื่อคิดว่าเค้าคนนั้นไม่ได้รักตัวเอง...บางทีการยอมรับชะตากรรมอาจเป็นทางออกที่ดี...แต่ไดกิเองก็หยุดคาดหวังที่จะได้เห็นหน้าได้พูดคุยกับยูยะอีกสักครั้งไม่ได้...ร่างบางเริ่มเข้าใจถึงจิตใจที่แท้จริงรวมทั้งความต้องการของตัวเองมากขึ้นทุกขณะ...ไดกิเข้าใจลึกซึ้งกับคำว่า ~คำพูดมันจะฆ่าตัวเองในสักวัน หากไม่ใช้มันอย่างระมัดระวัง~ ไดกิจะบอกกับพ่อตัวเองได้ยังไงว่าแท้ที่จริงแล้วร่างบางรักยูยะ เพียงแต่แค่กลัวว่าเค้าคนนั้นอาจไม่รักตอบตัวเอง ยูยะอาจไม่ได้ต้องการความรักของไดกิ มากไปกว่าการได้ครอบครองหุ้นของสตาร์คิง...ร่างบางจะบอกยังไงว่าที่เรื่องราวมันเป็นแบบนี้เพียงเพราะตัวเองแค่ไม่เชื่อใจยูยะเพียงเท่านั้น...แล้วการที่อีกฝ่ายก็เงียบหายไป ก็คงเป็นเพราะเชื่อเรื่องตบตาของตัวเองกับฮิคารุขึ้นมาจริงๆ ก็ได้...

[...ยูยะบ้า!...ไม่หวงผมเลยหรือไง!?...ฮึก...คนบ้า!...ฮึกๆ ...ไหนว่ารักผม...]

ร่างบางปล่อยให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่ารินไหลไปกับความเสียใจและน้อยใจในตัวร่างสูงที่ตัวเองรักเค้ามากมายนัก...


"ก็ได้ฮะ...ผมจะยอมทิ้งทิฐิเพื่อยูยะ...ผมรักยูยะ..."


ร่างบางเอ่ยกับตัวเองอย่างตัดสินใจ...หากมัวปล่อยเวลาให้ผ่านไปมากกว่านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่หวนกลับคืนมา อาจไม่หมุนวนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกแล้ว...ร่างบางปาดเช็ดน้ำตา แล้วหยิบโทรศัทพ์ขึ้นมากดโทรออกหายาบุทันที...เพราะดูเหมือนจะมีแต่ยาบุเท่านั้นที่ร่างบางสามารถโทรหาได้โดยไม่โดนจับจ้อง...

[...จะแปลกอะไร...ถ้าคนไข้จะโทรหาหมอประจำตัว...]


"พี่หมอโคตะฮะ...ผมมีเรื่องสุขภาพจะปรึกษาฮะ...เราไปเจอกันที่ไหนได้บ้างมั้ยฮะ?..."

"ครับน้องอาริโอกะ..."

"เรียกชื่อผมเถอะฮะ...ใกล้ถึงวันหมั้นแล้ว...พี่หมอ...ช่วย!...ตรวจให้ผมที..."

"งั้นมาพบพี่ที่โรงพยาบาลครับ...พี่จะช่วย...ตรวจดูให้..."


คำพูดแฝงนัยสำคัญที่คนทั้งคู่พูดคุยกัน หากเป็นคนนอกก็คงมองว่าไดกิต้องการตรวจสุขภาพก่อนถึงพิธีหมั้นเป็นแน่...แต่จะมีใครเข้าใจมันได้ดีกว่าคุณหมอคนเก่งอีกเล่า ~ช่วย!...ตรวจให้ผมที~ ที่ไม่ใช่เรื่องของหมอกับคนไข้...แต่เป็นเรื่องของหัวใจสองดวงที่กำลังต้องการกันและกันต่างหาก...ยาบะกดวางสายหลังนัดหมายกับคนรักของเพื่อนไปเรียบร้อย..มือแกร่งวางโทรศัพท์ลงพลางยิ้มอย่างพอใจ...


"ในที่สุดก็คิดได้สักทีสินะ...หึๆๆ..."

"หัวเราะอะไรของคุณ...แล้วจะสอนต่อมั้ยเนี่ย!?"

"นี่ฮิก!...นายไม่สนใจแล้วก็ไม่อยากรู้เลยหรือไงว่าใครโทรหาผมน่ะ?"

"ไม่สนนี่!...ใครจะโทรหารุ่นพี่ มันเกี่ยวกับเรื่องสมองและเส้นประสาทที่ผมต้องเรียนตรงไหนไม่ทราบ...รีบสอนต่อสิฮะ...ผมไม่อยากอยู่เกินเวลาแม้แต่นาทีเดียว!"


สิ่งที่ออกมาจากปากร่างบางนั้น ทำให้คนอารมณ์เย็นอย่างคุณหมอยาบุถึงกับเดือดขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย...ตั้งแต่ขอตัวมาเป็นผู้ช่วยเนี่ย ไม่เคยมีสักวันที่ฮิคารุจะพูดดีๆ ด้วยเลย หรือแม้แต่ยิ้มให้เห็นก็ไม่มีสักนิด...ยาบุชักจะหมดความอดทนกับความเย็นชาของคนที่ตัวเองรักมานานมากขึ้นทุกที...มือผอมวางตำราที่เพิ่งหยิบขึ้นมาลงกับโต๊ะอย่างแรง...ร่างสูงก้าวเข้าหาร่างบางแบบที่ยังไม่ทันตั้งตัว...เอวบอบบางถูกรวบเข้าชิดกับร่างสูงก่อนที่จะเสียหลักโดนยาบุจับกดลงบนเตียงเปล่าได้อย่างง่ายดายแค่เพียงชั่วพริบตา...ดวงตาเรียวแหลมหากแต่ดุดัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาถือดีและไม่ยอมลงให้ใครของคนใต้ร่างตัวเอง...เสียงเย็นถูกกดลงต่ำจนน่ากลัว...


"ชั้นอดทนมามากพอแล้วฮิก! ไหนบอกมาซิว่าอะไรทำให้นายเปลี่ยนไป! เมื่อก่อนนายเคยน่ารักอ่อนหวาน ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงเย็นชา แข็งกระด้าง!?...และ...ทำไม...ทำไมถึงไม่รักชั้น!?"

"ปะ..ปล่อย! ปล่อยผมนะ!!"

"ไม่!!...ทำไมฮิก!?...เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา!?"


เมื่อทนไม่ไหว ฮิคารุก็เลือกที่จะสะบัดหน้าหนีคนข้างบนที่ยังคงกดร่างเค้าเอาไว้แนบกับเตียงแน่น...แต่การกระทำแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ยาบุหมดความอดทน...มือแกร่งจับรวบข้อมือบางเอาไว้ทั้งสองข้าง เหนือศรีษะของคนที่เอาแต่หนี ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่จะจับให้ใบหน้าน่ารักหันกลับมาสบตากันด้วยมืออีกข้างที่ว่างอยู่...


"อย่าทำให้ชั้นต้องหมดความอดทนไปมากกว่านี้นะฮิก..."

"ก็ไม่ต้องทน!! แล้วก็เลิกยุ่งกับผมสักที!! วันนี้!! อุ๊บ!!!"


ริมฝีปากบางประกบเข้าครอบครองริมฝีปากเชิดรั้นอย่างแนบแน่น...ยาบุต้องการคนตัวบางนี้มากเพียงใด ทำไมฮิคารุถึงพยายามไม่ยอมรับรู้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ยาบุก็จำเป็นต้องแสดงให้รู้เสียทีว่าตัวเองต้องการแต่เพียงคนคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น...ร่างบางพยายามดิ้นรนหนีการรุกรานจนอ่อนแรง และต้องยอมให้อีกฝ่ายตักตวงความหวานจากรสจูบที่กำลังเปิดแง้มหัวใจบอบบางให้รับรู้ถึงความรักที่หัวใจมั่นคงต้องการมอบให้อีกครั้ง...


"แฮ่กๆ..ฮึก...รุ่นพี่...ฮึกๆๆ...บ้าที่สุด!..."

"ขอโทษฮิก...อย่าร้องไห้เลยนะครับ...พี่รักฮิกจริงๆ นะ...พี่ไม่เข้าใจครับ...ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมวันนั้นฮิกต้องปฏิเสธพี่ด้วย..."


มืออุ่นเช็ดซับหยาดน้ำตาออกจากหางตาให้คนรักพลางเกลี่ยเบามือคลอเคลียอยู่ที่แก้มนิ่ม...ดวงตาเรียวแหลมเว้าวอนอย่างต้องการคำตอบและงอนง้ออยู่ในที...แก้มนิ่มเริ่มขับสีเลือดเมื่อหัวใจสั่นไหวเปิดรับความรักของคนที่ใจตรงกันมานานอย่างเต็มหัวใจ...


"ตอนนั้น...ผมคิดว่ารุ่นพี่...กับ...คุณทากาคิ...มีอะไรๆ กัน..."

"ห๊ะ!!?"

"ผมคิดว่า...ผมไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจพี่...ผมก็เลย..."

"โถ่เอ๊ย!...รู้งี้บุกไปถามตั้งแต่แรกดีกว่า...กับไอ้ยะเนี่ยนะM...ฟ้าผ่าพอดีสิครับฮิก...หึๆๆ"

"กับผมก็ผ่าเหมือนกันแหละ!...ผมก็ผู้ชายนะฮะ!"

"อย่างอนพี่สิฮิก...เหมือนกันที่ไหนล่ะ..."


ร่างสูงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของคนตัวบางจนใบหน้าน่ารักแดงซ่านไปหมดเพราะคำพูดของตัวเอง...


"พี่กับไอ้ยะ...รุกทั้งคู่นะฮิก...หึๆๆ"

"บะ..บ้า!!...ผมไม่รับให้หรอกนะ!"

"ลองดูมั้ยล่ะ!?...ฮิกกับพี่...ใครจะยอมใคร...หื้อ?" ร่างสูงขโมยคลอเคลียแก้มนิ่มแล้วกดหอมไปฟอดใหญ่

"ม่ะ...ไม่เอาด้วยหรอก!"


ยาบุดึงคนตัวบางขึ้นมากอดไว้แนบอกแกร่งทันทีที่ตัวเองหยัดกายยืนขึ้น ก่อนที่จะเอ่ยบอกย้ำความในใจที่มีมาตลอดของตัวเองอีกครั้ง...

"ยาโอโตเมะ ฮิคารุ! ผมรักคุณนะ!!"

"เอ่อ....ผม....ผม..."

"อ่ะแฮ่ม!!!...เอ่อพี่โคตะฮะ...มันเลี่ยนอ่ะ!!!"

"น้องไดกิ!!! / ไดจัง!!!" สองเสียงประสานกันเรียกผู้มาเยือนด้วยความตกใจ เรียกเสียงหัวเราะร่าให้กับเจ้าของชื่อได้อย่างสดใส

"แหม~ ทีนี้ล่ะทำเป็นตกใจนะฮะ! ทีใครทีมันฮะคุณพี่หมอจอมฉวยโอกาส~ ฮ่าๆๆๆ!!!"


ไดกิที่โผล่มาเป็นสักขีพยานในความรักของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งญาติสนิทแสนรู้ใจ กับคุณหมอเจ้าของไข้ของตัวเอง ถึงกับรู้สึกซาบซึ้งในความรักที่น่าอิจฉาของคนทั้งสองจนเกือบจะเสียน้ำตาให้ ถ้าไม่ได้ยินประโยคบอกรักเลี่ยนๆ เข้าซะก่อน ร่างเล็กระเบิดเสียงหัวเราะสดใสราวกับไม่มีเรื่องกลุ้มใจออกมาทันทีที่เห็นสีหน้าตกใจและรีบผละออกจากกันจนห่างของคนทั้งคู่...

[...ยูยะฮะ...ไดจังแก้แค้นให้แล้วนะ...เรื่องนี้ต้องขยายฮะ!!!...]





โปรดติดตามตอนต่อไป..................





.......................................Line_Black Rose.......................................






black-cat-emoticon-006.gif เป็นไงบ้างค้าาาาาา ในที่สุดแตงก็ได้ทำเลใหม่เจ๋งๆ สักที
แต่มันดูเงียบเหงาจังน้าาาาา อยากให้มีคนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน เล่นด้วยกันอ่ะ
ตอนนี้กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีใช่ม้าาาาา ตอนหน้าจะเป็นยังไงน้าาาาาา
ขอบคุณที่ติดตามผลงานของแตงนะคะ...แล้วเจอกันใหม่ในตอนที่ 10 ค่ะ!

......................................................................แตงไทย.......................
Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 8



TaDaiki3 Cover Fic_Logo



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 8 : หลงทาง




ตั้งแต่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ สิ่งที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นในทุกๆ วนของ ทากาคิ ยูยะ ก็คือความต้องการที่จะมีคนตัวเล็กที่ตัวเองรักอยู่ข้างกายในทุกๆ นาทีนับจากนี้ไป ร่างสูงแทบไม่กล้าคิดถึงวันเวลาที่ต้องห่างกันแม้เพียงแค่ชั่วคืนอันยาวนานสำหรับเค้า แต่สิ่งที่ไดกิยังไม่รู้...ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนตัวเล็กคงยากที่จะเข้าใจ...หากตอนนี้ร่างสูงตัดสินใจที่จะทำตามใจตัวเองโดยการฉวยโอกาสทวงสัญญาจากประธานสตาร์คิงตามเดิม ปัญหาไหนที่จะตามมาแล้วทำให้ยูยะทนไม่ได้มากกว่ากัน...ระหว่าง...การห่างกายเพราะความถูกต้อง กับการห่างใจเพราะโดนคนรักตัวเล็กเกลียดชัง...ร่างสูงพยายามชั่งน้ำหนักความทรมาณใจของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง...แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เค้าเองก็คงเลี่ยงความเจ็บปวดไปไม่พ้น...
...ก๊อกๆๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกให้ร่างสูงสง่าในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลชื่อดังต้องละสายตาจากวิวเมืองหลวง แล้วหันกลับมาพบกับรอยยิ้มอุ่นใจของบุคคลคนสำคัญ...
"เป็นยังไงบ้างหลานอา?...ตั้งแต่เกิดเรื่องมาจนถึงวันนี้ นี่ก็ผ่านไปกว่าอาทิตย์แล้วสินะ...อาเองก็มัวแต่ยุ่งเรื่องเตรียมงานต่างๆ ของเรา...อายังไม่ได้มาขอบคุณหลานด้วยตัวเองเลยสักครั้ง...ขอบคุณนะยูยะคุง!...ขอบคุณหลานจริงๆ...ขอบคุณที่ดูแลและปกป้องไดจังของอา จนเกือบเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง...อา..."
"คุณอาครับ!...อย่าขอบคุณผมเลย...จริงๆ แล้วตัวผมเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น..."
"ยูยะคุง...ทำไมหลานถึง...."
"ครับ...ผมมีเรื่องที่ต้องบอกกับคุณอา...ผมไม่หวังสิ่งใดมากไปกว่าโอกาส...ผมขอแค่โอกาสที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นให้คุณอาฟังจนจบ...หลังจากนั้น...หากคุณอาจะไม่ยกโทษให้ผม...ผมก็จะยอมรับผลของมัน..."
แววตาคมนิ่ง สบประสานกันกับแววตาสันสน...อาการตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่ร่างสูงแสดงออกนั้น สพกดให้ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในที่นี้ต้องยอมรับฟังอย่างง่ายดาย...ร่างสูงผายมือเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามานั่งลงยังโซฟาบุนวมตัวใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดกายลงนั่งพับขากับพื้นห้องแล้วก้มหัวลงเกือบจรดกับมือที่รองอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เพื่อแสดงการขอโทษที่ออกมาจากใจ ซึ่งก็ทำให้คุณอาริโอกะยิ่งตกใจกับการกระทำนี้...
"ยูยะคุง!!!"
"ผมขอโทษครับ!! เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น...เพราะผมเป็นต้นเหตุ...เพราะผม...ทำให้ไดจังต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า...เพราะผมเอง...ผมเองที่เป็นคนลักพาตัวลูกชายของคุณอาไป..เป็นผมเอง..."
"ว่าไงนะ!!?...ล่ะ...เล่า...เล่าให้อาฟังให้หมดยูยะ..."
"ขอโทษครับคุณอา!!...อันที่จริงแล้ว ที่ผมเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด...นั่นก็เพราะผมแค้นใจที่ไดจังทำตัวเป็นพ่อสื่อจนทำให้น้องยูริแต่งงานกับทางยามาดะ...ผมวางแผนจับตัวไดจัง...ผู้ร้ายตัวจริงก็คือผมครับคุณอา...เพราะอย่างนี้ผมจึงไม่อาจหลอกลวงและฉวยโอกาสจากความไว้เนื้อเชื่อใจของคุณอาได้อีกต่อไป ผมไม่มีหน้าจะไปรับข้อเรียกร้องที่เห็นแก่ตัวของผมที่ใช้เพื่อเป็นแผนการผูกมัดไดจังเอาไว้กับผมตลอดไปได้...ผมขอโทษสำหรับความเลวที่ได้กระทำ...ผมผิดไปแล้วครับ...ขออภัยในความเห็นแก่ตัวของผมด้วยเถอะครับ..."
"นี่มันอะไรกัน!?...บอกอาได้มั้ยว่ามันไม่จริง!...ยูยะคุง...ทำไม..."
"ผมทำให้ลูกรักของคุณอาต้องทุกข์ใจ...แล้วยังใช้เล่ห์เหลี่ยมหวังที่จะกักขังไดจังเอาไว้จนกลายเป็นการบังคับให้คุณอาต้องทำตามข้อเสนอของผมทางอ้อมอย่างเลี่ยงไม่ได้...ผมไม่หวังที่จะให้คุณอาอภัยให้ผม...ผมรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป...ผมรู้ตัวว่าสิ่งที่ผมทำมันเกินที่จะอภัยให้ได้...ผมเสียใจจริงๆ ครับ!!"
สิ่งที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นตรงหน้านี้...คุณอาริโอกะเองแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง...เป็นเด็กคนนี้ที่ทำเรื่องเองทั้งหมด...เป็นคนคนนี้ที่ตัวเองเลือกไว้ใจให้ตามหาลูกชายคนสำคัญ...
[...เพราะอะไรกัน...ยูยะ...]
ร่างบางที่เริ่มฟื้นคืนจากฤทธิ์ยานอนหลับที่คุณหมอคนเก่งจัดให้ เพราะอยากให้ได้พักผ่อนให้เต็มที่ ไดกิค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ภาพห้องพักฟื้นรอบกายที่เงียบและเกือบว่างเปล่าทำให้คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น...ห่างออกไปยังมีร่างนิ่งสนิทของคุณพ่อบ้านประจำบ้านอาริโอกะนั่งผลอยหลับเฝ้าร่างบางอยู่เงียบๆ ร่างเล็กค่อยๆ พยุงกายตัวเองลุกขึ้นนั่ง...ความบอบช้ำต่างๆ จางหายไปจากกายขาวนานแล้ว...แต่ที่ยังต้องอยู่โรงพยาบาลเพราะพี่หมอยาบุต้องการที่จะตรวจจนแน่ใจว่า ในร่างกายบอบบางนี้จะไม่มีอาการป่วยใดๆ เกิดขึ้นมาภายหลังอีก...ไดกิก้าวขาลงจากเตียงช้าๆ แล้วก้าวออกไปสูดอากาศสดชื่นที่นอกระเบียง...ร่างเล็กคิดหวนย้อนกลับไปถึงวันแรกที่ได้พบกับร่างสูง...เรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมากมายในวันนี้...มุมปากได้รู้ยกยิ้มอย่างหัวใจพองโต เมื่อความคิดมาหยุดอยู่ที่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายมอบความรักให้ตัวเองมากมายเพียงใด...แทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงแค่นี้...แค่ไม่ถึงเดือนนี้...มันจะทำให้หัวใจอ่อนไหวของตัวเองเปิดรับเอาคนที่เคยใจร้ายเข้ามานั่งอยู่กลางใจอย่างเต็มใจแบบนี้ได้...เวลาที่นึกถึงสายตามั่นคงและเต็มไปด้วยความรักที่อบอุ่นของเค้า หัวใจดวงน้อยก็เต็นรัวเร็ว ราวกับมีใครเข้าไปเร่งจังหวะของมันเสียอย่างนั้น...
"แบบนี้สินะยูริ...พลุแห่งความรักกำลังระเบิดตูมตามอยู่กลางใจ..."
"ตื่นแล้วเหรอครับคุณหนู...หิวมั้ยครับ...."
"คุณพ่อบ้านเองก็คงจะเหนื่อยน่าดูนะฮะ ต้องมาคอยเฝ้าผม...กลับบ้านไปพักเถอะฮะ...เดี๋ยวผมบอกคุณพ่อเอง"
"มิได้ครับคุณหนูเล็ก...มันเป็นหน้าที่ของผม...ผมจะไม่ยอมให้คุณหนูหายตัวไปอีกแล้ว..."
"ผมไม่เป็นไร...ผมจะไปหายูยะ...ไม่ต้องห่วงนะฮะ...กลับไปพักซะ..นี่เป็นคำสั่งฮะ"
ร่างบางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน...เพราะเป็นห่วงคนอื่นอย่างนี้เสมอ ไดกิจึงเป็นที่รักของคนทุกคน...เมื่อขัดไม่ได้ คุณพ่อบ้านจึงก้าวออกไปตามคำสั่งของคนน่ารัก ทิ้งให้ร่างบางยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่เพียงลำพังอีกครู่ใหญ่...และในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น...จู่ๆ ไดกิก็ได้ยินเสียงอื้ออึงแว่วมาจากห้องข้างเคียง อันเป็นห้องพักของคนที่ตัวเองรัก และเพราะจับใจความอะไรไม่ได้ ร่างบางจึงเร่งรุดก้าวออกจากห้องไปด้วยความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างสูงอีกก็ได้...
"อาไม่อยากจะเชื่อเลยนะ!!? ทำไมหลานถึงทำเรื่องแบบนี้ได้!!?"
"ขอโทษครับคุณอา...ผมเสียใจจริงๆ ครับ...."
"อาผิดหวังมากยูยะคุง..."
"ผมทราบครับ..ผมเสียใจจริงๆ ครับคุณอา..."
คุณอาริโอกะยอมรับว่ารู้สึกช็อคกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของร่างสูงที่ตัวเองชื่นชม...แต่เพราะอายุที่มากกว่ารวมไปถึงประสบการณ์ต่างๆ ทีมีสูง จึงทำให้เค้าพยายามมองหาเหตุผลและยังใจเย็นอยู่ได้...ถึงอย่างไร คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องไดกิก็คือคนที่กำลังแสดงความสำนึกอย่างจริงใจถึงความผิดที่ได้กระทำอยู่ตรงหน้านี้...แล้วจากที่ได้เห็นความห่วงใยที่มีต่อกันของเด็กทั้งสองคน ผู้เป็นพ่อก็พอจะบอกได้อยู่ว่าลูกรักของตัวเองก็มีใจให้ร่างสูงผู้นี้อยู่ไม่น้อย...
"ให้อาถามหลานสักคำเถอะยูยะ...ที่เปลี่ยนใจพาน้องมาคืนนี้...เพราะ 'รัก' หรือเปล่า?..."
"คุณอา..."
"อาอยากรู้จริงๆ นะยูยะคุง...เพราะฝีมืออย่างหลาน หากคิดจะกักขังน้องเอาไว้ ก็คงจะไม่มีใครหาพบ...ที่เปลี่ยนใจ คิดกลับทาง ทำทุกอย่างให้ถูกต้องอย่างนี้ หลานรักลูกอาหรือเปล่า...ถ้าไม่ใช่ หลานทำไปเพื่ออะไรกันแน่?..."
ผู้เป็นใหญ่แห่งสตาร์คิงก้าวเข้าจับไหล่แกร่งให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง...ดวงตาอบอุ่นจ้องเข้าไปในดวงตาคมเข้มอย่างต้องการคำตอบที่แท้จริงจากเด็กหนุ่มที่เค้าชื่นชม...ยูยะเองก็รู้สึกซาบซึ้งต่อความเมตตาที่คนตรงหน้ามีให้ตน...หากเป็นพ่อคนอื่น...ตัวเค้าเองคงมีแต่ร่างไร้วิญญาณไปนานแล้ว...
"ครับ!...เพราะผมรักไดจัง...ความจริงแล้ว...ผมเพิ่งจะค้นพบหัวใจตัวเองเมื่อไม่นานมานี้...ผมเพิ่งรู้ว่าลูกชายของคุณอาได้ช่วงชิงหัวใจแข็งกระด้างของผมไปตั้งแต่แรกพบ..ตั้งแต่ที่ผมเห็นหน้าไดจังที่งานแต่งงานของน้องยูริแล้วครับ..."
"ขอบคุณนะยูยะคุง...แค่นี้แหละที่อาอยากรู้...อาจะไม่ถือสาเอาความกับหลานในความผิดที่ได้ก่อ...นั่นก็เป็นเพราะความจริงใจของหลานเอง...ไม่เป็นไรเลย...อย่างน้อยๆ หลานก็เอาชีวิตตัวเองมาปกป้องลูกของอาหลายครั้งหลายครา...มันคงจะเป็นพรหมลิขิตที่หลานลักพาตัวไดจังไปในวันนั้น...ความจริงแล้วอาก็โดนขู่เรื่องจะมีการจับตัวไดจังไป...ยูยะ...ถ้าไม่ใช่หลาน...ป่านนี้ไดจังอาจจะไม่ได้กลับมาหาอาอีกเลยก็ได้นะ...ที่แล้วมาก็ให้มันผ่านไป...เริ่มต้นกันใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย...ขอบคุณหลานมากจริงๆ ที่บอกทุกอย่างกับอาโดยไม่ปิดบัง...ในเมื่อเจตนาของหลานทันเปลี่ยนไปแบบนี้แล้ว...อาก็ไม่คิดติดใจอะไรอีก ถ้าเราจะยังคงทำตามข้อตกลงที่หลานต้องการตั้งแต่แรก"
"คุณอาครับผมไม่..."
"อย่าเกรงใจไปเลยหลาน...สิ่งที่อาจะให้มันสมควรแล้ว"
"ไม่ครับคุณอา...ผมยินดีช่วยไดจังอย่างเต็มใจ ด้วยหัวใจ..."
"นั่นยิ่งทำให้อาอยากได้คนแบบหลานนะ"
"แต่คุณอาครับ...ผมอยากเคลียร์ตัวเอง ผมไม่อยากให้ไดจังเข้าใจผิด..."
"หยุดปฏิเสธอา แล้วรับไปในสิ่งที่หลานควรจะได้...ตอนนี้หลานยังพอมีเวลาที่จะทำให้ลูกอาเชื่อใจ"
ร่างบางเื้อื่อมมือจับลูกบิดประตูห้องพักของคนรักด้วยรอยยิ้มแล้วก็ความสุขล้นใจ...ดีที่ยูยะตื่นแล้ว เพราะไดกิเองก็อยากจะเห็นแววตาแห่งรักมั่นคงของร่างสูงอยู่เช่นกัน...แต่แล้วทั้งร่างก็ต้องชาค้าง กับสิ่งที่ได้ยินอย่างชัดเจนภายในห้องพักนั้น...
"ในเมื่อคุณอาเต็มใจและไว้ใจผม...ยังยืนยันในข้อตกลงของเรา...ผมจะไม่ทำให้คุณอาผิดหวังอีกครับ...ขอบพระคุณมากครับ"
"ดี!...ดีมาก!!...ฮ่าๆๆๆ...ยินดีต้อนรับสู่สตาร์คิง! ว่าที่กรรมการบริหารคนใหม่!!...และเพื่อตอบแทนสิ่งที่หลานได้เสี่ยงชีวิตทำเพื่อลูกรักของอา...หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของสตาร์คิงเป็นของหลานแล้ว...ยินดีต้อนรับสู้อาณาจัจรของเรายูยะหลานรัก!"
[อะไรกัน...คุณพ่อกับยูยะ...ข้อตกลง...หุ้นส่วน...นี่มันอะไรกัน...]
ร่างบางรู้สึกราวกับตกจากที่สูงทั้งๆ ที่เมื่อกี้นี้ยังรู้สึกเหมือนกับล่องลอยอยู่ในท้องฟ้าอันสดใส...และเวลานี้ร่างบางรู้สึกราวกับปีกหักจนต้องร่วงหล่น...หัวใจดวงน้อยปวดร้าวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เมื่อเข้าใจถึงเจตนาที่ร่างสูงมีต่อตัวเอง...ร่างเล็กปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเข้าใจคนรักผิดไปถนัดตา...ไดกิค่อยๆ ปล่อยมือจากลูกบิดเย็นเฉียบแล้วหันหลังกลับไปยังห้องพักฟื้นของตัวเอง...เรี่ยวแรงที่เหลือเหือดหายจนร่างเล็กต้องอาศัยกำแพงแข็งกระด้าง ในการพยุงตัวเองจากไป...ก่อนที่ร่างสั่นเทาจะล้มลงก็มีมือเรียวของร่างสูงโปร่งอีกคนเข้ามารองรับเอากายบางเอาไว้...ไดกิค่อยๆ เงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองสบตากับคนตรงหน้า...จากนั้นน้ำตามากมายก็ไหลล้นขอบตาแดงช้ำออกมาอย่างหยุดไม่อยู่อีกต่อไป คนตัวเล็กโผเข้ากอดร่างสูงโปร่งตรงหน้าเอาไว้แน่น...
"ไดจัง...ไดจังจริงๆ ใช่มั้ย?"
"ฮึกๆ...ช่วยที...ฮึก...ช่วยพาชั้นไปจากที่นี่ที..."
"เกิดอะไรขึ้น?...ไดจัง?..."
"ได้โปรด...พาชั้นไปจากที่นี่ทีเถอะนะ...ฮิก..."
ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...เด็กหนุ่มที่เป็นทั้งญาติสนิทและเพื่อนรักที่รู้ใจของไดกิ...ความสัมพันธ์ที่แม้แต่เพื่อนสนิทอย่าง ยามาดะ เรียวสุเกะ ก็ยังไม่เคยรู้ระแคะระคายมาก่อน นั่นก็เพราะทั้งสองต้องแยกห่างกันไปเพราะบ้านยาโอโตเมะต้องโยกย้ายตามผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวไปต่างประเทศ...ไดกิกับฮิคารุจึงทำได้เพียงส่งจดหมายบ้าง หรือโทรหากันบ้างในยามที่ว่างตรงกัน ซึ่งก็นานๆ ครั้ง...จนเมื่อฮิคารุเติบโตถึงวัยเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เค้าจึงตัดสินใจกลับมาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นเพียงลำพัง...คนตัวบางเลือกเรียนทางด้านสายการแพทย์ตามที่ตัวเองสนใจและสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านนี้โดยเฉพาะได้สำเร็จ...ฮิคารุเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นรายชื่อผู้ป่วยที่ถูกส่งมาให้คนตัวบางตรวจสอบ...ด้วยความดีใจที่จะได้เจอกับไดกิอีกครั้ง ทำให้เค้ารีบมาที่ห้องพักฟื้นของคนรู้ใจและดูเหมือนจะไม่ใช่เวลาที่ดีนักที่จะแสดงความดีใจออกไป อย่าว่าแต่จะปรึกษาเรื่องหัวใจของตัวเองเลย...แม้แต่ยืน...ร่างบางยังแทบยืนไม่ไหวอย่างนี้...
"ไดจัง...เกิดอะไรขึ้นเหรอ?...ไดจังเล่าให้ชั้นฟังหน่อยเถอะนะ..."
มืออุ่นลูบหลังปลอบโยนคนที่ยังสั่นเพราะแรงสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง...ฮิคารุค่อยๆ ดันร่างเล็กให้ห่างออกจากตัวเองแล้วเช็ดซับน้ำตาให้คนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน...ไดกิจับจูงอีกคนให้เข้าไปในห้องของตัวเองแล้วจัดการกดล็อคปิดกั้นคนภายนอกเอาไว้ไม่ให้เข้ามาในขณะที่เค้ากำลังอยู่กับคนสำคัญด้วยอาการอ่อนแอเช่นนี้...ร่างเล็กพาคนสนิทมานั่งที่โซฟาแล้วทรุดลงนั่งข้างกัน...
"ชั้นยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยฮิก...ฮึกๆ...ชั้นไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องราวของชั้นให้ฮิกฟังจากตรงไหน..."
"งั้นก็ร้องไห้ให้พอเถอะนะ...ไหล่ของชั้นยังเป็นที่กำบังให้ไดจังเสมอ..."
"ฮิก...ขอโทษนะ...ชั้นขอโทษ~..."
ฮิคารุโอบเอาคนที่ยังมีน้ำตาเข้าหาอ้อมกอดตัวเอง แล้วลูบหลังให้เบาๆ ...อาการเสียใจมากมายขนาดนี้...ตั้งแต่เล็กจนโตมา...เค้าเพิ่งได้เห็นไดกิแสดงมันออกมาเป็นครั้งแรก...จนเวลาผ่านไปได้พักใหญ่ ร่างเล็กจึงหักห้ามใจตัวเองและปาดน้ำตาออกอย่างคนตัดใจ...ไดกิบอกกับตัวเองว่า จากนี้ไปจะไม่ร้องไห้และอ่อนแออีกต่อไปแล้ว...เมื่อเค้าไม่ได้รักจริง...ก็ไม่จำเป็นต้องมอบรักให้เพื่อตอบแทน...แม้ว่าตอนนี้ทั้งใจของคนตัวเล็กจะเป็นของเค้าคนนั้นไปแล้ว แต่ไดกิก็สัญญากับตัวเองว่าจะค่อยๆ ถอนมันกลับคืนมาเป็นของตัวเองทั้งใจ...
"กี่ปีแล้วนะฮิก...ที่เราสองคนต้องห่างกัน...นานแค่ไหนแล้วที่ชั้นไม่ได้เจอฮิกเลย..."
"ไดจัง...โอเคแล้วเหรอ...อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะ..."
"ขอบใจนะฮิก...แล้วก็ขอโทษด้วย...ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ได้เจอกัน แต่ชั้นก็ทำให้ฮิกต้องเป็นห่วงซะแล้ว...แย่จังนะ..."
"ห้องข้างๆ...ที่ไดจังหนีมา...คนรักของไดจังเหรอ?..."
คำถามของฮิคารุที่ได้ยิน ถึงกับทำให้ไดกินิ่งค้าง...ดวงตาหวานไหวสั่นแล้วกลับนิ่งลงอีกครั้ง...
"ไม่ใช่หรอก..แต่ก็เกือบจะใช่แล้ว...เค้าหลอกลวงชั้น..."
"ไดจัง...รักเค้ามั้ย..."
"ฮิก...ชั้น..."
"ถ้ารัก...ก็อย่าฝืน...ถ้ารักเค้าก็อย่าฝืนตัวเองจนต้องเจ็บแบบนี้เลย..."
"............"
"ชั้นไม่อยากให้ไดจังเป็นเหมือนชั้น...ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน...ไดจังควรจะถามเค้าออกไปตรงๆ นะ..."
"ไม่มีประโยชน์หรอกฮิก...สิ่งที่เค้าต้องการ...ไม่ใช่หัวใจของชั้นหรอก...เค้าต้องการหุ้นของคุณพ่อครึ่งนึงต่างหาก...ชั้นเจ็บ...เจ็บมากฮิก...แต่ชั้นจะเข้มแข็ง...ชั้นจะไม่ยอมให้เค้ามาทำร้ายหัวใจชั้นด้วยความรักจอมปลอมของเค้าอีกต่อไปแล้ว..."
ฮิคารุเอื้อมมือไปกุมมือขาวเอาไว้อย่างให้กำลังใจ...สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยในตัวลูกพี่ลูกน้องตัวเล็กของเค้า นั่นก็คือ ความดื้อดึงและเด็ดเดี่ยวในความคิดและการตัดสินใจ...
[แต่ไดจัง...ถ้าเป็นเรื่องหัวใจอย่างนี้ล่ะไดจัง...มันไม่งายหรอกนะเรื่องตัดใจน่ะ...]
...ก๊อกๆๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางการตกใจของคนตัวเล็ก...ใช่...เค้ายังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น...ยิ่งเป็นคนหลอกลวงแล้ว...ไดกิยิ่งทำใจยาก...
"เอาไงไดจัง...เราจะหนีตลอดไปไม่ได้หรอกนะ..."
"ฮิก...ชั้น..."
ฮิคารุตัดสินใจเดินไปเปิดประตูห้อง ในขณะที่ไดกิผุดลุกขึ้นยืนอย่างลังเลว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ หรือจะหลบหน้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด...แต่แล้วด้วยทิฐิที่มีจึงทำให้ร่างบางวิ่งเข้าไปกอดฮิคารุจากทางด้านหลัง แล้วอ้อนออกมาต่อหน้าคนที่ยืนตะลึงอยู่หน้าประตู
"ฮิก~ ...ทำไมออกมานานอย่างงี้ล่ะ~ ...ทิ้งเค้าไว้ในห้องคนเดียว...เหงา..."
"อ๊ะ...ได...ไดจัง..."
การกระทำของเพื่อนตัวเล็ก ไม่ได้เพียงแค่ทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าคนทั้งคู่ช็อคไปเท่านั้น แต่ตัวฮิคารุเองก็ถึงกับงงงวยไปด้วยไม่น้อย
"นี่มันอะไรกันครับไดจัง...เค้าคนนี้..."
ร่างสูงที่จับต้นชนปลายไม่ถูก แทบจะไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้ ลำคอแห้งผากตีบตันจนเจ็บแสบ
"คนรักของผมเองฮะพี่ยูยะ...ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...แฟนของผม..."
"ไดจัง..."
ร่างบางเอาแต่ซุกซ่อนใบหน้าเศร้าอยู่ข้างหลังคนที่ตัวเองกอดเพื่อหลบหนีคนที่ตัวเองหลงรักอย่างเจ็บปวด...น้ำตาอุ่นร้อนซึมผ่านเสื้อกราวน์เนื้อหนาของแพทย์ฝึกหัด...คนรักจำเป็นของไดกิ...
"นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะไดกิ!!?...ทำไมลูกกับฮิคารุถึงได้..."
"ฮะคุณพ่อ!...ผมกับฮิก...เรารักกันมานานแล้ว..."
"เป็นยังไปได้ยังไง...ไดกิ...ลูกต้องอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังเดี๋ยวนี้!!"
"ยังไม่ใช่ตอนนี้ฮะ!...ผมขอเวลา...อยู่กับคนรักของผม...ได้มั้ยฮะ!?..."
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกนั้น...จู่ๆ คุณหมอยาบุก็ก้าวเข้ามาและทุกสิ่งดูจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมซะอีก เพราะคนที่เจ็บที่สุดตอนนี้...ก็คือร่างสูงโปร่งที่ไดกิกำลังกอดเอาไว้แน่นนั่นเอง...
"ไม่น่าเชื่อนะครับ...ฮิคารุ...นั่นนายจริงๆ สินะ...เปลี่ยนแล้วเหรอ..."
"...รุ่นพี่..."
สายตานิ่งลึกที่จ้องมองมา ทำให้ฮิคารุเหมือนโดนสะกด...เสียงหัวใจเต้นรัวที่ไดกิได้ยินนั้นแจ่มชัดจนน่าใจหาย...นี่เค้ากำลังทำให้เพื่อนสนิทที่รักมากต้องตกที่นั่งลำบากอย่างนั้นเหรอ...
[ใครกัน...รุ่นพี่ที่ฮิกหลงรัก...]
ร่างบางค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากการซุกซ่อน เพื่อมองหาคนที่ทำให้ลูกพี่ลูกน้องที่น่ารักของเค้าต้องช้ำใจและตัวชาไปแบบนี้...
"พี่หมอโคตะงั้นเหรอ!?...อ๊ะ...พี่ยูยะ..."
แววตาเจ็บปวดตัดพ้อของยูยะ และสีหน้านิ่งจนยากจะคาดเดาอารมณ์ของยาบุ ทำให้ไดกิได้รู้ซึ้งถึงผลของการกระทำโดยขาดสติของตัวเอง...ร่างเล็กค่อยๆ ปล่อยมือจากฮิคารุแล้วถอยห่างออกไปช้าๆ...แต่กลับเป็นฮิคารุเสียเอง ที่ดึงเอาคนตัวเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก...สายตาเย็นชาถูกส่งไปถึงคุณหมอคนเก่งอย่างจงใจพร้อมด้วยคำพูดประชดประชัน...
"ขอโทษนะฮะคุณลุง...แต่ผมกับไดจังที่เพิ่งจะได้พบกัน...ขอเวลาส่วนตัวให้เราเถอะฮะ..."
"ไม่ได้!!"
เสียงตอบกลับนั้น ไม่ได้มาจากผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่อยู่ตรงนั้น หากแต่เป็นร่างผอมสูงที่แสร้งทำเป็นเฉยชา แต่ในใจนั้นกลับเริ่มเดือดขึ้นมาจนผิดวิสัยแพทย์ผู้มากประสบการณ์...ซึ่งก็เรียกให้สายตาทุกคู่ ไม่เว้นแม้แต่ยูยะเอง ก็ยังต้องหันกลับไปมองเพื่อนรักของตัวเอง จนยาบุต้องรีบเฉไฉไปทางอื่น...
"พอดีว่าถึงเวลาตรวจไข้ของพี่แล้วครับน้องอาริโอกะ...ส่วนนาย...ฮิคารุ...แพทย์ฝึกหัดต้องไปขึ้นวอร์ดที่ตึกสมองแล้วไม่ใช่เหรอ...ขอคนไข้ของผมคืน..."
"ผมไม่จำเป็นต้องฟังรุ่นพี่นะฮะ...ในเมื่ออาจารย์ของผมเพิ่งจะบอกให้ผมมาพักได้...ขอตัวนะฮะ!"
ฮิคารุจับประสานมือกับไดกิ ก่อนที่จะกึ่งลากกึ่งจูงร่างบางออกไปจากที่ตรงนั้นทันที...จังหวะที่จะต้องผ่านร่างสูงที่ตัวเองรัก ไดกิก็เผลอสบประสานสายตาเข้าหาแววตาคมดุซึ่งมองมาอย่างตัดพ้อและเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเค้า...ยูยะตัดสินใจหลบสายตาคนรักแล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเองไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีกเลย...และคนที่ไม่อาจละสายตาไปได้ กลับกลายเป็นไดกิเสียเองที่ต้องมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนลับตา...
"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!!?...โอย...หมอๆๆ...ผมต้องการหมอแล้วตอนนี้!"
"ใจเย็นๆ ก่อนครับท่าน...เรื่องนี้ผมว่าอาจเกิดการเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ...ผมขอตัวไปดูเพื่อนของผมก่อนนะครับ"
"อ้อ! โอเคๆๆ ...หมอรีบไปเถอะ...น่าสงสารยูยะคุงจริงๆ...เจ้าลูกเอาแต่ใจของผมเกิดจะมาแผลงฤทธิ์อะไรตอนนี้~"
ยาบุโค้งคำนับผู้อาวุโสก่อนที่จะผลักประตูห้องพักฟื้นของเพื่อนรักแล้วก้าวเข้าไปด้านในทันที...ร่างสูงสง่าที่ยืนหันหลังให้ตนอยู่นั้น ยาบุเองก็บอกไม่ถูกว่ายูยะกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่...
"ยูยะ!...นายโอเคนะเพื่อน?"
"ตรงไหนที่บอกนายได้ว่าชั้นโอเค..."
เสียงเย็นที่เปล่งออกมานั้น บอกระดับความเจ็บปวดของคนตัวสูงได้ดี...ตั้งแต่วินาทีที่เค้าเห็นคนรักเข้าไปกอดออดอ้อนออเซาะคนคนแปลกหน้าคนนั้น...ยูยะแทบจะเข้าไปกระชากร่างเล็กออกจากผู้ชายคนนั้น...แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไรอีก ถึงทำให้ร่างสูงจำต้องคอยมองดูภาพบาดใจและยังทนยืนนิ่งฟังคำพูดบาดหูที่คอยกรีดแทงหัวใจตัวเองอยู่อย่างนั้น...
"ยูยะ...นายไปทำอะไรให้ไดกิเข้าใจผิดหรือเปล่า?"
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ!? ชั้นต่างหากที่อยากจะให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเมื่อกี้นี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด!!"
"แต่ชั้นมั่นใจนะยูยะ...สองคนนั่นกำลังเล่นละครตบตาพวกเราทั้งหมด!!"
"นายว่าไงนะ!?"
สิ่งที่ได้ยินทำให้ยูยะต้องหันกลับมาจ้องตาอย่างจริงจังกับเพื่อนรักของตัวเอง...และดูเหมือนว่ายาบุจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะตอนนี้ยูยะเริ่มสนใจมุมมองของคุณหมอคนเก่งขึ้นมาจริงๆ แล้ว และดูเหมือนว่าข้อมูลที่ยาบุมีจะมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ร่างสูงเชื่อมากกว่าภาพเหตุการณ์ที่ตัวเองเห็นกับตาเมื่อสักครู่นั่น...[บางที...สิ่งที่เห็น...อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด...]
"เด็กคนนั้น...ยาโอโตเมะ ฮิคารุ...คนรักเก่าของชั้นเอง!"
"ห๊ะ!!?...ล้อชั้นเล่นรึเปล่าโคตะ!"
"ไม่ได้ล้อเล่น! นายฟังไม่ผิดหรอกเพื่อน...เค้าคือคนที่ชั้นรักมากแล้วก็เคยตามจีบอยู่เป็นปีๆ ตอนที่เราเรียนโทไดด้วยกัน...เราเกือบจะได้คบกันแล้ว...ถ้าเค้าไม่เอาแต่ทิฐิและยอมฟังสิ่งที่ชั้นพูดบ้าง..."
"แล้วทำไม...."
"ชั้นเดาว่าเค้าเข้าใจผิดเรื่องของชั้นกับนาย...ทีนี้นายลองบอกชั้นทีสิเพื่อน...เหตุการณ์เมื่อกี้กับประสบการณ์ของชั้น...อย่างไหนมันจะเป็นความจริงมากกว่ากัน...ไดกิกับฮิกน่ะ...เค้าเหมือนกัน..."
ทางด้านฮิคารุและไดกิที่หนีความวุ่นวายออกมาที่สวนหย่อมของโรงพยาบาลนั้น...ตั้งแต่มาถึงทั้งสองก็เอาแต่นิ่งเงียบ...แต่ด้วยความสงสัย ร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายที่จะทำลายความเงียบอันชวนอึดอัดนี้ลงซะเอง...
"นี่ฮิก...ชั้นสร้างปัญหาใหญ่ให้ฮิกเข้าแล้วใช่มั้ย?..."
"ไม่หรอกไดจัง...ชั้นเองก็ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์มันจะต้องดำเนินมาในรูปแบบนี้...ชั้นเองก็ใช้ไดจังเป็นโล่ห์กำบังเหมือนกัน..."
"ขอโทษนะ! / ชั้นขอโทษน้า!!"
สองเสียงเอ่ยคำขอโทษออกมาพร้อมกันจนต้องหลุดขำออกมาท่ามกลางความหนักอึ้งของปัญหา...แววตาสดใสของไดกิทอดมองรอยยิ้มของคนรู้ใจด้วยความอ่อนโยน...
"ฮิก!...พี่หมอโคตะเนี่ยเหรอ?...เป็นคนเดียวกับคนที่ฮิกเคยเล่าให้ชั้นฟังเมื่อก่อน...คนที่ฮิกเคยเล่าว่าเค้าขโมยหัวใจดวงนี้ไปตั้งแต่เจอกันวันแรกน่ะ"
นิ้วเรียวขาวจิ้มเข้าที่อกซ้ายของเพื่อนรักอย่างจงใจ เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาจนคนโดนถามถึงกับอึ้งสนิท...ฮิคารุเองก็สงสัยในความสัมพันธ์ของเพื่อนรักตัวเล็กกับอดีตคนรักของเค้าอยู่ไม่น้อย ร่างบางสังเกตุได้จากการเรียกชื่อแทนตัวอย่างสนิทสนมกันของไดกินั่นเอง...
"อะ...อื้อ...อื่ม...ขอโทษนะไดจัง...ชั้นไม่เคยบอกว่ารุ่นพี่ที่ชั้นรักเป็นใคร...ก็ตอนนั้นชั้นยังไม่มั่นใจนี่นา..."
"ไม่เป็นไรหรอก...นี่ฮิกรู้มั้ย...ชั้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่หมอโคตะถึงได้หัวใจฮิกไป..."
"ไดจัง....ไดจังดูเหมือนจะสนิทกับรุ่นพี่จังเลย..."
"อ๊ะ!...นี่อย่าเข้าใจผิดนะ...มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะฮิก...สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้...มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย...เราเลยบังเอิญได้เกี่ยวข้องกัน..."
"งั้นเหรอ...ขอโทษที่สงสัยนะไดจัง..."
"อย่าคิดมากเลยนะ...ชั้นกับเค้ามันไม่มีอะไรเกินเลยกันเลยสักนิด" ไดกิบอกฮิคารุอย่างจริงใจ แววตาที่สบประสานกันไม่เคยเปลี่ยนไป คนรู้ใจของกันและกัน...
"ทำไงดีไดจัง...ชั้นควรทำไงดี..."
"ยังรักเค้าเต็มหัวใจอยู่เหมือนเดิมใช่มั้ยฮิก..."
"อื้อ!...ความจริงแล้วชั้นจะไม่รู้สึกแบบนี้ขึ้นมาอีกถ้าไม่บังเอิญเจอกัน...ก่อนหน้านี้เค้าที่ดูรีบร้อน เดินมาชนชั้น...แต่กลับทำเหมือนจำกันไม่ได้...รู้มั้ย...ชั้นน้อยใจมากเลย...พอมาวันนี้...ต้องมาเจอกันในสภาพแบบนั้นเค้าก็กลับจำชั้นได้ขึ้นมา...เพราะอะไรกันนะ?...ชั้นทิ้งไดจังที่กำลังร้องไห้ไม่ได้...แถมยังทิ้งทิฐิเดิมที่มีมาตลอดไม่ได้อีก...ชั้นถึงรับสมอ้างแบบนั้นออกไป...เพราะชั้นแค่ต้องการให้รุ่นพี่ น้อยใจแบบชั้นบ้าง..."
สีหน้าและแววตาของฮิคารุนั้นไดกิเองก็รู้ดีว่ารู้สึกเช่นไร ในเมื่อตอนนี้ร่างเล็กเองก็รู้สึกไม่ต่างกันสักนิด...เมื่อนึกถึงคนที่ตัวเองรักเดินจากไปอย่างเจ็บปวด...ถึงแม้ว่าไดกิจะเพียรบอกตัวเองว่าดีแล้ว....คนหลอกลวงอย่างนั้นไม่คู่ควรกับความรักของตัวเอง...แต่ใจเจ้ากรรมกับไม่ยอมเชื่อฟัง...มันยังเฝ้ารักแต่คนใจร้ายคนนั้นอยู่มากมายไม่เปลี่ยนแปลง...ยิ่งฝืนเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น...
"ทำไมเหรอฮิก?...ทำไมฮิกถึงไม่ยอมรับรักพี่หมอ?"
"เพราะผู้ชายคนนั้น...คนที่เค้ามาหาไดจัง...เพราะเค้าคนนั้นเป็นคนสำคัญกับรุ่นพี่ยิ่งกว่าสิ่งใด...เพราะเค้าเป็นที่หนึ่ง แต่ชั้นเป็นที่สอง...ชั้นยอมไม่ได้หรอกไดจัง.."
"อะไรนะ!?"
ไดกิแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ...จะเป็นไปได้ยังไง...นี่ลูกพี่ลูกน้องที่น่ารักของเค้าเข้าใจผิดไปถึงขนาดนั้นได้ยังไง...เข้าใจผิดและทนเจ็บปวดกับเรื่องนี้มาโดยตลอดอย่างงั้นเหรอ???
"จริงๆ นะไดจัง...พี่เค้าบอกกับชั้นเองในวันที่เราทะเลาะกัน...ชั้นเลยเลือกที่จะเจ็บและจากมา ดีกว่าทนเห็นในสายตาเค้ามีคนอื่นแบบนั้น..."
"นายเข้าใจผิดแล้วล่ะฮิก!...พี่โคตะกับพี่ยูยะ เค้าสองคนไม่มีทางเป็นอะไรแบบที่นายคิดไปได้หรอก ก็เค้าเป็นเพื่อนรักกันอย่างเราสองคนไง...รู้ใจกัน...เข้าใจกันและกันเหมือนชั้นกับฮิกยังไงล่ะ!"
"ไดจังรู้ได้ยังไง..."
"รู้สิ! เพราะถ้าเค้าเป็นงั้นกันจริง ชั้นก็ไม่โดนจับพลัดจับพลูจนเกิดเรื่องสับสนอลม่านแบบนี้หรอก ก็คนที่พี่ยูยะรักมากน่ะ คือน้องชายของเค้า...ยูริจัง...คนนั้นต่างหาก...[..แย่จังเลย...พูดแค่นี้ก็เจ็บอีกแล้ว...ผมอยากเป็นตัวของตัวเองเร็วๆ จัง...]..."
อาการที่จู่ๆ ก็นิ่งไปของไดกิ ทำให้ฮิคารุต้องเอื้อมมือมาสัมผัสมือขาวอย่างให้กำลังใจ...
"ไดจัง..."
"อ๊ะ!...อื้อ...อื้อ...อย่างที่บอกแหละ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ฮิกเข้าใจผิดแน่ๆ ...ชั้นเดาว่าตอนนั้นคงเป็นตอนที่พี่ยูยะจะไปเรียนเมืองนอกล่ะมั้ง...พี่หมอเลยต้องให้ความสำคัญกับเค้าเป็นอันดับแรก"
"น่ะ...นี่..นี่มันอะไรกัน???...นี่...นี่มัน...มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?..."
"จริงแท้ 100%!!"
"ไม่จริงงงงงงง!"
สีหน้าตื่นตระหนกของฮิคารุ ทำให้ไดกิต้องเป็นฝ่ายกุมมือบอบบางเอาไว้ซะเอง..เสียงหวานเอ่ยปลอบใจคนสำคัญอย่างจริงจัง
"นี่ฟังนะฮิก...ถ้าหัวใจฮิกยังเป็นของเค้าอยู่ล่ะก็...ลุยเลย!...พูดทุกอย่างออกมาตรงๆ...ชั้นเชื่อว่าพี่หมอโคตะเองก็ยังรักฮิกนะ"
"มันสายเกินไปแล้วล่ะไดจัง...ปมที่เราผูกขึ้นมาใหม่...จะแก้ยังไงได้...เราจะแก้ปมที่มัดเราแน่นอยู่นี้ยังไง..."
คำถามที่เอ่ยออกมาของคนตรงหน้า เปรียบเสมือนคมมีดที่เชือดเฉือนคนทั้งสองให้เจ็บช้ำ...ใช่!...เรื่องนี้จะแก้ไขยังไง...ไดกิเองก็คิดไม่ตกเช่นกัน...[หรือว่าเราต้องยอมสารภาพกับคุณพ่อจริงๆ...]...ร่างบางที่เฝ้าครุ่นคิดสารพัดวิธีเพื่อช่วยให้เพื่อนรักได้สมหวัง...บางทีร่างบางอาจจะลืมไปแล้วว่า...ตัวเองก็กำลังหนีจากสิ่งที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นรักจอมปลอมอยู่เหมือนกัน...ความจริงแล้ว สิ่งที่ไดกิแนะนำฮิคารุไปนั้น...ตัวเองอาจจำเป็นต้องทำตามมันมากกว่าใคร...
ประธานใหญ่แห่งสตาร์คิงยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างห้องพักในโรงพยาบาลที่ลูกชายสุดที่รักเข้ารับการรักษา สายตานักวิเคราะห์กำลังทอดมองลงไปยังสองร่างที่กำลังปลุกปลอบกันอยู่ในสวนของโรงพยาบาล...ชายผู้สูงวัยและผ่านประสบการณ์มามากมายอย่างประธานอาริโอกะ มีหรือที่จะดูไม่ออกว่าตอนนี้ลูกชายแสนดื้อของท่านกำลังวางแผนอะไรอยู่...จะเป็นไปได้ยังไงที่ไดกิจะรักกับฮิคารุ ในเมื่อทั้งคู่แทบจะถูกเลี้ยงให้โตมาด้วยกันราวกับลูกพ่อแม่เดียวกัน และยังรู้ดีด้วยว่าเป็นญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกัน...เป็นญาติที่ไว้ใจได้เพียงครอบครัวเดียว...ไดกิไม่มีทางทำอะไรที่มันผิดศิลธรรมเช่นนั้นได้อยู่แล้ว...แต่ที่เลือกทำร้ายจิตใจทั้งตัวเองและคนรักเพื่ออะไรกัน...
[ทำไมลูกต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้นไดจัง?...ก็ได้!!...ถ้าลูกต้องการอย่างนั้น...งั้นพ่อก็จะเล่นเกมนี้กับลูกดูสักครั้ง!...]
"โทยะ!!"
"ครับท่าน"
"ส่งจดหมายเชิญครอบครัวคุณนากาจิม่ามาพบชั้นในอีก 2 วัน...โดยเฉพาะยูโตะคุง...พามาให้ได้!"
"ท่านคิดที่จะ..."
"เล่นเกมกับลูกชายแสนดื้อ...มันต้องให้ไม้แข็งดัดให้ปากตรงกับใจน่ะสิ!"






