Jump Café

A Little happiness around JUMP
Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 3





TaDaiki3 Cover Fic_Logo

Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 3 : สับสน




ความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ร่างสูงเองก็อธิบายไม่ได้ว่าเกิดขึ้นมาเพราะอะไร...ยูยะเลือกที่จะดับมันด้วยบุหรี่ฤทธิ์เย็นที่อัดเข้าปอดอยู่ในขณะนี้ เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่เค้าก็ยอมรับว่ามันทำให้เค้าอยู่ไม่เป็นสุข...เมื่อไม่สามารถดับความว้าวุ่นใจให้หมดไปได้ ร่างสูงจึงตัดสินใจเดินออกไปยังท่าเรือที่มีเรือเล็กของเค้าลอยลำจอดรออยู่ เพื่อที่จะเข้าไปหาความสุขในผับในตัวเมืองที่อยู่อีกฝากฝั่งของทะเล...ร่างสูงจัดการติดเครื่องยนตร์เรือของตัวเองแล้วบ่ายหน้าออกทะเลไปในที่สุด
ทางด้านไดกิผู้สิ้นหวัง ร่างบางนั่งกอดตัวเองร้องไห้ไม่หยุด น้ำตาสายน้อยไม่มีทีท่าว่าจะเหือดแห้งลงแม้สักนิด กายบางเจ็บปวดและสั่นเทา บาดแผลทั้งหลายที่ได้มาก็ยังไม่ได้รับการเยี่ยวยา...แต่จะรักษาไปทำไม...ในเมื่อความทรมานของตัวเองคือความสุขของอีกคน...ปล่อยมันไว้อย่างนี้ก็ดีแล้ว...
"ก๊อกๆๆ"
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้คนบอบช้ำถึงกับสะดุ้งสุดตัว แววตาตระหนกนั่นสั่นไหวเมื่อมองไปยังผู้มาเยือน
"คุณอาริโอกะ...ผมเอาอาหารกับยามาให้...กินซะ...อย่าให้นายต้องจัดการเอง"
"ฮึกๆ...คุณฮะ..ปะ..ปล่อย..ฮึก...ช่วยปล่อยผมไปหน่อยได้มั้ย..."
น้ำเสียงเศร้าสร้อยนั้นเอ่ยถามอย่างหมดหนทาง แม้ในใจพอจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่า...เป็นไปไม่ได้...
"กินข้าวกินยาซะเถอะครับ...นายสั่งไว้..."
เมื่อเสร็จธุระแล้ว...ชายชุดดำก็ก้าวออกไปจากห้องทันที...ทิ้งให้คนเจ็บนั่งจ้องถาดอาหารและยาที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ไหวติง จ้องอยู่สักพักร่างบางก็หันหน้ากลับไปที่เก่า...ไดกิไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารแม้แต่น้อย ร่างบางปล่อยความคิดไปเรื่อยเปลื่อยอย่างคนสิ้นหวัง ดวงตาเศร้าหมองมองขึ้นไปยังพระจันทร์ดวงโตผ่านบานหน้าต่างพลางวอนขอทั้งน้ำตา...
"ขอให้เค้าเมตตาผม...อภัยให้ผมแม้ผมจะไม่ผิด...และปล่อยผมไป...ฮึกๆ..ฮึก...พระจันทร์ฮะ~...ได้โปรด~...ฮึกๆ...ช่วยผมที~"
เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายโมงยาม ร่างบางที่เหนื่อยอ่อนนั่งซบหลับไปตรงหัวเตียงใหญ่..มือบอบบางที่เลื่อนตกลงข้างลำตัวเมื่อยามที่เข้าสู่ห้วงนิทราลึกล้ำนั้นยิ่งทำให้คนน่าสงสารดูบอบบางยิ่งกว่าทุกครั้งที่ร่างสูงทอดสายตามอง...สายตาคมดุเหลือบมองถาดอาหารและยาที่เค้าสั่งให้ร่างบางกินก่อนที่จะทอดกลับมามองคนหลับสนิท...
[ดูท่าว่าเธอจะยังคงฤทธิ์มากพอตัวนะ...ถึงได้กล้าขัดคำสั่งชั้นอีก...ไม่แตะอะไรเลยแบบนี้จะดีเหรอ...]
คราบน้ำตาและแรงสะอื้นน้อยๆ ที่ยังคงมีแม้ยามหลับไหลของคนตรงหน้านั้น ยูยะบอกไม่ถูกจริงๆ ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่...แต่พอลองทบทวนจิตใจตัวเองดูอย่างละเอียดดีแล้ว...ร่างสูงพบว่าตอนนี้เค้าอยากช้อนเอาคนตัวบางมาไว้แนบอก วางร่างน้อยนั้นไว้บนตัก แล้วเค้าจะโอบกอดและลูบหลังให้คลายสะอื้น ยูยะพบว่าตัวเองอยากปลอบโยนคนอ่อนแอคนนี้...