โปรดติดตามตอนต่อไป..........




Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 7



TaDaiki6_Logo FC2 -3



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 7 : แก่นแท้




หลังจากที่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่ในใจแกร่งของ ทากาคิ ยูยะ กลับเริ่มหวาดกลัวผลของการกระทำที่ตัวเองได้ทำเอาไว้ อาจไม่ง่ายที่จะได้ อาริโอกะ ไดกิ มาครอบครอง ยูยะเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับ นอกเสียจากจะยอมก้มหน้ารับผลของการกระทำที่กำลังจะตามมาในไม่ช้านี้ และดูเหมือนจะยังไม่มีทางออกที่ดีให้กับเจ้าของร่างสูงสง่าที่กำลังยืนพิงกายกับเงาไม้ทอดสายตามองดูเงาพระจันทร์บนผืนน้ำกว้างใหญ่ห่างออกไป ในขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงแทบไม่ได้รับรู้สิ่งรอบกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย...
"ทากาคิ ยูยะ! มึงเองสินะ!?..."
เสียงเข้มบอกให้ร่างสูงต้องระวงตัว เพราะคนแปลกหน้าที่มาเยือนในยามนี้ คงไม่ได้มาดีเป็นแน่ ร่างสูงค่อยๆ หันไปตามเสียงนั้น...แต่แล้ว...
...พลั๊ก!!!...
ใบหน้าคมเข้มสะบัดไปตามแรงกระแทกจากหมัดของผู้ร้ายอย่างเต็มแรง เลือดแดงสดไหลออกมาจากมุมปากหยักงามได้รูปของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ สายตาคมดุพยายามปรับสายตามองดูผู้จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว...
"นี่สำหรับโอคุเสะ เพื่อนกูที่มึงส่งเค้าเข้าคุก!!!"
...พลั๊ก!!!...
"นี่สำหรับ...ความสู่รู้ของมึง!!!"
"หึๆๆ ไอ้สารเลวนั่นมันมีเพื่อนด้วยเหรอวะ...ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ...ถุย..."
เสียงเข้าตวาดกลับแม้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วยว่ากำลังคนของฝั่งตรงข้ามนั้น มีมากกว่าถึงขนาดเจ็ดรุมหนึ่ง แต่ทากาคิ ยูยะ ผู้หยิ่งทะนงก็ไม่เคยกลัวเลยแม้แต่น้อย...มือแกร่งปาดเลือดออกจากมุมปากที่แตกยับของตัวเองอย่างลวกๆ พร้อมกับถ่มเลือดในปากออกไปอย่างเหยียดหยามพวกหมาหมู่ ก่อนที่จะแสยะยิ้มยียวนออกมายั่วโทสะฝ่ายตรงข้ามโดยไร้แววเกรงกลัว...
"มึงคิดว่ามึงแน่สินะ...ไอ้เด็กเมื่อวานซืน..เดี๋ยวจะได้รู้ว่าพวกกูน่ากลัวกว่าปีศาจซะอีก!!! เฮ้ย!!! พวกเราลุย!!!"
เมื่อสิ้นคำสั่งคนที่ดูราวกับเป็นหัวหน้า บรรดาลูกน้องก็ตรงเข้ารุมทำร้ายร่างสูงทันที แต่ครั้นจะยอมเป็นฝ่ายโดนเล่นงานคนเดียวนั้น เห็นจะไม่ใช่ ทากาคิ ยูยะ แน่นอนอยู่แล้ว ร่างสูงอาศัยความชำนาญด้านการต่อสู่ที่ร่ำเรียนมาเกือบทุกแขนงเป็นอาวุธป้องกันกาย หากแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ย่อมต้องมีพลาดพลั้งไปในที่สุด ใบหน้าคมอาบไปด้วยเลือดแดงฉาน ร่างสูงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีที่โดนท่อนไม้แข็งฟาดเข้าที่หัว คนชั่วที่มาแก้แค้นก้าวเข้าหาร่างอ่อนแรงแล้วกระชากผมจนใบหน้าเข้มเงยขึ้นตามแรงดึง มือหยาบคล้ำชูมีดวาววับขึ้นกลางอากาศ แล้วสะบัดคมมีดเข้าเชือดคอร่างสูงเต็มแรงจนกระทั่งเลือดแดงสดสาดกระเซน...
"ไม่!!!!!!!"
มือบอบบางชูขึ้นกลางอากาศด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้างสั่นไหว ก่อนที่ร่างเล็กจะผุดลุกขึ้นนั่งแล้วหอบเอาอากาศเย็นชื้นเข้าปอดอย่างหนักหน่วง...เม็ดเหงื่อใสซึมออกมาทั่วใบหน้าซีดขาว...ดวงตากลมสวยยังคงฉายแววหวาดกลัว...หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนคล้ายกับว่าเป็นสัญญาณเตือน...
"ฝะ...ฝัน...ฝันใช่มั้ย...ฮึกๆ...ฝันใช่มั้ยฮะพี่ยูยะ..."
มือขาวทาบวางไปบนอกสั่นไหวรุนแรงเพื่อบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงความฝัน...แต่ถึงจะเพียรบอกตัวเองอย่างนั้น ใจเจ้ากรรมกลับยังเจ็บปวดและหวาดกลัว...ไดกิรีบกวาดตามองหายูยะทันทีที่ตั้งสติได้ แล้วการที่ไม่พบเห็นร่างคุ้นตาอยู่ด้วยกันนั้น ยิ่งทำให้ร่างเล็กร้อนรน เรียวขาเล็กรีบก้าวลงจากเตียงแล้วออกจากห้องไปทันที...
"คุณ!...อยู่ไหนฮะ!?...พี่ยูยะ!!!"
เสียงหวานร้องตะโกนสุดเสียง เรียกหาอีกคนที่ตัวเองเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก...เป็นผลให้เคน เลขาคนสนิทของยูยะต้องรีบวิ่งเข้ามาหาคนตัวเล็กทันที
"มีอะไรเหรอครับคุณหนู...คุณยูยะออกไปข้างนอกครับ"
"เคนใช่มั้ย?...พี่ยูยะไปไหน!?...พี่ยูยะอยู่ที่ไหน!?"
"เกิดอะไรขึ้นครับ?"
"พี่ยูยะอยู่ที่ไหน!? บอกมาเร็วๆ สิเคน!!!"
เสียงเล็กตวาดเกรี้ยวกราดอย่างหมดความอดทน มือบางเขย่าแขนคนตรงหน้าด้วยความร้อนใจ...ท่าทางร้อนรนของร่างเล็กตรงหน้า ทำให้เลขาหนุ่มของร่างสูงถึงกับอึ้งในความฉุนเฉียวของคนที่ดูบอบบางมาตลอดอย่าง อาริโอกะ ไดกิ
"นายออกไปเดินรับลมแถวชายทะเลใกล้ๆ นี่เองครับคุณหนู"
"ไปกับใคร!?...มีคนตามไปด้วยมั้ย!?"
"ไม่ครับ! นายสั่งไม่ให้พวกเราตามไป ให้คอยคุ้มครองคุณอยู่ที่นี่!"
"ว่าไงนะ!!?...ไม่นะ..."
"คุณหนูครับ!!!"
ร่างบางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลง...หากไม่ได้มือแกร่งของเลขาหนุ่มตรงหน้าประคองเอาไว้ เห็นทีไดกิคงได้ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างไม่ต้องสงสัย...มือขาว เริ่มสั่นอย่างคนเสียขวัญ...หัวใจเปราะบางเริ่มบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก...
"ไปเดี๋ยวนี้...เคน...พาผมไปหาพี่ยูยะ...เดี๋ยวนี้!!"
สิ้นเสียงสั่น ร่างบางก็สะบัดตัวแล้วออกวิ่งไปอย่างรวดเร็วจนเคนแทบตั้งตัวไม่ทัน
"คุณไดกิ!!!...แย่แล้ว...เฮ้ยพวกเรา!!! ตามคุณหนูไปเร็ว!!!"
ชายหนุ่มรีบตะโกนเรียกพักพวกให้เร่งตามคนสำคัญที่ผู้เป็นนายสั่งให้คอยดูแลไปทันทีที่เห็นอีกคนลับสายตาไป
[พระจันทร์ฮะ!...ได้โปรด!!...ได้โปรด!!...ขอให้มันเป็นแค่ภาพฝัน...ขอให้ผมแค่ฝันไป...โปรดอย่าประทานรางสังหรณ์ที่แม่นยำให้ผมเลย...ขอให้เค้าปลอดภัย!...ขอให้ ทากาคิ ยูยะ ปลอดภัย!!]
ไดกิวิ่งไปอย่างไม่เหลียวหลัง...น้ำตาสายน้อยไหลอาบแก้มซีดขาวเป็นทาง...ร่างเล็กหวังเพียงได้เห็นเค้าคนนั้นปลอดภัย...ไดกิหวังเพียงเห็นคนคนนั้นหันมาส่งยิ้มให้เค้าเท่านั้น...

"ฮ่าๆๆๆ โถ่เอ๊ย!! นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน!! ฮ่าๆๆ เฮ้ย!! ลากมันมานี่!!!"
ร่างสูงถูกลากร่างสะบักสะบอมของตัวเองมาโยนกองอยู่แทบเท้าของโจรชั่ว สองแขนแกร่งถูกยึดจับเอาไว้อย่างแน่นหนาโดยลูกสมุนโจร...มือหยาบดำจิกทึ้งไปบนกลุ่มผมของชายหนุ่มผู้เป็นเหยื่อ...คนชั่วช้าไร้ความปราณีจับกระชากให้ใบหน้าคมเงยขึ้นสบตากับตัวเอง...เลือดที่ไหลย้อยเข้ามาในตาคมดุ ทำให้ภาพต่างๆ ถูกย้อมเป็นสีแดงสด...
"หึๆๆๆ...กูสนุกกับมึงพอแล้ว!!...ทีนี้มึงจะได้จำใส่สมอง...ไม่สิ...กูอยากให้มึงจดจำไปถึงวิญญาณเลยทีเดียว! ฮ่าๆๆๆ...จำให้ดีนะไอ้หนุ่ม ทีหน้าทีหลังอย่าทำเป็นซ่ากับผู้ใหญ่!!! ขอให้ชาติหน้าได้เกิดเป็นเด็กดี ไม่ดื้อแบบนี้อีก...ไปลงนรกซะ!!!"
คนชั่วช้าเงื้อมีดวาววับขึ้น หมายจะปลิดชีพร่างสูงให้หายแค้น
"หยุดเดี๋ยวนี้!!!! หยุด!!!!!"
ร่างบางตะโกนสุดเสียงทันทีที่มาถึงที่เกิดเหตุ...ดวงตาสั่นไหวหวาดกลัวกับภาพที่เห็น...ภาพที่เกือบจะซ้ำรอยเดิมกับฝันร้ายของตัวเอง
"จับมัน!!!"
"เฮ้ย!!! อย่าแตะต้องเด็กคนนั้นเด็ดขาด!!!"
ดวงตาคมดุวาวโรจน์ขึ้นอย่างกับเป็นคนละคน เสียงเข้มตวาดสั่งคนชั่วอย่างเหลืออดเมื่อคนรักตกอยู่ในอันตราย...เดิมทีร่างสูงเพียงแค่จะยอมให้อีกฝ่ายแก้แค้นโดยตอบโต้ให้น้อยที่สุด เพื่อที่เรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายนี้มันจะได้จบลงเสียที...แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่ตอนนี้ที่ไดกิต้องตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงด้วยอย่างนี้...
"ฮ่าๆๆๆ จะตายแล้วยังจะมาทำเก่ง...เฮ้ยพวกมึง! ได้ยินเสียงเด็กพ่นน้ำนมมั้ยวะ! ฮ่าๆๆๆๆๆ กูกลัวมึงตายล่ะ ไอ้เด็กซ่าเอ๊ย!!! ไม่ต้องสนใจมัน! จับเจ้าเด็กนั่นมา!!!"
"หนีไปสิ!!! ไดกิหนีไป!!!"
ร่างสูงตะโกนสุดเสียงเพื่อเตือนสติให้ร่างบางหนีเอาตัวรอด แต่ร่างบางกลับเอาแต่จ้องมองมาที่ตัวเองนิ่งแบบนั้น...สายเกินไปแล้ว...ไดกิถูกลูกสมุนไอ้คนสารเลวรวบตัวเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
"โอ้โห~ เด็กผู้ชายอะไรนี่ ตัวนิ๊มนิ่ม ห๊อมหอม...ทั้งขาวทั้งเนียนไปทั้งตัวแบบนี้เนี่ย น่าลองนะนาย~ ฮ่าๆๆๆๆ"
"ปล่อยนะ!..."
ลูกสมุนคนชั่วเริ่มปัดป่ายมือสากไปตามร่ายกายนุ่มเนียน เมื่อโดนลวนลามหนักเข้าร่างเล็กจึงเอ่ยบอกเสียงเย็นยะเยื้อกขึ้นมาอีกครั้ง...ไดกิจะไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว...
"อย่าหาว่าชั้นไม่เตือนนะ!!"
ด้วยความที่ร่างเล็กดูบอบบางเกินกว่าจะสู้แรงชายร่างบึกบึนได้นั้น ทำให้กลุ่มคนชั่วประเมิญคนตัวเล็กต่ำเกินไปมาก...แววตาที่เริ่มเย็นชาฉายชัดขึ้นทุกขณะเวลา...ร่างสูงไม่อาจทนเห็นคนรักโดนทำร้ายต่อหน้าต่อตาได้อีก พยายามร้องขอให้คนตัวเล็กหนีเอาตัวรอด
"ไดจัง!!...ขอร้องล่ะ!...หนีไปซะ!!!"
เสียงเข้มพยายามแทรกเข้าไปในความคิดของคนที่ตัวเองรักแต่ก็ไม่ได้ผล ด้วยสภาพของตัวเองตอนนี้ ยูยะไม่อาจบอกได้ว่าจะปกป้องไดกิได้ดีแค่ไหน...แต่เพราะไดกิคือคนสำคัญ ร่างสูงจึงไม่อาจทนอยู่เฉยอีกต่อไปได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ยูยะก็ยอม...ร่างสูงรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีเหวี่ยงแขนสุดแรง จนลูกสมุนคนชั่วที่ไม่ทันระวังตัวหัวกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง ร่างหนาค่อยๆ สิ้นสติลงที่โคนต้นไม้ด้วยกันทั้งสองคน ร่างสูงจึงเป็นอิสระจากการจับกุม และในจังหวะเดียวกันนั้นไดกิเองก็ดึงความสนใจหัวหน้าโจรมาที่ตนด้วยการจัดการกับลูกน้องของมัน ร่างบางพยายามที่จะไม่เป็นภาระให้ร่างสูงเท่าที่จะทำได้ สองมือขาวจับยึดวงแขนหนาที่กอดรัดร่างตัวเองเอาไว้แน่นแล้วออกแรงบิดหมุนสุดแรง เท้าเล็กกระทืบลงไปบนเท้าคนร้ายเต็มๆ แรง สอกเรียวแหลมถูกเหวี่ยงไปด้านหลังเข้าตรงเป้าหมายที่ปลายลิ้นปี่ของคนร้ายที่บังอาจมาแตะต้องตัวเค้า...ความจุกเสียดแล่นลิ่วไปทั้งร่างหยาบหนา...ไดกิฉวยโอกาสในเสี้ยวนาทีอันน้อยนิดกลับตัวออกมาฟาดสันมือเข้าใส่ท้ายทอยคนชั่วเต็มๆ แรง...ผลที่ได้คือสติที่หลุดลอยไปพร้อมกับร่างคนร้ายที่ล้มลงทั้งยืน...
...เปี้ยง!!!!...
เสียงปืนดังแหวกอากาศขึ้นนัดนึง ทำให้ความวุ่นวายรอบตัวคนชั่วหยุดนิ่งลง ทุกร่างหยุดชะงักในทันที
"หยุด!!! ไม่งั้นมันตาย!!!"
ปากกระบอกปืนถูกหันเล็งไปยังร่างสูงที่กำลังยืนหอบหายใจอย่างหนักเพราะจัดการกับลูกสมุนโจรชั่วที่พยายามเข้ามาทำร้ายตัวเอง...ดวงตากลมเบิกกว้าง ใรขณะที่หัวใจเปราะบางเต้นรัว...
...เพี๊ยะ!!!...
ใบหน้าขาวสะบัดไปตามแรงตบของมือหยาบ...ร่างสูงก้าวขยับตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดทันทีที่ร่างเล็กตกเป็นเป้าหมายกระสุนปืนแทนตน...
"ฤทธิ์มากนักนะมึง...มานี่!!!"
ไดกิถูกสมุนอีกคนฉุดกระชากร่างบางเข้าไปหาลูกพี่ของมัน...มือสากบีบเข้าที่คางแหลมอย่างแรงจนร่างบางน้ำตาซึมด้วยความเจ็บร้าว...ยูยะเห็นแบบนั้นก็พยายามจะเข้าช่วยแต่ก็โดนขู่ด้วยการจะเอาชีวิตของคนที่ตัวเองรักจนต้องยอมยืนนิ่งอีกครั้ง
"มึงสินะ...ตัวต้นเหตุ!...ขาวสวยอย่างงี้นี่เอง เพื่อนกูถึงได้หน้ามืดตามัวจับทำเมีย!...หึๆๆ"
"อย่ายุ่งกับเค้า!! ถ้าแกอยากแก้แค้นก็มาลงที่ชั้น!!!"
"หุบปาก!!!...จัดการกับเด็กนี่ก่อนแล้วค่อยฆ่ามึงมันก็ไม่สายหรอกโว้ย!!!"
"เอาไงดีลูกพี่...ขาวเนียนแบบนี้ฆ่าทิ้งเฉยๆ ข้าเสียดาย...อยากลองจะแย่แล้ว...อูยยยย...เนื้อสวยขนาดนี้ โคตรชอบเลยว่ะ!"
"มึงอยากรึ? หึๆๆ ...งั้นกูยกให้!!!"
"อย่า!!!!"
ลูกสมุนโจรชั่วสามร่างตรงเข้าช่วยกันจับร่างเล็กกดขึงลงกับพื้นแข็ง เสื้อผ้าที่สวมใส่กำลังถูกฉีกกระชากรุนแรงไร้ความเมตตา...ถึงเวลานี้ ร่างสูงก็ไม่อาจทนดูอยู่ได้อีกต่อไป ต่อให้ปากกระบอกปืนจะจ่อชิดอยู่กับหัวใจเค้า ยูยะก็ไม่สนอีกแล้ว...ร่างสูงตรงเข้าประชิดตัวคนชั่วช้าที่เผลอมองร่างขาวดิ้นพล่านเพียงเสี้ยววินาที ชั่วพริบตาเดียวและไร้เสียงเตือน มือที่เคยอยู่ในมือโจรใจหยาบกลับเปลี่ยนมาอยู่ในมือร่างสูงได้อย่างง่ายดาย...ปากกระบอกปืนเย็นเยี้ยบถูกเปลี่ยนเป้าหมายมาแนบสนิทกับหัวใจเลวทรามบนอกกว้าง...คนเลวตัวแข็งทื่อเมื่อสบตากับแววตาคมดุของยูยะ
"กูเตือนมึงแล้วนะว่าอย่ายุ่งกับคนที่กูรัก!! ไอ้ชั่ว!!!"
...เปรี๊ยง!!!!...
"ยูยะ!!! ไม่!!!!"
ร่างเล็กแผดเสียงร้องปานจะขาดใจเสียให้ได้ น้ำตามากมายพรั่งพลูหลั่งริน เปลือกตาบางปิดแน่นสนิทไม่ยอมรับรู้ว่าเสียงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเสียงมัจุราชของผู้ใดกันแน่...ไดกิกลัวเกินกว่าจะยอมรับรู้ความเป็นไปรอบตัว...
...ปั้ง!..ปั้ง!...ปั้ง!...
"อ๊าก!!!"
เสียงสาดกระสุนและเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นรอบกาย...แรงจับกดที่ค่อยๆ หายไปทีละแรง ทีละแรง ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กเอะใจสักนิด...ไดกิขดกอดตัวเองแน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก และยังคงไม่ยอมเปิดตามองอะไรทั้งสิ้น ร่างเล็กคงรับไม่ไหวแน่ หากร่างไร้วิญญาณที่ล้มลงจมกองเลือดเป็น ทากาคิ ยูยะ
"ไดจัง!" มือแกร่งเอื้อมสัมผัสร่างสั่นเท่า
"ไม่!!!...ฮึกๆๆ....อย่ามาแตะตัวชั้น!!!" ร่างเล็กปัดป้อง ไม่ยอมรับรู้อะไร
"ไดจัง! พี่เอง! พี่ยูยะไงครับ!"
"นาย! รีบพาคุณหนูไปจากที่นี่ก่อนเร็ว! ถ้ามีใครตามมาช่วยพวกมันอีก คุณหนูจะเป็นอันตราย!!"
เลขาคนสนิทรีบเข้าเตือนผู้เป็นนายให้รีบจัดการ ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้ กว่าพวกเค้าจะหาคนเป็นนายพบทำเอาเกือบพลิกเกาะทั้งเกาะ เพียงเพราะคาดสายตาจากคนตัวเล็กเพียงนิดเดียวเท่านั้น พวกเค้าเกือบจะสูญเสียเจ้านายคนสำคัญไปเพราะหลงป่าเสียแล้ว...แต่ก็ยังดีที่ตามมาช่วยได้ทันท่วงที...
"ไดจัง!...มองพี่!...มอง!!!"
ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะทำรุนแรง แต่ตอนนี้ยูยะไม่มีทางเลือก เสียงตวาดเข้มนั้น เรียกให้คนตัวเล็กที่กำลังขวัญเสียต้องหยุดฟัง...ร่างบางค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองคนตรงหน้า คนที่ใช้สองมืออุ่นประคองสองแก้มอาบน้ำตาเอาไว้ตรงหน้านี้ น้ำตาใสหยดแล้วหยดเล่าล่วงหล่น...แรงสะอื้นถาโถมหนักหน่วง...หัวใจเปราะบางได้รับการปกป้องและปลอบโยนจากสายตาแห่งรักที่มั่นคงของร่างสูง...ไดกิโผเข้าหาอ้อมกอดแข็งแรงอย่างโหยหาและไม่ต้องการสูญเสีย ยูยะกระชับกอดแน่นพลางลูบหลังลูบไหล่ก่อนจะช้อนเอาคนรักขึ้นอุ้ม...ร่างสูงเร่งก้าวเดินออกไปจากที่เกิดเหตุและมุ่งหน้ากลับบ้านทันที...
หลังพาไดกิไปส่งที่ห้องพักของตัวเองและสั่งการให้ลูกน้องอีกสองคนคอยอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ร่างสูงที่ตอนนี้ดูทั้งซีดและเหนื่อยล้าก็กลับเข้าห้องตัวเองไปทันทีเช่นกัน โดยมีเคนและคนที่เหลือตามไป...ไดกิรีบชำระล้างร่างกายแล้วแต่งตัวใหม่อย่างรีบเร่ง เพื่อที่จะออกไปดูอาการของคนที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า...
คุณหมอยาบุถูกตามตัวด่วนอีกครั้ง เมื่อได้รู้ว่าเพื่อนรักของตัวเองอาการไม่สู้ดีจากการบอกเล่าบอกคนตัวเล็กที่ดูจะกังวลไปไกลเสียแล้ว...นายแพทย์หนุ่มเร่งก้าวเดินไปยังรถสปอตคันหรูของตัวเองจนไม่ทันได้ระวัง จึงชนเข้ากับแพทย์ฝึกหัดเต็มแรงจนร่างบางกระเดนล้มลง...ด้วยความที่ตัวเองต้องรีบแข่งกับเวลา หมอยาบุจึงต้องช่วยอีกฝ่ายเก็บข้าวของที่กระจัดกระจาย ทั้งของตัวเองและของคนเจ็บตรงหน้า ร่างสูงส่งของให้อีกฝ่ายโดยไม่ทันได้มองหน้า จากนั้นก็รวบของของตัวเองแล้วก้าวออกไปทันที ยาบุลืมแม้แต่กล่าวคำขอโทษให้กับคนที่เจ็บตัวเพราะตัวเอง คุณหมอก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของสายตาเศร้าที่มองตามไป
"อะไรกัน...จำผมไม่ได้เลยเหรอฮะ...ขอโทษกันสักคำก็ไม่มี...รุ่นพี่...บ้า..."

ร่างเล็กเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องของยูยะ...ตั้งแต่ที่ร่างสูงหายเข้าไปในห้องตัวเองพร้อมเลขากับลูกน้องอีก 2 คน จนถึงป่านนี้แล้ว ยังไม่มีใครออกมาสักคน...คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความเป็นห่วง...เมื่อมากๆ เข้า ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างบางหันไปถามคนที่คอยอยู่ข้างกายตัวเองในตอนนี้...
"นี่พี่โคตะมารึยังฮะ?"
"ออกมาแล้ว แต่ยังไม่ถึงครับคุณหนู...แต่อีกเดี๋ยวเดียวก็คงจะถึงแล้ว พี่ชายผมที่ส่งไปรับคุณหมอก็ไปได้พักใหญ่ๆ แล้วครับ"
"ผมขอเข้าไปดูพี่ยูยะได้มั้ยฮะ?..."
"ผมเองก็อยากให้คุณเข้าไปนะครับ...แต่ว่า..."
"เอาเป็นว่าคนที่ขัดคำสั่งไม่ใช่คุณ แต่เป็นผมเอง โอเคนะ!?"
"คุณหนู!"
โดยไม่รอฟังคำทัดทานใดๆ ร่างบางผลักประตูหนาเข้าไปในห้องร่างสูงทันทีที่พูดจบ...การมาของคนสำคัญของเจ้านาย ทำให้ลูกน้องทั้งหลายยกเว้นเคน ก้าวออกไปด้านนอกทั้งหมด...ร่างสูงที่ตอนนี้นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงใหญ่โดยมีเลขาคนสนิทคอยปฐมพยาบาลและเช็ดเนื้อเช็ดตัวเอาคราบเลือดออกจากกายแกร่งจนสะอาด...รอยแตกตามโหนกแก้ม...มุมปาก....และหางคิ้ว ยังคงมีเลือดซึมออกมาอยู่บ้าง...แรงหายใจที่ดูอ่อนล้าราวกับว่าจะขาดหายนั้น ทำให้ไดกิใจหาย...มือบางวางทาบลงบนอกแกร่ง...ดูเหมือนแรงเต้นของหัวใจดวงนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ร่างบางพอจะใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง...
มือแกร่งค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาทาบทับมือสั่นเทาบนอกตัวเอง...น้ำตาอุ่นใสหยดลงบนหลังมือนั้น...
"อย่าร้อง....ไดจัง....พี่ไม่เป็นไร...."
เสียงแหบพล่าบางเบาเอ่ยบอกคนที่ตัวเองรักอย่างให้กำลังใจ...แต่สัมผัสอุ่นบนหัวใจแกร่งนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ยูยะมีแรงสู้กับความปวดระบมทั่วร่างสูง...
...ก๊อกๆๆ... เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับการมาถึงของคุณหมอคนสำคัญ
"ยูยะ!...เป็นไงวะเพื่อน!!..."
ยาบุรีบตรงเข้ามาหาเพื่อนรักอย่างหน้าตาตื่น...มือขาวสั่นรีบเขย่าแขนผู้เป็นดั่งความหวัง พลางร้องขอ
"พี่หมอ!! ช่วยเค้าทีฮะ! ช่วยที~!"
"ครับๆ...ใจเย็นๆ นะครับ...ขอพี่ดูอาการยูยะหน่อย"
"ชั้น...โอ...เค..."
ร่างสูงพยายามเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างยากลำบาก...นายแพทย์หนุ่มรีบรื้อผ้าห่มหนาออกจากกายแกร่ง...รอยม่วงคล้ำจากการโดนของแข็งฟาดหลายต่อหลายหน ปรากฏเด่นชัดพาดอยู่บนหน้าท้องเหนือขอบกางเกงยีนส์ของร่างสูง เนื้อบริเวณนั้นช้ำจนน่ากลัว...คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นทันทีที่มือผอมแตะสัมผัสแค่เพียงแผ่วเบา...เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มดวงหน้าคมคาย...ไดกิรีบเข้าไปอยู่ใกล้ๆ คนเจ็บพร้อมกับเอื้อมจับมือเย็นเอาไว้แน่น...แรงบีบกลับของมือแกร่งคล้ายต้องการปลอบโยนคนตัวเล็ก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ตัวเองต่างหากที่ต้องการกำลังใจ...
"เคน!!...เตรียมเอาเรือออกเดี๋ยวนี้!...ยูยะ!...นายต้องไปโรงพยาบาลกับชั้น!...น้องอาริโอกะครับ...ช่วยพี่พยุงเค้าขึ้นมาหน่อยนะ!"
"เดี๋ยวก่อน!...โคตะ...ชั้นเป็นอะไร...บอก...บอกมา...."
"อย่าเพิ่งพูดมากยูยะ!...ช่วยพี่ทีครับน้องอาริโอกะ..."
ถึงแม้จะตกใจกับปฏิกิริยาของยาบุ แต่ไดกิเองก็อยากให้ร่างสูงไปโรงพยาบาลเหมือนกัน ร่างบางเข้าช่วยคุณหมอพยุงคนเจ็บแสนดื้อรั้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก...ไดกิวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมตัวหลวมๆ มาให้ยาบุจัดการสวมให้เพื่อนรัก...แต่มือแกร่งก็คว้าจับข้อมือผอมของเพื่อนเอาไว้แน่น...ดวงตาคมดุจ้องมองอย่างต้องการคำตอบ...
"นายโดนซ้อมมาใช่มั้ยยูยะ...ตอนนี้นายต้องไปเอ็กซ์เรย์ด่วน! เพราะชั้นสงสัยว่านายอาจจะมีลิ่มเลือดคั่งอยู่ในตับ!!...ขอร้องยูยะ!...ถ้าไม่เห็นแก่ชั้น ก็ให้นึกถึงคนที่นายรักบ้าง!...ดูเค้าสิ!!..."
สิ่งที่เพื่อนพูดออกมาทำให้ยูยะใจเย็นมากขึ้น...ใช่...เค้าอาจลืมนึกถึงคนที่กำลังมีคราบน้ำตาที่ยืนนิ่งฟังอย่างตกใจอยู่ข้างกายนี้...คนที่ยูยะรัก...มือแกร่งค่อยๆ ปล่อยมือจากแขนของเพื่อนรัก...แววตานิ่งหันไปหาไดกิที่ยังคงมีน้ำตาคลอหน่วยตาสวย...
"ไดจัง...อย่าร้องไห้สิครับ...พี่เห็นแล้วใจไม่ดีเลย..."
"พี่...ยูยะ...ขอร้องนะฮะ...ไปโรงพยาบาลกันนะ...นะ..."
"ครับ!...พี่ยอมแล้ว...ขอโทษ...พี่ทำให้ไดจังกลัวใช่มั้ย..."
ร่างเล็กส่ายหน้าจริงจัง ก่อนที่จะช่วยยาบุสวมเสื้อคลุมให้คนเจ็บหนักอย่างเบามือ
"คุณยาบุครับ!! เรื่อพร้อมแล้วครับ!!!"
"ดีมากเคน! ช่วยไปเก็บข้าวของออกจากที่นี่ให้หมด สั่งทุกคนให้ขึ้นฝั่งไปพร้อมกันให้หมด ปิดที่นี่ซะ!"
"เดี๋ยวฮะ!...แล้วคนพวกนั้น...มีคนตาย...ทำไงดี...ทำไงฮะ!?"
"ใจเย็นๆ ครับ...เดี๋ยวพี่จัดการเองนะ...แต่ว่าเราก็ต้องขึ้นฝั่งไปกับพวกพี่ด้วย อาจจะกระทันหันไปหน่อย แต่ที่นี่อันตรายเกินไป..."
"เรื่องนั้นคุณไดกิไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมโทรแจ้งความแล้ว...มันเป็นเหตุสุดวิสัย...ตอนนี้เชื่อคุณยาบุแล้วไปจากที่นี่กันก่อนนะครับ"
เมื่อได้ยินเคนพูดอย่างนั้น ร่างบางก็ค่อยคลายใจลงและทำตามที่ยาบุบอกทุกอย่าง...ทุกคนในบ้านต่างก็แยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ก่อนที่เคนจะรีบกลับมาช่วยยาบุแบกร่างสูงไปลงเรือในเวลาอันรวดเร็ว...
ร่างสูงนั่งพิงซบอยู่กับไหล่บอบบางของคนรัก ยูยะที่ดูอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ทำให้ไดกิใจไม่ดี ร่างบางโอบกอดร่างสูงเอาไว้ไม่ให้กระทบกระเทือนมากนักในยามที่เรือต้องแล่นแข่งกับเวลาเช่นนี้ ร่างสูงค่อยๆ หมดสติไปในที่สุด ร่างบางที่ยิ่งใจเสียยิ่งกอดร่างสูงเอาไว้แน่นขึ้น...ยาบุนั่งสังเกตุอาการของเพื่อนรักพร้อมกับจดบันทึก...มือผอมจับอยู่ที่จุดชีพจรบนข้อมือแกร่งตลอดเวลา...
"แย่ล่ะ...ความดันลดลง...อีกนานแค่ไหนเคน!?...เวลาเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว!!"
"อีกไม่เกิน 5 นาทีครับคุณยาบุ!...อดทนไว้นะครับนาย!!"
"ม่ะ...หมายความ...ว่าไง...ฮะ..."
"ยูยะ...เข้มแข็งไว้นะเพื่อน...อีกนิดเดียวเท่านั้น..."
"พี่หมอ!!...ยูยะ...เค้า...เค้าเป็นอะไรฮะ!?...เกิดอะไรขึ้น...กรุณาบอกผมด้วยเถอะฮะ!!"
"ครั้งนี้...เราอาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์...ถ้าเราไปถึงช้าเกินไป...ยูยะเค้า..."
"ไม่นะ!! ยูยะ!...อย่านะ...ฮึกๆๆ...อย่าตายนะ!!"
"ไดจัง...ไดจัง...หนีไป...อย่าร้อง...อย่าร้อง...."
ไดกิกอดร่างสูงแน่น...ตอนนี้ร่างบางรู้แล้วว่าคนคนนี้สำคัญยังไง...ตอนนี้...นาทีนี้...ไดกิรู้แล้วว่าตัวเองรักเค้าคนนี้แค่ไหน...เสียงทุ้มเบาบางราวเสียงกระซิบ พร่ำบอกให้คนรักหนีเอาตัวรอด และปลอบโยนไม่ให้ร้องไห้ ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งๆ ที่หมดสติไปนานแล้ว...แรงสะอื้นของคนตัวเล็กที่มี ไม่ว่าจะแรงแค่ไหน ก็ไม่อาจเรียกให้คนในอ้อมแขนฟื้นขึ้นมาได้เลย...
"ถึงฝั่งแล้วครับ!!!" เลขาหนุ่มรีบจัดการเอาเรือเทียบท่าอย่างเร่งด่วน พร้อมกับทอดสมอถ่วงเรือ แล้วรีบไปช่วยคนตัวเล็กพยุงร่างคนเจ็บขึ้นฝั่ง แล้วจัดการแบกเจ้านายคนสำคัญก้าวตามยาบุไปติดๆ โดยมีไดกิช่วยจับหลังของคนเจ็บเอาไว้ไม่ให้หงายหลังลงไป...นายแพทย์มือหนึ่งจัดการโทรสั่งงานและประสานงานกับโรงพยาบาลทันที ก่อนที่จะกดเปิดประตูรถให้ไดกิปีนเข้าไปด้านในก่อนแล้วค่อยจัดการให้คนเจ็บนั่งคู่คนขับโดยมีเคนคอยช่วยเช็คความเรียบร้อยของเข็มขัดนิรภัย...คุณหมอคนเก่งก้าวขึ้นนั่งประจำที่นั่งคนขับ เตรียมพร้อมออกรถทันที...
"รอคนของนายอยู่ที่นี่ พอมาถึงกันครบแล้วให้ตามไปที่โรงพยาบาลชั้นทันที เข้าใจมั้ย!?...อ้อ!!...ติดต่อหาผู้การโอกาโมโต้ให้ช่วยเรื่องนี้...บอกว่าจากยาบุ...โอเคนะ!?"
"ครับคุณยาบุ! ฝากนายน้อยด้วยนะครับ!"
"ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่ยอมปล่อยมือจากเพื่อนรักชั้นแน่นอน!"
รถหรูทะยานออกไปราวสายฟ้าฟาด...หมอหนุ่มแทบไม่เหลือเวลาแล้ว เรื่องความเร็วจึงไม่เป็นอุปสรรคกับอดีตนักแข่งอย่างเค้า เพราะความเป็นความตายของเพื่อนรัก ขึ้นอยู่กับทุกๆ วินาทีที่เสียไป...

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ร่างสูงก็ถูกนำตัวขึ้นเตียงเข็ญโดยมาไดกิและยาบุก้าวตามไปติดๆ มือบางยังคงกอบกุมมือแกร่งเอาไว้แน่น จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ไดกิจึงต้องยอมปล่อยมือจากคนที่ตัวเองรักและยืนรออยู่ภายนอกเพียงลำพัง...
หัวใจเปราะบางท้อแท้จนแทบหยัดยืนอยู่ไม่ไหว...แววตาหม่นเศร้าทอดมองประตูที่ปิดสนิทนิ่งอยู่อย่างนั้น...น้ำตาที่เคยไหลเหือดแห้งไปและทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาบนดวงหน้าเหม่อลอย..ความเจ็บปวดเกิดขึ้นในหัวใจเต้นรัวกับทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป...ช่างยาวนานราวไร้กาลเวลา...
จากนั้นไม่นานนักเคนกับลูกน้องทุกคนก็มาถึงโรงพยาบาล...สิ่งที่ทุกคนเห็นสร้างความสะเทือนใจถึงที่สุด...ภาพร่างบางที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับหุ่นปั้นไร้วิญญาณ ตรงหน้าห้องฉุกเฉินนั้น...และคนที่พอจะช่วยปลอบโยนคนสำคัญของเจ้านายพวกเค้าคนนี้ได้ ก็คงจะมีแต่คุณหนูยูริเท่านั้น...เลขาหนุ่มรีบกดเลขหมายติดต่อหาเจ้านายตัวเล็กอีกคนทันที...
"ฮะโหล!...ยูริฮะ!"
"สวัสดีครับคุณหนูยูริ...ผมเคนครับ ขออภัยที่โทรมารบกวนกลางดึกครับ..."
"มีอะไรงั้นเหรอเคน?...ทำไมโทรหาชั้นล่ะ?...หรือว่า!?"
"เกิดเรื่องกับคุณชายยูยะครับ...ตอนนี้นายยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน...คุณหนูครับ...ช่วยที...คุณอาริโอกะที่อยู่ตรงนี้ เหมือนจะช็อคไปแล้วครับ...ผมกลัวว่าเค้าจะรับมือกับเรื่องนี้ไม่ไหว...ตอนนี้ยืนนิ่งไม่ไหวติงจนคล้ายกับเป็นรูปปั้นไปแล้วครับ...คงช็อคไปตั้งแต่นายเข้าไปในห้องนั้น ก่อนที่พวกผมจะมาถึง...มีแต่คุณยูริเท่านั้นที่พอจะช่วยคุณอาริโอกะได้...ขอความกรุณาด้วยนะครับคุณหนู..."
"นี่เจอตัวไดจังแล้วเหรอ?...แล้ว!...แล้วพี่ชายเป็นอะไร..ทำไมถึงต้องเข้าไอซียู!?...แย่แล้ว!!...แย่แล้วๆๆ...โรงบาลไหนนะ?...พี่หมอโคตะใช่มั้ย!?...เดี๋ยวชั้นจะไปเดี๋ยวนี้เลย!!"
ร่างเล็กกดวางสายแล้วรีบร้อนวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที...ความร้อนรนราวจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของคู่ชีวิตตัวเล็กของ ยามาดะ เรียวสุเกะ ทำให้อีกฝ่ายที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จต้องรีบคว้าเอาตัวคนรักเข้ามารวบกอดไว้เพื่อถามไถ่...
"ยูริ!...เป็นอะไรครับ?...ทำไมรีบร้อนแบบนี้หื้อ?"
"แย่แล้ว...แย่แล้วๆๆ...เรียวสุเกะ ทำไงดี พี่ชายอาการสาหัสฮะ ไดจังก็กำลังช็อค...ปล่อยก่อน! ยูริรีบ!!"
"ว่าไงนะ!? "
"ปล่อยเร็วๆ สิฮะ...ยูริรีบมากจริงๆ นะ...สัญญาว่ากลับมาแล้วจะให้รางวัลสองเท่าเลย!...นะ!"
"งั้นเดี๋ยวผมไปด้วย...คุณรอแป๊บเดียว...สัญญาครับ"
ร่างหนายอมปล่อยให้คนตัวเล็กของเค้าเป็นอิสระ แล้วหายเข้าไปในห้องแต่งตัว และอีกไม่ถึงอึดใจก็ก้าวออกมา พร้อมกับจับจูงคนรักให้ก้าวตามกันออกไปทันที..
ทางด้านไดกิ...ตั้งแต่ที่ยาบุพายูยะหายเข้าไปในห้องไอซียู...จนถึงเวลานี้ก็ผ่านไปได้พักใหญ่ๆ แล้ว แต่ร่างบางก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ ญ จุดเดิม...ทุกๆ เสียงก้าวเดินของเข็มนาฬิกาทำให้ความหวังของคนตัวเล็กค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปทุกทีๆ ...ทุกๆ นาทีที่เวลาผ่านไป...ในความรู้สึกเปราะบางช่างยาวนานราวกับเวลาผ่านไปเป็นปีๆ .......
[เมื่อไหร่จะสิ้นสุด...พระจันทร์ฮะ...เมื่อไหร่เวลาแห่งความทุกข์ทนของผมจะสิ้นสุดลงเสียที...ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งค้นพบใจตัวเอง...ท่านก็จะพาเค้าไปจากผมแล้วอย่างนั้นเหรอฮะ...ได้โปรดฮะพระจันทร์...ได้โปรดมอบเค้าให้ผม...อย่าพรากเค้าไปจากผมเลย...อย่าเอายูยะของผมไป...]
"ไดจัง!!"
สองเสียงคุ้นเคยเอ่ยเรียกร่างบางที่กำลังช็อคออกมาพร้อมกัน
"ยูริ...ยามาดะ..."
เสียงเรียกของคนที่เค้ารักเหมือนน้องแท้ๆ ช่วยปลุกให้ไดกิตื่นจากฝันร้าย...ร่างบางค่อยๆ หันมาเจอกับคนที่เป็นเหมือนที่พึ่งพิงเพียงที่เดียว ที่จะช่วยให้เค้าหยุดลอยเคว้งคว้างกลางความมืดมิดนี้ได้...ใบหน้าสวยหวานของยูริดูตกใจและสับสน...ใบหน้าคมเข้มของยามาดะดูห่วงใยต่อไดกิอย่างมากมายนัก...อ้อมกอดของยูริยังอบอุ่นเสมอสำหรับไดกิ แต่เทียบไม่ได้กับอ้อมกอดแข็งแกร่งของยูยะที่ไดกิต้องการ...มืออุ่นร้อนของยามาดะที่ทาบวางให้กำลังใจอยู่บนไหล่บางในยามนี้ เทียบไม่ได้กับทุกๆ สัมผัสจากมือที่คอยปกป้องอันตรายให้ตัวเค้าเองมาตลอด...มือของยูยะ...ไดกิกำลังโหยหาคนที่ตัวเองรักอย่างที่สุด...กำลังใจที่ได้รับและความวางใจที่เกิดขึ้น ทำให้ร่างกายอ่อนแอเริ่มรับรู้ถึงแรงกดดันที่ประเดประดังกันเข้ามามากมายจนรับไม่ไหว...ไดกิทรุดฮวบลงไปทันที จนยูริที่กอดเอาไว้ถึงกับเซตาม เรียวสุเกะต้องรีบเข้าช่วยคนรักประคองเพื่อนรักเอาไว้อีกแรงเพื่อไม่ให้ล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่...
"คุณหนู! คุณไดกิ!!"
"เคน! ไปตามหมอมาที!...เร็ว!!!"
"ครับๆ ...เฮ้ยพวกนาย!...มาช่วยคุณเค้าเร็ว!"
จังหวะเดียวกันนั้น คุณหมอยาบุก็ก้าวออกมาจากห้องเพื่อแจ้งข่าว หมอหนุ่มจึงเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี...ยาบุตรงเข้ารับเอาร่างหมดสติของไดกิมาจากยูริและยามาดะ ก่อนจะเรียกให้บุรุษพยาบาลพาไดกิเข้าไปด้านในด้วยอีกคน...
"น้องยูริมาที่นี่ได้ยังไงครับ?"
"เคนเป็นคนโทรไปบอกผมฮะ...พี่โคตะ!...พี่ยูยะล่ะฮะ!?...ปล่อดภัยใช่มั้ย...."
"พ้นขีดอันตรายแล้วครับ..ยูยะปลอดภัยแล้ว...เดี๋ยวพี่จะย้ายไปห้องรับรองพิเศษให้ครับ"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ฮะพี่หมอ?...ทำไมพี่ชายถึงได้เจ็บสาหัสขนาดนี้...แล้วไดจัง...ยูริงงไปหมดแล้ว..."
"ฟังพี่นะยูริ...ยูยะโดนรุมทำร้ายเพราะช่วยปกป้องน้องอาริโอกะครับ..คิดว่าโดนหนักเอาการ เพราะผลเอ็กซ์เรย์ที่พี่เห็น...ปอดกับตับบางส่วนบอบช้ำครับ มีลิ่มเลือดอยู่หลายจุด...แต่ตอนนี้พี่ให้ยาสลายลิ่มเลือดไปแล้ว...ดีที่มาถึงทันเวลา ไม่อย่างนั้น พี่เองก็บอกไม่ได้ครับว่าอาการยูยะจะแย่ลงไปแค่ไหน...แล้วถ้ามีเลือดคั่งขึ้นมาจนต้องฝ่าตัดใหญ่...เค้าอาจจะไม่รอดก็ได้...ส่วนเรื่องของน้องอาริโอกะ...ให้เจ้าตัทั้งสองคนเค้าเล่าเองดีกว่านะ...น้องยูริไปรอที่ห้องรับรองเถอะครับ เดี๋ยวพี่จะส่งตัวยูยะไปให้"
ร่างผอมสูงตัดบทก่อนจะก้าวเข้าไปดูอาการของร่างเล็กอีกคนที่ตอนนี้มีพยาบาลคอยปฐมพยาบาลให้ตามอาการอยู่ก่อนแล้ว...เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง เรียวสุเกะจึงโอบกระชับไหล่บอบบางของคนรักให้แนบชิดเข้ามาหาตัวเอง มืออุ่นลูบไล้แผ่วเบา ก่อนที่จะพาคนรักตัวเล็กให้ก้าวออกไปทันทีที่พยาบาลมาแจ้งห้องและนำทางไป
"ยูยะ...อย่าไปนะ...ยูยะ...."
เสียงแผ่วเพ้อออกมาอย่างอ่อนแรง เรียกความสนใจให้ผู้ที่มาเฝ้าไข้ค่อยๆ หันหน้ามาจากการทอดสายตามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง...
"ไดจัง...เกิดอะไรขึ้นกันแน่..."
คุณอาริโอกะผู้เป็นพ่อค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาชิดขอบเตียงลูกชายคนสำคัญเพื่อฟังสิ่งที่ลูกชายตัวเล็กพร่ำเพ้อ...แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาแต่ประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา...คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย...เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดลืมขึ้นช้าๆ ...แล้วก็ต้องหลับลงแทบจะทันที เพราะแสงจ้าที่ลอดผ่านเข้ามาจากภายนอก...
"อื้อ...แสบตา..."
"ไดจัง! ฟื้นแล้วเหรอ!? หมอครับ!!"
ร่างบางค่อยๆ ปรับสายตามองคนที่อยู่เหนือตัวเองขึ้นไป ใบหน้ากลมได้รูปกับรอยยิ้มกว้าง เข้ากันได้ดีกับผมดำตัดสั้นและชุดสูทสีเข้ม ดูหล่อเหลาเข้ากับร่างสูงบึกบึน หากแต่สง่างาม..
"ฮึก!...คุณพ่อ~...ฮึกๆ...ยูยะเค้า...เค้า...."
"ชู่ว~ ...ไม่เอาไม่ร้องนะลูก...ไดจังของพ่อเป็นยังไงบ้างหื้อ?"
"ยูยะเค้า....ยูยะ~..."
"ยูยะเค้าปลอดภัยดีครับน้องอาริโอกะ...ตอนนี้ก็พักฟื้นอยู่ห้องข้างๆ นี่เอง..."
คุณหมอคนเก่งเอ่ยบอกคนขวัญเสียอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งส่งยิ้มอบอุ่นมาให้เป็นกำลังใจอีก...ดวงตาใสทอประกายตอบกลับมา...ร่างบางผลุนผลันลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากเตียง โดยลืมไปว่ามีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขนเล็ก...ไดกิวิ่งออกไปโดยไม่สนใจ จนกระทั่งเสาน้ำเกลือล้มตามแรงดึง เข็มที่ฝังอยู่จึงหลุดออกให้คนตัวเล็กได้เลือด...
"ไดจัง!!! เดี๋ยวลูก!!!"
"ปล่อยเถอะฮะ...ลองวิ่งได้ขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วครับ คงหายดีแล้ว...เดี๋ยวผมค่อยตามไปทำแผลให้นะครับ"
"เด็กคนนี้นี่น้าาาาา...เฮ้อ~! จริงๆ เล้ย! ฮ่าๆๆ"
ไดกิเปิดแง้มประตูห้องพักฟื้นของร่างสูงออกเบาๆ เท้าขาวเปล่าเปลือยค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปภายใน...ร่างสูงคุ้นตานอนทอดกายเหยียดยาวไปตามความยาวของเตียงคนป่วย...ระดับการหายใจที่ดูสม่ำเสมอบอกให้ไดกิรู้ว่าร่างสูงยังคงหลับสนิทอยู่...ร่างบางค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ๆ จนชิดขอบเตียงของคนที่ตัวเองรัก...มือบอบบางเอื้อมลูบไล้ใบหน้าคมเข้มแผ่วเบา...เรียวมือขาวค่อยๆ เลื่อนลงวางทาบบนอกแกร่งตรงตำแหน่งของหัวใจที่ยังคงเต้นแรง...หยดน้ำตาใสๆ พรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นของคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้รู้สึกโล่งใจเมื่อคนรักปลอดภัยแล้ว...มือแกร่งค่อยๆ เลื่อนขึ้นทาบทับมือขาว ให้สัมผัสอุ่นร้อนกับคนรัก...ดวงตาคมเปิดขึ้นมองคนที่เค้าทั้งรักและห่วง แล้วก็หวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด...เสียงทุ้มนุ้มเอ่ยเรียกคนรักอย่างอบอุ่น...
"ไดจังของพี่..."
"ฮืออออ...ยูยะ~..."
ร่างเล็กยกสองมือขึ้นปิดหน้าตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างหนัก...ยูยะเอื้อมมือแกร่งลูบไล้ไหล่สั่นไหวอย่างปลอบโยน ก่อนที่จะฝืนตัวเองลุกขึ้นนั่ง แล้วดึงเอาคนที่ตัวเองรักสุดใจเข้ามากอดแน่น...ไดกิเอง แม้จะตกใจที่โดนดึงขึ้นเตียง แต่ก็กอดตอบอีกฝ่ายด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน...
"หายไปไหนมาตั้งสองวัน...พี่ฟื้นมาไม่เห็นหน้า...คิดว่าทิ้งกันซะแล้ว..."
"ฮึกๆ...สะ...สองวัน?...สองวันอะไรกัน?..."
"นี่ไดจังเป็นอะไรไป?...ทำไมใส่ชุดนี้?...แล้วทำไมที่แขนมีเลือด!?"
"ไม่รู้เหมือนกันฮะ...รู้แค่ว่า...ฮึกๆ...วันที่ยูยะเข้าห้องไอซียู ผมทำอะไรไม่ถูก กลัวไปหมด...ฮึกๆ...แล้วยูริกับยามาดะก็มาหาผม...ฮึกๆ...หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วฮะ..."
"อย่างงี้นี่เอง...ช็อคมากเลยใช่มั้ย...ขอโทษนะไดจัง...."
ร่างเล็กผละออกจากอกร่างสูงแล้วจ้องหน้าด้วยสายตาจริงจัง...มือแกร่งเอื้อมเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าเนียน แล้วเอื้อมหยิบทิชชู่มากดแผลให้คนรัก...มือขาวเอื้อมจับให้ใบหน้าคมเข้มหันมาสนใจตัวเองมากกว่าแผลเล็กน้อยบนแขนขาว...ดวงตากลมโตฉายแววจริงจัง สบประสานกับดวงตาคมเข้ม...
"ยูยะ...จริงๆ แล้วผมน่ะ...ผม...."
"ก่อนจะพูด...ขอรางวัลก่อนได้มั้ย...นะ..."
ร่างสูงมอบจุมพิตหวานล้ำให้กับคนน่ารักที่เบิกตากว้าง เพราะยังไม่ทันตั้งตัว...ริมฝีปากซุกซนของคนตัวโตไล่ชิมความหอมหวานจากเรียวปากอิ่มแดงอย่างไม่รู่อิ่ม...คนตัวเล็กที่เพิ่งฟื้นไข้แทบเป็นลมไปอีกครั้งเมื่อจูบหวานยาวนานไม่สิ้นสุด...มือบางต้องดันอกแกร่งเอาไว้แล้วหันหน้าหนีคนเอาแต่ใจที่หากำไรมากเกินควร ร่างสูงเห็นแบบนั้นก็อดที่จะกดจูบลงไปบนแก้มแดงเรื่อไม่ได้...
"ยูยะ...ชั้นเคยบอกนายแล้วใช่มั้ย ว่าห้าม! ห้ามยุ่งกับคนไข้ของชั้นจนกว่าชั้นจะอนุญาตฺ!"
"อ๊ะ! พี่หมอโคตะ / เจ้ามารโคตะ...เข้ามาทำไม!?"
หมอหนุ่มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเสียงก่นด่ากับอาการเขินอายเกินพิกัดของยูยะและไดกิ...เค้ากวักมือเรียกคนตัวเล็กให้ลงมานั่งข้างกายตัวเองที่โซฟารับแขก เมื่อเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะไม่เสียเปรียบคนชอบฉวยโอกาส ไดกิจึงทำตามยาบุอย่างว่าง่าย คุณหมอเจ้าของไข้จึงส่งยิ้มยียวนไปให้เพื่อนรักตัวโตที่นั่งกอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนเตียง...มือผอมแห้งค่อยๆ ทำแผลจากเข็มน้ำเกลือให้คนไข้คนสำคัญอย่างเบามือ ก่อนจะยิ้มจนตาปิดแล้วลูบหัวคนน่ารักอย่างเอนดู
"ไอ้เจ้าเต่าเจ้าเล่ห์ วันนี้ชั้นจะสั่งถอนผักบุ้งทิ้งหมดทั้งบางเลย! แห้งตายไปซะเถอะ ฮึ่ย!!!"
"นี่ไดจังรู้มั้ย...อย่าไปบอกมันง่ายๆ นะ คำนั้นน่ะ พี่ยังไม่อยากมีเพื่อนรักเป็นหมูบ้า โอเคนะ?"
"เฮ้ย!!! ไอ้บ้าโคตะ อย่ายื่นหน้าไปใกล้ไดจังของชั้นนะเฟ้ย! ออกไปห่างๆ เลย!!!"
ความชุลมุนวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อสองเพื่อนรักเริ่มต่อปากต่อคำกันอย่างออกรสออกชาติ...คนที่กำลังปวดหัวจนไข้จะขึ้น งานนี้ก็หนีไม่พ้นร่างบางอีกตามเคย...
[ทำไมถึงได้ชอบทำตัวเป็นเด็กกันอย่างงี้น้าาาาา...พระเจ้าฮะ! นี่ผมเลือกรักถูกคนรึเปล่าฮะ!? -*-]




โปรดติดตามตอนต่อไป...................



Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 6




TaDaik Artwork 5_Logo FC2



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 6 : สะสาง




หลังจากที่คุณหมอตรวจร่างกายให้ร่างบางเสร็จแล้ว เค้าก็จัดใบสั่งยาชุดใหญ่ให้ร่างสูงไปจัดการ และให้ยาคลายเครียดกับไดกิจนกระทั่งร่างขาวหลับไหลไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว...นายแพทย์หนุ่มก็ไม่เก็บความสงสัยเอาไว้อีกต่อไป...เพื่อนทั้งสองจึงเดินออกจากห้องของคนป่วยไป...
"เกิดอะไรขึ้นวะยูยะ...ทำไมเค้าถึงได้สะบักสะบอมขนาดนั้น?"
"เค้าแอบหนีชั้นเข้าป่าหลังเขตบ้านนี้ไป....แต่...โชคร้ายหน่อยว่ะเพื่อน..."
"เกิดอะไรขึ้น!?..."
สีหน้าที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นอาฆาตแค้นของยูยะ ทำให้ยาบุร้อนใจจนต้องรีบซักถามเพื่อนรักออกไป...เพราะแววตาที่เห็นนั่น สามารถฆ่าคนได้จริงๆ ...คุณหมอคนเก่งจึงต้องเอื้อมมือตบไหล่เพื่อนตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติและให้กำลังใจกับเพื่อนรักของเค้า...[มันต้องร้ายแรงมากแน่ๆ...]
"เด็กคนนั้นเกือบจะโดนข่มขืน!!...ไอ้ชั่วนั่นมันทำร้ายเค้า!!"
"ว่าไงนะ!... ..."
ยาบุนิ่งค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก...ในขณะที่ร่างสูงอีกคนกัดฟันกรอด มือแกร่งกำแน่นจนเกร็งสั่น กับความโกรธที่ฉายชัดผ่านดวงตาคมดุ
"ที่กลางป่าทึบนั่น ไดกิหนีชั้นไปเจอกับคนประมงที่ชั่วช้านั่น!!...มันคงเห็นความขาวหมดจดและบอบบางของไดกิเลยเกิดหน้ามืด!!...นายรู้มั้ยโคตะ...เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของเค้าดังก้องป่าขนาดไหน...เสียงเล็กๆ นั่น แผดร้องขอให้ช่วย...ชั้นแทบจะโค่นต้นไม้ได้เลยล่ะ....ชั้นตามไปถึงตอนที่....ตอนที่....โถ่เว้ย!!!"
สีหน้าเจ็บปวดที่ยูยะแสดงออกมาอยู่ในเวลานี้นั้น ยาบุเข้าใจดีว่าเพื่อนตัวเองทุกข์ทรมาณขนาดไหน และเพราะรู้ว่าจะต้องเป็นมากกว่านี้กับสีหน้าของร่างบาง คนไข้ของเค้า ยาบุถึงไม่เอ่ยถามอะไรไดกิออกมาเลยแม้แต่คำเดียวในช่วงที่ทำการรักษาให้...แม้คนที่แข็งแกร่งอย่างยูยะยังเจ็บปวดถึงเพียงนี้...แล้วถ้าเป็นเด็กคนนั้นล่ะ...ถ้าไดกิต้องมาคอยนึกถึงภาพอันเลวร้ายขึ้นมาทีละฉาก ทีละฉาก ...หากต้องมองดูภาพที่หมุนวนซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้งอย่างนั้น...ยาบุนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเด็กคนนั้นจะทนอีกต่อไปไหวหรือไม่....
"สภาพของไดกิ...ตอนที่ชั้นไปถึง...นายรู้มั้ยโคตะ ชั้นเสียใจเจียนตาย...หัวใจมันเหมือนจะหยุดเต้นซะให้ได้...เป็นครั้งแรกที่ชั้นรู้สึกบ้าคลั่งถึงขนาดขาดสติ ยิงไอ้ชั่วนั่นไปนัดนึง...แต่รู้มั้ย...ชั้นคิดว่ามันน้อยไป...มันยังน้อยเกินไปกับสิ่งที่มันทำ....ชั้นอยากจะฆ่ามันนัก!!!"
"พอเถอะเพื่อน!!...ไม่ต้องเล่าอีกแล้ว...ชั้นพอจะรู้แล้ว..."
"โคตะ...."
"แต่ยังมีอีกอย่างนึงที่ชั้นอยากได้ยินจากปากนาย...มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ยูยะ....นายเริ่มรักเค้าเมื่อไหร่?..."
"ชั้นก็ไม่รู้...แต่เค้ามีในสิ่งที่ชั้นสนใจ...กับยูริเองชั้นก็ไม่เคยเป็นบ้าถึงขนาดนี้...นาทีที่ทำให้ชั้นมั่นใจว่าความรู้สึกในใจของชั้นคือความรักที่มีเพื่อเค้า...นาทีที่ชั้นรู้ว่าชั้นรักเค้าแค่ไหน..ก็คือตอนที่เค้าจะฆ่าตัวตาย...โคตะ...นายรู้มั้ย...ชั้นค้นพบว่าชั้นยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับยูริเลย...ตอนนี้ชั้นแยกแยะความรู้สึกที่มีกับคนสองคนได้อย่างชัดเจนแล้ว...ชั้นยอมเสียไดกิไปไม่ได้...ขาดเค้าไม่ได้...อยากครอบครอง...อยากเป็นเจ้าของและยึดครองเค้าเอาไว้คนเดียว...ตอนที่ชั้นเห็นเค้าร้องไห้โวยวาย...สมองของชั้นมันตื้อตันไปหมด...ทำอะไรก็ไม่ถูก...ความเสียใจที่ชั้นเห็นไดกิทรมาณ มันมีมากมายจนชั้นไม่สามารถเข้มแข็งอยู่ได้แน่ถ้าไม่มีเค้า...บางที...ถ้าชั้นไม่ทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ของเล่น...ไร้เหตุผลจนไปพาลเอากับเค้า...ถ้าเพียงแต่ชั้นตัดเรื่องความแค้นบ้าบอนั่นออกไป...ชั้นคิดว่า...ชั้น...คง...รักเค้าตั้งแต่แรกพบแล้วว่ะเพื่อน..."
"นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่ะยูยะ...ในที่สุดนายก็ค้นพบที่ที่เป็นของนาย...มีไว้เพื่อนาย...ชั้นดีใจจริงๆ แล้วอย่าลืมบอกให้เค้ารู้ด้วยนะเพื่อน"
"โคตะ...ขอบใจนะ..."
"ที่แล้วมา...ก็ปล่อยให้มันผ่านไป...เริ่มต้นใหม่ก็ยังไม่สาย..."
หมอหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้กับเพื่อนที่เค้ารัก...ยูยะรู้สึกขอบคุณเพื่อนรักของเค้าอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่ยาบุทำเพื่อเค้ามาตลอด...และยังขอบคุณที่วันนั้นได้เตือนสติของเค้าเอาไว้...ทำให้เค้าได้เริ่มคิดทบทวนอย่างจริงจัง...ร่างสูงกอดเพื่อนรักเอาไว้อย่างขอบคุณ ทั้งสองตบไหล่กันเบาๆ ก่อนที่ยูยะจะเดินออกไปส่งเพื่อนรักของเค้ากลับไป...
เมื่อส่งเพื่อนขึ้นเรือกลับไปแล้ว...แววตาอ่อนโยนก็กลับมาฉายแววดุดันและเลือดเย็นอีกครั้งนึง...รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนรูปหน้าหล่อเหลาค่อยๆ หายไป ใบหน้าเย็นชาปรากฏออกมาให้เห็นชัดเจน...
[ถึงเวลาที่จะต้องจัดการคนที่มันบังอาจแตะต้องร่างกายและทำร้ายหัวใจของคนที่ชั้นหวงแหนแล้ว!]
กึก...กึก...กึก...
เสียงฝีเท้าก้าวลงบันใดที่ได้ยิน ราวกับเสียงขยับปีกของปีศาจร้ายที่กำลังจะมาพรากเอาชีวิตของคนเลวผู้ถูกขังเอาไว้ในห้องใต้ดินนี้...แม้อยากมองเห็นก็ไม่อาจเห็น...แม้อยากร้องขอความเมตตาก็ไม่อาจเปร่งวาจาออกมาได้...คนบาปถูกปิดตาด้วยผ้าดำผืนหนาและปิดปากด้วยเทปกาวแถบใหญ่...เค้าถูกมัดไว้กับเก้าอี้อย่างแน่นหนา...หัวใจคนผิดเต้นเร้าเร็วแรง...เค้าหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวราวกับสัตว์ที่รู้ว่ากำลังจะถูกเชือดเพื่อชดใช้...ชายร่างสูงนัยส์ตาคมดุภายใต้อาภรณ์สีดำสนิทก้าวลงมายืนข้างหน้าคนที่มันบังอาจทำร้ายร่างบางของเค้า...น้ำเสียงนิ่งเย็นที่ได้ยินเรียกให้ขนในกายลุกชันทุกอนูร่างสั่นเทา...
"แกไม่ควรแตะต้องเค้า..."
ร่างสูงดึงเทปเหนียวที่ใช้ปิดปากอันโสมมนั้นออกอย่างแรง มือแกร่งเริ่มการทรมาณเหยื่อชั่วทันที
"อ๊าก!!! อย่า!!!"
เสียงร้องอย่างทรมาณดังกึกก้อง เมื่อมือแกร่งกดบีบลงไปเต็มแรงบนรอยแผลจากกระสุนที่ตัวเองเป็นคนยิง...เลือดแดงฉานค่อยๆ ไหลออกมาจากบาดแผลที่ยังไม่หายดี
"หุบปาก!!!! แค่นี้มันยังน้อยไป!!!! กับสิ่งที่แกทำมันยังไม่สาสม!!!!"
"หย่ะ...อย่า!!! อ๊ากกก!!!!...แฮกๆ...กะ...แก...แกเป็นใคร!!??"
"หึ๊ๆๆ...อยากรู้งั้นเหรอ?....แล้วแกไปทำอะไรไว้ล่ะ!!?...หรือความชั่วของแกมันมีมากซะจนคิดไม่ออก!!! ห๊ะ!!!!"
เสียงตวาดมาพร้อมกับแรงบีบที่ไหล่...ร่างชั่วสั่นกระตุกอย่างทุรนทุราย...เสียงร้องฟังราวกับคนที่กำลังจะตายเต็มที...สมองของคนโดนทรมาณพยายามคิดว่าคนที่กำลังทารุณให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่นี้เป็นใครกันแน่...ยูยะพูดไม่ผิด...เพราะคนคนนี้มีศัตรูมากมาย...ไม่ว่าคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเสียที...
"นายครับ!! ผมได้หลักฐานแล้วก็ข้อมูลทั้งหมดของมันมาแล้วครับ!"
"ดีมาก~ ...ทีนี้เปิดตาของมันออกซิ..."ง
ดวงตาแข็งกร่าวของคนชั่วช้าเป็นอันต้องเบิกค้าง เมื่อได้มองเห็นว่าคนตรงหน้าตนเป็นใคร...แววตากระด้างแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันทีเมื่อสบเข้ากับแววตาและสีหน้าเลือดเย็นของร่างสูงตรงหน้า...เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากที่ยูยะเคยอยากจ่อยิง...ลำคอของคนชั่วดูจะตีบตันขึ้นมาทันใด...แม้น้ำลายก็ยังกลืนลำบาก...แววตาที่บอกชัดว่าฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นคู่นั้นกำลังจ้องมองมายังตัวเค้าเองอย่างแน่วแน่...น้ำตาบาปรินไหลเป็นทางยาว
"ขะ...ขอ...ขอร้อง...ขอร้องเถอะ..."
"ขอร้อง?...ให้ชั้นปล่อยไปงั้นเร๊อะ!!? ไม่มีทาง!!!"
"ฉะ...ชั้น...ชั้นๆ...ชั้นจะ"
"หุบปาก!!! ไม่ว่าแกจะพูดอะไร มันก็ไม่มีค่าพอที่จะทำให้บาปที่แกก่อเอาไว้หายไปได้หรอก!!!"
"อ๊ากกก!!!!!"
ร่างสูงตวัดปลายมีดพกที่เกือบจะพรากไดกิไปจากเค้าไปบนแผ่นอกสีเข้ม...ผลที่ได้คือ รอยแผลและเลือดเข้มข้นที่ไหลออกมาเป็นทาง
"แกรู้มั้ย?...มีดนี่...เกือบจะพรากเอาคนที่ชั้นรักไปจากชั้น....มันเป็นมีดที่กระหายเลือด....ทั้งเลือดเค้า....เลือดชั้น....และตอนนี้....เลือดแก!!!"
"อ๊ากกก!!!...หย่ะ...หยุด!...หยุ.. อ๊ากกกก!!!!!"
เสีงร้องระงมของนักโทษดังยิ่งกว่าทุกครั้งทันทีที่ร่างสูงตวัดปลายมีดเข้าใส่แผ่นอกกว้างของคนชั่วอีกครั้ง จนเกิดเป็นรูปกากบาตแดงฉานอยู่กลางร่างสั่นเทิ้ม...ยูยะค่อยๆ ก้มหน้าลงมาจ้องตากับคนที่ตอนนี้ร่างสูงอยากจะฆ่าทิ้งเสียจริงๆ...ปลายมีดคมถูกทาบเข้ากับริมฝีปากที่บังอาจทำร้ายไดกิ...นักโทษเบิกตากว้าง น้ำตาทะลักออกมาไม่หยุด...แรงสั่นที่ยังไม่คลายกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น
"ปาก...ควรมีไว้ทำในสิ่งดีๆ...กินข้าวเลี้ยงชีวิต...ไม่ใช่ให้แกใช้มันทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้!!!!"
พลั๊ก!!!
ร่างสูงซัดหมัดเข้าข้างแก้มหยาบทันทีที่พูดจบ แรกกระแทกนั้นทำให้ฟันของเหยื่อหลุดกระเดนออกไปถึง 3 ซี่...ร่างสูงกระทืบมันจนแหลกละเอียดเมื่อนึกถึงรอยกัดบนผิวบอบบางของคนตัวเล็ก...สายตาฆ่าคนได้เข้มข้นขึ้นอีกทบเท่าพันทวี เมื่อยูยะนึกย้อนไปถึงสภาพของคนที่เค้ารัก...ร่างสูงสะบัดหน้ากลับไปจ้องนักโทษของตัวเองอีกครั้งด้วยความเดือดดานถึงที่สุด...ก่อนที่จะตวัดปลายมีดคมเข้าเฉียดคอหอยของคนผิดบาป
"อ๊ากกกก!!!!!!"
เสียงร้องราวกับจะเป็นเสียงสุดท้ายของชีวิตดังกึกก้องทะลุออกไป จนทำให้คนตัวขาวที่หลับไหลไปด้วยฤทธิ์ยาของพี่หมอโคตะต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา...ไดกิผุดลุกขึ้นนั่งอย่างระวังภัย...สายตาสั่นไหวกวาดมองหาร่างสูงที่เคยอยู่ข้างกาย...แต่ก็ไม่พบ...ร่างบางรู้สึกใจหายไม่น้อยเมื่อพบว่าตัวเองอยู่เพียงลำพัง...เรียวขาเล็กรีบก้าวลงจากเตียงไปที่ประตูแล้วตัดสินใจเปิดมันออก เพื่อก้าวออกไปดูว่าร่างสูงเจ้าของบ้านอยู่ข้างนอกหรือไม่...แล้วก็ยิ่งใจเสียเมื่อพบว่าเค้าไม่ได้อยู่ข้างนอกนี้...แม้แต่ลูกน้องก็ไม่อยู่สักคน...ไดกิรีบวิ่งไปดูที่ห้องของยูยะ แต่ก็ยังไม่พบร่างสูง...หัวใจเปราะบางเริ่มสั่นกลัว...ร่างบางเดินวนไปวนมาอยู่หลายที่เพื่อค้นหาคนที่ตัวเองหวังจะเจอให้พบ...เมื่อทั้งบ้านว่างเปล่าและมีเพียงตัวเค้าเท่านั้นที่อยู่เพียงลำพัง ก็ให้รู้สึกร้อนใจขึ้นมาจนเกือบจะร้องเรียกอีกฝ่ายออกไป...หากไม่ได้ยินเสียงแว่วมาจากทางด้านหลังของบ้านใหญ่นี้เสียก่อน...
เสียงที่ดังเว่วมานั้นฟังราวกับเจ็บปวดทรมาณอย่างหาที่สุดมิได้...ร่างเล็กเดินตามเสียงนั้นไปจนพบเข้ากับประตูติดผนังสีดำสนิท ทั้งยังทำจากเหล็กแข็งดูราวกับเป็นห้องขัง...ไดกิยืนลังเลอยู่ว่าจะลองเปิดมันดูดีมั้ย...ใจนึงก็กลัว...แต่อีกใจก็สงสัยใคร่รู้เหลือประมาณ...สุดท้ายร่างบางจึงทำใจกล้า ผลักประตูเปิดเบาๆ ...เมื่อประตูเปิดออกแล้ว ร่างบางก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างล่างชัดเจนขึ้น...เสียงนึงหอบหายใจ...อีกเสียงนึงที่เค้ารู้สึกคุ้นหูมากกว่านั้นทั้งเย็นชาและนิ่งเรียบจนน่ากลัว...ไดกิค่อยๆ ก้าวขาเข้าไปด้านใน และค่อยๆ ก้าวลงบันใดวนไปอย่างเงียบเชียบ...แสงสว่างที่มาจากตะเกียงน้ำมันค่อยๆ ขับไล่ความมืดสลัวออกไปในทุกๆ ก้าวที่ร่างเล็กเข้าไปใกล้จุดหมายที่เค้าอยากรู้
[พระเจ้าช่วย!...นี่มัน!...]
ภาพที่เห็น ทำให้ร่างบางต้องตัวแข็งทื่อ...สิ่งที่ทำให้ไดกิก้าวขาไม่ออก ไม่ใช่เพราะคนที่เคยทำร้ายเค้ากลางป่าที่ถูกมัดมือมัดเท้าไว้กับเก้าอี้ที่ร่างโชกเลือดนั่นนั่งอยู่...ไม่ใช่บาดแผลตามร่างกายน่ารังเกียจที่ร่างเล็กเห็น...เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ร่างเล็กคิดว่าสมควรโดนแล้ว...มันสาสมแล้วกับสิ่งที่คนเลวนั่นได้รับ...หากแต่จิตใจส่วนที่อ่อนโยนของร่างบางกลับรู้สึกสงสารนักโทษคนนั้น...ถึงแม้ว่าคนชั่วคนนั้นจะได้เคยฝากรอยแผลไว้ในใจของไดกิ...แต่ร่างบางก็ยังคิดว่าตัวเองยังโชคดีที่มีร่างสูงคอยช่วยเหลือและปลอบโยน...ตลอดจนมอบใจแกร่งดวงนั้นให้...แม้ว่าตอนนี้ไดกิจะยังไม่กล้าทำใจเชื่อก็ตาม...
สิ่งที่ทำให้ไดกิตัวชาจนก้าวขาไม่ออกเป็นเพราะภาพของยูยะที่ใจดีและคอยปกป้องเค้าคนนั้นต่างหาก...ร่างสูงที่เห็นในเวลานี้เหมือนเป็นคนละคนกับที่เค้าเคยพบเห็น...สีหน้าที่เย็นชาไปจนถึงแววตาที่เจ็บปวดจนแข็งกระด้างราวกับสามารถฆ่าคนได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรนั้น...ไดกิเพิ่งจะเคยเห็นจริงๆ เป็นครั้งแรก...และมันก็ทำให้คนตัวเล็กกลัว...ก่อนที่ยูยะจะได้กระทำการอันที่ไดกิกลัวว่ามันจะเกิดขึ้นนั้น...ร่างบางก็ตัดสินใจเข้าห้ามเอาไว้ได้ทันท่วงที...
"พี่ยูยะ!!! พอเถอะฮะ!! ...นะ~..."
เสียงของไดกิที่ได้ยิน ปลุกให้คนที่กำลังจะตาบอดมองข้ามความถูกต้องและลงมือทำในสิ่งที่ไม่สมควรนั้น ได้ตื่นขึ้นมาในความเป็นจริง...ร่างสูงหันกลับไปมองคนที่ตัวเองรักในทันที...
"ไดกิ!?...ลงมาที่นี่ทำไมครับ?..."
น้ำเสียงที่เคยเย็นชากลับอ่อนโยน...แววตาที่เคยเลือดเย็นเปลี่ยนเป็นอบอุ่นและมีความรู้สึกรู้สาขึ้นมาอีกครั้ง...ร่างเล็กค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาร่างสูงที่ยังไม่ยอมทิ้งมีดคมนั้นไป...นักโทษมองเห็นทางสว่างที่ตนจะรอดตายได้แล้ว...เสียงแหบสั่นก็วอนขอทันที...
"ชะ...ช่วย...ช่วยด้..ว..ย....แฮกๆๆ....ฉะ...ชั้น...ชั้นผิด...ผิด...ไป...ละ...แล้ว...แล้ว...แฮกๆ..."
ร่างบางละสายตาที่สบประสานอยู่กับร่างสูงตรงหน้า แล้วเหลือบไปมองคนผิดที่โดนทรมาณอย่างสาสม...แววตาหวาดกลัวและสำนึกผิดของคนคนนั้นทำให้ร่างบางสงสารมากกว่าที่จะอยากแก้แค้น และไม่อยากถือโทษกับคนคนนี้อีกต่อไปแล้ว....
แต่สิ่งเดียวที่ไดกิอยากให้หายไปก็คือ แววตานิ่งลึกเฉยชากับความตาย แล้วก็สีหน้าเลือดเย็นยามที่ร่างสูงมองไปที่คนผิดบาปคนนั้นต่างหาก...สีหน้าที่ไม่ใช่ ทากาคิ ยูยะ ที่ไดกิเคยรู้จักนี่ต่างหาก ที่ไม่อยากเห็นมันอีก...เค้ากลัว...
"พะ...พี่...พี่ยูยะ...ฮะ..."
น้ำเสียงแผ่วบ่งชัดถึงความกลัวเกรงนั้น ดึงสติให้ร่างสูงกลับมาสนใจคนตัวเล็กอีกครั้ง
"ครับ!?...เรียกพี่อย่างนั้นทำไม...หื้อ? ...อยากให้จัดการยังไงดีครับ พี่ยกให้ไดกินะ"
"ได้โปรดฮะ...ผมหายเจ็บแล้ว...ทั้งหมดเป็นเพราะพี่...ที่คอยปลอบโยน...ผมขอได้มั้ย?...ปล่อยเค้าไปเถอะนะฮะ..."
"ไดกิ!!?...ทำไม!!?..."
ร่างสูงแสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ร่างบางร้องขอ....ร่างสูงสะบัดหน้ากลับไปจ้องนักโทษของเค้าด้วยความโกรธจัด...เค้าอยากจะฆ่ามันนัก...
ยูยะกลับไปมีสีหน้าและแววตาที่ไดกิไม่ชอบอีกแล้ว เมื่อร่างสูงได้มองคนที่แสนชิงชัง...ท่าทางแบบนั้นร่างบางไม่ชอบเลย...ไดกิค่อยๆ เอื้อมมือขาวสั่นของตัวเองไปสัมผัสแผ่วเบาที่สองแก้มของยูยะ...ร่างบางรั้งให้ใบหน้าคมคายหันกลับมาสบตากัน...น้ำตาใสๆ ร่วงรินจากขอบตาแดงช้ำ...
"ฮึกๆ...ไม่เอาแล้ว~...ผมไม่อยากเห็นคุณที่มีสีหน้าแบบนี้~...ฮึกๆ...กลัวฮะ...ผมกลัวพี่ยูยะที่เลือดเย็น...ฮึก...ผมกลัวตาดุๆ...ฮึกๆ...ผมกลัวแววตาเลือดเย็นแบบนี้ของคุณที่สุด~...ฮึกๆ.."
สิ่งที่ออกมาจากใจร่างบางตรงหน้าและหยดน้ำตาที่มาพร้อมแววตาตระหนกของร่างเล็ก บวกกับความอุ่นร้อนของสองมือนุ่มที่แก้มของตัวเองนั้น...ปลุกยูยะให้หลุดออกจากความมืดดำในจิตใจของตัวเอง...ร่างสูงปล่อยมือจากมีดคมให้มันร่วงลงพื้นไปในที่สุด...สองมืออบอุ่นของเจ้าของแววตาคมเข้ม ถูกยกขึ้นทาบทับสองมือสั่นไหวของไดกิ...ความเย็นชาและเลือดเย็น มะลายหายไปจนหมดสิ้น...ยูยะค่อยๆ เอื้อมเช็ดซับน้ำตาปลอบโยนร่างบางของเค้าแผ่วเบา...
"อย่าร้องอีกเลยนะ...พี่สัญญา....จะไม่มีแบบนี้อีกแล้ว...นะ!..."
สองสายตาประสานหากันอย่างลึกซึ้ง...ร่างสูงดึงเอาร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแกร่ง...ใบหน้าหวานซุกซบอยู่ในแผ่นอกกว้างพรางกอดร่างสูงเอาไว้แน่น...ฝ่ามือแกร่งลูบหัวปลอบโยนให้ความรักแก่ร่างบางของเค้า...ภาพที่เห็นนั้น ทำให้ลูกน้องคนสนิทของร่างสูงทั้งห้าคนตัดสินได้ว่า ต่อไป...คนที่พวกเค้าจะต้องคอยอยู่เคียงข้างและปกป้อง ไม่ได้มีแต่นายน้อย ทากาคิ เพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว...
ร่างสูงช้อนเอาคนที่เค้ารักขึ้นอุ้มราวกับเจ้าชายกำลังอุ้มเจ้าหญิงผู้งดงาม จมูกคมสันประทับจูบแผ่วเบาที่ขมับของร่างเล็กอย่างทะนุถนอม...วงแขนขาวโอบกอดรอบคอคนชอบฉวยโอกาสแล้วซุกใบหน้าเขินอายหลบสายตาซุกซนเข้ากับซอกคออุ่น...ก่อนที่สายตาคมจะหันกลับมาจ้องมองคนทำผิดมาหลายคดีตรงหน้าตัวเอง...
"จำไว้นะ!...ชีวิตของแกก็แค่ลูกไก่ในกำมือชั้น...จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด!...หากแกคิดจะทำอันตรายเด็กคนนี้อีก...ชั้นจะไม่มีวันปล่อยแกไปเหมือนครั้งนี้อีกแล้ว...ครั้งนี้...แกติดหนี้ชีวิตเค้า!!!"
"ขะ...ขอบ...ขอบคุณ!...แฮกๆ..ขอบคุณ..."
น้ำตาที่ไหลออกมาดูราวกับซาบซึ้งนั้น...หากเป็นคนอื่นคงเชื่อสนิทใจ...แต่ไม่ใช่กับ ทากาคิ ยูยะ คนนี้...ทำไมเค้าจะดูไม่ออกว่าเจ้าคนสารเลวคนนี้คิดอะไร...แต่คิดจะสู้กับคนอย่างยูยะ มันไม่ง่ายนักหรอก!!!
"หึๆๆ...เสียแรงเปล่าจริงๆ...จะบอกอะไรให้นะ...โอคุเสะ ทซึคิจิ...แกควรจะยอมมอบตัวแล้วเข้าไปตายในคุกซะ!!...เพราะคดีที่แกก่อเอาไว้ทั้งหมดนั่น...หลักฐานมันไปถึงมือตำรวจเรียบร้อยแล้ว...หรือถ้าแกอยาก...เจอชะตากรรมเดียวกันกับวันนี้ก็เชิญ!!!....เพราะคนที่อยากแก้แค้นแก ไม่ได้มีแค่ชั้นคนเดียวนี่นะ...ยังมีอีกหลายคนที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักเพราะความโสมมในจิตใจไร้สำนึกของแก....ยังมีอีกมากที่อยากแล่เนื้อหนังของแกเพื่อทดแทน...หึๆๆๆ...ป่านนี้เบาะแสของแกที่ลูกน้องชั้นส่งไป คงถึงมือพวกเค้าหมดแล้ว!!!"
"กะ..แก!!!..."
"สงสัยล่ะสิ!?...อยากรู้ใช่มั้ยว่าชั้นรู้เรื่องชั่วช้าของแกได้ยังไง!!!...หึ!...คนอย่างชั้น...ทากาคิ ยูยะ...ถ้าอยากรู้...ต้องได้รู้!!!"
"ว่ะ...ว่า...ว่าไงนะ!!...หึ!...ถ้าแกกล้า ชั้นก็จะเปิดโปงแกด้วยเหมือนกัน!!...แกจับตัวเด็กคนนั้นมา!! เค้าบอกชั้นเอง!!!"
สิ่งที่คนชั่วไร้สำนึกพ่นออกมานั้น ไดกิไม่อยากจะเชื่อเลย...นี่เค้าสงสารคนผิดอย่างงั้นเหรอ?...ร่างสูงหันหน้ามาสบตากับร่างบางในอ้อทแขน...แย้มยิ้มอ่อนโยนให้กันและกันก่อนจะทำให้คนชั่วต้องเดือดดานด้วยหมดหนทางรอดคุก
"ว่าไงครับไดจัง...พี่เป็นคนจับตัวไดจังมาเหรอ...หื้อ???...ช่วยบอกทีครับที่รัก...คุณตำรวจเค้าเชื่อแต่คำพูดของเธอเท่านั้นน้า~..."
ไดกิมองตาร่างสูง ก็พอจะเข้าใจแล้วว่า คนที่อุ้มเค้าอยู่เป็นห่วงเค้าแค่ไหน หากคนชั่วนั่นยังลอยนวน...ใบหน้าน่ารักแปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา...ดวงตาใสซื่อเปลี่ยนเป็นนิ่งลึกยามจ้องมองคนน่ารังเกียจพร้อมกันกับร่างสูงที่หันไปยิ้มเย้ยหยันให้คนไร้สำนึกด้วยเช่นกัน...เสียงใสของไดกิเปลี่ยนเป็นเย็นเยี้ยบไร้ความรู้สึกเมื่อยามที่ร่างบางเอ่ยตอบออกไป
"ไม่จริงเลยครับ!...พี่ยูยะเป็นคนมาช่วยผมจากคนชั่วคนนี้ต่างหาก..."
"ได้ยินแล้วใช่มั้ย~? หึๆๆๆ...ก้มหน้ารับกรรมของแกไปเถอะ...ไอ้ผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรนจ์!!!"
หลังจากที่รวบตัวคนชั่วไปส่งตำรวจให้คนไร้สำนึกได้ไปนอนในคุก พร้อมกับให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว...ร่างสูงก็รีบกลับมาหาร่างบางที่เค้าห่างไปเพียงไม่ถึงสามชั่วโมง ก็คิดถึงเสียแล้ว...ขายาวๆ พาเจ้าของร่างสูงสง่าก้าวไปอย่างว่องไว...ยูยะเปิดประตูออกเบาๆ เพราะไม่รู้ว่าไดกิหลับไปแล้วหรือยัง...แต่เมื่อพบว่าบนเตียงนอนนั้นว่างเปล่า ร่างสูงจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปด้านใน สายตาคมจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางของคนที่เค้าคิดถึง ที่ตอนนี้กำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่ที่ระเบียงห้อง...ยูยะค่อยๆ สวมกอดไดกิจากข้างหลังแล้วขโมยหอมแก้มนุ่มอย่างแสนรัก...ร่างบางค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาคนชอบฉวยโอกาส
"ไดกิ...คิดถึง..."
สรรพนามที่เปลี่ยนกลับไปเรียกอย่างเก่า ช่างดูห่างเหินจนคนตัวเล็กรู้สึกวูบโหวง...เสียงเล็กเอ่ยแผ่วเบาออกไปอย่างใจคิด