แต่เค้าไม่ยอมรับหรอก...ร่างสูงพยายามขับไล่ความสับสนของตัวเองออกไป...ยูยะกลบเกลื่อนความคิดเหล่านั้นด้วยการบอกตัวเองว่าเค้าแค่คิดถึงยูริมากไปเท่านั้น...ไม่ใช่ไดกิ...ไม่ใช่เด็กคนนี้หรอกที่เค้าอยากทำแบบนั้น...
ร่างสูงสง่าค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้คนตรงหน้าเงียบๆ และฉวยหยิบเอายาสมานแผลติดมือไปด้วย...ยูยะค่อยๆ ลูบไล้ยาสมานแผลไปบนร่างกายของไดกิ โดยพยายามทำให้เบามือที่สุด...ไม่ได้สงสารนะ...แค่ไม่อยากรำคาญเวลาที่ทำให้คนตัวบางต้องสะดุ้งตื่นเท่านั้นแหละ...
ร่างสูงมองสำรวจหาบาดแผลที่อาจจะยังไม่ได้ทายาให้ร่างเล็กหลงเหลืออยู่ พลันสายตาคมก็ไปสะดุดเข้ากับข้อเท้าของร่างบางที่ตอนนี้ทั้งบวมเป่งทั้งเขียวคล้ำ...รอยช้ำนั่นดูน่ากลัวมาก
[คงจะปวดมากพอดู...]
ร่างสูงหันไปหยิบยาแก้ปวดบวมอักเสบมาไว้ในมือ ยูยะนั่งชั่งใจอยู่สักพักว่าจะลงมือทายาให้ร่างบางดีหรือไม่ เพราะบวมแบบนี้ถ้าแตะโดนแม้เบามือ ก็คงจะยังเจ็บมากอยู่ดี...แต่ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ อาจจะเจ็บป่วยมากไปกว่านี้อีกก็ได้... พอร่างสูงคิดได้แบบนั้นก็จัดการเปิดฝาแล้วบีบตัวยาออกมา ก่อนที่จะค่อยๆ ป้ายไปบนข้อเท้าบอบบาง...
"อื้อออ...ป้ามิสะฮะ~...ไดจังเจ็บฮะ..."
ร่างบางครางประท้วงอย่างน่ารักทันทีที่ร่างสูงสัมผัสแผ่วเบาไปบนข้อเท้าบอบช้ำ
"หึๆ ละเมอหรอกเหรอนี่"
ยูยะเผลออมยิ้มไปกับอริยาบทน่ารักๆ ของคนตัวบางโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะต้องเป็นฝ่ายตัวแข็งทื่อไปซะเองเมื่อร่างเล็กโผเข้ากอดเค้าเอาไ้ว้แน่น แถมใบหน้าหวานยังยังซบเข้าที่อกแกร่งของเค้าอีก...แล้วร่างบางก็เริ่มละเมอออกมาหนักมากขึ้นอีก เมื่อร่างสูงเริ่มจัดการพันผ้าพันแผลเข้าที่ข้อเท้าปวดระบมของตัวเอง
"ฮือๆ...ผมกลัวแล้ว...อย่าทำผมเลย~ ฮืออออ...ผมจะเชื่อฟัง..."
"อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว...อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาล่ะเจ้าเด็กดื่อ..."
เหมือนจะได้ผลเมื่อคนตัวบางดูจะสงบลงทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเค้า...แต่อาการตัวสั่นนี่มันอะไรกัน?...แม้หลับไหลก็ยังหวาดกลัวงั้นเหรอ?
[ช่วยไม่ได้นะ...คืนนี้จะใจดีด้วยสักคืนก็แล้วกัน...]
ร่างสูงสง่าช้อนเอาคนบนเตียงที่กอดเค้าแน่นขึ้นอุ้ม ก่อนจะบรรจงวางร่างบางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ...ช่วยจัดแจงท่าทางให้คนเจ็บได้นอนสบายๆ ...แต่พอร่างสูงจะผละไป มือบางกับกำชายเสื้อเค้าเอาไว้แน่น...รอยยิ้มเอนดูปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม...
"ช่วยไม่ได้นะไดกิ...คืนนี้คงต้องนอนด้วยกันกับชั้นแล้วล่ะ..."
ร่างสูงล้มกายลงนอนเคียงข้างคนตัวบาง...เสื้อขาวบางของคนตรงหน้าขาดวิ่นเพราะฝีมือของเค้าเอง...ร่างสูงค่อยๆ ลูบไล้ไปบนผิวกายขาวนวลเนียนอย่างเผลอตัว...มือแกร่งดึงสาบเสื้อไร้กระดุมให้เปิดออกมากขึ้น...อกขาวสวยขยับขึ้นลงสม่ำเสมอ...ยั่วยวน...ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะลูบไล้สัมผัสแผ่วเบา
แต่อาการสั่นสะท้านน้อยๆ นั้นก็ทำให้เค้ายั้งคิดได้ทันก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้...ร่างสูงค่อยๆ เลื่อนผ้าห่มเนื้อดีขึ้นคลุมกายบอบบางข้างกัน...แล้วตระกองกอดเอาคนหลับไหลเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งที่ตอนนี้ใจเต้นแรง และเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด...
"ยูริ...ยูริ...พี่ชายนายใจร้าย~"
ไดกิละเมอออกมาแผ่วเบา แต่นั่นก็ดังพอที่จะเรียกความสนใจให้ร่างสูงตื่นจากการหลับไหลได้เกือบจะทันที ดวงตาคมเข้มเหลือบมองไปยังเครื่องบอกเวลาซึ่งแขวนประดับไว้ตรงผนังห้อง
"เพิ่งจะตีสองเองนี่นา...ทำไมตื่นง่ายจังวะเรา...เอ๊ะ!?"
ความร้อนดั่งเปลวไฟที่แผ่ออกมาจากกายบาง เรียกสติให้คนต้นเรื่องรู้ตัวได้ในทันทีทันใด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอัตโนมัติ มือแกร่งอังสัมผัสไปตามจุดชีพจรของคนในอ้อมแขน กายขาวแดงเรื่อด้วยพิษไข้ไปทั้งตัว
"ไข้สูงเกินไป!...นี่เธอ!...ไดกิ!...ไดกิ!!"
ร่างสูงเขย่าตัวเพื่อเรียกสติคนในอ้อมแขนเบาๆ แต่ดูท่าว่าคนตัวบางจะไม่รู้สึกตัว ซ้ำยังเพ้อหนักเข้าไปอีก
"กรี๊ด!!! ช่วยด้วย!!! ...ช่วยด้วยยย!!! ...กลัว!!...กลัวแล้วฮะ!...กลัวแล้ว...ฮือๆๆ...ฮืออออๆ"
"ไดกิ!...ไม่นะ!...รู้สึกตัวเดี๋ยวนี้!...ไดกิ!!"
ร่างสูงตบที่แก้มแดงจัดเบาๆ แต่คนบอบช้ำก็ยังคงเพ้อไม่หยุด...
"พ่อ!! ...แม่!!...อย่าไปทางนั้น!!...ไม่!!!...ฮะ...ยะ...ยูริ~...ช่วยด้วย!...ช่วยพี่ด้วย!!...ยูริ...ขอร้องที...ขอร้องพี่ยูยะที...พี่กลัว!...เค้าไม่ใจดี...ไม่ใจดีเหมือนที่ยูริบอก...เลย...สัก...นิด..."
มือบอบบางเอื้อมคว้าสะเปะสะปะในอากาศพลางกรีดร้องออกมาอีกครั้ง...
"ไม่!!...อย่าไป!..ยูริอย่าไป!!...ไม่นะ...ไม่นะ...พี่ยูยะมาแล้ว...เค้ามาแล้..ว...ต้องหนี!...ต้องหนี!...อย่าเข้ามา...อย่า...อย่า!!!"
สิ้นเสียงกรีดร้องมือบางก็ตกลงคล้ายคนหมดสติทั้งๆ ที่ตอนนี้เองร่างบางก็ยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ...สิ่งที่เห็นทำให้ร่างสูงต้องรีบเขย่าตัวคนตรงหน้าแรงขึ้น...
"ไดกิ!...นี่ไดกิ!! โถ่เว้ย!!!"
ไม่ว่าจะเขย่าหรือร้องเรียกเท่าไหร่ ร่างบางก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติ...ร่างสูงดูท่าว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่แล้ว...เค้ารีบลุกไปหยิบลูกกุญแจในกระเป๋าแจ็คเก็ตตรงปลายเตียงมาไขเอาโซ่ออกจากข้อเท้าบาง ก่อนที่จะช้อนเอาคนป่วยขึ้นอุ้มแล้วเร่งฝีเท้าเตรียมออกจากห้องไปทันที...
"เฮ้ย!!!...ใครอยู่นี่บ้าง!!!"
เสียงร้องเรียกโวยวายอยู่ในห้องเร่งให้ลูกน้องคนสนิทที่เฝ้าอยู่ไม่ไกลจากหน้าห้องมากนักต้องรีบตรงมายังห้องของคนเป็นนาย
"มีอะไรครับนาย!?"