"เรียก...ไดจัง...ได้มั้ย...ชอบ..."
พูดเองแต่ก็ให้รู้สึกอับอายเอง จนใบหน้าขาวนวลขับสีแดงไปจนถึงใบหู...เรียกรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาเต็มหน้าร่างสูงที่เอาแต่จ้องมอง
"ตำรวจว่ายังไงบ้างฮะ...เค้าจา..."
"ไม่ต้องกังวลไปนะ...หมอนั่นไม่มีทางรอดออกมาจากคุกได้แน่นอนครับ...พี่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายไดจังได้อีกแล้ว..."
ร่างบางยิ้มอ่อนโยนให้ร่างสูงพร้อมกล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจ
"ขอบคุณฮะ...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง..."
"ไดจัง..."
คนในอ้อมแขนนี้ยูยะไม่อยากปล่อยไปเลยแม้แต่น้อย...ร่างสูงไม่รู้ว่าร่างบางจะอภัยให้กับสิ่งที่เค้าทำมั้ย...และยิ่งไม่รู้เลยว่า...
[ไดกิ...รักกันบ้างมั้ย?...]
ยูยะตัดสินใจบอกกับคนที่เค้าแสนรักด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยเหลือคณานับ...
"ไดจัง...พรุ่งนี้...พรุ่งนี้พี่...จะพากลับบ้านนะครับ... ...พี่โทรบอกกับคุณอาให้แล้ว...ว่า...ว่าพี่พบไดจังแล้ว..."
ความอ้างว้างแห่งการต้องพลัดพรากจากคนที่รัก ฉายชัดในน้ำเสียงและแววตาของร่างสูง...ไดกิเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน...เพียงแต่ร่างบางเองก็ยังไม่รู้ว่านี่คือความรักหรือเปล่า...
"หลายวันมานี้...อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเหลือเกิน...เร็วซะจนผมเองก็กลัวฮะ..."
"คำสารภาพรัก...พี่จริงจังนะไดจัง...พี่ไม่ได้พูดมันเพราะเวทนาหรือสงสารเธอ...แต่พี่พูดมันเพราะ...เพราะ...ใจของพี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ..."
"ผม...."
"เมื่อจากกันแล้ว...เมื่อเรื่องทุกอย่างเปิดเผยแล้ว...ไดจังอาจจะเกลียดชังพี่ไปเลยก็ได้..."
"ทำไมล่ะฮะ...อย่าพูดแบบนั้นเลย..."
"เพราะพี่มันเลวจนยากจะให้อภัย...น่าผิดหวังใช่มั้ย...พี่ขอโทษ..."
ไดกิมองลึกลงไปในแววตาสำนึกผิดของร่างสูงอย่างค้นหา...อะไรคือสิ่งที่ทำให้เค้าคนนี้พูดแบบนี้...แต่สิ่งที่ร่างบางพบ กลับเป็นความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวและทรมาณใจของคนตรงหน้า...ร่างเล็กค่อยๆ ปลดมือแกร่งออกจากเอวตัวเอง แล้วจับจูงให้คนที่เศร้าจนน่าใจหายให้ไปนั่งลงที่เตียงกว้าง...ไดกิอยากปลอบโยนคนคนนี้บ้าง...ร่างบางค่อยๆ นั่งลงเคียงข้างเค้า แล้วหันหน้าเข้าหาร่างสูงข้างกายตน...และสิ่งที่ร่างสูงไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...
แรงจูบแผ่วเบาที่ข้างแก้มและอ้อมแขนบอบบางที่โอบกอดเค้าเอาไว้นั้น เหมือนน้ำฝนใสเย็นที่ตกลงมาให้ความชุ่มชื่นแก่หัวใจแตกระแหงแห้งแร้งของชายหนุ่มผู้พบแต่ความพลัดพราก...แรงใจที่เหือดหายของร่างสูงกลับมาเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่อีกครั้ง...ไดกิเอาหัวซุกซบที่ไหล่กว้างอย่างปลอบโยน...
"ขอโทษนะฮะ...เรื่องของยูริน่ะ...ผมอยากให้คุณเข้าใจและมองดูมันด้วยความสุข...ความรักระหว่างคุณกับเค้ายังคงอยู่...บางทีความรักก็ไม่จำเป็นต้องครอบครองก็มีความสุขได้นี่ฮะ...ที่คุณโกรธผมที่เป็นพ่อสื่อแล้วต้องการแก้แค้นผม...ผมเข้าใจดีและไม่โทษคุณเลย...อย่าโทษตัวเองอีกเลย...คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ..."
"ไดกิ..."
"ขอบคุณที่ดีกับผม...ขอบคุณในการตัดสินใจครั้งใหม่นี้...ขอบคุณจริงๆ ฮะ..."
"...................................."
ความอบอุ่นที่เข้ามาแทนที่ความสูญเสียโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำให้ร่างสูงต้องปล่อยให้สายน้ำแห่งความรู้สึกที่เค้าเก็บกดมันมาตลอด ไหลรินออกมาจากดวงตาคมดุของตัวเอง...หยดน้ำตาอุ่นๆ ร่วงหล่นลงถูกเรียวแขนบางของร่างเล็กที่กำลังเอาหัวซุกซบอยู่บนไหล่แข็งแกร่ง...ไดกิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองคนที่เคยเข้มแข็งมาตลอด...มือบางเช็ดซับน้ำตาบนใบหน้าคมเข้มอย่างเบามือ...หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นลึกๆ ในหัวใจบอบบางนี้เรียกว่าอะไร...รัก...ใช่หรือเปล่า?...น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตากลมสวย...ร่างสูงค่อยๆ หันหน้ามาสบตากับแววตาสั่นไหวของคนที่เค้ารักจริง...
"ชั้นรักเธอ!! อาริโอกะ ไดกิ! ...ชั้นแพ้เธอแล้ว...ชั้นรักเธอ!!"
"แพ้อะไรกันฮะ...อย่าพูดแบบนั้นสิ..."
"แพ้ความดี...แพ้ความจริงใจ...แพ้น้ำใจ...แพ้หัวใจ..."
"ความรักไม่มีแพ้หรือชนะ...ไม่มีการกักขังหรือปล่อยทิ้ง...เมื่อรักแล้ว...ก็คือ...รัก!..."
ร่างสูงสุดจะทานทนต่อไปไหว...มือแกร่งเกี่ยวเอาคนตัวบางเข้าหาตัวแล้วอุ้มให้มานั่งคร่อมอยู่บนตักอุ่น...สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้แน่น...ริมฝีปากอุ่นร้อนมอบจุมพิตให้กับร่างบางที่เค้ารักสุดหัวใจ...สองมือนุ่มของร่างบางทาบวางอยู่บนอกแกร่ง รับรู้ทุกจังหวะรัวเร็วที่เต้นเร้าอยู่ภายในนั้น...มือแกร่งข้างนึงยกขึ้นกดท้ายทอยของร่างบางเอาไว้ให้รับจูบร้อนแรงจากเค้า...ลิ้นร้อนไล่ชิมความหอมหวานจากคนที่เค้าอยากครอบครอง...แรงผลักเบาๆ ที่อกกว้างทำให้ยูยะยอมถอนจูบจากริมฝีปากอิ่ม...ไดกิหอบหายใจหนักหน่วงอยู่บนตักอุ่น...ร่างสูงซบหน้าลงบนอกแบบบางอย่างเหนื่อยล้าและต้องการกำลังใจ...สองแขนเล็กจึงโอบกอดรอบคอของร่างสูงเอาไว้แน่น...ใบหน้าแดงเรื่อแนบไปกับกลุ่มผมหนานุ่มเพื่อปลอบโยน...
"อะแฮ่ม!!!...แฮ่ม!!!!"
เสียงกระแอมไออย่างจงใจของเจ้าของตำแหน่งเพื่อนรักของยูยะ ที่ไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน ทำให้ร่างบางตกใจและรีบผละจากร่างสูง...แต่ติดที่วงแขนแกร่งยังไม่ยอมคลายลง...ไดกิจึงต้องนั่งหน้าแดงไปถึงใบหูอยู่บนตักของคนดื้อดึงที่สุดในห้องนี้...ยูยะค่อยๆ หันหน้าไปมองผู้มาเยือน...
[เป็นไปตามคาดเลย]
...เพราะตอนนี้สิ่งที่มารขัดความสุขได้รับคือสายตาคมดุที่จ้องเขม็งมาที่ตัวเอง...
"มองซะดุเลยนะไอ้บ้านี่...จิ๊...ปล่อยคนไข้ของชั้นได้แล้ว!...เร็วๆ เลย!!"
"ไอ้เจ้ามารความสุขเอ๊ย~ มาทำไม!!?"
"เอ้า! แกนี่! ...ชั้นก็มาดูอาการของคนไข้ชั้นสิ! ปล่อยได้แล้ว!"
ร่างสูงจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมปล่อยให้คนตัวเล็กได้ปีนลงจากตักไปนั่งเขินอยู่ข้างๆ ตัวเองแทน...คุณหมอยาบุก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กพลางยิ้มหวาน คุณหมอคนเก่งเลยได้คำพูดเหน็บแนมด้วยความหมั่นไส้จากเพื่อนรักเป็นรางวัล
"ยิ้มแล้วหัดลืมตาบ้างนะ...ไอ้หน้าเต่า!!"
"อื้อหืออออ...เดี๋ยวพ่อก็โบกซะหรอก!"
ยาบุชี้หน้าคาดโทษเพื่อนปากเสียของตัวเอง แล้วก็เลิกสนใจเจ้าเพื่อนที่ทำตัวเป็นเด็กไม่ยอมโตของตัวเองทันที...
"ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ...ยังปวดแผลตรงไหนอยู่มั้ย?..."
"ไม่...ไม่แล้วฮะ..."
"อื่ม...งั้นก็น่าจะไม่เป็นไรแล้วนะ...ขอพี่ตรวจหน่อยนะ..."
ยาบุหยิบหูฟังออกมาใส่เข้าที่หูของตัวเองแล้วหยิบปลายสายที่มีเครื่องตรวจฟังการเต้นของหัวใจทาบเข้าที่แผ่นอกบาง...ดวงตาเรียวเล็กเหลือบไปหมองเพื่อนรักที่เอาแต่จ้องไม่วางตา...ก่อนที่จะเอ่ยปากเย้าด้วยความหมั่นไส้ตัวต้นเหตุ
"หัวใจเต้นแรงผิดปกตินะ...แน่นหน้าอกมั้ยครับ..."
"ม่ะ...ไม่...ไม่นี่ฮะ..."
"นาย! ไอ้เจ้าเพื่อนปากดี...ทีหลังห้ามมาแตะต้องตัวคนไข้ของชั้นก่อนได้รับอนุญาติจากชั้น!...เข้าใจมั้ย!?"
"เฮ้ย!! ...โคตะ!!...มันจะมากเกินไปแล้วนะเว้ย!!"
"ไม่มากอ่ะ...เดี๋ยวชั้นวินิจฉัยโรคผิดขึ้นมา...จะมาโทษกันไม่ได้นะเฮ้ย!...ทำซะหัวใจเต้นผิดจังหวะเลยนะ...ไอ้...ลา...มก!!!"
การต่อปากต่อคำของเพื่อนรักเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น...แต่คนที่อับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี คงไม่พ้นร่างบางที่นั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงฟังเรื่องของตัวเองที่กลายเป็นประเดนเผ็ดร้อนในหัวข้อการถกเถียงกันของเพื่อนรักที่ดูจะไม่มีใครยอมใครในตอนนี้......




โปรดติดตามตอนต่อไป......................




Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 5



TaDaiki6_Logo FC2 -3



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 5 : วินาทีแห่งการค้นพบ




ไดกิวิ่งกระหืดกระหอบหนีออกมาสะเปะสะปะ ร่างเล็กไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจออะไรในป่านี้บ้าง แต่คนอย่าง อาริโอกะ ไดกิ ไม่มีทางนอนรอปีศาจร้ายอย่างสิ้นหวังอยู่ที่นั่นแน่...แต่ด้วยความที่ตัวเองก็ไม่ค่อยชำนาญในเรื่องพวกนี้ จึงทำให้ต้องเดินวนไปวนมาอยู่ ณ ใจกลางป่าแห่งนี้หลายต่อหลายครั้ง ร่างบางตัดสินใจหยุดพักที่ก้อนหินลูกใหญ่ หอบหายใจเอาอากาศเย็นชื้นเข้าปอดอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ หันมองหาทางที่พอจะพาเค้าออกไปจากป่านี้ได้
แสงไววิ้บวับที่ฉายมาจากมุมนึงไกลออกไป ทำให้ไดกิต้องรีบมุดตัวเข้าไปหลบอยู่ในซอกหิน เพราะเค้าก็ไม่รู้ว่าแสงนั่นเป็นแสงอะไร...หรืออาจมีใครตามเค้ามา...ร่างบางแทบกลั้นหายใจเมื่อแสงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไดกิยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง กันไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา...เมื่อพบว่ามีชายผู้หนึ่งก้าวพ้นแนวไม้เข้ามา...ด้วยความสลัวของป่าทึบยามใกล้ค่ำ ร่างบางจึงไม่แน่ใจว่าใครตามตัวเองมากันแน่...จนกระทั่งร่างนั้นเข้ามาใกล้กับที่ที่ร่างบางใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว
ดวงตาสวยเบิกกว้างทอประกายเมื่อพบว่าคนที่อยู่ด้านหน้าที่หลบซ่อนของตัวเองไม่ใช่ ทากาคิ ยูยะ หรือแม้แต่ลูกน้องของร่างสูง แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงชาวประมงที่เข้ามาหาของป่าเท่านั้น...ด้วยความดีใจและไม่ทันยั้งคิด ทำให้ไดกิรีบออกจากที่ซ่อนพุ่งไปขอความช่วยเหลือจากคนคนนั้น...
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วยครับ!! ผมโดนจับตัวมาและกำลังหลงป่า! คุณจะช่วยกรุณาพาผมหนีออกไปได้มั้ยครับ!!?"
เสียงของคนใจร้ายสะท้อนก้องขึ้นมาในใจทันทีที่ร่างบางสบตากับคนตรงหน้า...มือขาวค่อยๆ คลำหาขวดสเปรฤทธิ์แรงประจำกาย...แต่มันหายไป!...
[มีแต่ชาวประมงที่กระหายร่างกายขาวๆ แบบนายเท่านั้นแหละ...ถ้าอยากสนุกกับว่าที่สามีมากหน้าหลายตาก็หนีไปเลย!!!]...ร่างบางตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันใด...อาวุธใดๆ ที่พอจะช่วยให้รอดได้ก็ไม่มีอีกแล้ว...แววตาหื่นกระหายจ้องมองไดกิราวกับจะกลืนกิน...ร่างบางเริ่มก้าวถอยหลังออกห่างจากคนตรงหน้าช้าๆ อย่างรู้สึกเวทนาในชะตาตัวเอง...
[หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ ...อาริโอกะ ไดกิ...]..........
ในขณะที่ร่างสูงกำลังชั่งใจกับร่องรอยที่เค้าพบ ว่ารอยไหนที่เป็นของคนที่เค้าตามหาอยู่นั้น...ได้เกิดเสียงหวีดร้องดังก้องป่าและฝูงนกกระพือปีกบินหนี...ยูยะจับตำแหน่งของสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างว่องไวและสามารถคาดคะเนได้อย่างแม่นยำ...หัวใจแกร่งวูบไหวรุนแรงเกินกว่าจะทนอยู่เฉย...มือแกร่งที่หยิบเอาขวดยาฤทธิ์แรงที่น่าจะเป็นของไดกินั้น ร่างสูงปล่อยมันทิ้งสุดแรง แล้วออกวิ่งไปเร็วที่สุดเท่าที่จะไปได้...ร่างสูงเร่งรุดไปด้วยความรวดเร็วในทิศทางที่เสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นดังขึ้นเป็นระยะๆ เพราะถ้าช้าไปแม้แต่ก้าวเดียว...ร่างบางอาจจะโชคร้ายกว่าที่ยูยะคิดไว้....รอยที่เห็นสองรอยนั้นทำให้ร่างสูงมั่นใจว่าไดกิเจอดีเข้าให้แล้ว...ยิ่งมั่นใจ หัวใจแกร่งยิ่งร้อนรน...เค้าไม่รู้ว่านี่ จะเรียกว่า 'ห่วง' ได้มั้ย เค้ารู้แต่ว่าเค้าไม่มีวันยอม! คนเดียวที่จะทำให้เด็กคนนั้นทุกข์หรือสุขได้...ต้องเป็น ทากาคิ ยูยะ คนนี้เท่านั้น!!...

"ช่วยด้วย!!!! ไม่นะ!!! อย่า!!!!!!"
"อยู่นิ่งๆ โว้ย!!! เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าทิ้งซะหรอก!!!"
"ฮือออออ...อย่าทำอะไรผมเลย...ปล่อยผมไป~ !!!!"
ร่างบอบบางวอนขอคนใจหยาบที่กำลังฉีกทึ้งเสื้อผ้าเค้าอย่างหื่นกระหาย...มือสากลูบไล้บีบเค้นอย่างหนักหน่วงจนคนตัวเล็กหวาดกลัว...พละกำลังที่ต่างกันทำให้ไดกิหมดทางหนีรอด...ข้อมือเล็กบอบบางถูกอีกฝ่ายมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนา ยิ่งดิ้นแรงเท่าไหร่ เชือกก็ยิ่งบาดข้อมือเล็กจนได้เลือด
ไดกิพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสนเอาตัวรอด แต่คนชั่วช้ากลับไร้ความปราณี มันทั้งตบทั้งซ้อมร่างบางจนแทบหมดสติ...ด้วยความเจ็บปวดทำให้ไดกิหมดแรงสู้
"ฮ่าๆๆๆ อย่างงี้สิน้อง!...นอนนิ่งๆ ให้พี่พาไปเที่ยวสวรรค์แบบนี้สิถึงจะสนุก!!"
"แก...ไอ้บ้า!!...ฮืออออ...ไอ้คนวิตรถาน!!!...ช่วยด้วย!!!!...ช่วย!!"
มือสากหนากดปิดปากคนตัวบางแน่น...ชายชั่วบนกายขาวเนียนเริ่มซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ฟันคมขบกัดอย่างแรง ดวงตาเปื้อนน้ำตาเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวด หากแต่เสียงร้องก็มิอาจเล็ดรอดออกมาได้
ฐานคอขาว แดงช้ำเป็นรอยฟัน เลือดแดงฉานซึ่มออกมาตามรอยนั้น กายบางสั่นเท่าจนเกินควบคุม...มือสากหนาอีกข้างบีบเฟ้นเอวกลมกลึงหนักหน่วง ล่วงเลยไปถึงสะโพกขาวเต็มมือ...ไดกิได้แต่อ้อนวอนขอโชคชะตา ให้ตนพ้นความทุกข์นี้ไปเสียที...ร่างเล็กขยะแขยงทุกๆ สัมผัสที่เกิดขึ้น...แก่นกายแสนหวงถูกปลุกเล้าอย่างแรงและรีบเร่งเสียจนร่างสั่น ปวดระบม
น้ำตาที่รินไหลหากเปลี่ยนเป็นสายเลือดได้...ทั่วบริเวณนี้คงแดงฉานไปนานแล้ว สติของร่างบางค่อยๆ ขาดหายไปพร้อมกับจิตใจที่จมดิ่งสู่ความเยือกเย็นเหน็บหนาวและมืดมิด...
"ไดกิ...."
ทันทีที่ร่างสูงตามมาถึง...สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มเดือนดานยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ...ภาพร่างเปล่าเปลือยของคนที่เค้าหวงที่สุด เต็มไปด้วยรอยช้ำ...ผิวขาวสะอาดที่เค้าเท่านั้นมีสิทธิ์แตะต้อง เต็มไปด้วยรอยแดงจากการกระทำอันป่าเถื่อนของคนใจชั่วที่อยู่บนร่างสลบไสล...ไวกว่าความคิดใดๆ ทั้งหมด...ยูยะก้าวเข้าไปแล้วเหนี่ยวไกทันที
..ปั้ง!!!!!..
"อ๊าก!!! แกเป็นใคร!!! มายิงข้าทำไมวะ!!??"
คนชั่วช้าถูกกระสุนฝังเข้าไปอย่างแม่นยำที่หัวไหล่อย่างจัง ถึงกับผงะถอยออกจากร่างบางที่ปากอันน่ารังเกียจของมันกำลังจะครอบครองแก่นกายขาวของคนที่ร่างสูงหวงที่สุด...ไม่ว่าตอนนี้ไดกิ จะอยู่ในฐานะในในใจของยูยะ...เค้าไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายเด็กคนนี้ได้...ร่างสูงผู้มีดวงตาคมดุ มองดูคนที่ตัวเองเหนี่ยวไกยิงแบบไม่ต้องคิดอย่างเย็นชาและพร้อมที่จะฆ่าได้ทุกเมื่อ..ร่างสูงย่างสามขุมเข้าหาคนชั่วช้าที่ค่อยๆ ถอยหนี และกระบอกปืนก็ถูกจ่อเข้าที่หน้าผากของคนที่มันบังอาจทำร้ายเหยื่อของเค้า...เหยื่อเหรอ?...อาจจะยังใช่...เหยื่อ...
"หย่ะ...อย่า...อย่าาาาา...อย่าฆ่าข้าเลย...อย่าเลย...อย่าๆ..ข้ากลัวแล้ว!!" มันสั่นเทิ้มราวลูกนกตกรังก็ไม่ปาน ลนลานร้องขอชีวิตตัวเองอย่างกลัวตาย
"มึงกล้ามาล้วงคูงูเห่าอย่างกูได้ยังไงวะ...สิ่งที่มึงทำ...กูจะเอาเลือดมึงมาลบล้างรอยของมึงเอง!!!!"
"อย่า!!!..ข้าเปล่า...ข้า...ข้ายังไม่ได้ทำอะไร!...ขะ...ข้า...แค่กำลังจะทำ...ข้าผิดไปแล้ว!!! ได้โปรดๆ...ข้าผิดไปแล้วจริงๆ !!! ขะ...ข้า...จะไปจากที่นี่...จะไม่กลับมาอีก...ได้โปรด!!!" ความกลัวตายถึงที่สุดทำให้ชายชั่วช้าถึงกับฉี่ราด เลือดที่ทะลักออกจากบาดแผลที่หัวไหล่ไหลอาบนองพื้น...มือสากเอื้อมเกาะแขนแกร่งด้วยอาการสั่นกลัว...
"ได้....ครั้งนี้กูจะปล่อยมึงไป!...แต่จำเอาไว้ในสมองของมึงด้วยว่า...ถ้ามึงกล้าคิดที่จะย้อนกลับมาทำร้ายเด็กคนนี้อีก หรือแม้แต่กล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป...กระสุนกูจะตาหัวมึงเป็นเงาเลย!!!"
...พลั๊ก!!!...
ร่างสูงซัดหน้าแข้งใส่ก้านคนชายชั่วตรงหน้าจนกระเดนไปอีกทาง มันรีบกระหืดกระหอบหนีตายเข้าป่าไปโดยมีคำขู่ของร่างสูงตามมา
"หนีไปให้ไวเท่าที่มึงจะไปได้ ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจ!!!!"
และทันทีที่คนร้ายหนีตายไปสุดสายตาอาฆาตแค้นของชายหนุ่มแล้ว ร่างสูงก็ต้องรีบหันกลับไปมองคนที่ตัวเองมาช่วยไว้ได้ทัน ทันทีที่ได้สติ
"ไดกิ!!"
ร่างสูงรีบดึงเอามีดพกที่เค้าเอาคาดเอวมาด้วยออกมาตัดเชือกแก้มัดให้ร่างบาง รอยถลอกจนได้เลือดที่ข้อมือบางนั้นเพิ่มปมแค้นเข้าไปในใจร่างสูง แต่นั่นยังไม่เท่ากับรอยฟันขบกัดที่สายตาคมไปสะดุดเข้าที่ซอกคอขาว ซึ่งตอนนี้ช้ำจนห้อเลือด...ตามร่างกายขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยมือบีบเค้นจนเห็นเป็นรอยนิ้ว...แม้แต่เรียวขาสวยก็ยังมีรอยแดงเป็นจ้ำอยู่หลายจุด
สิ่งที่เห็นทั้งหมดนี้ทำให้จิตใจแข็งแกร่งร้อนระอุราวภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด...ยูยะอยากจะตามไปฆ่ามันให้ตายนัก ถ้าไม่ติดที่ว่าต้องพาคนบอบช้ำกลับไปให้เร็วที่สุด...นัดเดียวที่หัวไหล่ดูจะน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่ชั่วๆ ที่มันทำเอาไว้...แต่จะจัดการกับไอ้เลวนั่น สำหรับร่างสูงแล้ว ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ...ในเวลานี้ ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของร่างบางตรงหน้าเค้าอีกแล้ว...
ร่างสูงปลดเอาเป้สะพายหลังของตัวเองลงมา แล้วจัดการค้นหาเสื้อผ้าสำรองของตัวเองที่ลูกน้องเตรียมมาให้...แต่ขนาดตัวที่ต่างกันมากของคนตัวเล็กกับตัวเอง ทำให้ร่างสูงทำได้เพียงส่วมเสื้อยืดตัวใหญ่ยาวให้ไดกิได้เพียงเท่านั้น..ยังดีที่มันยาวคลุมปิดไปถึงครึ่งของต้นขาขาวเนียน...พอที่จะช่วยปิดบังร่างกายไม่ให้ร่างบางต้องอาย(?) หรือไม่ให้ใครได้เห็นร่างกายนี้(?)
ยูยะช้อนเอาร่างเบาหวิวของไดกิขึ้นอุ้ม ก่อนที่จะพาออกจากป่าไปอย่างรวดเร็ว....
"ฮึกๆ...ฮืออออ...อย่าาาา" เสียงเล็กยังคงวอนขอแผ่วเบา...น้ำเสียงนั้นเศร้าสร้อยเสียจนคนอุ้มรู้สึกปวดใจขึ้นมาลึกๆ แต่ก็เป็นเพราะเด็กดื่อนี่อวดเก่งคิดจะหนีเค้าไปนั่นแหละ ถึงต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้...ถึงมันจะมากเกินไปจากที่คาดเดา แต่ก็ยังดีที่เค้ามาทันเวลา...[เกือบไปแล้ว...]...ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ ยิ่งเห็นน้ำตายิ่งอยากฆ่าคน...[ต้องจัดการ!!!]
"ฮืออออ...ช่วยที...ใครก็ได้..."
ร่างเล็กยังคงส่งเสียงแผ่วเบาอยู่เป็นระยะ...แม้จะยังสลบไสล น้ำตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเหือดหายไป...สิ่งต่างๆ ที่ร่างสูงเฝ้าดู ทำให้เค้าเริ่มคิดว่า คนในอ้อมแขนนี้เจอหนักเกินไปแล้วหรือยัง???...อาจจะหนักเกินไปแล้วจริงๆ..ใช่! หนักมากเกินไป....
เมื่อมาถึงบ้านพักหลังใหญ่โตของตัวเอง...ร่างสูงก็รีบตรงไปยังห้องพักของตัวเองทันที ดดยมีลูกน้องคนสนิทรีบตามไปด้วย สิ่งที่พวกเค้าเห็นนั้น...มีคำถามเดียวที่เกิดขึ้นในใจตรงกัน...[เกิดอะไรขึ้ว!!??]
"เคน!!"
"ครับนาย!"
"สามคนนั้นฟื้นหรือยัง?"
"ฟื้นแล้วครับ"
"ดี! มีงานให้พวกแกไปจัดการ!!"
"เกิดอะไรขึ้นครับนาย!?"
ร่างสูงเอี่ยวตัวกลับมามองลูกน้องทางหางตา แววตาที่เห็นนั้นบอกได้ดีว่านายน้อยทากาคิของพวกเค้ากำลังอยากฆ่าคน ดวงตาที่ปกติก็ทั้งคมเข้มและดุดันอยู่แล้ว...เวลานี้มันน่ากลัวกว่าเดิมจนไม่อาจบอกได้ว่ากี่เท่า แล้วยิ่งมีร่างเล็กบอบบางในอ้อมแขน...ศรีษะชื้นเหงื่อซบอยู่บนไหล่แกร่ง...ยิ่งเสริมให้ผู้เป็นนายของพวกเค้าดูเด็ดขาดมาขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว....
"ไปเอาตัวไอ้ชั่วที่ทำร้ายไดกิมาให้ชั้น..."
เสียงเข้มสั่นเพราะแรงโกรธ น้ำเสียงนั่นทั้งเย็นชาและแค้นเคือง
"ใครครับนายน้อย!?...มันเป็นใครมันถึงได้กล้า!!"
ร่างสูงกัดฟันกรอด เมื่อนึกถึงสภาพของคนบอบบางอย่างไดกิ
"ชั้นน่าจะยิงมันให้ตายช้าๆ ! ให้สาสมกับสิ่งที่มันทำ!!...ไม่น่าปล่อยมันไปเลย...หึ!..."
"แล้วนายจะให้พวกเราทำยังไงกับมันครับ!"
"เอามาเป็นๆ ...ชั้นจะทำให้มันได้รู้รสชาติของความเจ็บปวด!!!"
นายน้อยแห่งทากาคิบรรจงวางร่างบอบช้ำของไดกิลงบนเตียงของเค้าอย่างเบามือ...มือแกร่งเอื้อมสัมผัสแก้วช้ำแผ่วเบา...ร่างสูงเองก็บอกไม่ถูกว่าเค้ารู้สึกอะไรกันแน่...ตอนแรกเค้าก็อยากทำให้เด็กคนนี้เจ็บปวด...แต่พอร่างเล็กเจ็บปวดจริง...ตัวเค้าเองกลับรู้สึกเจ็บมากกว่า...หลายวันที่ผ่านมาตัวเค้าเองก็ต้องมาคอยปวดหัวกับเจ้าของกายเล็กนี่จนแทบจะไม่มีเรื่องของใครในสมองของเค้า...นอกจาก...จะทำยังไงให้เด็กคนนี้โกรธ...จะทำยังไงถึงจะได้เห็นน้ำตาของเด็กคนนี้...และจะต้องทำยังไงให้เด็กดื้อคนนี้ยอมรับว่าเค้าเจ็บปวดเพราะการเป็นพ่อสื่อของตัวเอง...ท้ายที่สุด...จะทำยังไงให้เด็กคนนี้ไม่หนีเค้าไป....
ตลอดเวลา...จริงๆ แล้วเค้าแค่ผิดหวังและต้องการระบายโทสะกับใครสักคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้...แต่เพราะความดื้อดึงของไดกิ ช่างดึงดูดให้ยูยะสนใจและต้องการเป็นเจ้าของ....แต่เพราะความโมโห...การกระทำจึงทั้งโหดร้ายและเย็นชา ทั้งๆ ที่ลึกๆ ในใจแล้ว ร่างสูงเองก็รู้สึกสงสาร....แล้วเมื่อพบว่า ทั้งความกลัว...น้ำตา...ใจที่แตกสลาย...น้ำเสียงเศร้าสร้อย ไปจนถึงความทุกข์ทรมาณที่เด็กคนนี้ได้รับ...แม้จะไม่ได้เกิดจากฝีมือของเค้าเอง แต่เค้าก็เป็นต้นเหตุของเรื่องเลวร้ายนี้...สิ่งที่ร่างสูงต้องการเห็นจึงกลายเป็นมีดแหลมคมทิ่มแทงใจแกร่งจนปวดร้าวกว่าครั้งไหนๆ....มืออุ่นร้อนค่อยๆ ลูบไล้ไปบนมุมปากที่ปริแตกของคนตัวเล็ก...
"โคตะ...นายพูดถูก!...ไดกิเค้าไม่ผิด...ชั้นแค่ต้องการใครสักคนให้ชั้นได้ระบายโทสะจากความผิดหวังจริงๆ....ไดกิ!...ชั้นขอโทษ!..."
"อย่าาาา...ไม่....ไม่...."
ร่างบางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ และนั่นก็ทำให้ร่างสูงยินดียิ่งนัก...แต่แววตาที่ว่างเปล่ากับหยาดน้ำตามากมายที่ล้นทะลักออกมาไม่ขาดสายนี้มันทำให้ยูยะแทบบ้า...
"ไดกิ!...ขอร้องล่ะ...มองชั้นสิ!"
"ฮึก!!...ฮือออ!!!...ฮือออ!!!"
เสียงร้องไห้ระงมปานจะขาดใจนั้นเชือดเฉือนเข้าไปในใจของร่างสูงจนแทบฉีกขาด ร่างสูงรวบเอาคนตัวบางเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่งแล้วกอดแน่นพลางลูบหลัง...แต่ร่างเล็กก็ใช่จะยอย ไดกิพลักยูยะสุดแรงจนร่างสูงกระเดนออกไปหลายก้าว
"อย่ามาแตะตัวชั้น!!!"
เสียงเล็กตวาดกร้าว ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ไดกิจ้องคนตรงหน้าเขม็งด้วยน้ำตานองหน้า ก่อนที่คนตัวเล็กจะก้าวลงจากเตียงตรงไปหาร่างสูงที่ยืนนิ่งตะลึงอย่างทำอะไรไม่ถูก...
"สะใจแล้วใช่มั้ย!!? ที่ชีวิตผมต้องแหลกละเอียดแบบนี้คุณพอใจหรือยัง!!?"
"ไดกิ!...ชั้น!"
"ฮืออออ!!! ...ผมเกลียด! เกลียด!! เกลียด!!!"
ร่างเล็กทุบตี บิดดึงร่างกายตัวเองด้วยความเกลียดชังและขยะแขยงในความสกปรก...และนั่นยิ่งทำให้ยูยะทนไม่ไหว
"นี่หยุดนะ! ไดกิหยุด!!"
ร่างสูงรวบมือบอบบางทั้งสองข้างเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง แล้วดึงให้ร่างบางเข้ามาสู่อกแกร่ง มือแกร่งกดหัวร่างเล็กให้ซุกซบเพื่อปลอบโยน...แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมหยุดลงง่ายๆ สองมือเล็กทุบตีร่างสูงอย่างคับแค้นใจ ด้วยความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงร้องไห้ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
"ขอร้องล่ะ...ฟังชั้นก่อนนะ..."
ร่างสูงพยายามพูดกับคนเสียใจที่ยังร้องไห้ไม่หยุดในอ้อมกอดเค้า เพื่อให้หยุดฟัง....แต่นั่นไม่เป็นผล ไดกิสะบัดตัวจนหลุดออกจากอ้อมกอดของยูยะ
"จริงสิ...ฮึกๆ...ถ้าชั้นตายนายคงดีใจ!!!"
"ไม่!!! ไดกิ!!!"
ร่างเล็กไม่พูดเปล่า...ทันทีที่พูดจบ มือขาวก็คว้าดึงเอามีดพกที่ร่างสูงเหน็บเอวไว้สำหรับเดินป่าออกมาอย่างรวดเร็ว...และยังไม่ทันที่ยูยะจะไประวัง...ไดกิก็เฉือนมีดคมๆ ลงไปบนข้อมือของตัวเองทันที...เลือดแดงฉานทะลักไหลเป็นทางยาวอย่างรวดเร็ว...ใบหน้าสวยยิ้มเย้ยหยันให้กับร่างสูง
"ดีมั้ย!!?...พอใจมั้ย!!?"
"พอเถอะ!...วางมีดลง...นะ!"
"ไม่!!!....ถอยไป!!!"
ร่างเล็กเราคมมีดจ่อที่ลำคอระหงของตัวเองและกดมันจนเลือดเริ่มซึมออกมาตามรอยบาดผิว...หัวใจแกร่งกระตุกวูบ...วินาทีแห่งความเป็นตายนี้ทำให้ร่างสูงเป็นไปเองอย่างอัตโนมัติ ไวกว่าความคิดใดๆ ...ยูยะก้าวเข้าประชิดตัวไดกิ มือแกร่งเอื้อมคว้าคมมีดกำไว้แน่น เค้าออกแรงง้างมีดออกจากการกดกรีดลำคอระหง แขนแกร่งอีกข้างรวบเอาเอวกลมกลึงเข้าหาตัวและออกแรงยึดไว้แน่นหนา...ร่าสูงเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและอ้างว้าง
"ได้โปรด~ไดกิ!...พอไดแล้ว..."
"ฮึก...ฮืออออ....ฮืออออ!!!"
ร่างบางร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม แต่แรงกดที่มีดก็ลดลงเหมือนกับยอมฟังที่ยูยะขอร้อง...ร่างสูงฉวยโอกาสนั้นดึงมีดออกจากมือบอบบาง แล้วโยนมันทิ้งลงหน้าต่างไป แต่เพราะมีคมมาก ร่างสูงจึงโดนมันบาดเป็นทางยาวที่มือของเค้า...ยูยะกอดไดกิไว้แน่น...กดหัวให้ซบกับอกแกร่งแล้วลูบหลังให้อย่างอ่อนโยน...แขนเล็กเองก็กอดกระชับร่างสูงแน่นอย่างต้องการหลักที่มั่นคง...ความอุ่นร้อนบริเวณที่แขนเล็กกอดร่างสูงไว้นั้น ย้ำเตือนให้เค้าต้องรีบห้ามเลือกให้คนตัวเล็กโดยด่วน...
"ไดกิ!...มานี่นะ..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน
"ฮือออ...ฮึกๆ...ฮือออ"
"นั่งลงนะ..."
ร่างเล็กทรุดนั่งลงที่เตียงใหญ่อย่างว่าง่าย ยูยะรีบคว้าเอากล่องเครื่องมือแพทย์มาค้นหาสำลี แล้วกดมันไว้บนแผลไดกิ แต่ดูจะไม่ได้ผล เพราะเลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุด ร่างสูงจึงฉีกชายเสื้อเชิร์ตสีเข้มของตนออกเป็นทางยาว...
"แควกกกกก" ... เสียงฉีกขาดของผ้าเนื้อดี ทำให้ภาพที่ตัวเองโดนฉีกทึ้งเสื้อผ้าผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนในมโนสำนึกของร่างบางอย่างชัดเจน
"ฮึก!!...ไม่!!!...หยุด!!!...ไม่!!!!" ไดกิยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง แล้วเริ่มโวยวายออกมาอีกครั้ง ร่างบางส่ายหน้าแรงๆ เพื่อไล่ภาพเลวร้ายที่ตัวเองจำได้ เมื่อทนไม่ไหว ร่างบางจึงผุดลุกขึ้นและวิ่งออกไป แต่ยูยะก็ไวกว่า เค้าคว้าร่างเล็กเอาไว้ได้ก่อนจะดึงเข้ามากอดไว้แบนอก รวบเอาตัวคนดิ้นรนหนีเอาไว้จนแน่น
"ไดกิ!...ไดกิ!!...พี่เอง...ห้ามเลือดก่อนนะครับ"
"พะ...พี่...ฮึกๆ...พี่ยูยะ..."
ร่างสูงจับจูงคนเสียขวัญให้มานั่งที่เดิมแล้วค่อยๆพันผ้าเข้าที่แผลบนข้อมือบอบบางเพื่อห้ามเลือดให้คนตัวเล็ก...แววตาอ่อนโยนที่แสดงออกมานั้น ทำให้คนตัวเล็กเหมือนเจอที่พึ่งพิง...
ไดกิโผเข้ากอดร่างสูงเอาไว้แน่นแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้อในอกแกร่งนั้น...มือแกร่งกดหลังโอบกระชับอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่าแผลที่มือของร่างสูงจะยังไม่ได้รับการรักษาก็ตาม เค้าก็ไม่เจ็บเลยสักนิด เมื่อเทียบกับสภาพจิตใจของร่างสั่นเทาที่เค้ากอดเอาไว้
"ฟังพี่นะ....ไดกิยังเป็นไดกิเหมือนเดิม...ยังเป้นไดกิที่น่ารักของคุณพ่อและน้องยูริเหมือนเดิม...ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักนิดเลยนะ...หื้อ.."
"ไม่จริงหรอก...ฮึก...อย่าหลอกให้ผมดีขึ้นเลย..ฮึกๆ..ผมรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น...ฮื้ออออ"
ร่างสูงจับกายบางออกห่างเพียงเล็กน้อยแล้วใช้สองมือกุมใบหน้าเนียนเอาไว้ให้สบตากัน...
"จิงครับ...พี่ไปช่วยไดกิเอาไว้ได้ทัน...เอ่อ...ก่อนที่มันจะทำ..."
"ตะ...แต่.."
"ไดกิสลบไปแล้ว...ถึงได้จำอะไรไม่ได้ไง...เชื่อพี่นะ...หื้อ..."
"ฮึก..ให้เชื่อ..ฮึกๆ...ได้ยังไง...ฮื้ออออ"
"พี่ไม่เคยโกหกนะครับ...อีกอย่าง...พี่จัดการมันก่อนที่จะได้แตะต้องส่วนนั้นของไดกิด้วยซ้ำ.."
แม้จะเริ้มเชื่อที่ร่างสูงพูด แต่คนตัวเล็กก็ยังคงสั่นกลัวเมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองถูกซ้อมอย่างมารุณ...
"มันซ้อมผม..ฮึก..มันทุบตีจนเจ็บไปหมดเลย..ฮึกๆ"
"แล้วอะไรอีก หื้มม..บอกพี่มา..มันทำอะไรอีก"
สายตาคมดุที่จ้องมองมาทำให้ร่างเล็กเขินอาย แก้มใสเริ่มแดงระรื้อ มือบางยกขึ้นแตะที่ซอกคอช้ำแดง
"ัมันกัดตรงนี้...ฮึก!!...มันกัดแรงๆ...ฮือๆ...ผมเจ็บฮะ...ฮือออ"
ร่างสูงจูบซับแผ่วเบาบนรอยช้ำนั้น ลิ้นร้อนไล่เลียลบรอยให้คนปวดร้าวต้องตกใจจนถดกายหนี แต่ก็ห่างออกไปได้ไม่ไกล เมื่อมีวงแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้มั่น
"ยะ...อย่าาา...มันสกปรก...ฮึกๆ...อย่าฮะ" ดวงตาปริ่มน้ำ เสหลบด้วยความอาย ใบหน้าขาวซีดกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง...
"ไม่เลยสักนิด...ยังหอมเหมือนเดิม..." น้ำเสียงและแววตาของคนปลอบโยนทำให้ไดกิหัวใจกระตุกวูบ...นี่คนใจร้านกำลังล้อเค้าเล่นหรือไร?...เมื่อเช้ายังร้ายกาจกับเค้าอยู่เลยแท้ๆ...
"คุณต้องการอะไรอีก...ฮึกๆ...ความเจ็บปวดเสียใจ...ฮึกๆ...ผมก็ให้คุณแล้วไง...ผมไม่เหลือแม้กระทั่งความภาคภูมิใจ...ระ...หรือ...ฮึกๆ...แม้แต่แรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป...ผมก็ไม่มีมันอีกแล้ว..." ร่างบางพูดออกมาอย่างสูญสิ้นแล้วซึ่งแสงสว่างนำทางชีวิตเปราะบางของเค้า...
"ขอร้องล่ะไดกิ!...อย่าพูดแบบนี้...พี่ขอโทษครับ!...พี่ขอโทษ!!!..." ร่างสูงซบลงที่ซอกคอขาวอย่างคนสำนึกผิด น้ำตาที่ไม่มีวันเหือดแห้งนี้...จะทำยังไงดี...ไดกิบอกพี่ที...พี่ต้องทำยังไง...
"ผมอยากล้างตัว...ช่วยพาผมไปที" ร่างเล็กสบตาแล้ววอนขอ...
ยูยะจับจูงมือสั่นเทาให้เดินตามไปช้าๆ เพื่อทำตามที่ร่างบอบบางต้องการ...ตลอดทางไปบ่อออนเซน ร่างยังคงมีน้ำตาและเสียงสะอื้นแผ่วเบาให้ยูยะต้องเจ็บปวด นี่เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงพบว่าความเจ็บปวดครั้งนี้...ทำให้เค้าปางตายยิ่งกว่าการรู้ข่าวเรื่องยูริแต่งงานซะอีก...เมื่อเริ่มแรกนั้น เค้าต้องการฝังความเจ็บปวดลงไปในใจของไดกิให้ลึกที่สุด...แต่ตอนนี้เค้ากลับกลายเป็นคนที่โดนฝังความเจ็บปวกนั้นลงไปซะเอง...ร่างสูงกระชับฝ่ามือแกร่งแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าจะสูญเสียคนข้างหลังของเค้าไป...
"ถึงแล้วครับ"
"ฮึกๆ...ขอบคุณครับ"
"ไดกิ!!..."
ร่างสูงอยากจะรั้งคนบอบช้ำเข้ามากอดอีกครั้ง แต่แววตาวอนขอนั่น ทำให้เค้าต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งร่างบางหายเข้าไปในห้องออนเซน...แต่เพราะความกลัวว่าร่างเล็กจะคิดสั้นในยามลับตาเค้า ครู่ต่อมาร่างสูงจึงก้าวเท้าตามเข้าไป...
ภาพของร่างกายบอบช้ำที่เห็น ยิ่งทำให้ยูยะเพิ่มความอาฆาตแค้นไปที่คนกระทำที่ตอนนี้น่าจะโดนขังอยู่ห้องใต้ดินของบ้านนี้เพื่อรอเค้าไปจัดการแล้ว...
ร่างบอบบางก้าวขาอันสั่นเทาลงไปในบ่อน้ำ...ความเจ็บแสบจากบาดแผลที่โดนทารุณยิ่งตอกย้ำคมมีดลงไปในใจบอบบางยิ่งขึ้น...แงสะอื้นเริ่มหนักขึ้น...น้ำตายิ่งมากขึ้น...ไดกิยืนสะอื้นจนตัวโยนอยู่ในบ่อน้ำสีขุ่นขาวราวน้ำนม กายขาวที่พ้นจากน้ำดูบอบบางจนคนที่เฝ้ามองเงียบๆ ด้านหลังทนต่อไปไม่ไหว...ร่างสูงก้าวลงไปในบ่อน้ำทั้งเสื้อผ้าทั้งชุด...ยูยะรวบเอาคนตัวบางไปไว้แบบอกแน่นจากทางด้านหลัง แผ่นหลังบอบบางที่แนบชิดกับอกแกร่งนั้นสั่นเทา...ไดกิยกสองมือขึ้นปิดหน้าตัวเองแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกครั้ง...
"ไดกิ...ไดกิ...ไดกิ!!" ยูยะเฝ้าเรียกชื่อของคนน่าสงสารอย่างอ่อนโยน
"ฮืก..ฮือออ..ฮึกๆ..ฮื้ออออ!!!"
"อย่าร้อง...อย่าร้องอีกเลย...นะ"
"มันล้างไม่ออกเสียแล้ว...ฮึกๆ..มันฝังแน่นเสียแล้ว...ฮือออ"
"พี่สาบาญ!!...พี่จะแล่เนื้อมันออกมาที่ละชิ้น!!!..." ร่างสูงกัดฟันพูดออกมาอย่างเจ็บปวด
"ฮือออ...ฮึกๆ...ฮือออ...ผะ...ผม...ฮึกๆ...ผมอยากตาย..."
"ไมนะ!!...โถ่ไดกิ!!!...เชื่อพี่บ้างสิ...นะ"
"ผมเกลียดร่างกายนี้...ร่องรอยที่น่ารังเกียจเต็มไปหมด...ฮึกๆ"
"ไดกิ..." ร่างสูงจับร่างบางให้หันมาหากันช้าๆ รอยเลือดแดงฉานที่หยดลงน้ำ ทำให้ร่างเล็กตกใจ...ไดกิรีบเงยหน้าขึ้นมองหาที่มาของเลือดจากร่างกายคนตรงหน้า แม้น้ำตาและแรงสะอื้นจะยังไม่เบาบาง แต่ร่างบางก็ยังคงเป็นห่วงคนอื่นก่อนเสมอ...
มือเรียวสวยจับยกเอามือแกร่งข้างที่โดนคมมีดบาดเพราะช่วยชีวิตเค้าขึ้นมาสำรวจดูความลึกของบาดแผล แต่เพราะน้ำตาที่ไหลไม่หยุดทำให้ภาพที่เห็นไม่ชัดเจน ร่างบางยกมือขึ้นจะปาดน้ำตา แต่ก็ยังช้ากว่ามือแกร่งอีกข้างที่เช็ดซับน้ำตาให้เค้าอย่างอ่อนโยน...
ดวงตาสวยสบเข้ากับดวงตานิ่ง ความอบอุ่นขับให้น้ำตาที่ร่างสูงเพิ่งเช็ดให้ร่างเล็กไปหยกๆ ไหลออกมาอีกครั้ง...
"ขอบคุณ!...ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้อีกครั้ง...ฮึกๆ...ขอบคุณฮะ.."
"พี่ปล่อยให้ไดกิทำร้ายตัวเองไม่ได้หรอกนะ...อ๊ะ!! ไดกิ!!!"
ร่างสูงถึงกับตัวชา...เมื่อร่างเล็กยกมือของเค้าขึ้นจูบซับที่แผลอย่างอ่อนโยน...ความน่ารักของร่างเล็กทลายความแค้นในใจร่างสูงที่เคยมีมาไปจนหมดสิ้น...แถมยังถักทอสายใยรักบางเบา หากแต่แน่นเหนียวขึ้นมาแทนที่...ริมฝีปากอิ่มสวยแดงจัดด้วยคราบเลือดของร่างสูงตัดกับผิวขาวซีดดูมีสเน่ห์น่าหลงใหล...อยากสัมผัส!!...ดวงตาเศร้าที่ช้อนมองมาอย่างใสซื้อนั้น ทำให้ยูยะใจเต้นไม่เป็นส่ำ...
ร่างสูงค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าคมคายเข้าใกล้คนตัวเล็กช้าๆ แต่ร่างเล็กกลับถอยกายหนีห่าง ยูยะก้าวขาเข้าประชิดคนตัวเล็กอีกครั้ง วงแขนแกร่งตวัดคว้าเกี่ยวเอวบางเข้าหาตัว เมื่อระยะห่างหดหายร่างสูงจึงได้ประทับจุมพิตสมใจบนเรียวปากแดงฉานอิ่มนุ่ม...
ไดกิตกใจไม่น้อย...แต่ก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เปลือกตาสวยค่อยๆ พริ้มหลับลงในที่สุด...
รสชาติและกลิ่นคาวเลือดที่ปะปนมากับจูบแรกของเค้ากับคนตัวเล็กนี่ ร่างสูงจะไม่มีวันลืมเลือนมันไปชั่วชีวิตของเค้า...นั่นก็เพราะรสชาติของมันเต็มไปด้วยอดีตที่แสนเจ็บปวด...
"อย่าเจ็บปวดอีกเลยไดกิ...ร่องรอยที่น่ารังเกียจนั่น...พี่จะลบมันให้เอง..."
"..................."
"ได้ไหม!?" แทนคำตอบรับ ร่างบางค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้งพร้อมน้ำตาที่ล่วงหล่น...ร่างสูงประทับจูบให้ร่างบางอีกครั้ง...และครั้งนี้มันช่างหวานล้ำ รสชาติของมันเต็มไปด้วยความรักแรกเริ่มเติบโต...จูบนี้เค้าก็จะจดจำมันตลอดไปเช่นกัน...มือแกร่งลูบไล้ร่างกายบอบบางอย่างทะนุถนอม...ทุกสัมผัสที่เกิดขึ้น...ค่อยๆ ลบเลือนสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไปจนหมดสิ้น...
"อ๊ะ!!..ตรงนั้น..ดะ..เดียวแผลโดนน้ำฮะ..." ร่างบางรีบฉุดมือข้างที่บาดเจ็บของร่างสูงเอาไว้ ก่อนที่มันจะเลื่อนต่ำลงไปกับร่างกายส่วนที่อยู่ใต้ผืนน้ำของเค้า
"ไม่เป็นไรหรอก...เพราะ...ทั้งน้ำ...ทั้งตัวนาย...มันร้อนกำลังดี..." เสียงทุ้มกระซิบเย้าหยอกคนตัวเล้กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเซ็กซี่...นั่นยิ่งทำให้ไดกิเขินอายสุดกำลัง
"ม่ะ...ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย..."
"เกียวสิ!!...แผลสดต้องแช่น้ำร้อน...ดูที่ข้อมือไดกิสิ...เลือดไม่ไหลแล้ว...เห็นไหม?" ไม่พูดเปล่า ร่างสูงยังขโมยหอมแก้มใสเสียฟอดใหญ่ จมูกโด่งคมสันซุกไซ้ไล่จูบซับไปจนถึงลำคอระหงส์
"อ๊ะ!!...ฮ๊า!!!" เสียงหวานหูหลุดออกมาจากปากอิ่มสวย ให้คนตัวโตได้ใจ
"รังเกียจไหม...หื้ออ?...เริ่มจากตรงนี้...รอยนี้ที่เคยเป็นของพี่แล้ว..." ร่างสูงขบเม้มซ้ำรอยช้ำเดิมข้างซอกคอขาว เค้าค่อยดูดดึงเอาเลือดที่ห้อขังอยู่ใต้ผิวบอบบางออกทีละน้อย...จนหมดสิ้น...ลิ้นอุ่นร้อนไล่เลียไล่ความเจ็บปวดออกไปจากใจคนตัวบาง แล้วแทนที่มันด้วยสัมผัสอ่อนโยนเสียวซ่าน...ยูยะค่อยๆ เอาน้ำแร่ในบ่อลูบไล้แผลบนซอกคอของไดกิแผ่วเบาจนเลือดนั้นเหือดหาย แล้วจูบซับไล่เลียมันอีกครั้งอย่างคนเป็นเจ้าของ...มือแกร่งยังคงลูบไล้ไปทุกส่วนของร่างกายบางใต้น้ำก่อนที่จะโอบอุ้มยกให้คนตัวเล็กขึ้นไปนั่งบนขอบบ่อ...ร่างเล็กรีบเอามือสั่นเทาของตัวเองปิดดวงตาคมเข้มของยูยะด้วยความเขินอายร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเอง...มือแกร่งค่อยๆ จับกระชับมือบางบนตาของตัวเองให้ลดลง...แววตาคมหากแต่อ่อนโยนและยังมั่งคง จ้องมองสบตากับไดกิสื่อความหมาย...ร่างบางค่อยๆ เลื่อนมือมาปกปิดส่วนอ่อนไหวของตัวเอง แล้วก้มหน้าหลับตาหนีสายตานั้นไปเสียดื้อๆ...ร่างสูงจึงค่อยๆ จูบไซ้ไปตามร่องรอยบนเรียวขาขาวเนียนทั้งหมด...ทีละรอย...ทีละรอย...จนหมดสิ้นแล้วซึ่งร่อยรอยที่ร่างบางรังเกียจ...ยูยะ่ค่อยๆ อุ้มเอาคนตัวบางที่เริ่มสั่นเพราะความหนาวลงมาในบ่อน้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วโอบกอดเอาไว้แนบกาย...
"ขอนะ...ได้ไหม?...ส่วนที่เหลือ..."
"เอะ...เอ๊...คือ..."
"นะ...พี่อยากทำให้...ไดกิเป็นของพี่...คนเดียว...แค่คนเดียวจริงๆ"
".......จะให้ผมตอบว่ายังไงล่ะฮะ...มันน่าอายจะตายไป..."
"ฟังนะ...ไม่รู้เพราะอะไรและเมื่อไหร่ที่ไดกิเข้ามามีอิทธิพลกับใจพี่...แต่ตอนนี้...เวลานี้...และ...นับจากนี้...พี่รักไดกินะ!!"
สิ่งที่ได้ยินนั้นสร้างความเสียใจให้กับร่างบางไม่น้อย...จะให้เชื่อได้ยังไง...ไม่มีทาง...เวลาแค่ชั่ววันจะเปลี่ยนความแค้นให้เป็นความรักได้อย่างไร...ความเศร้าสลดแผ่กว้างอยู่ในใจบอบช้ำ แล้วกลั่นมันออกมาเป็นหยดน้ำตา...
"อย่าพูดมันออกมาเพียงเพราะคุณเวทนาในตัวผมเลย...มันยิ่งตอกย้ำว่า...ผมมันไร้ค่า..."
คำตอบที่มาพร้อมกับความโศกเศร้าของคนตรงหน้าทำให้ยูยะตระหนักได้ว่า ตัวเค้ารีบร้อนมากเกินไป จนลืมนึกถึงจิตใจของไดกิ "คำรัก" จึงเป็นเหมือนเครื่องมือทำร้ายจิตใจบอบช้ำที่เค้าหวังที่จะได้มันมาครอบครอง...
"ขอบโทษนะไดกิ!...พี่ไม่ได้จะทำให้นายเสียใจขนาดนี้...ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เถอะนะ...ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน...พี่ก็จะรอไดกิเสมอครับ"
สิ่งที่ร่างสูงแสดงออกมานั้น ทำให้ความหวังที่แทบจะริบหลี่ของไดกิเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง...บางที...หากเป็นตอนนี้...หากลองพูดออกไปในเวลานี้...อาจจะดีที่สุดแล้วก็ได้ ที่คนตรงหน้าจะเห็นใจและยอมปล่อยเค้าให้ได้กลับบ้านเสียที...คิดมาถึงตรงนี้ ร่างบางรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาในใจเสียดื้อๆ แต่หากไม่ร้องขอ ก็อาจจะไม่มีโอกาวอีกแล้วก็เป็นได้...ถึงแม้จะยังอธิบายความรู้สึกที่มีอยู่ในใจยามนี้ไม่ได้...ความคุ้นเคยและความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยที่พัฒนาไปนั้น ร่างบางเองก็ยังไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนไปเป็นอะไรกันแน่...หากเป็นก่อนหน้านี้ เค้าคงไม่ลังเลที่จะหนีหากเห็นโอกาส...แต่เวลานี้...การจะไปจากคนคนนี้ทำให้ร่างบางรู้สึกลังเลขึ้นมานิดๆ ในส่วนลึกของจิตใจ...
"เ่อ่อ...คือ...ผม...ผมอยากกลับบ้าน...คุณส่งผมกลับบ้านไปได้ไหม...นะ"
"................" สิ่งที่ร่างบางร้องขอ ยูยะไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมาถึงเร็วเพียงนี้ เค้ายังไม่ได้เตรียมใจที่จะอยู่ห่างจากคนตัวเล็กนี่เลยสักนิด แม้ว่าเค้าจะต้องพาไดกิไปคืนให้กับครอบครัวร่างบาง แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องเป็นเวลานี้เลย...
อาการนิ่งเงียบของคนตัวสูงที่เห็น ก็ทำให้คนตัวเล็กคาดเดาเอาว่าคนตรงหน้าจะไม่ยอมปล่อยเค้าไปแน่แล้ว...มือบางเอื้มจับแขนแกร่งไว้แน่น แล้ววอนขอ...
"นะฮะ...ได้โปรดนะ...พี่ยูยะ...ผมจะไม่พูดเด็ดขาดว่าโดนพี่จับตัวมา"
"หึๆๆ...ฉลาดสมกับเป็นเทรนเนอร์ของยูริจริงนะ..เรียกอีกครั้งได้ไหม?"
"พี่ยูยะ..นะฮะ..นะ"
"ครับ!...พี่ตกลง...แต่ไดกิต้องอยู่ที่นี่รักษาแผลให้หายก่อน...โอเคไหม??"
ร่างบางยิ้นหวานออกมาทั้งน้ำตา พร่ำบอกขอบคุณ แล้วโอบกอดร่างหนาเอาไว้แน่น ถูไถใบหน้าเนียนกับอกแกร่งอย่างออดอ้อนเอาใจ...
"ถ้ายังไม่หยุดอ้อนแบบนี้...พี่จะไม่ปล่อยไปง่ายๆ นะไดกิ...เดี๋ยวก็จับกดซะหรอก...ฮึๆๆ"
"บ้า!!...พูดอะไรของคุณเนี่ย...ไม่เอาด้วยหรอก!!"
ร่างบางเขินอายจากคำพูดทีเล่นทีจริงของร่างสูงเป็นอย่างมาก แก้มเนียนเริ่มขับสีเลือด...หัวใจอ่อนล้ากลับมาเต้นแรงราวกับมีคนตีกลองอยู่ภายในนั้น...เมื่อทำอะไรไม่ถูก ไดกิจึงค้อนให้ร่างสูงทีนึงแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นเสีย...แต่นั่นก็เป็นโอกาสให้ยูยะได้ฝังจูบลงไปบนแก้มเรื่อแบบเต็มรัก
"คะ..คุณ!!"
"ครับๆ โอเค~ พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้...ขึ้นกันเถอะนะ! ดูซิปากซีดหมดแล้ว...นะครับ"
มือแกร่งแตะสัมผัสริมฝีปากอิมแผ่วเบา...ไดกิจะทำอะไรได้ล่ะ...ก็ต้องยอมเค้าอีกตามเคย...ร่างสูงจับจูงร่างบางให้ก้าวขึ้นจากบ่อน้ำร้อนด้วยความระมัดระวัง...กายขาวถูกคนตัวโตโอบกอดผ่านผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่เค้าหยิบมาห่มคลุมให้ร่างบางของเค้า...แถมด้วยรอยหอมฟอดใหญ่ที่แสนอ่อนโยนของคนฉวยโอกาส...เมื่อผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเรียบร้อยแล้ว คนทั้งคู่ก็ได้ก้าวออกไปจากส่วนของเรือนออนเซน...เหมือนเช่นเคย...ยูยะยังคงจับกุมมือขาวเอาไว้แน่น...แต่ที่ต่างไปจากเมื่อตอนขามาคือ ตอนนี้...ร่างสูงไม่รู้สึกกลัวว่าคนที่ตัวเองเพิ่งจะยอมรับว่าหลงรักเข้าไปเต็มเปานี้จะห่างหายไปจากเค้าอีกแล้ว...
"ไดกิโอเคนะ...รู้สึกเหนื่อยหรือไม่สบายตรงไหนมั้ย?"
"ผมสบายใจมากขึ้นแล้ว...ขอบคุณจริงๆ นะ"
ร่างบางตาปรือๆ ดูเหนื่อยล้า แถมยังดูตัวแดงๆ ...มือเล็กถูกยกขึ้นมาขยี้ตาสวยหวาน เหมือนเด็กที่กำลังง่วงนอน...เป็นอีกครั้งที่ยูยะรู้สึกว่าภาพที่เห็นตรงหน้านี้ ทำให้เค้าใจเต้นแรง...บริสุทธิ์ไร้เดียงสา...ซ้ำยังฉลาดหลักแหลม...แต่ก็อ่อนไหว...เปราะบาง...น่าปกป้องถนุถนอม...ร่างสูงเอื้อมมือสัมผัสหน้าผากมนแล้วเลยลงมาอังที่แก้ทอุ่น...ก่อนสายตาคมจะทอดมองอย่างอ่อนโยน แววตาที่เต็มไปด้วยความรักมาพร้อมกับการลูบหัวไดกิอย่างเอนดู...
"เริ่มไม่สบายแล้วนะไดกิ...ไปพักนะครับ"
"แล้วคุณล่ะฮะ...ยังไม่ได้ทำแผลที่มือเลย..." ตาปรือๆ กับขอบตาแดงก่ำช้อนมองร่างสูงอย่างเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอกนะ...พี่หายแล้ว.."
ภาพบรรยากาศที่เจือไปด้วยความอบอุ่นและหวานซึ้งของคนทั้งคู่ อยู่ในสายตาของนายแพทย์หนุ่มผู้ที่ถูกเคน...ลูกน้องคนสนิทแถมยังพ่วงตำแหน่งเลขาส่วนตัวเพื่อนรักของตัวเอง ตามตัวมากระทันหัน...
[เกิดอะไรขึ้น?...แต่...เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว]...ยาบุยืนพิงกรอบประตูบานใหญ่ตรงหน้าบ้าน...กำลังจ้องมองทั้งสองคนที่กำลังประสานมือจับจูงกันเดินเข้ามาในตัวบ้าน...ภาพที่เห็นทำให้เค้าอดยิ้มไปกับมันไม่ได้เลยจริงๆ
"ไงไอ้เสือ!! ยอมถอดเขี้ยวเล็บแล้วเหรอวะ!?"
"โคตะ!!...นาย...."
ร่างสูงตกใจมากที่เห็นเพื่อนรักของเค้ามาเยือนโดยที่เค้าไม่รู้ตัว...คำพูดสุดท้ายของเพื่อนยังคงก้องอยู่ในหัวใจแกร่งเสมอ...อาการนิ่งค้างของเพื่อนรัก ทำให้หมอหนุ่มต้องรีบทำลายความตึงเครียดโดยไว
"เฮ้ย!...ชั้นไม่ใช่ผีนะเพื่อน...ชั้นเป็นหมอ!...ไม่ใช่ผี!...ตกใจอะไรขนาดนั้น? ฮ่าๆๆ"
"ก็นายเคย..."
"ไม่แล้วล่ะ...ชั้นเห็นแล้วว่านายกลับมาเป็นเพื่อนรักคนเดิมของชั้น"
สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างสูงรู้สึกขอบคุณเพื่อนรักของเค้าเป็นที่สุด และจากนี้...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...ยูยะสาบานว่าจะปกป้องดูแลไดกิด้วยมือของเค้าเอง...และสายตาคมดุก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนในยามที่ร่างสูงทอดมองเพื่อนที่เค้ารักที่สุด
"ขอบใจว่ะเพื่อน...ชั้นสัญญา...ชั้นจะคืนเค้าไป..."
"เริ่มต้นใหม่ดีกว่ายูยะ...เริ่มในแบบที่ดีกว่านี้...เริ่มจากการแนะนำตัวกันดีมั้ย?...สวัสดีครับ! ผม ยาบุ โคตะ ครับ!"
ยูยะยิ้มอ่อนโยนให้ร่างบางข้างกายเค้า ที่ดูจะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก กับบทสนทนาของคนทั้งสองตรงหน้าเค้า
"ไดกิครับ...นี่คุณหมอยาบุ...เพื่อนรักของพี่ครับ"
"สะ...สวัสดีครับ...ผม อาริโอกะ ไดกิ ครับ...เป็น...เป็นเพื่อนของน้องยูริ..."
คุณหมอหนุ่มยิ้มใจดีให้กับร่างบางที่เพื่อนเค้าประสานมือเอาไว้ไม่ห่างกาย...
[เจอตัวจริงซะทีนะเพื่อน...แววตาของนายมันบอกชัดจริงๆ ยูยะ...รักสินะ!...]
"สวัสดีครับ คุณอาริโอกะ...ต่อไปเรียกหมอว่าพี่โคตะก็ได้ครับ"
"ครับ...พี่โคตะ...รบกวนด้วยนะฮะ"
ไดกิยิ้มสวยให้เพื่อนของร่างสูงแล้วก็เผื่อแผ่ยิ้มสดใสนั้นกลับมาให้คนที่ยืนกุมมือกันอยู่อย่างน่ารักได้เห็นมันด้วย...อีกแล้ว...วันนี้ยูยะ รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงบ่อยเกินไปแล้วจริงๆ ...มือแกร่งอีกข้างจึงถูกยกขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กด้วยความเอนดู...ก่อนที่ร่างสูงจะนึกบางอย่างขึ้นได้...
"เอ้อ! ว่าแต่ว่า นายมาได้ยังไงน่ะโคตะ?"
"อ๋อ!..ก็เคน เลขานายน่ะสิ...เค้าไปลากชั้นมาจากโรงพยาบาลหน้าตาตื่น...บอกว่า...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!! ...ชั้นก็เลยรีบมาเนี่ย"
"นายมาก็ดีแล้ว! ช่วยตรวจอาการให้ไดกิหน่อยสิ! เค้าดูเหมือนจะไม่สบายอีกแล้วว่ะ!"
"คุณก็หว่งมากเกินไป...ผมไม่เป็นอะไรสักหน่อยนี่..."
"ไม่เป็นได้ไงหื้อ?...ตัวร้อนขนาดนี้!...นี่...ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลยนะ...ห้ามดื้อ!"
"ก็มัน..."
"แน่ะ!...ยัง!..."
ยาบุอดที่จะรู้สึกเอนดูคู่ที่ดูเหมือนเป็นคู้รักในสายตาเค้าในตอนนี้ไม่ได้เลย...และก่อนที่ทั้งคู่ที่ดูจะไม่มีใครยอมใคร จะถกเถียงกันไปมากกว่านี้...คนหมอคนเก่งเลยกระโดดเข้าห้ามทัพซะเอง
"ขอพี่ตรวจหน่อยนะครับ...นิดเดียว!"
เมื่อคุณหมอออกปากเองแบบนี้ ใครมันจะไปปฏิเสธได้เล่า!...แล้วดูสีหน้าผู้ชนะของคนร่างสูงข้างๆ เค้านี่ซิ!
[น่าหมั่นไส้ชะมัด!!!...เจ็บใจจริงๆ เลย!!]
ร่างบางได้แต่หน้าง้ำหน้างอ กอดอกจ้องมองร่างสูงอย่างหมั่นไส้...คนขี้แกล้งเห็นแบบนั้นก็หัวเราะร่าออกมายกใหญ่...ยูยะเลยได้รับค้อนเบ้อเร่อจากไดกิไปเต็มๆ....




โปรดติดตามตอนต่อไป.................



Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 4




TaDaik Artwork 5_Logo FC2


Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 4 : กลลวง



~รายงานข่าวด่วนเช้านี้ มีการเปิดเผยถึงการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกว่าสี่วันแล้วของบุตรชายคนเล็กของสตาร์คิงกรุ๊ป "คุณอาริโอกะ ไดกิ" ยังคงไร้ความหวังที่จะค้นพบตัว ตำรวจพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งทางธุรกิจ และกลุ่มยากุซ่าที่หวังจะเรียกค่าไถ่ ต่อไปเป็นการให้สัมภาษณ์ของท่านประทานกรรมการกลุ่มธุรกิจ สตาร์คิง คุณอาริโอกะ ชินโก~
ร่างสูงกดปิดทีวีก่อนจะวางรีโมทลงแล้วก้าวออกไปที่ระเบียงห้องของตัวเองเพื่อใช้ความคิด นี่ก็สามวันเต็มแล้วที่ร่างบางยังไม่ได้สติจากพิษไข้ แม้ตอนนี้อาการจะทรงตัวและไม่ทรุดลง แม้กระทั่งอาการอักเสบจากความบอบช้ำต่างๆ ตามร่างกายจะหายจนเกือบหมดแล้ว เหลือก็แค่ข้อเท้าบอบบางที่ยังมีรอยเขียวจางๆ เท่านั้น สิ่งที่ได้จากการค้นหาความรู้จากหนังสือทางการแพทย์ต่างๆ ยูยะพอที่จะคาดเดาได้ว่าไดกิมีอาการที่เรียกว่า "การปิดกั้นใจ" จึงยังนอนนิ่งราวเจ้าหญิงนิทรา...
ในแต่ละวันเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ ร่างสูงจะออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายจากบิดา เมื่อตกเย็นก็จะกลับมาที่บ้านพักส่วนตัว โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเค้าได้ซ่อนคนสำคัญในข่าวนั่นเอาไว้...
"นายครับ! คุณยูริโทรมาครับ"
"ส่งมา"
"ครับ"
ร่างสูงอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมวันนี้น้องชายที่เค้าหลงรักคนนี้ถึงได้โทรมาหาเค้า..เมื่อมือแกร่งรับโทรศัพท์มาจากลูกน้องคนสนิทแล้ว ร่างสูงก็รอจนลูกน้องถอยออกไปจึงเริ่มพูดคุยกับคนที่เค้าคิดถึงที่สุดในสาย
"ไงตัวเล็ก! ทำไมวันนี้ถึงได้โทรมาหาพี่ หื้อ?"
"พี่ยูยะ...คือว่า..." น้ำเสียงแผ่วเบานั้นทำให้ร่างสูงรู้สึกร้อนใจ
"มีอะไรหื้อ? ทำไมเสียงเศร้าอย่างงี้...หรือว่า ยามาดะ..."
"ไม่ฮะ! ไม่ใช่...กับเรียวสุเกะไม่มีปัญหาอะไร...เราเข้ากันได้ดี..ยูริมีความสุขมาก..."
สิ่งที่ได้ยินช่างบาดใจให้เจ็บปวด...ร่างสูงได้แต่นิ่งเงียบและสะกดกลั้นความร้าวรานในใจแกร่งเพื่อยอมรับให้ได้ว่า ยูริ ไม่ใช่คนที่เค้าจะปกป้องได้อีกต่อไปแล้ว...มีคนที่ทำหน้าที่นั้นเป็นอย่างดีแล้ว...
"แต่ว่า...พี่ฮะ..."
น้ำเสียงแผ่วเบาของยูริฉายชัดว่ากังวลใจมาก ร่างสูงรู้สึกอยากจะโอบกอดเอาไว้มากมายนัก นี่ถ้าอยู่ตรงหน้าล่ะก็ ยูยะจะกอดเอาไว้ให้หายกลัว...
"มีอะไรงั้นเหรอ...บอกพี่มาเถอะ..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มยังคงอ่อนโยนเสมอ กับคนคนนี้ที่เค้ารัก
"เพื่อนฮะ...เพื่อนรักของยูริ...เค้าหายไป...ไดจังหายตัวไป...ทำไงดี..."
"......................................"
น้ำเสียงเศร้าสร้อยราวกับกำลังร้องไห้นั้นยังไม่ทำให้ร่างสูงตกใจได้เท่ากับเรื่องกังวลใจของคนที่เค้ารักที่อีกฝ่ายเพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อกี้นี้....
"พี่ยูยะช่วยหน่อยสิฮะ....ถ้าเป็นพี่ล่ะก็ ต้องหาไดจังเจอแน่ๆ เลย...นะฮะ..."
"ทะ...ทำไม...ทำไมยูริต้องให้พี่ช่วยล่ะครับ...ในเมื่อ...พี่ไม่รู้จักเพื่อนของเราเลย"
[...ในเมื่อ...คนคนนั้นต้องเป็นเหยื่อแค้นของพี่...]...ความจริงในใจที่คนเป็นพี่เลือกที่จะเฉไฉไป ดังก้องสะท้อนอยู่ในใจของร่างสูง
ตลอดมาไม่ว่ายูริขอร้องอะไร ยูยะไม่เคยปฏิเสธน้องเลยสักครั้ง แม้แต่ครั้งนี้ก็อาจจะปฏิเสธไม่ได้ แต่ที่มันต่างออกไปจากทุกครั้งก็คือ ความรู้สึกที่ไม่อยากปล่อยมือจากร่างบางคนนั้น ไม่อยากปล่อยไป นั่นทำให้ร่างสูงลำบากใจมากที่สุด....ยูยะคิดไม่ตกเลยว่า ระหว่างทำตามความต้องการของคนที่เค้ารักแล้วแกล้งทำเป็นตามหาไดกิและพากลับไปส่งคืนให้กับน้อง หรือเลือกทำตามหัวใจตัวเองด้วยการขังอีกฝ่ายไว้กับเค้าตลอดไป......และเมื่อคนเป็นน้องเห็นว่าพี่ชายตัวเองเงียบผิดปกติมากเกินไป เสียงใสจึงเรียกอีกคนทันที
"พี่ยูยะ!....พี่ฮะ!!....พี่!!!"
"หะ...หื้อ?...ครับพี่ฟังอยู่..."
"พี่โอเคหรือเปล่าฮะ?...ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ จัง?"
"พี่สบายดีครับ...พี่แค่...คิดถึงยูริมากเกินไป เลยอยากจะฟังเสียงเอาไว้มากๆ น่ะ"
"พี่ไม่ปกติจริงๆ ด้วยง่ะ...ให้พี่โคตะไปหามั้ยฮะ?"
"เอ่อ...ไม่ต้องหรอกยูริ...อย่ากังวลเลยครับ พี่สบายดี...ตกลงว่าจะพูดธุรของเราต่อมั้ยหื้อ?"
ร่างสูงรู้ว่าเผลอเผยพิรุดให้น้องสงสัยจึงรีบกลบเกลื่อนด้วยการหยิบยกเอาเรื่องที่ตัวเล็กกำลังเซ้าซี้ให้เค้าช่วยขึ้นมาหันเหความสนใจน้อง...
"นะฮะ~...พี่ช่วยตามหาไดจังให้ยูริที...ไดจังเป็นคนดีมากเลย...คอยดูแลยูริแทนพี่มาตลอด...ยูริรักไดจังไม่ต่างจากพี่ชายอีกคนเลย..."
"งั้นเหรอ...เค้าสำคัญกับยูริมากสินะ..."
"ไดจังน่ารักด้วยยยย...ถ้าเป็นไปได้...ยูริอยากให้พี่เปิดใจ...แล้ว...แล้ว...ลองคบหากับไดจังดูได้มั้ย?...แล้วพี่จะรู้ว่ายูริไม่ได้โม้ด้วยยยยย...นะฮะ...ตามหาไดจังและปกป้องเค้าให้ยูริด้วย...นะฮะ~...นะๆๆ...นะฮะพี่ยูยะ...น้าาาาาาาา"
"หึๆ...เฮ้อ!...ตกลงครับ!...พี่จะตามหาเค้าและพาไปคืนให้ยูรินะครับ"
[...พี่จะพาไปคืนให้แน่นอน...แต่ขอเป็นหลังจากที่พี่หายแค้นก่อนนะยูริ...]...ประโยคสุดท้ายนั้น ร่างสูงได้แต่คิดอยู่ในใจ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ยูยะต้องทำตามคำขอของคนที่เค้าเฝ้ารักมาตั้งแต่เด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...แต่ก่อนที่จะทำ...ขอแก้แค้นให้สาสมก่อนเถอะ...แค้น?..งั้นเหรอ?....
เมื่อจบการสนทนากับยูริแล้ว ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปด้านในและส่งโทรศัพท์ให้คนสนิททันที เสียงทุ้มนุ่มกลับมานิ่งเย็นอีกครั้ง
"วันนี้อาการเป็นยังไง..."
"ยังเหมือนเดิมครับนาย...ยังคงไม่รู้สึกตัว..."
"แล้วให้หมอใหม่มาเปลี่ยนน้ำเกลือหรือยัง?"
"เรียบร้อยแล้วครับ"
"ตารางของวันนี้ล่ะ!" ร่างสูงเดินไปหยิบเสื้อสูทที่ว่างพาดอยู่บนเตียงของตัวเองแล้วสวมใส่
"วันนี้มีประชุมแผนงานประมูลอสังหาริมทรัพย์กับกลุ่มไคชินซันตอน สิบโมงเช้านี้ครับ และมีนัดกับท่านประธานใหญ่ ที่ภัตคารโอฮาจิยะ ตอนเที่ยงครับ"
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำเรียบหรูที่เพิ่งแต่งกายเสร็จ เป็นอันต้องหันขวับกับสิ่งที่ได้ยินไปเมื่อสักครู่ ดวงตาคมเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิดอย่างละเอียดรอบครอบกับนัดที่สองของวัน
"คุณพ่อเหรอ!? นัดกินข้าวที่ภัตคารแบบนั้นทำไม?"
"ผมสืบมาได้ความว่า...เป็น...เป็น..."
"พูดมาเถอะ..."
"เป็นนัดดูตัวของนายน้อยกับ..ทางสตาร์คิงครับ เพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็นคุณหนูคนไหนกันแน่"
สิ่งที่ได้ยินทำให้ยูยะมองเห็นโอกาสเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง...ร่างสูงยิ้มอย่างพอใจกับนัดดูตัวในวันนี้...เพราะมันจะเป็นโอกาสที่เค้าจะกักขัง อาริโอกะ ไดกิ เอาไว้ข้างกายตัวเองไปชั่วชีวิต...
"หึๆๆ...มิน่าล่ะยูริถึงโทรหาชั้นและเชียร์เด็กคนนั้นซะเหลือเกิน...แผนที่ไม่ได้คาดคิดแต่กลับเป็นทางที่ดีที่สุดงั้นเหรอ...ตอบรับนัดไป!"
"ครับนาย!...จากนั้นในช่วงบ่ายสอง ก็จะมีประชุมเรื่องการปันผลกำไรให้หุ้นส่วนครับ ...ตางรางของวันนี้มีแค่นี้ครับ"
"โอเค!...ไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อมด้วย...อ้อ!...ในระหว่างที่ชั้นไม่อยู่ที่นี่ ให้ใครเฝ้าเด็กนั่นไว้ให้ดีเหมือนทุกทีด้วยล่ะ!"
"ครับ"
ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีดำพอดีตัว ยิ่งช่วยเสริมให้ร่างองอาจดูสง่างามมากขึ้น...เข้าเดินมาถึงหน้าห้องคนป่วยแล้วหยุดมองมันอยู่อย่างนั้นพลางตัดสินใจอยู่ชั่วครู่ และสุดท้ายก็เปิดเข้าไปด้านใน...
[ขอดูหน้าว่าที่คู่ดูตัวก่อนไปหน่อยเถอะ...]
ยูยะก้าวเข้าไปยังเตียงสี่เสาที่มีคนตัวบอบบางหลับไหลไม่ได้สตินอนอยู่บนนั้นมากว่าสามวันแล้ว...ร่างสูงทอดสายตาสำรวจร่างบางอย่างพึงพอใจ
"หึๆๆ...อีกไม่นานแล้วไดกิ...อีกไม่นานชั้นก็จะเป็นเจ้าชีวิตเธออย่างที่เธอจะไม่มีทางหนีพ้น.."
ร่างสูงโน้มกายลงไปหาร่างบางบนเตียงแล้วกระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา...ถึงแม้ว่าสิ่งที่พูดนี้ ร่างบางอาจจะไม่มีทางรับรู้ได้ก็ตามที
"ฟังให้ดีนะเจ้ากวางน้อย...ชั้นมีข่าวที่น่ายินดีมาบอกเธอ...วันนี้น่ะ...พ่อของเธอ จะเอาเธอมาประเคนให้ชั้นเองโดยที่ชั้นไม่ต้องเหนื่อยเล่นไล่จับกับเธออีกต่อไปแล้ว...หึๆๆ...คนดีที่น่ารักของยูริ...ตื่นมาร่วมยินดีกับชั้นหน่อยสิ...เธอดีใจมั้ยหื้อ?...แต่ชั้นดีใจมาก...ดีใจที่สุด..ที่เธอจะได้มาอยู่ในนรกที่ชั้นจะสร้างเพื่อเธอโดยเฉพาะอย่างเลี่ยงไม่ได้.../ ฮ่าๆๆ "
ร่างสูงหัวเราะอย่างสะใจในขณะที่หยัดกายยืนขึ้นมองดูเหยื่อความแค้นของตัวเองบนเตียง และหมุนกายก้าวออกไปทำภารกิจของตัวเอง...ทิ้งคนบอบบางไว้เบื้องหลังโดยไม่หันกลับมามองอีก...เค้าจึงไม่มีโอกาสได้เห็นน้ำตาสายน้อยที่รินไหลลงมาทางหางตาของคนที่ตัวเองเยาะเย้ย...
เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ พร้อมหยาดน้ำตามากมายที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย แรงสะอื้นของร่างเล็กไม่ได้ทำให้ความเศร้าเสียใจจางลงแม้แต่เศษเสี้ยว...ความจริงแล้ว ไดกิเริ่มได้สติตั้งแต่เช้ามือแล้ว ในเวลานั้น ร่างบางที่เพิ่งฟื้นไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นหรือตายแล้ว ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหน และไม่รู้ว่ากลับมานอนอยู่ห้องเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่...แต่ที่รู้แน่ชัดคือ...ไม่มีโซ่เหล็กมาพันธนาการเค้าเอาไว้อีกแล้ว...ร่างบางพยายามข่มความตื่นเต้นดีใจในโอกาสที่เข้ามาตรงหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว อาจมีทางหนีรอดได้ ดังนั้น...ร่างบางจึงยังแกล้งทำเป็นหลับไหลต่อไปอย่างแนบเนียน...จนกระทั่งมาได้ยินคำกระซิบเย้ยหยันของคนใจร้าย...คำพูดเสียดแทงเหล่านั้นเกือบจะทำให้ร่างบางโดนจับได้....
"ทำไมกันฮะคุณพ่อ~...ฮึกๆ...ทำไมถึงจะยกผมให้คนคนนี้~...ฮึกๆๆ...คุณพ่อไม่รักไดกิแล้วเหรอฮะ~...ฮึก...ฮึก...ฮืออออ"
ร่างบางตัดพ้อออกมาด้วยหัวใจสลาย ด้วยว่ายังไม่ได้รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย แต่กลับต้องมารู้เรื่องราวนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็หายไปจากบ้าน...
[...ทำไม....ทำไม....ทั้งๆ ที่ผมหายตัวไป...ยังจะเอาผมไปเที่ยวยกให้ใครต่อใครอีกงั้นเหรอ...ไม่คิดจะตามหาลูกที่ท่านบอกว่ารักนักรักหนาคนนี้เลยเหรอ...]...ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล หัวใจเจ็บร้าวราวจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงสะอื้นที่ไม่มีใครได้ยินนี้ ราวกับจะดูดเอาชีวิตจิตใจของผู้สิ้นหวังให้จากไป...

12 : 00 น. ณ โอฮาจิยะ
"สวัสดีครับคุณอา"
ยูยะกล่าวคำทักทายผู้มากประสบการณ์ และอาวุโสกว่าตน ด้วยความนอบน้อมและสุภาพ จนทำให้ผู้มาเยือนใหม่อดที่จะชื่นชมในความสง่างามไม่ได้
"ว่ายังไง คุณยูยะ! เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มรูปงามและไฟแรงแบบนี้ น่าดีใจแทนคุณทากาคิจริงๆ นะครับ"
"คุณก็กล่าวเกินไป...เจ้านี่น่ะ มันยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย ยังเป็นกำลังให้ผมไม่ได้หรอกครับ ฮ่าๆๆๆ"
"พ่อนี่ล่ะก็...แต่ก็จริงครับ...ผมชอบก่อเรื่องให้พ่อปวดหัวบ่อยๆครับ"
ร่างสูงเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน...นั่นยิ่งทำให้นายอาริโอกะมั่นใจว่าจะต้องเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่พึ่งพาได้แน่นอน
"ยูยะคุง! ที่อาเชิญมาวันนี้...จริงๆ แล้ว..."
"เราสั่งอาหารกันก่อนดีมั้ยครับ...ผิดเวลาไปจะไม่ดีกับสุขภาพทั้งคุณพ่อและคุณอานะครับ...เรากินไปคุยไปก็ได้ครับ"
ร่างสูงตัดบทอย่างมีชั้นเชิง และแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยใส่ใจคนรอบข้างของตัวเองอย่างจงใจ...และหากเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าทางเค้าหมดแล้ว ร่างสูงก็จะค่อยๆ เก็บเกี่ยวผลอันหอมหวานของมันขึ้นมา ทีละน้อย ทีละน้อย และช้าๆ จนคนอื่นๆ ไม่สามารถตามเกมส์ได้ทัน...
และเมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ์แล้ว บทสนทนาก็เริ่มขึ้น
"คุณอานัดผมมาวันนี้ คงเพราะเรื่องคุณไดกิสินะครับ..."
"ยูยะคุง...หลานรู้งั้นเหรอ..."
"ผมพอจะเดาได้ตั้งแต่ตอนที่ยูริโทรหาผมแล้วครับ"
ประโยคท้ายนี้ ร่างสูงจงใจหันมาทางบิดาของตน เพื่อบอกให้รู้เป็นในๆ ว่า...แผนของบิดาที่คิดจะจับคู่ให้ยูยะลืมยูรินั้นไม่ได้ผลหรอก ซึ่งผู้เป็นพ่อเองก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับแววตาคมดุของลูกชายคนเดียวของเค้าคนนี้ไม่น้อย...นายใหญ่แห่งทากาคิกรุ๊ปก็ได้แต่หวังว่ายูยะจะยอม
"หนูยูริดีกับลูกของอามาก...เค้าแนะนำให้อามาหาพี่ชายของเค้า...หนูยูริบอกว่า ถ้าเป็นยูยะคุงล่ะก็ จะต้องช่วยปกป้องคุ้มครองไดจังได้แน่ๆ...อาก็เชื่ออย่างนั้น ทันทีที่ได้เห็นยูยะคุงเลย"
"น้องยูริชมผมมากเกินไปต่างหากครับ...ผม..."
"ขอร้องล่ะยูยะคุง!! ช่วยอาตามหาไดกิที!!! ถ้าเป็นยูยะคุงล่ะก็...ถ้าเป็นยูยะคุง...ความกว้างขวางของยูยะคุงจะต้องช่วยหาไดกิพบแน่ๆ ...ได้โปรด..."
ผู้เป็นพ่อของร่างบางถึงกับก้มหัวขอร้องคนตรงหน้าอย่างไม่อาย และไม่มีใครได้รู้เลยว่ากำลังร้องขอให้ปีศาจในคราบเทพบุตรแสยะยิ้มอย่างพอใจ
"ชินโกคุง! ทำอะไรนะ่! พอเถอะ! ลุกขึ้นๆ...ยูยะ!! ลูกไม่ควรให้ผู้ใหญ่ต้องก้มหัวให้นะ!!!" คุณทากาคิผู้เป็นพ่อต้องรีบเตือนสติลูกชายถึงความไม่เหมาะไม่ควรนี้
"ขอโทษครับ! ขอโทษจริงๆ ครับคุณอา ผมเพียงแต่คิดใครควรอยู่เท่านั้น"
"ตั้งแต่เล็กจนโตมา ไดจังเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ...เด็กคนนั้นทั้งสดใส ใจดี อ่อนโยนและช่างเอาอกเอาใจไม่ต่างจากแม่ของเค้าเลย...ไดกิมักจะคิดถึงความรู้สึกของคนรอบข้างก่อนเสมอ นั่นอาจทำให้เค้าอาจจะไม่ทันคนคิดร้ายเลยโดนจับตัวไป...เด็กคนนั้นสู้ใครก็ไม่เป็น ตัวก็เล็ก จะไปสู้ใครเค้าได้...อาเป็นห่วงเค้าจนทนรอข่าวจากทางตำรวจไม่ไหวแล้ว...โฮ~...ได~ กิ~...ลูกของพ่อ~ "
นายอาริโอกะผู้เป็นพ่อถึงกับสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ชายสูงอายุปล่อยโฮออกมาด้วยความทุกข์แสนสาหัส...และนั่นเป็นภาพที่ร่างสูงพึงใจเป็นที่สุด ตาคมเข้มทอดมองดูอย่างเย็นชาชั่วครู่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้งในความทุกข์นั้น
[นั่นแหละความเจ็บปวดของผม...ความเจ็บปวดที่ลูกคุณเป็นต้นเหตุ]
"ยูยะ...ลูกพอจะช่วยเพื่อนของพ่อได้มั้ยลูก"
"ตกลงครับ!...แต่ว่า..."
ร่างสูงเอ่ยคำที่ทำให้ผู้ร้องขอถึงกับเอ่ยขอบคุณไม่ขาดปาก แล้วก็พร้อมที่จะทำตามข้อแม้ของตัวเองอย่างเต็มใจ
"แต่อะไรยูยะ!?" ผู้เป็นบิดาตามเกมส์ของลูกชายไม่ทัน...เอ่ยปากถามเพื่อไขความข้องใจ
"ผมตกลงจะช่วยตามหาคุณไดกิก็ได้ครับ แต่ว่าทางคุณอาจะต้องถอนแจ้งความและสั่งให้คนของคุณอาทั้งหมดหยุดการค้นหาทันทีนะครับ...เพราะต่อไปผมจะให้คนของผมเข้าไปจัดการเรื่องนี้แทนเอง"
ร่างสูงเอ่ยขอเงื่อนไขแรกออกไปอย่างแยบยล ซึ่งผลที่ได้รับก็เป็นไปตามคาด
"ได้!! ได้เลย!! อาจะสั่งการลงไปเดี๋ยวนี้เลย!! ขอบคุณ...ยูยะคุง...ขอบคุณเป็นพันครั้ง...ขอบคุณจริงๆ !!"
"และเงื่อนไขที่สองของผมคือ...ผมจะขอเข้าเป็นหุ้นส่วนในการบริหารงานของสตาร์คิงครึ่งนึง...คุณอาคิดว่ายังไงครับ..."
"ยูยะ!!! นี่แก!!!...นี่แกคิดจะทำอะไร!!?...ทำไมไร้มารยาทขนาดนี้!!!" สิ่งที่ลูกชายตัวเองร้องขอนั้น...นายใหญ่แห่งทากาคิไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลย...[นี่มันอะไรกัน?...เด็กคนนี้กำลังทำอะไร?]
"ไม่เป็นไร! ไม่เป็นไรเลยจริงๆ คุณทากาคิ!...ยูยะคุง อาตกลงนะ!! แค่ตามหาไดจังให้เจอ...คุณทากาคิรู้มั้ย ต่อให้ผมต้องเสียอะไรไปมากกว่านี้ผมก็ยอม...ตกลงยูยะคุง...อายินดีรับคนหนุ่มไฟแรงอย่างยูยะคุงมาเป็นหุ้นส่วนของอาอย่างเต็มใจที่สุด!...ดีซะอีกนะ ได้คนเก่งแบบนี้มาช่วยบริหารงานให้เรา..."
"ขอบคุณครับคุณอา...ทางทากาคิกรุ๊ปก็ต้องขอความกรุณาและฝากเนื้อฝากตัวกับทางสตาร์คิงเช่นกันครับ แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าผมจะหาคุณไดกิพบหรือไม่...อันที่จริงผมยังมีความต้องการอยู่อีกหนึ่งข้อครับ เป็นข้อสุดท้าย..."
"นี่พอสักทีนะยูยะ!!! พ่อทนมาพอแล้ว!!! ทำไมแกถึงกล้าฉกฉวยโอกาสจากวิกฤตของคนอื่นได้อย่างไม่มีความละอายแก่ใจขนาดนี้!!?"
ร่างสูงหยัดกายสูงสง่าขึ้นยืนเต็มความสูง...สายตาคมดุตวัดกลับมามองผู้เป็นบิดาของตัวเองนิ่ง...ก่อนที่จะเอ่ยคำที่ทำให้ผู้เป็นพ่อเถียงไม่ออกอีกต่อไป...
"ก็พ่อต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ!?...พ่อต้องการให้สตาร์คิงกับทากาคิของเราได้เข้ารวมกลุ่มธุรกิจกันไม่ใช่เหรอครับ...พ่ออยากให้ผมเปิดใจ...ผมก็กำลังทำในแบบของผมอยู่นี่ไง...ผมไม่ทำให้พ่อและคุณอาผิดหวังหรอกครับ...เลิกขัดผมซักที!!"
เมื่อเห็นท่าทางเด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวในที่นี้...ฝ่ายคุณอาริโอกะเองก็เริ่มกลัวว่าทุกอย่างจะต้องดดนล้มเลิกไป ก็รีบเข้าห้ามความขัดแย้งที่ดูท่าว่าจะไม่เป็นผลดีกับฝ่ายตัวเองแน่นอน..
"ขอร้องล่ะคุณทากาคิ...ยูยะคุง...ใจเย็นๆ ก่อนนะ...คุณทากาคิฟังผมก่อนนะ ผมรักลูกคนนี้มากจริงๆ...ทุกอย่างที่ผมสร้างเอาไว้ก็เพื่อเค้า พี่สาวสองคนก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา จะเหลือก็แต่ไดกิที่ผมหวังจะยกทุกอย่างให้เค้า ...แต่ถ้าไม่มีไดจัง...ทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ไร้ค่าเช่นกัน...ขอร้องเถอะครับ ยอมให้ลูกชายคุณช่วยผมเถอะ ฝันของคุณและผมก็จะได้เป็นจริงเสียที...ผมเองก็อยากเข้ารวมกลุ่มธุรกิจกับทางทากาคิอยู่แล้วเหมือนกัน...นะครับผมขอร้อง...ได้โปรดยูยะคุง...ไม่ว่าอะไรที่หลานต้องการอายินดีหาให้..."
สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างสูงเริ่มสะท้อนใจ เค้าซาบซึ้งในความรักระหว่างพ่อกับลูกคู่นี้อย่างจริงใจ...แต่เมื่อขึ้นหลังเสือแล้ว...จะลงได้ ก็ต้องสยบเสือให้ได้เท่านั้น...ร่างสูงอดที่จะเริ่มหันกลับไปมองไม่ได้ว่าเหตุใดคนมากมายถึงทุ่มเทความรักให้กับร่างบางที่เค้าเกลียดชัง...ความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ร่างสูงก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองกำลังจะใจอ่อนเพราะคนที่เค้าอยากเห็นแก่ตัวกักขังไว้ข้างตัวตลอดไปที่เป็นคนมีค่าของใครหลายคน หรือเพราะบางสิ่งในตัวของไดกิที่ดึงดูดเค้าอยู่กันแน่...บางสิ่งที่ยูยะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
"ผมรู้แล้วครับว่าทำไมน้องยูริถึงรักคุณไดกิขนาดนั้น...และที่น้องสามารถก้าวขึ้นนั่งตำแหน่งกรรมการบริหารได้ ก็เพราะได้คุณไดกิช่วยดูและและสั่งสอน...ผม..."
"จริงสินะ! ถ้ายูยะคุงหาน้องเจอ..และได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนกัน...ทั้งสองคนคงจะเข้ากันได้ดี..อาจะให้ไดกิเป็นเลขาส่วนตัวให้ยูยะคุงดีมั้ย?"
ร่างสูงเผลอเผยยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเค้าถึงได้รู้สึกพอใจกับข้อเสนอนี้นัก
"ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับคุณอา...ผมได้ยินจากน้องยูริมามาก...ผู้รู้สึกชื่นชมคุณไดกิจากใจจริงในความสามารถของเค้า...ถึงสิ่งที่คุณอาเพิ่งจะเสนอมาจะไม่ใช่เงื่อนไขข้อสุดท้ายที่ผมต้องการ...แต่ผมก็ขอรับมันเอาไว้ด้วยความยินดีครับ...ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะคุณไดกิเจอในเร็ววัน..."
"ยูยะคุง~...อาขอบคุณหลานจริงๆ นะ...ได้ยินยูยะคุงพูดแบบนี้ อาก็มีความหวังขึ้นมามาโขแล้ว...ไม่ว่าเงื่อนไขสุดท้ายที่หลานต้องการ จะเป็นอะไร...อาสัญญา อาสัญญาว่าจะหามันมาให้หลานได้!"
"เมื่อถึงเวลา...ผมหวังว่า คุณอาคงจะทำตามคำขอของผมอย่างเต็มใจนะครับ!...ผมขอตัวก่อนนะครับ...ใกล้จะถึงเวลาประชุมปันผลที่ผมเป็นคนรับผิดชอบแล้ว"
ร่างสูงคำนับผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความสง่างามที่ยากจะหาผูใดมาเปรียบ...ช่วงขายาวก้าวออกไปจากที่แห่งนั้น...และร่างสูงก็ไม่ลืม ที่จะหันมาให้คำมั่นหนักแน่นจนคนฟังน้ำตาร่วงด้วยความหวัง
"คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...ผมรับปากว่าจะหาน้องให้พบให้เร็วที่สุดแน่นอน"
ฝ่ายคุณอาริโอกะ เมื่อได้ยินร่างสูงรัปปากอย่างหนักแน่น ก็ยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา โดยที่ไม่รู้เลยว่า เด็กหนุ่มที่ก้าวออกไป คนที่เค้าไว้ใจ คือคนที่พาเอาแก้วตาดวงใจของตัวเองไปนั่นเอง...
ทางด้านร่างบางที่ร้องไห้อย่างหนักมาตลอดตั้งแต่ที่คนใจร้ายก้าวออกไปจากห้อง...แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่คลายความเจ็บช้ำ แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งเกินรูปลักษณ์ภายนอก ร่างบางจึงพยายามมองหาทางรอด ดวงตาเอ่อน้ำตาเหลือบมองนาฬิกาที่กำลังบอกเวลา 14 : 45 น. อยู่ในขณะนี้...ใกล้หมดหนทางเต็มที...หากจะหนีเค้าต้องคิดเดี๋ยวนี้...เพราะถ้าร่างสูงกลับมาถึงเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่าตัวเค้าเองจะ้ต้องถูกจองจำอยู่ที่นี่ตลอดไป
ไดกิยกเรียวมือขาวขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอย่างหักใจ และสะกดอารมณ์ความอ่อนไหวลงไปในส่วนลึกของจิตใจทันที...ร่างเล็กกลั้นใจดึงเข็มน้ำเกลือที่ปักอยู่หลังมือบอบบางออกจากกายตัวเอง...แววตาหม่นเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างคนไม่ยอมแพ้ในชะตากรรม...ร่างบางกวาดตามองหาสิ่งที่พอจะเป็นอาวุธให้ตัวเองหลบหนีได้สำเร็จ
และแล้วโอกาสก็มาเยือนพร้อมกับแผนการที่เกิดขึ้นในหัวด้วยสมองอันชาญฉลาดของว่าที่ทายาทสตาร์คิงกรุ๊ป...ไดกิเห็นกระเป๋าสี่เหลี่ยมสีดำวางอยู่ไม่ไกลจากเตียงเท่าไหร่นัก...กระเป๋าเครื่องมือแพทย์ใบนั้นอาจมีสิ่งที่ร่างบางต้องการ...ไดกิค่อยๆ ย่องลงจากเตียง ด้วยความเบาของน้ำหนักของกายเล็ก ทุกอย่างก้าวจึงเงียบเชี้ยบไร้เสียง ...มือบางค่อยๆ เปิดกระเป๋าค้นหาของที่ตัวเองพอจะใช้ได้
ในที่สุดร่างบางก็ได้สิ่งที่คิดว่าเหมาะกับกำลังของตัวเองที่สุดจากก้นกระเป๋าใบนั้น
[ยานอนหลับเฉียบพลันชนิดสเปรย์...เหมาะจริง!...]
ไดกิหยิบขวดสเปรย์ฤทธิ์แรงออกมาถือไว้มั่น...ร่างบางค่อยๆ ย่องกลับไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม แสร้งทำราวกับว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมแม้แต่น้อย...ร่างบางอดทนรอเวลาที่แผนการของตัวเองจะดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ
"ก๊อกๆๆ...คุณอาริโอกะ..."
ชายชุดดำก้าวเข้ามาดูอาการคนบนเตียงตามเวลาประจำที่ทำอยู่ทุกวัน...คนตัวหนาเดินเข้าไปดูสีหน้าของคนเจ็บใกล้ๆ...ถ้าเพียงแค่เค้าจะหันไปดูปริมาณของน้ำเกลือในขวด...ถ้าเพียงแค่เค้าจะตรวจความเรียบร้อยของสายระโยงระยางนั่น...เรื่องนี้ก็คงจะไม่เกิด....สิ่งที่ชายคนนี้ทำ มีเพียงมองดูสีหน้าของร่างบางเท่านั้น เมื่อเห็นว่ายังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังดูเป็นปกติเหมือนทุกวัน ชายผู้นั้นก็หันหลังเตรียมจะก้าวออกไปจากห้องทันที...เค้าไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า ทันทีที่หันหลัง คนตัวบางที่เค้าคิดว่ายังคงไม่ได้สตินั้น ได้ลุกขึ้นมาอย่างเงียบกริบเบื้องหลังเค้า และก่อนที่เหยื่อจะได้หนีรอด ไดกิก็ยกมือข้างที่ว่างขึ้นอุดปากกับจมูกของตัวเองไว้แน่น ก่อนที่จะกระแอมไอเรียกให้คนไม่รู้ชะตากรรมได้หันมา...ชายผู้เป็นเหยื่อรายแรกหันมายังไม่ทันเต็มวงก็เจอเข้ากับละอองยาเข้มข้นที่ร่างบางพ่นใส่หน้าอย่างจัง...ผลที่ตามมาก็คือเสียงดังโครมครามของร่างกายใหญ่โตที่ล้มทั้งยืนลงไปกองกับพื้น
ไดกิฉวยโอกาสนั้นวิ่งลงจากเตียงไปแอบอยู่ที่ประตูเงียบๆ พลางหอบหายใจเอาอากาศสะอาดเข้าปอดหลังจากทั้งปิดทั้งกลั้นหายใจตอนพ่นยา...และเพราะเสียงดังโครมครามที่เกิดขึ้นนั้น ก็เรียกให้ชายอีกสองคนรีบวิ่งมาดู โดยที่ยังไม่ได้ทันระวังตัว ชายทั้งคู่ก็พรวดพราดเข้าไปพบเข้ากับละอองยาสลบเฉียบพลันในปริมาณยกกำลังสองของไดกิ ร่างบางพ่นยาออกไปทันทีที่ประตูเปิดออกอย่างพอเหมาะพอเจาะ...คนตัวเล็กอาศัยจังหวะที่เหยื่อใหม่ทั้งสองคนนั้นกำลังมึนยาวิ่งออกจากห้องไปอย่างไม่เหลียวหลัง และค่อยๆ ลดมือที่ใช้ปิดปากกับจมูกของตัวเองลงเมื่อมั่นใจว่าตัวเองจะไม่โดนละอองยาจนสลบไปเอง เสียงโครมครามดังสนั่นนั้นบอกได้ดีว่าครั้งนี้ ไดกิก็ไม่พลาดเช่นกัน
ร่างบางวิ่งหาทางออก โดยเลี่ยงที่จะไปทางด้านหน้า...ด้วยความบังเอิญที่เค้าตั้งใจจะหลบลูกน้องที่เหลือของร่างสูงในห้องเล็กๆ สักห้องนั้น ทำให้ไดกิพบกับบันใดวนหลังประตูไม้บานเตี้ยที่ร่างบางคิดว่าเป็นห้องเก็บของ...ไดกิเลือกที่จะลองเสี่ยงโดยการก้าวลงไปตามทางของบันใดนั้น...ไม่นานนักร่างบางก็ลงมายืนอยู่หน้าประตูหนาตรงสุดทางลง...ร่างบางกำขวดสเปรย์เอาไว้มั่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็ว..มือบางค่อยๆ เอื้อมปลดล็อคอย่างเบาที่สุดและค่อยๆ เปิดมันออกดูว่าหลังบานประตูนี้เป็นอะไร
ดวงตากลมโตทอประกายด้วยความหวังเรืองรอง...หลังบานประตู้นี้ เป็นส่วนหลังของบ้านใหญ่หลังนี้ ไม่ไกลออกไปเป็นชายป่าที่ดูหนาทึบ ร่างบางยอมเสี่ยงตายเข้าป่าไป ยังดีกว่าอยู่ที่แห่งนี้รอพบชะตากรรมโหดร้ายไม่มีที่สิ้นสุด...อย่างน้อยๆ ข้างในป่านั้นอาจมีที่ที่พอจะให้ร่างเล็กสามารถหลบซ่อนตัวได้...
ไดกิสูดหายใจลึกๆ เข้าปอดแล้วนับหนึ่งถึงสามในใจ...
[..1.....2......3!!!]
ร่างบางกระชากประตูเปิดแล้ววิ่งพรวดออกไปอย่างไม่คิดชีวิต...ขาเล็กพาเจ้าของร่างหนีไปอย่างรวดเร็วจนหายวับเข้าไปในป่าทึบแห่งนั้นได้สำเร็จ
คนตัวเล็กทิ้งไว้เพียงผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เดือดจัดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อร่างสูงกลับมาพบสภาพของลูกน้องตัวใหญ่ของตัวเอง สลบเหมือดสิ้นสติไปถึง 3 คน
"อาริโอกะ ไดกิ!! ฮึ่มมมม...เธอแน่มาก!...ฉลาดจริงๆ!...ดูท่าว่าชั้นจะประเมิญความสามารถจากรูปร่างหน้าตาของเธอผิดไปจริงๆ...หึๆๆ...ล้มลูกน้องชั้นได้เกือบทุกคนที่ทิ้งไว้ที่นี่ เพื่อให้ดูแลเธอได้แบบนี้...เห็นทีชั้นจะต้องซูฮกเธอซะแล้ว...."
"ขอโทษครับนายน้อย!!!...พวกผมสะเพร่าเอง...ปล่อยให้คุณอาริโอกะหนีไปได้..."
"นายรอดได้ยังไงโจ?...ตอนเกิดเรื่องนายอยู่ที่ไหน?"
"ผมเฝ้าอยู่ประตูหน้าครับ...ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งนายน้อยกลับมาพร้อมเคน...ผมก็เพิ่งรู้พร้อมๆ กับนายน้อยนี่แหละครับ"
ดวงตาคมหรี่ลงอย่างคนกำลังใช้ความคิด เพื่อหาความเป็นไปได้ที่พอจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ร่างบางวางแผนไว้
"ถ้านายที่อยู่หน้าบ้านตลอดเวลาไม่เจอกับไดกิ งั้นก็เป็นไปได้ว่าเค้าจะใช้บันไดลับหลบออกไปทางหลังบ้าน...สิ....นะ....ฮึ่มมมมม..."
ร่างสูงกัดฟันกรอด...แล้วสั่งให้ลูกน้องที่เหลือเพียงสองคนไปจัดเตรียมสัมภาระสำหรับเดินป่าให้เค้าทันที
เมื่อร่างสูงพร้อมที่จะเล่นเกมส์แล้ว เค้าก็ก้าวมารับเอากระเป๋าสัมภาระที่เคน ผู้เป็นทั้งลูกน้องและเลขาที่รู้ใจร่างสูงที่สุด เป็นคนจัดเตรียมให้...ร่างสูงสง่าอยู่ในชุดแนวมิลลิทารี่ เสื้อสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงขายาวผ้าหนาลายทหารแบบอเมริกันเข้ากันกับรองเท้าคอมแบ็ต ยูยะหันหน้าไปทางที่เค้ามีจุดมายอยู่แล้วในใจ เค้าออกก้าวเดินตรงไปยังชายป่าทึบหลังบ้าน
"เดี๋ยวครับนาย!...พกนี่ไปด้วยครับ...อาจได้ใช้..."
เคนส่งซองปืนให้กับร่างสุงที่รับไปคาดเข้าที่เอาของเค้าเอง
"ฝากที่นี่ด้วยนะ!"
"ให้พวกผมไปด้วยเถอะครับนายน้อย!"
"ไม่ต้อง!...คนตัวเล็กๆ แค่เพียงคนเดียว ชั้นจัดการเองได้น่า...ฝากพวกนายสองคนช่วยดูแลให้เจ้าสามคนนั่นฟื้นขึ้นมาด้วยแล้วกัน...พอชั้นกลับมา...เราคงมีเรื่องสนุกได้สะสางกัน หึๆๆๆ"
เมื่อกล่าวจบ ร่างสูงก็ก้าวเข้าป่าไปทันที
"ชั้นต่อให้เธอเลยไดกิ...สองชั่วโมงครึ่งที่นายนำหน้าชั้น...หวังว่านายคงจะหนีไปได้ไกลพอที่จะทำให้ชั้นสนุกกับเกมไล่ล่าในครั้งนี้นะ...เจ้ากวางน้อย...หึๆๆๆ "
ร่างสูงแค่นหัวเราะเยือกเย็น...สายตาคมดุกวาดมองไปรอบกาย ไฟฉายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบจะเท่าลูกฟุตบอลเล็กถูกดึงออกมาใช้งานทันทีที่ร่างสูงเริ่มเข้าไปในส่วนที่แสงแดดยามเย็นไม่สามารถลอดผ่านเข้ามาได้เต็มที่เท่าไหร่นัก...สายตาคมกล้ากวาดหาร่องรอยของคนตัวบางได้อย่างแม่นยำ...สิ่งที่ยูยะถนัดที่สุด และไม่เคยมีใครเคยล่วงรู้มาก่อนก็คือ...การแกะรอยตาม...ร่างสูงผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเยี่ยมจากเกมเซอร์ไวเวอร์ที่เหล่าเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยในอังกฤษโปรดปรานแล้วก็ลากเค้าไปเล่นด้วยอยู่เสมอๆ
หากครั้งนี้ไดกิหนีไม่พ้น...หากครั้งนี้ยูยะได้ตัวกลับมาอีกครั้ง....คงไม่มีใครคาดเดาได้ว่า....
อะไร...จะเกิดขึ้นกับเหยื่อตัวบางแสนดื้อของเค้าคนนี้บ้าง เป็นแน่............




โปรดติดตามตอนต่อไป...............................




Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 3





TaDaiki3 Cover Fic_Logo

Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 3 : สับสน




ความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ร่างสูงเองก็อธิบายไม่ได้ว่าเกิดขึ้นมาเพราะอะไร...ยูยะเลือกที่จะดับมันด้วยบุหรี่ฤทธิ์เย็นที่อัดเข้าปอดอยู่ในขณะนี้ เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่เค้าก็ยอมรับว่ามันทำให้เค้าอยู่ไม่เป็นสุข...เมื่อไม่สามารถดับความว้าวุ่นใจให้หมดไปได้ ร่างสูงจึงตัดสินใจเดินออกไปยังท่าเรือที่มีเรือเล็กของเค้าลอยลำจอดรออยู่ เพื่อที่จะเข้าไปหาความสุขในผับในตัวเมืองที่อยู่อีกฝากฝั่งของทะเล...ร่างสูงจัดการติดเครื่องยนตร์เรือของตัวเองแล้วบ่ายหน้าออกทะเลไปในที่สุด
ทางด้านไดกิผู้สิ้นหวัง ร่างบางนั่งกอดตัวเองร้องไห้ไม่หยุด น้ำตาสายน้อยไม่มีทีท่าว่าจะเหือดแห้งลงแม้สักนิด กายบางเจ็บปวดและสั่นเทา บาดแผลทั้งหลายที่ได้มาก็ยังไม่ได้รับการเยี่ยวยา...แต่จะรักษาไปทำไม...ในเมื่อความทรมานของตัวเองคือความสุขของอีกคน...ปล่อยมันไว้อย่างนี้ก็ดีแล้ว...
"ก๊อกๆๆ"
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้คนบอบช้ำถึงกับสะดุ้งสุดตัว แววตาตระหนกนั่นสั่นไหวเมื่อมองไปยังผู้มาเยือน
"คุณอาริโอกะ...ผมเอาอาหารกับยามาให้...กินซะ...อย่าให้นายต้องจัดการเอง"
"ฮึกๆ...คุณฮะ..ปะ..ปล่อย..ฮึก...ช่วยปล่อยผมไปหน่อยได้มั้ย..."
น้ำเสียงเศร้าสร้อยนั้นเอ่ยถามอย่างหมดหนทาง แม้ในใจพอจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่า...เป็นไปไม่ได้...
"กินข้าวกินยาซะเถอะครับ...นายสั่งไว้..."
เมื่อเสร็จธุระแล้ว...ชายชุดดำก็ก้าวออกไปจากห้องทันที...ทิ้งให้คนเจ็บนั่งจ้องถาดอาหารและยาที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ไหวติง จ้องอยู่สักพักร่างบางก็หันหน้ากลับไปที่เก่า...ไดกิไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารแม้แต่น้อย ร่างบางปล่อยความคิดไปเรื่อยเปลื่อยอย่างคนสิ้นหวัง ดวงตาเศร้าหมองมองขึ้นไปยังพระจันทร์ดวงโตผ่านบานหน้าต่างพลางวอนขอทั้งน้ำตา...
"ขอให้เค้าเมตตาผม...อภัยให้ผมแม้ผมจะไม่ผิด...และปล่อยผมไป...ฮึกๆ..ฮึก...พระจันทร์ฮะ~...ได้โปรด~...ฮึกๆ...ช่วยผมที~"
เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายโมงยาม ร่างบางที่เหนื่อยอ่อนนั่งซบหลับไปตรงหัวเตียงใหญ่..มือบอบบางที่เลื่อนตกลงข้างลำตัวเมื่อยามที่เข้าสู่ห้วงนิทราลึกล้ำนั้นยิ่งทำให้คนน่าสงสารดูบอบบางยิ่งกว่าทุกครั้งที่ร่างสูงทอดสายตามอง...สายตาคมดุเหลือบมองถาดอาหารและยาที่เค้าสั่งให้ร่างบางกินก่อนที่จะทอดกลับมามองคนหลับสนิท...
[ดูท่าว่าเธอจะยังคงฤทธิ์มากพอตัวนะ...ถึงได้กล้าขัดคำสั่งชั้นอีก...ไม่แตะอะไรเลยแบบนี้จะดีเหรอ...]
คราบน้ำตาและแรงสะอื้นน้อยๆ ที่ยังคงมีแม้ยามหลับไหลของคนตรงหน้านั้น ยูยะบอกไม่ถูกจริงๆ ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่...แต่พอลองทบทวนจิตใจตัวเองดูอย่างละเอียดดีแล้ว...ร่างสูงพบว่าตอนนี้เค้าอยากช้อนเอาคนตัวบางมาไว้แนบอก วางร่างน้อยนั้นไว้บนตัก แล้วเค้าจะโอบกอดและลูบหลังให้คลายสะอื้น ยูยะพบว่าตัวเองอยากปลอบโยนคนอ่อนแอคนนี้...
แต่เค้าไม่ยอมรับหรอก...ร่างสูงพยายามขับไล่ความสับสนของตัวเองออกไป...ยูยะกลบเกลื่อนความคิดเหล่านั้นด้วยการบอกตัวเองว่าเค้าแค่คิดถึงยูริมากไปเท่านั้น...ไม่ใช่ไดกิ...ไม่ใช่เด็กคนนี้หรอกที่เค้าอยากทำแบบนั้น...
ร่างสูงสง่าค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้คนตรงหน้าเงียบๆ และฉวยหยิบเอายาสมานแผลติดมือไปด้วย...ยูยะค่อยๆ ลูบไล้ยาสมานแผลไปบนร่างกายของไดกิ โดยพยายามทำให้เบามือที่สุด...ไม่ได้สงสารนะ...แค่ไม่อยากรำคาญเวลาที่ทำให้คนตัวบางต้องสะดุ้งตื่นเท่านั้นแหละ...
ร่างสูงมองสำรวจหาบาดแผลที่อาจจะยังไม่ได้ทายาให้ร่างเล็กหลงเหลืออยู่ พลันสายตาคมก็ไปสะดุดเข้ากับข้อเท้าของร่างบางที่ตอนนี้ทั้งบวมเป่งทั้งเขียวคล้ำ...รอยช้ำนั่นดูน่ากลัวมาก
[คงจะปวดมากพอดู...]
ร่างสูงหันไปหยิบยาแก้ปวดบวมอักเสบมาไว้ในมือ ยูยะนั่งชั่งใจอยู่สักพักว่าจะลงมือทายาให้ร่างบางดีหรือไม่ เพราะบวมแบบนี้ถ้าแตะโดนแม้เบามือ ก็คงจะยังเจ็บมากอยู่ดี...แต่ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ อาจจะเจ็บป่วยมากไปกว่านี้อีกก็ได้... พอร่างสูงคิดได้แบบนั้นก็จัดการเปิดฝาแล้วบีบตัวยาออกมา ก่อนที่จะค่อยๆ ป้ายไปบนข้อเท้าบอบบาง...
"อื้อออ...ป้ามิสะฮะ~...ไดจังเจ็บฮะ..."
ร่างบางครางประท้วงอย่างน่ารักทันทีที่ร่างสูงสัมผัสแผ่วเบาไปบนข้อเท้าบอบช้ำ
"หึๆ ละเมอหรอกเหรอนี่"
ยูยะเผลออมยิ้มไปกับอริยาบทน่ารักๆ ของคนตัวบางโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะต้องเป็นฝ่ายตัวแข็งทื่อไปซะเองเมื่อร่างเล็กโผเข้ากอดเค้าเอาไ้ว้แน่น แถมใบหน้าหวานยังยังซบเข้าที่อกแกร่งของเค้าอีก...แล้วร่างบางก็เริ่มละเมอออกมาหนักมากขึ้นอีก เมื่อร่างสูงเริ่มจัดการพันผ้าพันแผลเข้าที่ข้อเท้าปวดระบมของตัวเอง
"ฮือๆ...ผมกลัวแล้ว...อย่าทำผมเลย~ ฮืออออ...ผมจะเชื่อฟัง..."
"อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว...อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาล่ะเจ้าเด็กดื่อ..."
เหมือนจะได้ผลเมื่อคนตัวบางดูจะสงบลงทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเค้า...แต่อาการตัวสั่นนี่มันอะไรกัน?...แม้หลับไหลก็ยังหวาดกลัวงั้นเหรอ?
[ช่วยไม่ได้นะ...คืนนี้จะใจดีด้วยสักคืนก็แล้วกัน...]
ร่างสูงสง่าช้อนเอาคนบนเตียงที่กอดเค้าแน่นขึ้นอุ้ม ก่อนจะบรรจงวางร่างบางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ...ช่วยจัดแจงท่าทางให้คนเจ็บได้นอนสบายๆ ...แต่พอร่างสูงจะผละไป มือบางกับกำชายเสื้อเค้าเอาไว้แน่น...รอยยิ้มเอนดูปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม...
"ช่วยไม่ได้นะไดกิ...คืนนี้คงต้องนอนด้วยกันกับชั้นแล้วล่ะ..."
ร่างสูงล้มกายลงนอนเคียงข้างคนตัวบาง...เสื้อขาวบางของคนตรงหน้าขาดวิ่นเพราะฝีมือของเค้าเอง...ร่างสูงค่อยๆ ลูบไล้ไปบนผิวกายขาวนวลเนียนอย่างเผลอตัว...มือแกร่งดึงสาบเสื้อไร้กระดุมให้เปิดออกมากขึ้น...อกขาวสวยขยับขึ้นลงสม่ำเสมอ...ยั่วยวน...ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะลูบไล้สัมผัสแผ่วเบา
แต่อาการสั่นสะท้านน้อยๆ นั้นก็ทำให้เค้ายั้งคิดได้ทันก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้...ร่างสูงค่อยๆ เลื่อนผ้าห่มเนื้อดีขึ้นคลุมกายบอบบางข้างกัน...แล้วตระกองกอดเอาคนหลับไหลเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งที่ตอนนี้ใจเต้นแรง และเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด...
"ยูริ...ยูริ...พี่ชายนายใจร้าย~"
ไดกิละเมอออกมาแผ่วเบา แต่นั่นก็ดังพอที่จะเรียกความสนใจให้ร่างสูงตื่นจากการหลับไหลได้เกือบจะทันที ดวงตาคมเข้มเหลือบมองไปยังเครื่องบอกเวลาซึ่งแขวนประดับไว้ตรงผนังห้อง
"เพิ่งจะตีสองเองนี่นา...ทำไมตื่นง่ายจังวะเรา...เอ๊ะ!?"
ความร้อนดั่งเปลวไฟที่แผ่ออกมาจากกายบาง เรียกสติให้คนต้นเรื่องรู้ตัวได้ในทันทีทันใด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอัตโนมัติ มือแกร่งอังสัมผัสไปตามจุดชีพจรของคนในอ้อมแขน กายขาวแดงเรื่อด้วยพิษไข้ไปทั้งตัว
"ไข้สูงเกินไป!...นี่เธอ!...ไดกิ!...ไดกิ!!"
ร่างสูงเขย่าตัวเพื่อเรียกสติคนในอ้อมแขนเบาๆ แต่ดูท่าว่าคนตัวบางจะไม่รู้สึกตัว ซ้ำยังเพ้อหนักเข้าไปอีก
"กรี๊ด!!! ช่วยด้วย!!! ...ช่วยด้วยยย!!! ...กลัว!!...กลัวแล้วฮะ!...กลัวแล้ว...ฮือๆๆ...ฮืออออๆ"
"ไดกิ!...ไม่นะ!...รู้สึกตัวเดี๋ยวนี้!...ไดกิ!!"
ร่างสูงตบที่แก้มแดงจัดเบาๆ แต่คนบอบช้ำก็ยังคงเพ้อไม่หยุด...
"พ่อ!! ...แม่!!...อย่าไปทางนั้น!!...ไม่!!!...ฮะ...ยะ...ยูริ~...ช่วยด้วย!...ช่วยพี่ด้วย!!...ยูริ...ขอร้องที...ขอร้องพี่ยูยะที...พี่กลัว!...เค้าไม่ใจดี...ไม่ใจดีเหมือนที่ยูริบอก...เลย...สัก...นิด..."
มือบอบบางเอื้อมคว้าสะเปะสะปะในอากาศพลางกรีดร้องออกมาอีกครั้ง...
"ไม่!!...อย่าไป!..ยูริอย่าไป!!...ไม่นะ...ไม่นะ...พี่ยูยะมาแล้ว...เค้ามาแล้..ว...ต้องหนี!...ต้องหนี!...อย่าเข้ามา...อย่า...อย่า!!!"
สิ้นเสียงกรีดร้องมือบางก็ตกลงคล้ายคนหมดสติทั้งๆ ที่ตอนนี้เองร่างบางก็ยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ...สิ่งที่เห็นทำให้ร่างสูงต้องรีบเขย่าตัวคนตรงหน้าแรงขึ้น...
"ไดกิ!...นี่ไดกิ!! โถ่เว้ย!!!"
ไม่ว่าจะเขย่าหรือร้องเรียกเท่าไหร่ ร่างบางก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติ...ร่างสูงดูท่าว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่แล้ว...เค้ารีบลุกไปหยิบลูกกุญแจในกระเป๋าแจ็คเก็ตตรงปลายเตียงมาไขเอาโซ่ออกจากข้อเท้าบาง ก่อนที่จะช้อนเอาคนป่วยขึ้นอุ้มแล้วเร่งฝีเท้าเตรียมออกจากห้องไปทันที...
"เฮ้ย!!!...ใครอยู่นี่บ้าง!!!"
เสียงร้องเรียกโวยวายอยู่ในห้องเร่งให้ลูกน้องคนสนิทที่เฝ้าอยู่ไม่ไกลจากหน้าห้องมากนักต้องรีบตรงมายังห้องของคนเป็นนาย
"มีอะไรครับนาย!?"
"ช่วยเปิดประตูห้องให้ชั้นที!...ไดกิไม่สบายหนักมาก!..."
สิ้นเสียงผู้เป็นนาย ประตูหนาก็ถูกเปิดออกทันใด...ร่างสูงรีบก้าวออกมา แล้วสั่งการลูกน้องคนสนิทของเค้า
"ช่วยไปเอาเสื้อผ้าของยูริที่ชั้นเอามาด้วยตามไปให้ที่ห้องออนเซนที!"
"ไข้จนตัวแดงขนาดนี้ให้ลงออนเซนจะดีเหรอครับ..."
"คุณแม่ก็ใช้วิธีนี้ตอนที่ยูริไม่สบายมากๆ เหมือนกัน...น่าจะได้ผล!"
"แล้วจะให้ตามหมอมั้ยครับ?"
"ไม่ต้อง!...เดี๋ยวชั้นจัดการเอง!"
ยูยะรีบพาไดกิเร่งรุดไปที่บ่อออนเซนส่วนตัวของเค้า เมื่อเข้าไปภายในแล้ว ร่างสูงก็บรรจงวางคนป่วยลงอย่างเบามือ...เค้าค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าโทรมๆ ของคนตัวขาวออกทีละชิ้นจะหมดสิ้น แล้วหันมาจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองเช่นกัน...จากนั้นร่างสูงก็อุ้มเอาคนตัวบางก้าวลงไปแช่น้ำร้อนในบ่อออนเซน...
ร่างสูงเอื้อมมือคว้าเอาโทรศัพท์เครื่องเล็กใกล้มือแล้วกดหมายเลขที่เข้าจำได้ขึ้นใจเพื่อโทรออกไปหาปลายสายทันที
"ฮัลโหล!...ยาบุพูดครับ!"
"โคตะ!...ชั้นเอง ยูยะ"
"เฮ้ย! เพื่อน! นายกลับมาเมื่อไหร่วะ? ไม่มาทักทายกันเลย"
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนนะ ชั้นมีเรื่องคอขาดบาดตายให้นายช่วย! เดี๋ยวส่งคนไปรับ!!"
"เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ เรื่องคอขาดบาดตาย? เรื่องอะไรวะ? นี่มันตีสองนะเพื่อน!?"
"มีคนไข้ให้นายช่วยชีวิต! อยู่กับชั้น!! ไว้จะเล่าให้ฟัง! ...มาเดี๋ยวนี้เลย!!!"
ตู๊ด~ ตู๊ด~ ตู๊ด~ ตู๊ด~
ทันทีที่สายตัดไป...นายแพทย์หนุ่มก็ถึงกับงงในความร้อนใจของเพื่อนรัก ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นมาว่า...
"หึๆๆ คงจะเป็นคนสำคัญสินะ นายถึงโทรมาเรียกชั้นกลางดึกแบบนี้...แถมร้อนรนซะด้วย~ ...ใครกัน???"
ยาบุ โคตะ นายแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลชื่อดัง ถึงกับหัวเราะอย่างชอบใจ เมื่อเพื่อนรักโทรมาจิกตัวกลางดึกแบบนี้
[ไหนๆ ก็ออกเวรพอดี น่าจะแวะไปดูหน่อยซิว่าคนไข้ที่เจ้าเพื่อนตัวดีเป็นห่วงนักเป็นห่วงหนาจนไม่เกรงใจเพื่อนอย่างชั้นเนี่ย เป็นใครกัน...]
หลังวางสายไปไม่นาน...ร่างสูงก็กดโทรออกไปสั่งให้ลูกน้องเอาเรือออกจากเกาะไปรับหมอยาบุที่ในตัวเมือง ทั้งยังกำชับให้พาตัวมาด่วนที่สุดอีกต่างหาก ทำเอาลูกน้องทุกคนแทบจะติดปีกให้เรือยนตร์บินไปได้เลยทีเดียว
"อื้ออ...หนา..ว..ว...หน..า..ว..ว.." เสียงเล็กแหบพร่า พร่ำเพ้อพร้อมอาการสั่นน้อยๆ
"อะไรกัน?...น้ำร้อนขนาดนี้ยังหนาวอีกเหรอ?.."
ร่างสูงกระชับคนในอ้อมแขนแน่นขึ้นพลางนับเวลาอยู่ในใจ แต่ทว่า...ความเนียนขาวของคนในอ้อมกอดก็ช่างยั่วยวนเขาเสียนี่กระไร...ยูยะพยายามไม่สนใจผิวนุ่มลื่นที่ตัวเองสัมผัสอยู่ในขณะนี้ และพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ตบะแตก ข่มเหงคนป่วยมันกลางบ่อน้ำร้อนนี่...แต่คนตัวบางก็ช่างอ่อนนุ่ม...ทั้งแผ่นหลังที่แนบชิดอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเค้า...เอวเล็กนุ่มเนียนที่ร่างสูงกระชับกอด เลยไปจนถึงสะโพกกลมกลึงบนตักหนา...ศรีษะและกลุ่มผมชื้นเหงื่อเอนซบอยู่กับไหล่ผึ่งผาย เผยให้เห็นช่วงลำคอขาวเนียนดึงดูดสายตาคม...ซอกคอหอมกรุ่นน่าประทับรอยจูบนั่น กำลังปลุกปีศาจร้ายในกายร่างสูงให้ตื่นขึ้น....
แต่ไดกิก็ยังไม่โชคร้ายถึงเพียงนั้น...เพราะร่างสูงยังคงควบคุมความต้องการของตัวเองได้ดีเยี่ยม...ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวเค้าเองจะใจเต้นไม่เป็นส่ำขนาดนี้ก็เถอะ...ร่างสูงเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง และเพ่งสมาธิจ้องมันอยู่อย่างงั้น เพื่อจะได้หันเหความสนใจของตัวเองที่มีต่อร่างอ่อนนุ่มบนตักนี้...เค้าเพ่งอยู่อย่างนั้นจนผ่านไปพักใหญ่...และเมื่อร่างสูงเห็นว่าน่าจะพอกับการแช่น้ำร้อนรักษาอาการคนป่วยแล้ว...เค้าก็จัดการช้อนเอากายขาวสะอาดบนตักตัวเองขึ้นอุ้มแล้วพาขึ้นจากน้ำไปวางบนเตียงผ้าใบตัวใหญ่ จากนั้นก็คว้าเอาผ้าขนหนูนุ่มมือมาเช็ดซับให้กายบอบบางหายเปียกชื้น...ยูยะจัดแจงแต่งกายให้ทั้งไดกิและตัวเค้าเองจนเรียบร้อยดี
ร่างสูงอุ้มร่างบางมุ่งตรงไปยังห้องพักที่เค้าเคยเอาคนตัวเล็กนี่ไปขังไว้ในคราแรก...แล้วเค้าก็ต้องเบาใจขึ้นมากเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนกอดอกนิ่งพิงกรอบหน้าต่าง ส่งยิ้มมาให้เค้า
"ไง! ไปขโมยลูกบ้านไหนมาวะเพื่อน" ยาบุส่งยิ้มยียวนให้ร่างสูงที่อุ้มคนป่วยมาวางบนเตียงกว้าง
"เออ! เดี๋ยวค่อยเล่า! มาดูเค้าดิ เป็นไรมากมั้ยวะ?"
นายแพทหนุ่มก้าวขามายังเตียงไม้สี่เสาที่มีคนป่วยนอนรออยู่ ก่อนเอ่ยถามอาการอย่างเป็นงานเป็นการขึ้นมา...ผิดกับเมื่อกี้ราวกับคนละคน
"อาการก่อนหน้านี้เป็นยังไง?"
"ตัวร้อนเหมือนไฟแล้วก็เพ้อไม่ได้สติเลย"
"เฮ้ย!! นี่มัน!!"
ยาบุหันขวับไปหาเพื่อนรักที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ดวงตาวเรียวยาวจ้องมองอย่างต้องการคำตอบ เพราะร่างบางที่นอนอยู่ตรงหน้านี้ ตัวเค้าเองก็รู้จักดีว่าเป็นใคร...
"อะไร? นายรู้จักเด็กคนนี้เหรอโคตะ?"
"รู้สิ! อาริโอกะ ไดกิ...ลูกชายคนเล็กของ สตาร์คิง กรุ๊ป ...แถมประทานอาริโอกะก็ขึ้นชื่อมากๆ เรื่องหวงลูก...โดยเฉพาะ...คนนี้!...แกทำยังไงเนี่ยยูยะ?"
".................................."
"อย่าบอกนะว่า............"
"ใช่!! ชันลักพาตัวเค้ามา!"
"ยูยะ!! นายกำลังทำให้เกิดเรื่องใหญ่นะ!!"
"ชั้นไม่สน!!! ไม่ว่าใครก็ตาม! ต่อให้เป็นพ่อของเด็กคนนี้ชั้นก็ไม่กลัว!!"
ร่างสูงตอบออกมาอย่างหัวเสียที่เพื่อนของเค้าเซ้าซี้...
"หลังรักษาอาการของเค้า...เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวนะยูยะ"
แววตานิ่งเย็นของ โคตะ ยาบุ ในยามที่จริงจังมากๆ นั้น แม้แต่ร่างสูงเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่ากลัวและมีอำนาจ...เค้าได้แต่พยักหน้ารับและมองดูเพื่อนรักของเค้าตรวจรักษาอาการของร่างบางบนเตียงไปเงียบๆ
"บาดแผลพวกนี้ได้มายังไง?"
"เด็กนั่นจะหนีชั้น เลยกระโดดลงจากระเบียงโน่น...ดีที่ข้างล่างเป็นพุ่มไม้เลยได้แผลอย่างที่นายเห็นนั่นแหละ...ไม่ตายก็บุญแล้ว! ก๋ากั่นไม่มีใครเกิน!"
"โดด!? ชั้นสองเนี่ยนะ!?"
"ใช่!"
"เค้าคงจะกลัวนายมากนั่นแหละ..." นายแพทย์หนุ่มพูดจาประชดประชันเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้
"เป็นอะไรมากมั้ยวะโคตะ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามและแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับคนป่วยอย่างลืมตัว
"ไม่เป็นไรมากหรอก...บอบช้ำมากก็เลยทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนไข้ขึ้นนั่นแหละ...แล้วเค้าอาเจียนหรือว่าแน่นอกอะไรเทือกนั้นมั้ยล่ะ?"
"อาเจียนไม่มี แต่แน่นอกมั้ยไม่รู้"
"งั้นพอหายดีแล้วก็พาไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยนะ...ควรจะเอ็กซ์เรย์ดูหน่อยว่ามีเลือดคั่งภายในตรงไหนมั้ย..เดี๋ยวชั้นจะฉีดยารักษาอาการเบื้องต้นแล้วก็ให้น้ำเกลือไปก่อน"
".............................."
"เอ้า! ยืนอยู่ทำไม? ชั้นจะฉีดยานะ...ออกไปสิเฮ้ย!"
"ฉีดตรงไหนของนาย แล้วทำไมชั้นต้องออกไปด้วย?" ร่างสูงเผลอแสดงอาการไม่พอใจออกมาให้เพื่อนเห็น และงงงันกับท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจของยูยะ
"ตรงสะโพก! ชั้นต้องเลื่องกางเกงของเด็กคนนี้ลง! นายไม่ใช่ญาติ ไม่มีสิทธิ์เห็น ออกไปเดี๋ยวนี้..."
"ไม่! ชั้นจะอยู่ตรงนี้แหละ! จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ!"
"นายนี่ท่าจะเป็นเอามากนะ...เฮ้อ!"
เมื่อเห็นว่าเถียงไปก็ป่วยการ ผู้เป็นหมอก็เลยเลิกสนใจเพื่อนตัวโตที่โคตรจะดื้อด้านเอาแต่ใจตัว และจัดการจับให้ร่างบางค่อยๆ พลิกกายคว่ำลง มือเรียวภายใต้ถุงมือแพทย์สีขาวค่อยๆ เลื่อนขอบกางเกงของคนป่วยลงช้าๆ เผยให้เห็นสะโพกขาวเนียนเต่งตึง จากนั้นเค้าก็จัดการหยิบสำลีชุบแอลกอร์ฮอร์ป้ายเข้าไปบริเวณที่เค้าจะฉีดยา...ยาบุหยิบเข็มฉีดยาที่มีตัวยาเต็มสริ้งค์ของเข็มอยู่ก่อนแล้วขึ้นมา เค้าดันไล่ลมออกจากหลอดเข็มจนหมด ก่อนที่จะฝังเข็มแหลมคมเข้าไปอย่างแม่นยำและฉีดตัวยาให้คนป่วยจนหมดเข็ม...ความเจ็บจากเข็มฉีดยาทำให้ไดกิเริ่มร้องไห้และเพ้อออกมาอีกระลอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้สติ
"ฮึกๆ...อย่า..า..ฮะ...กะ..กลัว...กลัวแล้ว..ฮะ..อย่า...ฮะ..."
นายแพทย์หนุ่มเก็บทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้น และเค้าก็จะได้คำตอบจากเพื่อนรักในไม่ช้านี้แน่นอน...
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเพื่อน แกถึงกล้าก่อเรื่องคอขาดบาดตายอย่างงี้?"
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและคนป่วยก็หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาไปแล้ว...ยาบุก็เริ่มต้นค้นหาความจริงจากปากเพื่อนทันที...แม้ว่าร่างสูงจะก้าวขาเดินหนีเค้าออกไปนอกห้องคนป่วย แต่ยาบุก็ก้าวตามอย่างไม่ยอมแพ้...
"เข้าไปเฝ้าเอาไว้! อย่าให้ก่อเรื่อได้!"
ร่างสูงสั่งลูกน้องสองคนให้เข้าไปในห้องขัง(?)คนป่วย แล้วเดินนำเพื่อนรักไปยังห้องรับแขกที่โถงชั้นล่าง
"ยูยะ! บอกกันมาเถอะว่ะเพื่อน...ดูจากรอยช้ำบนตัวเค้าแล้ว...นายทำอะไรกันแน่วะ!?"
"เป็นหน้าที่ของหมอที่จะต้องรู้ให้ได้เหรอวะโคตะ? ทำไมนายถึงได้สนใจเด็กนั่นนัก!?"
ร่างสูงหันกลับมาตอบอย่างรู้สึกรำคาญแล้วก็หัวเสียที่เพื่อนของตัวเองที่เพิ่งจะเจอกับไดกิแค่ไม่เท่าไหร่ก็ออกอาการอยากจะเข้ามาวุ่นวายเสียเหลือเกิน ใบหน้าคมเข้มดุดันจ้องตอบกับยาบุอย่างไม่ยอมลงให้ง่ายๆ
"ใช่! เป็นหน้าที่ของหมออย่างชั้นที่จะต้องรู้...แต่รู้อะไรมั้ยยูยะ...ที่ชั้นยิ่งต้องรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดนี่ด้วย ก็เพราะหน้าที่ของความเป็นเพื่อนด้วยเว่ย! หน้าที่ที่เพื่อนรักอย่างชั้นต้องทำเพื่อเพื่อนรักอย่างนาย!!"
คำพูดเฉียบคมปานมีดปลายแหลม จ้วงแทงเจ้าไปในใจหินจนทะลุ ยูยะสะอึกกับคำพูดของเพื่อนอย่างแรง และในที่สุดเค้าก็ต้องยอมลงให้ยาบุเหมือนเคย...
"ขอโทษว่ะโคตะ...ตกลง! ชั้นจะบอกนายทุกอย่าง..."
ร่างสูงเล่าเรื่องราวทุกอย่างออกมาให้เพื่อนรักฟังจนหมดเปลือก...และทุกครั้งที่เค้าต้องนึกถึงยูริ แววตาคมดุก็จะเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดอย่างหาที่สุดมิได้ และเมื่อเอ่ยถึงคนต้นเหตุที่เค้าจับตัวมา แววตาก็จะวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจเช่นกัน...ยูยะหวังว่าเพื่อนรักของเค้าจะเข้าใจและอยู่ข้างเค้า...แต่นั่นไม่ใช่ ยาบุ โคตะ แน่ๆ ...ยูยะรู้ดี...
"นี่ฟังนะยูยะ! เด็กนั่นไม่ได้ผิดอะไรเลยนะเว่ย...ที่เรื่องราวมันเป็นไปอย่างนี้เพราะมันควรจะเป็น! นายไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นได้เว่ย! ที่น้องนายเลือกหมอนั่นก็เพราะความรัก!! ...ความรักที่ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครกำหนดได้ว่าให้เกิดขึ้น ให้มีมากหรือน้อย หรือแม้แต่หมดไปได้...ทำใจยอมรับมันสิวะเพื่อน...นั่นคนที่นายรักนะเว่ย เวลาที่เค้ายิ้มอย่างมีความสุขน่ะ นายไม่ดีใจเหรอ...ไม่ว่ารอยยิ้มนั่นจะเกิดขึ้นเพื่อใครก็ตาม แต่นายจะได้เห็นมันตลอดไปนะเว่ย...พอเถอะเพื่อน!...ปล่อยเค้าไปซะ...ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงไปกว่านี้"
"ชั้นไม่แปลกใจว่ะโคตะ ที่นายจะไม่อยู่ข้างชั้น...ชั้นยอมรับว่าเห็นแก่ตัวที่อยากให้รอยยิ้มหรือแม้แต่ทุกสิ่งทุกอย่างของยูริ เป็นของชั้น มีเพื่อชั้นแค่คนเดียว ดังนั้นชั้นจะไม่ปล่อยไดกิไปจนกว่าชั้นจะได้ทรมาณเค้าจนสาสมกัน!!"
"ยูยะ...นายเปลี่ยนไปมากว่ะเพื่อน...นายเหมือนคนที่ชั้นไม่รู้จัก...ในเมื่อนายเลือกที่จะทำแบบนี้ต่อไป...ก็ได้!..ครั้งนี้ชั้นจะถือว่าเพราะมิตรภาพของเราและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...แต่อย่าตามชั้นมารับรู้เรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง...เพราะชั้นจะไม่อยู่เฉยแน่!!"
ยาบุลุกขึ้นยืนทันทีที่พูดจบ และหันหลังเตรียมเดินจากไป แต่ยูยะก็รั้งไว้ให้หันมาคุยกัน
"ทำไมวะโคตะ!? นายชอบเด็กนั่นจนกล้าตัดเพื่อนกับชั้นเลยงั้นเหรอ!!?"
"ไม่หรอกยูยะ...ทากาคิ ยูยะ ยังเป็นเพื่อนรักของชั้นเสมอ...ยูยะที่ไม่ใช่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้นและมีสายตาเลือดเย็นแบบนาย..."
คำพูดและแววตาเย็นชาของยาบุเฉือนใจแกร่งให้เจ็บซ้ำ...เมื่อพูดจบนายแพทย์หนุ่มก็ปลดมือของอีกฝ่ายออกจากแขนตน แล้วก้าวออกจากบ้านไป โดยมีคนสนิทของเจ้าบ้านตามไปส่ง ทิ้งไว้เพียงคำพูดสะกิดใจให้คนเจ้าคิดเจ้าแค้นไร้เหตุผลได้คิดทบทวน...แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ ร่างสูงก็ยิ่งโทษว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะร่างบางคนเดียว...ที่เค้าเสียยูริแล้วยังต้องมาเสียเพื่อนรักไปอีกก็เพราะเริ่มมาจากเด็กคนนั้น...
"อาริโอกะ ไดกิ!...เพราะนายคนเดียว!!"
แม้จะรู้ว่าที่เพื่อนไม่เข้าข้างเป็นเพราะตัวเองทำไม่ถูก แต่ร่างสูงก็ยังเลือกที่จะโยนความผิดทุกอย่างไปลงที่คนตัวเล็กที่เค้าเฝ้าบอกตัวเองว่าเค้าแสนเกลียดชังคนนั้น...ดวงตาคมดุเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างน่ากลัวขึ้นมาในยามที่ยูยะปฏิเสธเหตุผลแท้จริงลึกๆ ในใจ และเลือกหลอกตัวเองด้วยความแค้นต่อไป...





โปรดติดตามตอนต่อไป.................



Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 2



TaDaiki6_Logo FC2 -3



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 2 : บทเรียน




ไดกิยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนใส ร่างบางพยายามสะกดกลั้นความกลัวและความเสียใจเอาไว้ลึกๆ ในใจ และพยายามคิดหาหนทางเอาตัวรอด
[เราต้องหนี!..เราต้องไปจากที่นี่!]
คิดได้ดังนั้นร่างบางก็พาให้ตัวเองมายืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่ร่างสูงกระแทกมันปิดเต็มแรงเมื่อก่อนหน้านี้ ไดกิค่อยๆ บิดลูกปิดประตูอย่างระมัดระวัง ให้เกิดเสียงน้อยที่สุด...แต่ปรากฏว่าลูกบิดนั้นไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ร่างบางรู้ได้ทันทีว่าประตูบานนี้ถูกปิดล็อคไว้จากด้านนอก...โดยไม่รู้ช้า ไดกิรีบวิ่งไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดทิ้งไว้...เท้าเล็กก้าวออกมานอกระเบียง แล้วก็ต้องตกตะลึงแทบตัวชาเมื่อพบกับร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่ระบายความเครียดอยู่อีกระเบียงนึง ซึ่งห่างกันเพียงแค่หนึ่งช่วงแขน...ดวงตาสั่นไหวสบเข้ากับดวงตาคมดุอย่างจัง! ...ไวกว่าจะคิดระวังภัย ร่างบางตัดสินใจปีนข้ามราวระเบียงออกไปนอกชายคาทันที
"นั่นเธอคิดจะทำอะไรน่ะ!?...หยุดนะ!!!"
ร่างสูงตกใจกับการกระทำของร่างบาง...เค้ารีบขยี้บุหรี่ในมือที่เพิ่งเผาไหม้ไปได้ไม่เท่าไหร่ทิ้งไป ยูยะกระโจนข้ามระเบียงห้องตัวเองมายังระเบียงห้องของไดกิได้อย่างง่ายดาย ขายาวก้าวเพียงสองก้าวก็มาถึงตรงที่ร่างบางปีนออกไปแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะคว้าเอาตัวคนตรงหน้าไว้ได้...ไดกิกระโดดออกจากที่ยึดเกาะโดยไม่สนใจว่าข้างล่างจะเป็นอะไรหรือสูงแค่ไหน...
ร่างบอบบางร่วงลงไปต่อหน้าต่อตาร่างสูงที่ตอนนี้เปลี่ยนอารมณ์จากตกใจเป็นโมโหขั้นปรอทแตก
[นี่มันชั้นสองของบ้านนะ!! เด็กนี่ยอมตายแทนที่จะโดนชั้นจับตัวงั้นเร๊อะ!? อย่าฝันไปหน่อยเลย!!!]
ยูยะรีบก้าวออกจากห้องไปทันที เพื่อจะตามไปดูว่าเหยื่อของเค้าจะหนีไปได้อีกสักกี่น้ำ
"โอ๊ย!...เจ็บ...เจ็บจังแฮะ"
ร่างบางถึงกับน้ำตาเล็ด...แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่ไดกิตกลงมาบนพุ่มไม้หนา แม้จะไม่ทำให้ร่างเล็กบาดเจ็บสาหัสหือเสียชีวิตไป แต่ตามร่างกายขาวสะอาดก็โดนขีดข่วนจนได้เลือด...แถมข้อเท้าเจ้ากรรมยังทำท่าว่าจะแพลงอีกด้วย...
แต่ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหนร่างบางก็ต้องรีบหนีไปให้ไกลที่สุด...เค้าอยู่ที่นี่ไม่ได้...จะโดนจับกลับไปอีกไม่ได้...ร่างบางฝืนออกวิ่งไปไม่คิดชีวิต
"หยุดนะไดกิ!!! หยุดอยู่ตรงนั้น!!!"
ร่างสูงโมโหสุดขีดเมื่อพบว่าคนที่ตัวเองตามหา ออกวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นเค้าตรงเข้าไปหา
"หึ! หนีไปให้พ้นนะอาริโอกะ! ถ้าชั้นจับได้...เธอเจ็บตัวแน่!!"
ยูยะเปลี่ยนเส้นทางออกไปทางชายฝั่งทะเล ร่างสูงเดินอ้อมเนินเขาอันเป็นที่ตั้งของบ้านพักของเค้าเข้าไปในเขตป่า...ทางด้านไดกิ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตามมาแล้ว ร่างบางจึงผ่อนความเร็วลง อีกอย่างนึง ตอนนี้ข้อเท้าเจ้ากรรมมันก็ประท้วงตัวเองด้วยอาการปอดแสบไปทั้งขาแล้ว ร่างบางก้มลงมองดูข้อเท้าตัวเองที่เริ่มบวมแดงจนน่ากลัว และเพราะมัวแต่มองข้อเท้าตัวเองจึงไม่ทันได้ระวังตัว...
ไดกิสะดุดเอาท่อนไม้ที่ล้มขวางทางอยู่จนล้มลง แถมข้อเท้าที่อักเสบอยู่แล้วยังไปกระแทกซ้ำที่เดิมอีก...ความปวดแล่นไปทั่วร่างของคนหกล้ม ครั้นพอจะฝืนลุกขึ้นอีกครั้ง ร่างบางก็ไม่สามารถลงน้ำหนักไปที่ขาทั้งสองข้างได้อีก...แต่เพราะหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ไดกิค่อยๆ คราญไปทางชายหาดที่เห็นว่าอยู่ห่างออกไปอีกไม่ไกลแล้ว เรือยนตร์ที่จอดลอยลำเทียบท่าอยู่นั้น ทำให้ร่างบางใจชื้นเห็นหนทางหนีรอด แม้จะเดินไม่ไหว แต่กายเล็กก็ยังคงตะเกียกตะกายไปต่อโดยไม่รู้เลยว่า มัจุราชในคราบเทพบุตรกำลังแสยะยิ้ม และย่างสามขุมเข้ามาหา...เสียงเยือกเย็นดังขึ้นเหนือกายบอบบาง...
"เธอคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือชั้นเหรอ...อาริโอกะ ไดกิ..."
น้ำเสียงเย็นเยี้ยบที่ร่างสูงเค้นออกมานั้นทำให้อีกฝ่ายต้องตัวชา หัวใจดวงน้อยสั่นไหวหวาดกลัว ใบหน้าหวานสวยค่อยๆ หันกลับมายังต้นเสียง...
"คุณ!!!"
"หึ! กล้ามากนะที่คิดจะหนีชั้น!! เอาสิ เอาเลย หนีเลย!!!"
ร่างสูงตวาดใส่อีกฝ่ายอย่างเดือดดาน ก่อนที่จะก้าวเข้ามาประชิดร่างเล็กที่นอนอยู่บนพื้น...กายแกร่งทรุดนั่งลงมาที่ปลายเท้าของร่างเล็ก...
"โอ๊ย!!! ...คุณ!!! ปล่อยนะ!!!"
"ฮ่าๆๆ!!!..เจ็บเหรอ!!? รู้ไว้ซะว่ามันไม่ได้ครึ่งของใจชั้นเลย!!!"
"โอ๊ยยย!!! ปล่อย!!!...ฮึกๆ...ปล่อยขาผม!! ปล่อยยย!!!"
ร่างบางดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด แม้ว่าไดกิจะแสดงออกอยู่เสมอว่าตัวเองไม่ได้อ่อนแอ ...แต่ในเวลานี้ร่างบางก็ไม่อาจที่จะทนได้อีกต่อไปแล้ว...มือแกร่งที่บีบเค้นข้อเท้าบวมเป่งของคนเจ็บไม่มีทีท่าว่าจะเบาแรงลงแม้แต่น้อย แต่กลับยิ่งเพิ่มแรงบีบจนผู้ถูกกระทำอดทนอีกต่อไปไม่ไหว...มือเล็กเอื้อมฉุดข้อมือแกร่งเอาไว้แน่น ดวงตาเศร้าหมองปล่อยให้สายน้ำแห่งความทุกข์ไหลออกมาไม่หยุด...อาการสั่นสะท้านบวกกับเสียงสะอื้นไห้ ตลอดจนน้ำตาสายน้อยของไดกินั้น ทำให้หัวใจด้านชาของยูยะกระตุกวูบไปชั่วอึดใจ...หากแต่เพราะโทสะที่ยังไม่ลดลง เลยทำให้ร่างสูงไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่เลย...
"เจ็บก็ดีแล้ว!! จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาก่อเรื่องกวนอารมณ์ชั้น!!"
ร่างสูงสะบัดมือบางออกจากข้อมือตัวเองก่อนจะยอมปล่อยคนเจ็บแล้วหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง...
"ฮึกๆ...ฮือออ...ฮึก...คุณมัน...คุณ..ฮึกๆ..คุณมันปีศาจ!!!"
"หึๆๆ ใช่!!! กับคนอย่างเธอ มันก็สาสมกันแล้วนี่! ลุกขึ้นมา!!"
ร่างสูกกระชากร่างบางให้ลุกขึ้นยืน แต่เพราะความเจ็บจากข้อเท้าที่อักเสบรุนแรง เลยทำให้ไดกิทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของอีกคน
"เก่งนักไม่ใช่รึไง!? เก่งนักก็ยืนด้วยขาตัวเองสิ!!"
"ฮึกๆ...ทำไม..ฮึก...ทำไมกัน...ฮึกๆ...ทำไม~"
"รำคาญ!!! ถามอยู่ได้ทำไมๆ !!!"
ร่างสูงพลักอีกฝ่ายออกจากอกแกร่งจนร่างเล็กเซถลากระแทกพื้นแข็ง...ร่างสูงหันหลังเดินจากไปพร้อมกับขู่ให้อีกฝ่ายรีบตามมา โดยไม่ได้สนใจร่างบางบอบช้ำที่อยู่ข้างหลังว่าจะเป็นยังไง
"ถ้าเธอคิดว่าหนีรอดก็ไปเลย...แต่บนเกาะนี้น่ะ นอกจากพวกชั้นกับตัวเธอเองแล้ว ก็มีแต่ชาวประมงที่หิวกระหายเรือนร่างขาวๆ อย่างเธอเท่านั้นแหละ...ถ้าคืนนี้อยากสนุกกับว่าที่สามีมากหน้าหลายตาก็ไปเลย!"
ร่างบางทั้งหวาดกลัว ทั้งเจ็บปวดกายใจ...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประเดประดังเข้ามา เกินกว่าที่หัวใจดวงน้อยจะรับไหว...เสียงสะอื้นปานจะขาดใจมิได้ทำให้คนใจร้ายเมตตาเลยสักนิด
"คุณ...ผม...." ...ตุ๊บ!!...ร่างเล็กที่พยายามฝืนยืนขึ้นมา ทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับสติที่ขาดหาย...อาจเพราะสภาพจิตใจที่ย่ำแย่...อาจเพราะความเหนื่อยล้าของร่างกาย...และคงอาจเป็นเพราะ ความกดดันที่รุมเร้า ไดกิจึงช็อคจนสลบไป...
ร่างสูงที่ไม่ได้ยินเสียงอีกคนตามมาจึงหันกลับไปดู แล้วก็ต้องหัวเสียเมื่อคนที่ตัวเองเกลียดชังอ่อนแอน่ารำคาญ...ร่างสูงจิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนที่จะเข้าไปช้อนเอาคนแสนดื้อขึ้นอุ้ม แล้วเดินกลับไปยังบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ของตัวเอง ที่เพิ่งซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้
"มีใครอยู่แถวนี้บ้าง!?...มาช่วยเอาอาริโอกะไปทีซิ!!"
"ครับนาย!!"
ร่างสูงส่งไดกิให้กับลูกน้องคนสนิท ทันทีที่อีกฝ่ายก้าวออกมาจากตัวบ้าน...
"เอาไปไว้ในห้องชั้น! ทำให้ฟื้นขึ้นมาด้วย! ..อ้อ!!..แล้วเฝ้าเอาไว้อย่าให้หนีได้อีก!"
"เอ่อ...แล้วบาดแผลพวกนี้ล่ะครับ?"
"ปล่อยไว้นั่นแหละ!...เดี๋ยวชั้นจัดการเอง!"
คำสุดท้ายที่ออกมาพร้อมแววตาดุดันนิ่งลึก ยากที่จะคาดเดา ทำให้คนอุ้มร่างบางอยู่ในขณะนี้สุดจะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนในอ้อมแขนคนนี้บ้าง...
"ให้ใครไปเอาโซ่มาด้วยนะ..."
"นายน้อย!!!"
"ทำตามที่บอก!!!"
ความเด็ดขาดของผู้เป็นนายนั้น ลูกน้องคนสนิททุกคนรู้ดี...แต่ครั้งดีมันดูจะเกินกว่าเหตุไปสักหน่อย...ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กนี่ไปทำอะไรเข้า นายของพวกเค้าถึงได้เดือดได้ปานนี้...และสิ่งที่ร่างสูงคิดจะทำนั้นพวกเค้าเดาใจไม่ออกเลยจริงๆ ....
หลังจากที่วางร่างบางที่ยังไม่ได้สติลงบนเตียงของผู้เป็นนายแล้ว...ลูกน้องคนสนิทของร่างสูงก็ถอยออกมายืนเฝ้าอยู่ห่างๆ ...และไม่นานเกินรอ ร่างสูงก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องตัวเองพร้อมด้วยลูกน้องอีกสี่คนที่ประจำการอยู่บนเกาะนี้
"เอาโซ่กับแม่กุญแจมาให้ชั้น..."
"นี่ครับนาย!!"
ร่างสูงจัดการล็อคโซ่เข้ากับเสาเตียงด้านนึง ส่วนอีกด้านเค้าก็ใช้มันพันธนาการข้อเท้าบอบบางของไดกิเอาไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็จัดการกระชากเสื้อขาวเนื้อบางของอีกฝ่ายจนกระดุมขาดกระเดนไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว
แผ่นอกขาวยั่วยวนนั้นสั่นไหว ถึงแม้ว่าเจ้าของกายบางจะยังไม่ได้สติ...สิ่งที่ผู้เป็นนายกระทำนั้น สร้างความประหลาดใจให้ลูกน้องทั้งห้าของเค้าเป็นอย่างมาก...ถึงคุณยูยะจะเป็นคนโมโหร้าย แต่พวกเค้าก็ไม่เคยเห็นนายตัวเองดูเป็นคนเลือดเย็นขนาดนี้มาก่อน...
"ถอดเสื้อพวกนายออกซะ!"
"นายจะทำอะไรครับ!!?"
"ชั้นจะกำหราบเหยื่อตัวดีของชั้นน่ะสิ! ว่าอย่ามาแข็งข้อกับ ทากาคิ ยูยะ!!"
"แต่ว่า นายครับ!"
"จะทำตาม...หรือจะออกไปจากที่นี่...ชั้นมหายถึง....ไล่ออกนะ!"
ลูกน้องทั้งห้าของร่างสูงจำต้องทำตามอย่างเกรงผู้เป็นนาย ถึงแม้ว่าคนบนเตียงจะน่าสงสาร แต่พวกเค้าก็ไม่มีทางเลือก...ท่าทีลังเลและแววตาเห็นออกเห็นใจฉายชัดจนร่างสูงหงุดหงิด
"อย่าแสดงออกให้ชั้นเห็นอีกเป็นครั้งที่สอง...ว่าพวกนายสงสารเด็กคนนี้..."
น้ำเสียงเย็นชานั้นบ่งบอกว่าร่างสูงไม่ได้ขู่เล่นๆ เท่านั้น...และเมื่อครูทั้งห้าพร้อมที่จะสอนบทเรียนให้คนน่าสงสารได้รู้สำนึกแล้ว...ก็ย่อมถึงเวลาที่นักเรียนจะต้องตื่นขึ้นมาเสียที...
สำลีชุ่มแอมโมเนียถูกโบกสะบัดอยู่ใกล้ๆ จมูกโด่งรั้น แต่เจ้าของร่างบอบบางกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะได้สติสักที ด้วยความรำคาญใจ ร่างสูงที่ยืนกอดอกมองดูอยู่ไม่ไกลนักจึงก้าวเข้ามาชิดขอบเตียงใหญ่...มือแกร่งเอื้อมไปบีบเข้าเต็มแรงที่ข้อเท้าบอบช้ำของคนที่ตนนึกเกลียดชัง....แล้วมันก็ได้ผล...เมื่อความเจ็บแล่นไปทั่วขาเรียวเล็ก สติของไดกิก็ค่อยๆ ถูกกระตุ้นให้กลับมารับรู้บทลงโทษนี้ช้าๆ
"โอ๊ย...อย่า....อย่าทำแบบนี้..."
เสียงเล็กเบาหวิว เอ่ยประท้วงผะแผ่ว ก่อนที่แพรขนตางามจะขยับเปิดขึ้น...เผยให้เห็นแววตาหม่นเศร้าที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อนอง...และทันทีที่ได้สติ ไดกิก็แทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อพบว่าบัดนี้มีกลุ่มชายฉกรรนจ์เปลือยอก รายล้อมร่างตัวเองที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ย ก่อนที่จะได้ผุดลุกเรียวแขนบางก็ถูกมือสากจับกดเอาไว้มั่น
"น่ะ...นี่...นี่พวกคุณจะทำอะไร!!!"
ร่างเล็กดิ้นสุดแรงเกิด เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น
"อย่าดิ้นน่าคนสวย...อยู่นิ่งๆ ยอมดีๆ ...พี่รับรองว่าน้องต้องถึงสวรรค์แน่~ หึๆๆ"
"อย่านะ!! อย่า!!!!"
ร่างเล็กสะบัดแขนจนหลุดออกจากการจับกดและทันทีที่เป็นอิสระ ไดกิด็กระโดดลงจากเตียงทั้งที่ขายังเจ็บ แต่ร่างเล็กก็วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวร่างสั่นเทาก็ต้องล้มลง เพราะสายโซ่ที่พันธนาการข้อเท้าเค้าเอาไว้...น้ำตาสายน้อยไหลอาบเป็นทาง...เมื่อตระหนักแล้วว่าไม่อาจหนีพ้นสิ่งเลวร้ายที่ยิ่งกว่าตกนรกบนเตียงนั่น...
ร่างบางร้องไห้สะอึกสะอื้นอ้อนวอนร่างสูงตรงหน้า...มือบอบบางสั่นเทาเอื้อมไปยึดจับชายกางเกงยีนส์ของร่างสูง...หวังให้เค้าช่วยเหลือ...ถึงแม้ว่าคนคนนี้จะเป็นคนทำให้ตัวเองต้องเจอเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ แต่ไดกิกลับรู้สึกว่าคนคนนี้เท่านั้นที่จะปกป้องเค้าให้พ้นภัยในครั้งนี้ได้...
"เอาตัวไป!!"
คำสั่งเย็นชาถูกเอ่ยออกจากปากเจ้าของร่างสูงสง่าที่ร่างเล็กหวังให้ช่วย
"ไม่นะ! ได้โปรด...ฮึกๆ...ได้โปรดเถอฮะ...ฮึก...ชะ...ช่วย...ฮึกๆ...ช่วยด้วย~"
ใบหน้าเปื้อนน้ำตา...น้ำเสียงขาดห้วงสิ้นหวัง...แววตาหวาดกลัวที่ได้เห็น...แรงสะอื้นที่สัมผัส...สิ่งเหล่านั้นกำลังสั่นคลอนหัวใจเย็นชาของร่างสูงอย่างบอกไม่ถูก...แม้จะรู้สึกบางอย่างขึ้นมาบ้าง แต่ยูยะก็ยังคงมองดูคนอ้อนวอนด้วยอาการนิ่งเฉย...
ในที่สุดไดกิก็โดนชายทั้งห้าลากกลับขึ้นเตียงไปจนได้ ถึงแม้ว่าร่างบางจะดิ้นรนขัดขืนเพียงใด เรี่ยวแรงที่มีก็ไม่สามารถพาให้ตัวเองรอดได้...แขนเล็กทั้งสองข้างถูกชายสองคนจับกดไว้คนละข้างอย่างแน่นหนา...อกเนียนสวยกำลังถูกลูบไล้สัมผัสจากมือหยาบของชายอีกสองคน...กางเกงสีขาวเนื้อดีที่ไดกิสวมใส่ในวันแต่งงานเพื่อนรักกำลังถูกถอดร่นลงมาจนถึงข้อเท้า ...ร่างกายขาวนวลเต็มไปด้วยบาดแผลจากการหลบหนี...ไดกิกรีดร้องปานจะขาดใจในทุกๆ สัมผัสที่เกิดขึ้น...บทเรียนกำลังดำเนินไปตามที่ใจของคนใจร้ายต้องการสั่งสอน...
"อย่า!!!...อย่านะ!!!....อย่าาา!!!...กรี๊ด!!!"
"บอกให้อยู่นิ่งๆ ได้ยินมั้ย!!!" ...เพี๊ยะ!!!...
ฝ่ามือหนาฟาดลงไปบนแก้มเนียนจนใบหน้าสวยสะบัดหันมาทางร่างสูงที่ยืนมอง...เสียงตบทำให้หัวใจแกร่งวูบไหว...สายตาแห่งความสิ้นหวังบนใบหน้าที่เจ็บปวดนั้นสบเข้ากับดวงตาคมดุ...น้ำตาที่รินไหลของไดกิกำลังจะทำให้ยูยะทนไม่ไหว...ใช่! ไดกิเดาไม่ผิด...ถึงร่างสูงจะเคืองแค้นร่างเล็กนั่นมาหมายเพียงใด แต่ยูยะก็ยังใจไม่แข็งพอ
[นี่เราต้องการอย่างนี้จริงๆ เหรอ???...เราต้องการทำร้ายไดกิถึงขนาดนี้จริงๆ งั้นเหรอ???]
"หยุด!!! พอแล้ว!!! พวกนายออกไปได้แล้ว!!!"
ในที่สุดยูยะก็ทนมองดูไดกิเจ็บปวดทรมาณอย่างเลือดเย็นต่อไปไม่ได้จริงๆ ...ร่างบางสะอื้นไห้หนักหน่วง ตัวบางสั่นเทาจนเห็นไดชัด ร่างเล็กขดกายเข้าหาอ้อมแขนของตัวเองอย่างหวาดกลัว...
เมื่อลูกน้องออกไปหมดแล้ว ร่างสูงก็ก้าวเข้าหาร่างบางบนเตียงทันที...มือแกร่งเอื้อมแตะสัมผัสแก้มเนียนที่มีรอยแดงเป็นจ้ำเพราะแรงตบ
ทันทีที่แตะถูกตัว ร่างบางก็สะดุ้งสุดตัว หลับหูหลับตาร้องขอโดยที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
"ฮืออออ...อย่านะ...อย่า!!...ผมกลัวแล้ว~..ฮึกๆๆ...อย่าทำผมเลย..."
จู่ๆ ยูยะก็เห็นภาพของยูริทับซ้อนขึ้นมาบนสีหน้าและท่าทางของไดกิ...ร่างสูงถึงกับผงะ ขยับกายออกห่าง...ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วดวงใจแข็งแกร่ง...ร่างสูงเริ่มคิดถึงคนที่ตัวเองรักหมดใจ และเปรียบเทียบเข้ากับกรณีของร่างบอบบางตรงหน้าตัวเองโดยไม่รู้ตัว...หากเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับคนที่ตัวเองรัก...เค้าคงบ้าตายแน่...ความรู้สึกผิดผุดขึ้นในใจที่เคยด้ายชาของร่างสูง
ทุกร่องรอยที่ปรากฏอยู่บนกายงามสร้างความเสียใจให้เจ้าของร่างสูงนี้มากมายนัก...หากแต่เพราะทิฐิที่ยังมีอยู่ การแสดงออกของร่างสูงจึงเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจและความรู้สึกที่แท้จริง...
"จำเอาไว้!...ถ้ามีครั้งหน้าที่เธอยังกล้าหนีอีก...ชั้นจะไม่หยุดแค่นี้อีก!!!"
"ฮึกๆ...ฮือออ...ขะ...ฮึกๆ...ขอโทษฮะ...ฮืออออ...ผมขอโทษ..."
"สาบานสิ!! เธอจะไม่หนีอีกเป็นครั้งที่สอง!!"
"ได้โปรด~..ฮึกๆ..ได้โปรดเถอะฮะ...ฮึกๆๆ...ได้โปรด...ปล่อยผม...ฮึก...ฮือออ....ปล่อยผมไป~"
"ไม่!!!...ชั้นจะจองจำเธอเอาไว้!!!...ชั้นจะให้นายทรมาณยิ่งกว่าที่ชั้นเป็น!!!"
หลังจบคำพูด ร่างสูงก็ก้าวออกไปจากห้องทันที...เค้าไม่อยากเห็น...ไม่อยากเห็นสภาพของร่างบอบบางที่เค้าทำร้าย...เพราะถ้ายังมองต่อไป...ยูยะอาจจะใจอ่อนยอมปล่อยไดกิไปจริงๆ
ไดกิสะอื้นไห้ไม่หยุด และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะหยุดได้.....
บางที..... ......
บางที....อาจเป็นวันที่เค้าสิ้นลงหายใจไปก็อาจเป็นได้......
ที่ความทุกข์นี้....
จะสิ้นสุดลง.......................





โปรดติดตามตอนต่อไป............





****************************************************************************************



กำลังเข้มข้นเลยใช่มั้ยคะ...อย่าเพิ่งเกลียดป๋ายะกันน้าาาาา เพราะป๋ายะอาจจะน่าสงสารที่สุดก็ได้....
ช่วงนี้เริ่มไปเรียนแล้ว...แต่ก็จะพยายามหาเวลามาอัพฟิคให้ต่อเนื่องแน่นอน...รอติดตามกันให้นะค้าาาาาาาาาาา
เอาล่ะค่ะ...วันี้เห็นจะเวิ่นได้แค่นี้แหละ
เจอกันตอนหน้านะค้า...และทั้งหมดนี้คือ...แตงไทย ค่ะ!!!

Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 1




TaDaiki3 Cover Fic_Logo


Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 1 : แพะรับบาป



คลื่น...คลื่น...คลื่น.....เสียงคลื่นน้ำซัดซาดเข้าหาผืนทรายดังเบาๆ ดึงให้โสตประสาทกลับมาพร้อมสติสัมปชัญญะของร่างบอบบางบนเตียงไม้สี่เสา...ม่านโปร่งบางปลิวไหวไปตามสายล่มอ่อนที่พัดหอบเอาความเย็นเข้ามาทางหน้าต่าง...เปลือกตาบางกระพริบไล่ความงุนงงเพื่อปรับการมองเห็น แพรขนตาดำขลับขยับขึ้นลงก่อนที่ดวงตาใสจะเบิกค้างกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
[ที่นี่ที่ไหน?...เรามาอยู่นี่ได้ยังไง??]
ร่างบางเริ่มทบทวนความทรงจำ แต่คำตอบที่ได้กลับว่างเปล่า...เค้าจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ร่างบางผุดลุกขึ้นนั่งพลางหอบหายใจเอาอากาศเย็นชื้นเข้าปอด พยายามคุมสติตัวเองไม่ให้ตกใจไปมากกว่านี้
[ใจเย็น...ใจเย็นๆ...ใจเย็นก่อนไดกิ!]
ร่างบางมองสำรวจไปรอบกาย เริ่มตั้งแต่ม่านลูกไม้สวยงามที่ใช้ประดับเป็นมุ้งและรวบชายเอาไว้กับเสาเตียงทั้งสี่ด้าน โต๊ะข้างเตียงที่มีแจกันคลิสตัลสูงค่าสมกับช่อกุหลาบสีดำสนิทตั้งประดับอยู่บนนั้น กุหลาบสีดำ แม้งดงามหากแต่ก็ดูลึกลับ ซ่อนเร้น และน่ากลัว...ดวงตาสวยมองเลยออกไปยังม่านผืนยาวโปร่งบางที่กำลังปลิวรับลมตรงหน้าต่างทรงสูงที่ถูกเปิดเอาไว้ก่อนที่สายตาสั่นไหวจะไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงสง่าในเงาตู้หนังสืออีกฝากฝั่งของห้อง ดวงตากลมโตพยายามเพ่งมองบุรุษหนุ่มที่ยังไม่ยอมเยื้องย่างออกมาจากเงาดำทะมึน...
"ตื่นแล้วสินะ...หวังว่าเธอคงจะหลับสบายนะ"
เสียงเค้าทุ้มนุ่ม แต่มันกลับทำให้ไดกิรู้สึกถึงคำว่าหนาวเข้ากระดูกได้ทันที มือบางถูกยกขึ้นโอบกอดร่างกายตัวเองเอาไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อบุรุษนิรนามก้าวพ้นออกมาจากมุมมืดมิด...ใบหน้าคมเข้มยามต้องแสงที่ลอดผ่านเข้ามานั้นดูราวกับเป็นเทพบุตร...แต่ดวงตาคมดุคู่นั้นกลับเย็นชาจนต้องถอนสายตาด้วยความหวาดหวั่น
น้ำเสียงใสกังวานถูกเปล่งออกไปในยามนี้ที่ร่างบางต้องการคำตอบ...
"คุณเป็นใคร?...ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่?"
แม้จะหวาดกลัวชายแปลกหน้าผู้นั้น...แต่เจ้าของรอยยิ้มสดใสของใครๆ นั้นก็สามารถเก็บกดอาการไว้ภายใต้การแสดงออกที่นิ่งเฉยได้อย่างมิดชิด
ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางช้าๆ ดั่งราชสีห์ก้าวเข้าหาเหยื่อ...
"ทา...หึ!...ทำไมชั้นต้องตอบ...เธอไม่มีสิทธิ์รู้ชื่ออันไพเราะของชั้น...สิ่งที่เธอจะได้จากชั้น คือความเจ็บปวด...สูญเสีย..และทุกข์ทรมาณ...รอยยิ้มและความสดใสนั่น ชั้นจะพรากมันไปเอง!!!"
สิ้นเสียงตวาดกร้าวนั้น ไดกิรู้สึกราวกับโลกทั้งโลกถล่มทลาย มือบอบบางกอดกระชับตัวเองแน่นมากขึ้นราวกับตอนนี้ร่างบางได้ตกลงไปอยู่ในโลกแห่งความมืดมนและเหน็บหนาว...หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยคำถามจากการจับต้นชนปลายไม่ถูก...ไดกิไม่รู้ว่าคนตรงหน้านี้เป็นใตร และตัวเองเคยไปสร้างความเจ็บปวดอะไรให้คนคนนี้ ดวงตาคมเข้มแม้เย็นชา แต่ก็ไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นความเจ็บปวดเอาไว้ได้...
"ทะ..ทำไม..."
"อยากรู้งั้นสิ..หึ..หึๆ!!..คิดสิ...คิดให้ออก!!!"
เจ้าของร่างสูงสง่าคว้าเรียวแขนขาวบอบบางแล้วกระชากอีกคนให้ปลิวตามแรงเข้ามาปะทะอกแกร่ง ไดกิแทบยั้งยืนไม่ทัน เมื่อตนต้องลงจากเตียงมาตามแรงอารมณ์ของร่างสูงแข็งแรงคนนี้
"ผมไม่รู้จักคุณ!!!"
เสียงเล็กตวาดกลับไปอย่างคนไม่ยอมแพ้ แต่ผลของการกระทำนั้นทำให้ไดกิแทบน้ำตาร่วงเพราะความเจ็บปวด เมื่อคนที่จับแขนทั้งสองข้างของเค้าเอาไว้นี้ออกแรงเขย่าจนร่างบางแขนแทบหัก
"เธอพรากความรักของชั้นไป! ทำไม...ทำไม!!...ทำไม!!!"
"ผมไปพรากความรักอะไรของคุณ!! ผมไม่รู้จักคุณ!! ปล่อยผมนะ!!!"
ร่างบางดิ้นรนขัดขืน หวังที่จะหลุดจากการบันดาลโทสะของคนตรงหน้า...แต่ยิ่งดิ้น มือแข็งแกร่งก็ยิ่งบีบแขนเล็กแน่นมากขึ้น...
"โอ๊ะ..โอ๊ย! โอ๊ย!! ปล่อยนะ!! ปล่อยผม!!!"
แม้จะเจ็บมากเพียงใด แต่ร่างบอบบางก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงให้อีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย...เห็นแบบนั้นแล้ว ร่างสูงจึงรวบเอาคนตัวบางเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งของเค้าทันที
"เธอไม่รู้จักชั้น!!?...งั้นจะบอกให้รู้เอาไว้...คนที่เธอพรากไป คนที่สำคัญกับชั้นยิ่งกว่าใครๆ คนที่ชั้นรักเค้าหมดใจ...คนที่เธอยิ้มระรื่นอวยพรให้เค้าที่โบถส์...คนๆนั้น...คนที่ชั้นรักคนนั้นคือยูริ!!!"
"อะไรนะ?...นี่คุณ...หรือว่าคุณคือ..."
"ใช่! ชั้นเอง!! พี่ชายที่แสนดีที่เค้าเคยรักและมีแต่ชั้นในหัวใจ!!!"
"แล้วคุณหายไปไหนมา!!? ในวันที่ยูริไม่มีใคร ในวันที่เค้าสูญเสียครอบครัวที่สำคัญไปเมื่อสามปีก่อนคุณไปอยู่ที่ไหน เป็นคุณนั่นแหละที่ทิ้งเค้า!!!"
ร่างบางยังคงสร้างโทสะให้อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ สิ่งที่ไดกิรู้คือ ก่อนนี้..เพื่อนรุ่นน้องตัวเล็กเคยเฝ้ารอพี่ชายที่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ รอด้วยความสิ้นหวัง...และที่ไดกิรู้อีกอย่างคือ ยูริมีรักบริสุทธิ์ที่มอบให้เพียงเรียวสุเกะคนเดียวเท่านั้น...ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ร่างบางรู้ดีว่าเจ้าของหัวใจรักของเพื่อนตัวเล็กนั้นเป็นใคร...และที่แน่ๆ ไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์คนนี้แน่นอน!
"อาริโอกะ ไดกิ!!! เธอกล้ามาก!!!"
"ตอนนี้เค้าก็ยังรักคุณ!! ยูริยังคงรักคุณเพราะคุณเป็นครอบครัว..เป็นพี่ชาย!!!"
"ไดกิ!!! หยุดเดี๋ยวนี้!!!"
"ไม่หยุด!!! จะเหตุผลอะไรของคุณผมไม่รู้หรอกนะ! แต่ทั้งยูริและเรียวสุเกะ เค้าเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน! ทำไมคุณไม่อวยพรให้คนที่คุณรักและยอมรับมันล่ะ!? ยูริรักคุณในแบบพี่ชาย!! พี่ชายเท่านั้น!!... โอ๊ยย!!!"
ร่างบอบบางถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนเตียง ตามด้วยร่างสูงที่ตามมากดแขนเล็กบางเอาไว้แน่น เสียงทุ้มบัดนี้เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเย็นชาราวมีดน้ำแข็งที่เชือดเฉือนไปบนเนื้ออ่อนๆ ให้ทั้งเจ็บปวดและเหน็บหนาว...
"ถ้าเธอ!...ไม่พาให้มันเข้ามา!...ในชีวิตของยูริก็ต้องมีแต่ชั้น!...ยูริจะรักแต่ชั้น!...และชั้นไม่สนว่าเค้าจะรักชั้นแบบไหน!!...ในเมื่อเธอ! เก่งกล้าสามารถขนาดนี้...งั้นก็เอาตัวให้รอดจากความมืดมิดที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตเธอให้ได้เถอะ! อาริโอกะ ไดกิ!!"
สิ้นคำประกาศิต ร่างสูงก็ทิ้งให้คนบนเตียงต้องกอดตัวเองด้วยความหวาดกลัว เรียวแขนขาวบัดนี้เป็นจ้ำแดงเป็นรอยนิ้วมือแกร่ง ที่ตอนนี้เจ้าของร่องรอยเอง ได้ก้าวพ้นประตูหนาออกไปแล้ว และกระแทกมันปิดกลับมาเต็มแรงจนเสียงของมันดังสะนั่นหวั่นไหวให้คนคนตัวบางต้งสะดุ้งเฮือก...
[ทากาคิ ยูยะ...เป็นเค้าสินะ...พี่ชายที่แสนดีของยูริ ที่ยูริมักจะเล่าให้ชั้นฟังอยู่เสมอ...ชั้นจะทำยังไงดี...]
เวลานี้ร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น...ความกลัวเค้าจับกุมจิตใจอ่อนไหว...เมื่อไร้เงาคนใจร้าย น้ำตาสายน้อยก็ไหลอาบแก้มเนียนลงมาไม่หยุด...ร่างบางที่แสร้งว่าตัวเองเก่งกล้าเมื่อก่อนหน้านี้ ก็ปล่อยให้อารมณ์อ่อนไหวแสดงตัวออกมาในที่สุด...ความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ...โทษที่ตัวเองไม่ควรได้รับ...
[คนใจดีอบอุ่นของยูริไม่มีอีกแล้ว...]
ไดกินึกภาพพี่ชายที่แสนดีของรุ่นน้องตัวเล็กไม่ออกสักนิด...
[ทำไมกัน...ทำไมเรื่องมันถึงดำเนินมาในทางนี้ได้...]
-สี่ปีก่อนหน้านี้-
"ฮึกๆ..พี่ชาย~..ฮึกๆ..พี่จะทิ้งยูริไปไกลถึงอังกฤษจริงๆ เหรอ~..ฮึกๆ..จริงเหรอฮะ..."
"ยูริ...ยูริ...โถ่ยูริอย่าร้องไห้สิครับ...อย่าร้องไห้เลยนะ...พี่ไปสี่ปีก็กลับแล้ว...อยู่ทางนี้เป็นเด็กดีนะครับ...อยู่รอพี่กับคุณพ่อคุณแม่พี่นะ...นะ.."
ทากาคิ ยูยะ เมื่ออดีตนั้น...เพื่อความฝันที่เค้าตั้งใจจะทำเพื่ออนาคตที่เค้าอยากให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนนี้ร่วมแบ่งปัน...ไม่ใช่ในฐานะพี่ชาย...แต่เป็นผู้ชายคนนึงที่รักคนตัวเล็กนี้จนหมดใจ...เค้าจำต้องไปแสวงหาประสบการณ์ และสร้างอนคตให้แข็งแกร่งพอที่จะเป็นผู้สืบทอดที่ดีให้กับกิจการของครอบครัว...เค้าอย่างจะเติบโตเป็นทั้งทายาทที่ดี เป็นทั้งพี่ชายที่น่าภาคภูมิใจ และเป็นคนที่ยูริจะพึ่งพาได้อย่างมั่นคง...และเมื่อถึงเวลานั้น...เค้าจะสารภาพรักกับคนตัวเล็กที่เค้าแสนรักคนนี้ และยังตั้งใจที่จะขอคนตัวเล็กแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว...
ตั้งแต่ที่อาเขยของเค้า พาอาสาวออกเดินทางไปแสวงหาความสำเร็จทางธุรกิจและได้นำ จิเนน ยูริ ลูกชายเพียงคนเดียวมาฝากฝังไว้กับครอบครัวของเค้าเมื่อห้าปีก่อนนั้น ยูยะก็ได้สาบานกับตัวเองแล้วว่า เค้าจะต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ได้!...เค้าคอยจะทะนุถนอมน้องน้อยของเค้าและคอยปกป้องเอาไว้เป็นอย่างดีตลอดมา...แต่ไม่คิดเลยว่า...เมื่อยูยะจากไปได้เพียงปีเดียว...ยูริก็ต้องพบกับจุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งใหญ่โดยที่ไม่มีเค้าคอยอยู่เคียงข้าง...
น้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในคราวเดียวกันจากเหตุเครื่องบินตก...ทิ้งไว้เพียงทรัพย์สินทั้งหลายที่คุณอาทั้งสองได้สร้างมันขึ้นมาร่วมกับกลุ่มทุนของยามาดะในนามของ กลุ่มวายซี คอร์เปอร์เรท หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในวงการธุรกิจในนามวายซีกรุ๊ป...ทางจิเนนและยามาดะเป็นหุ้นส่วนบริหารงานร่วมกันด้วยดีมาตลอด จนกระทั่งสูญเสียหุ้นส่วนสำคัญไปอย่างกระทันหัน ทางยามาดะก็ยังคงซื่อตรงกับทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของสหายรักทางธุรกิจของพวกเค้า
เพราะเหตุนี้ยูริจึงต้องก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงานแทนพ่อแม่ของเค้าทั้งที่ยังไม่พร้อม ตำแหน่งกรรมการบริการดูจะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกับคนตัวเล็กของยูยะที่เคยมีเค้าคอยดูแลปกป้องมาโดยตลอด...คนรอบกายร่างบางที่เค้าหวงแหนที่พอจะไว้ใจได้ นอกจากยามาดะและ ก็มีเพียงอาริโอกะ ไดกิ เท่านั้น...ด้วยว่าไดกิเป็นรุ่นพี่ที่ยูริสนิทสนมด้วยมาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น และยังรักเหมือนเป็นพี่ชายอีกคนของเค้า...อาริโอกะ ไดกิ...เค้าคนนี้เอง ที่เป็นคนแนะนำให้ยูริได้รู้จักกับเรียวสุเกะ คู่ชีวิตในเวลานี้ของเค้าเอง...
จะว่าไปก็เหมือนโลกกลม...เพราะไดกิกับเรียวสุเกะเป็นเพื่อนสนิทร่วมรุ่นที่จบด้านการบริหารธุรกิจมาด้วยกัน เค้าคนนั้นไม่ได้เป็นเพียงว่าที่ผู้สืบทอดกลุ่มทุนยามาดะเท่านั้น และเมื่อไดกินำพาให้ทั้งคู่รู้จักกัน เรียวสุเกะจึงเป็นทั้งเพื่อน พี่ชาย หุ้นส่วน และคนที่ได้ใกล้ชิดกับยูริที่สุดในฐานะผู้เตรียมความพร้อมให้กับว่าที่ประธานบริหารวายซีร่วมกับเค้าในอนาคต โดยมีไดกิคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ...
และนี่...คือจุดเริ่มต้นแห่งสายใยรักสายใยแค้นของพวกเค้า....

และเมื่อ ทากาคิ ยูยะ สำเร็จการศึกษากลับมาด้วยความภาคภูมิในในฝันที่เป็นไปตามหวังแล้วครึ่งนึง และกำลังจะเป็นจริงอีกครึ่งนึง...แต่เค้ากลับต้องช็อคจนตัวชาตั้งแต่วันแรกที่กลับมาถึงญี่ปุ่น...เมื่อสิ่งที่เห็นบนโต๊ะทำงานของบิดาคือการ์ดแต่งงาน...และในการ์ดใบนั้น สลักชื่อ "จิเนน ยูริ" เอาไว้เคียงข้างกับ "ยามาดะ เรียวสุเกะ" ....ชื่อของคนตัวเล็กที่ร่างสูงรักหมดใจมาโดยตลอด...ยูริที่เค้ารัก...ทุกสิ่งที่เค้าเพียรทุ่มเท...สูญสลายพังทลายลงมาพร้อมกับจิตใจที่มั่นคงของเค้าทั้งหมด...
ดวงตาคมที่เคยฉายแววอ่อนโยน แปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าและเย็นชาในที่สุด ความรู้สึกสูญเสีย โดยที่ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้นั้น ทำร้ายหัวใจแกร่งให้ด้านชา...เค้ามัวแต่ทำตามความฝันจนทอดทิ้งความเป็นจริงที่ร่างสูงคิดเสมอว่ามันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง... อีกสองเดือนคือกำหนดการวิวาห์ของคนทั้งคู่...ยูยะเริ่มตระหนักว่าตัวเองกลับมาช้าเกินไปอย่างนั้นหรือ...มันสายเกินกว่าที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวให้เป็นดั่งใจแล้วหรือยัง...
และความจริงที่ยิ่งทำร้ายหัวใจแกร่งของเค้าให้ตายไปอย่างโหดร้ายที่สุด คือสิ่งที่ออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อของเค้าเอง...
"ยูริรักเค้ามากยูยะ...ลูกต้องปล่อยให้น้องไปมีชีวิตที่น้องได้เลือกเองแล้ว..อย่างที่น้องอยากจะเป็น"
ตลอดสองเดือนก่อนงานแต่งงานของยูริจะมาถึง ยูยะไม่มีโอกาสได้พบกับคนที่เค้ารักเลยแม้สักครั้ง ยูริเองก็วิ่งวุ่นอยู่กับการเตรียมงานแต่งของตัวเองกับคนรัก แถมคนของพ่อเค้าเองก็ถูกสั่งให้คอยติดตามเค้าทุกฝีก้าว ราวกับกลัวว่าเค้าจะทำให้งานแต่งน้องต้องพังลงอย่างนั้น
ร่างสูงเลยทำได้เพียงแค่ส่งคนของตนไปสื่บความเป็นมาเป็นไปในเวลาที่เค้าไม่ได้อยู่ที่นี่...จนได้รู้เรื่องราวอย่างละเอียด รวมถึงตัวเชื่อมเรื่องราวทั้งหมดคนนั้นด้วย ความผิดหวังและเสียใจทำให้ยูยะพุ่งเป้าความแค้นจากความเจ็บปวดในใจนี้ไปที่ตัวต้นเหตุคนนั้นทั้งหมดโดยไม่สนใจว่าแท้ที่จริงแล้ว มันเกิดจากอะไรกันแน่...

กุหลาบดำ...ถูกร่างสูงนำมาเพื่อแสดงให้คนที่เค้ารักเห็นว่าจิตใจแข็งแกร่งของเค้าเป็นอย่างไรในวันแต่งงานนี้...แต่แล้วหัวใจที่ตายไปแล้วตลอดสองเดือนที่ผ่านมาของเค้าก็ได้เวลาฉูบฉีดความแค้น และเต้นเร้าขึ้นมาอีกครั้ง ความแค้นที่เคยมา เพิ่มมากขึ้นทบเท่าพันทวี...เมื่อสายตาคมกล้าได้มองเห็นใบหน้าสุขสดใสของเจ้าของร่างบอบบางที่เป็นต้นเหตุแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ผ่านมา...อาริโอกะ ไดกิ!...เด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มสดใสกำลังยิ้มระรื่นอยู่ข้างกายคู่รักที่น่าอิจฉา...
สองขายาวที่กำลังจะมุ่งตรงไปหาคนที่เค้ารัก พลันเปลี่ยนเส้นทางอย่างรู้ใจเจ้าของร่างสูงสง่า...เค้าพาตัวเองก้าวเข้าไปในโบถส์หลังเก่าคล่ำครึและเฝ้าดูความเป็นไปอยู่ในนั้นอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะตัดสินใจ ทำในสิ่งที่เค้าเองคิดว่าสาแก่ใจแล้วในเวลาต่อมา....




โปรดติดตามตอนต่อไป........



***************************************************************************************


ฮี่ๆๆๆๆ
เป็นยังไงบ้างค้าาาาาาา ฟิคเรื่องนี้ วันนี้มีเวลาว่างนิดหน่อยเลยรีบมาอัพก่อนเข้าเรียนคลาสสุดท้ายของวันนี้ ติชม แสดงความคิดเห็นกันได้จ้า...เม้าๆ กัน เม้าๆ กันนนนนน
เดี๋ยวค่ำนี้ จะกลับมาคุยด้วยนะค้าาาาาา (มีคนคุยกับแกรึ?) ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วเจอกันค่ะ...
Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก บทนำ



TaDaik Artwork 5_Logo FC2



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai

INTRO



วันวิวาห์แสนหวานถูกจัดขึ้นด้วยความรักของคนทั้งคู่ที่ยืนสาบานรักต่อหน้า สักขีพยานเต็มโบถส์คาทอลิคอันวิจิตรสวยงาม ท่านสาธุคุณกำลังประกาศความเป็นสามีภรรยาให้คู่รักตรงหน้า...
หนึ่ง คือชาย หนุ่มรูปงามทายาทตระกูลยามาดะ เจ้าของธุรกิจใหญ่โตและเป็นที่น่าจับตามอง...อีกหนึ่ง คือ คนที่ผมรักหมดใจ...เจ้าของใบหน้าอ่อนหวาน...นัยส์ตาบริสุทธิ์ที่บัดนี้ไม่มี พี่ชายคนนี้สะท้อนอยู่ในนั้นอีกแล้ว "จิเนน ยูริ"
นั่น คือชื่อของเค้า...เด็กชายตัวน้อยที่ผมเฝ้าถนอมมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ตั้งแต่ที่อาสาวและอาเขยของผมจับจูงเค้าเอามาฝากฝังให้ครอบครัวของผม ดูแล...ยูริตัวน้อยของผมเติบโตขึ้นมาด้วยการอบรมเลี้ยงดูด้วยความรักของบ้าน เรา และ...ด้วยความรักของผม...
...ไม่ นึกเลยว่าห่างกันไปแค่สี่ปี...เมื่อผมกลับมาอย่างภาคภูมิใจในการสำเร็จการ ศึกษาจากอังกฤษ ผมตั้งใจจะกลับมาสารภาพรักและสร้างอนาคตไปด้วยกันกับเค้า...ไม่นึกเลยว่า ที่ตรงนั้น ข้างๆ ยูริที่ควรจะเป็นที่ที่ผมควรจะยืนอยู่...ไม่ใช่เค้า..ไม่ใช่ "ยามาดะ เรียวสุเกะ" ...
และเด็กหนุ่มคน นั้น...เด็กหนุ่มร่างบอบบางคนนั้น "อาริโอกะ ไดกิ" ..คนที่พรากทุกอย่างไปจากผม...คนที่...ทำให้ความรักเติบโตขึ้นในใจยูริ... ความรักที่ไม่มีผมอยู่ในนั้น...ความรักที่มีแต่เค้าคนนั้น...ผมจะตอบแทนให้ สาสม...
"จะเอายังไงครับนาย" ชายร่างกำยำในชุดดำเอ่ยถามเจ้าของร่างสูงสง่าตรงหน้า
"เริ่มงานตอนเสร็จพิธี...อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด"
"ครับนาย!!!"
เมื่อสิ้นคำสั่งผู้เป็นนายใหญ่ ชายฉกรรนจ์ทั้ง 5 ก็หลบออกไปอย่างเงียบเชียบ รอเวลาจัดการตามคำสั่ง
"หึ!... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!!" เจ้าของร่างสูงทอดสายตาเย็นเยี้ยบจ้องมองเหยื่อร่างขาวบางที่บัดนี้ยังยิ้ม ร่าด้วยความยินดีกับคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันในพิธีแต่งงาน...
[รอย ยิ้มอันสดใสนั่น...นายยิ้มให้พอเถอะ...เพราะจากนี้ไป...น้ำตาของนายเท่านั้น ที่ชั้นจะให้มันอยู่บนใบหน้าของนาย...อาริโอกะ ไดกิ!] มือแกร่งขยำกุหลาบสีดำในมือจนแหลกละเอียด ทิ้งไว้เพียงเศษซากแห่งความงามที่กองอยู่บนพื้นไม้เก่าเขลอะฝุ่นตรงริม หน้าต่างทรงกลมบนโบถส์หลังเก่าที่สามารถมองเห็นทุกความเป็นไปของความสุขแสน ขมของร่างสูง...ในโบถส์หลังใหม่ที่สวยงามแห่งนั้น....ร่างสูงค่อยๆ ก้าวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ...
"เรียว สุเกะ! ยูริ! ยินดีด้วยน้าาาาาาา" ไดกิ...เจ้าของร่างบอบบางยิ้มสดใส รอยยิ้มของเค้าสามารถทำให้บรรยากาศรอบกายสดใสตามไปด้วยได้อย่างง่ายดาย

"ขอบคุณฮะไดจัง...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างเลย..." ใบหน้าสวยหวานแดงเรื่อ มือขาวนุ่มนิ่มถูกคนรักจับกุมไว้อย่างหวงแหน
"ขอบคุณจริงๆ นะครับไดจัง...ที่ผมกับยูริมีวันนี้ได้ก็เพราะไดจังช่วยแท้ๆ"
"ไม่ เป็นไรหรอกเรียวสุเกะ...ยูริ...ผมไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการแนะนำให้คุณทั้ง คู่รู้จักกันในวันนั้น...รักแรกพบสินะฮะ...ผมเองก็อยากจะเจอคนรักที่เป็น พรหมลิขิตแบบนี้จัง...ฮะๆๆ"
"ให้ ผมช่วยแนะนำเพื่อนเจ้าบ่าวของผมให้มั้ยครับไดจัง อิโนโอะ น่ะ...น่าสนใจนะครับ" ร่างหนาขยิบตาให้ยูริ และหัวเราะกันออกมาจนคนตรงหน้าต้องออกปากห้าม
"ไม่ เอานะฮะ! ที่ผมอยากได้ คือรักแรกพบเหมือนยูริต่างหากล่ะ...กับอิโนะจังน่ะ...ถึงเค้าจะอบอุ่นแต่ก็ ไม่ได้เป็นรักแรกพบนี่นา...หัวใจของผมไม่เห็นจะจุดพลุตูมตามได้อย่างที่ยูริ เล่าให้ฟังถึงเรื่องตอนที่เจอคุณวันแรกเลยนี่นา ฮ่าๆๆ"
เมื่อส่งคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันขึ้นรถไปฮันนีมูนกันแล้ว แขกเหลื่อก็ทะยอยกันกลับออกจากงาน...ร่างบางยืนมองโบถส์หลังงามอย่างมีความ สุข ไดกิยิ้มสวยพลางคิดถึงความต้องการของตัวเอง...
[สัก วันนึงชั้นจะได้ยืนมองสถานที่แห่งความสุขสมหวังนี้กับคนที่ชั้นรักจนอยากจะ ฝากชีวิตที่เหลือเอาไว้ในมือของเค้าคนนั้น...คนที่ตอนนี้ยังไม่รู้จักกัน... คนที่คิวปิคจะนำพาเค้ามาหาชั้น...คนรักแห่งอนาคตของไดกิ...]
ร่างบางเอาแต่เหม่อมองโดยไม่ได้รู้เลยว่าบัด นี้รอบกายที่เคยมีผู้คนมากมายนั้น มีเพียงกลุ่มชายฉกรรนจ์ 5 คนเท่านั้น และก่อนที่ไดกิจะรู้ตัวถึงภัยที่คืบคลานเข้ามาใกล้...สติก็ได้หลุดลอยออกไป เพราะยาสลบแบบเฉียบพลันเสียแล้ว...ร่างบางทรุดฮวบลงในอ้อมแขนนายใหญ่ที่ก้าว เข้ามาเปลี่ยนแปลงและกุมชะตาชีวิตเปราะบาง ในทันทีที่ได้สูดเอายานั่นเข้าไปเต็มปอด ผ่านสเปรย์ในมือของ 1 ใน 5 ชายชุดดำเหล่านั้น....
"หึ! หลับให้สบายเถอะ...แล้วอย่าลืมฝันให้ดีที่สุดด้วยนะ...เพราะจากนี้ไป...มันจะไม่มีอีกแล้ว...อาริโอกะ ไดกิ!"
เสียง ทุ้มกระซิบอยู่ข้างหูของคนไม่ได้สติ แม้สิ่งที่ร่างสูงพร่ำบอกอยู่นี้จะไม่สามารถส่งถึงร่างบางในอ้อมแขนตอนนี้ ได้ก็ตาม... ...กลิ่นหอมอ่อนหวานจากซอกคอของร่างขาวนั้น สร้างความรู้สึกบางอย่างให้เกิดขึ้นในใจผู้ล่า สัมผัสแนบชิดที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ราวกับมีกระแสไฟวิ่งพล่านไปทั่วกายสูงสง่าของเค้า...หากแต่เพราะโทสะที่เก็บ กดมาตลอด ทำให้ร่างสูงเมินเฉยและทิ้งความรู้สึกนั้นไป พร้อมกับส่งร่างในอ้อมแขนตนให้กับลูกน้องจัดการพาขึ้นรถไปโดยไม่แม้แต่จะ สนใจมันอีกเลย....






โปรดติดตามตอนต่อไป.............





Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

1st Time in fc2 ~ Nice to meet you!!!

สวัสดีค่ะ นี่คือการทดสอบทำไดบน fc2 เป็นครั้งแรก 555
ยังงๆ กับมันอยู่บ้าง แต่ก็น่าสนุกดีไม่หยอกเลย

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ แตงไทยค่ะ^^




RY001