"ช่วยเปิดประตูห้องให้ชั้นที!...ไดกิไม่สบายหนักมาก!..."
สิ้นเสียงผู้เป็นนาย ประตูหนาก็ถูกเปิดออกทันใด...ร่างสูงรีบก้าวออกมา แล้วสั่งการลูกน้องคนสนิทของเค้า
"ช่วยไปเอาเสื้อผ้าของยูริที่ชั้นเอามาด้วยตามไปให้ที่ห้องออนเซนที!"
"ไข้จนตัวแดงขนาดนี้ให้ลงออนเซนจะดีเหรอครับ..."
"คุณแม่ก็ใช้วิธีนี้ตอนที่ยูริไม่สบายมากๆ เหมือนกัน...น่าจะได้ผล!"
"แล้วจะให้ตามหมอมั้ยครับ?"
"ไม่ต้อง!...เดี๋ยวชั้นจัดการเอง!"
ยูยะรีบพาไดกิเร่งรุดไปที่บ่อออนเซนส่วนตัวของเค้า เมื่อเข้าไปภายในแล้ว ร่างสูงก็บรรจงวางคนป่วยลงอย่างเบามือ...เค้าค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าโทรมๆ ของคนตัวขาวออกทีละชิ้นจะหมดสิ้น แล้วหันมาจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองเช่นกัน...จากนั้นร่างสูงก็อุ้มเอาคนตัวบางก้าวลงไปแช่น้ำร้อนในบ่อออนเซน...
ร่างสูงเอื้อมมือคว้าเอาโทรศัพท์เครื่องเล็กใกล้มือแล้วกดหมายเลขที่เข้าจำได้ขึ้นใจเพื่อโทรออกไปหาปลายสายทันที
"ฮัลโหล!...ยาบุพูดครับ!"
"โคตะ!...ชั้นเอง ยูยะ"
"เฮ้ย! เพื่อน! นายกลับมาเมื่อไหร่วะ? ไม่มาทักทายกันเลย"
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนนะ ชั้นมีเรื่องคอขาดบาดตายให้นายช่วย! เดี๋ยวส่งคนไปรับ!!"
"เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ เรื่องคอขาดบาดตาย? เรื่องอะไรวะ? นี่มันตีสองนะเพื่อน!?"
"มีคนไข้ให้นายช่วยชีวิต! อยู่กับชั้น!! ไว้จะเล่าให้ฟัง! ...มาเดี๋ยวนี้เลย!!!"
ตู๊ด~ ตู๊ด~ ตู๊ด~ ตู๊ด~
ทันทีที่สายตัดไป...นายแพทย์หนุ่มก็ถึงกับงงในความร้อนใจของเพื่อนรัก ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นมาว่า...
"หึๆๆ คงจะเป็นคนสำคัญสินะ นายถึงโทรมาเรียกชั้นกลางดึกแบบนี้...แถมร้อนรนซะด้วย~ ...ใครกัน???"
ยาบุ โคตะ นายแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลชื่อดัง ถึงกับหัวเราะอย่างชอบใจ เมื่อเพื่อนรักโทรมาจิกตัวกลางดึกแบบนี้
[ไหนๆ ก็ออกเวรพอดี น่าจะแวะไปดูหน่อยซิว่าคนไข้ที่เจ้าเพื่อนตัวดีเป็นห่วงนักเป็นห่วงหนาจนไม่เกรงใจเพื่อนอย่างชั้นเนี่ย เป็นใครกัน...]
หลังวางสายไปไม่นาน...ร่างสูงก็กดโทรออกไปสั่งให้ลูกน้องเอาเรือออกจากเกาะไปรับหมอยาบุที่ในตัวเมือง ทั้งยังกำชับให้พาตัวมาด่วนที่สุดอีกต่างหาก ทำเอาลูกน้องทุกคนแทบจะติดปีกให้เรือยนตร์บินไปได้เลยทีเดียว
"อื้ออ...หนา..ว..ว...หน..า..ว..ว.." เสียงเล็กแหบพร่า พร่ำเพ้อพร้อมอาการสั่นน้อยๆ
"อะไรกัน?...น้ำร้อนขนาดนี้ยังหนาวอีกเหรอ?.."
ร่างสูงกระชับคนในอ้อมแขนแน่นขึ้นพลางนับเวลาอยู่ในใจ แต่ทว่า...ความเนียนขาวของคนในอ้อมกอดก็ช่างยั่วยวนเขาเสียนี่กระไร...ยูยะพยายามไม่สนใจผิวนุ่มลื่นที่ตัวเองสัมผัสอยู่ในขณะนี้ และพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ตบะแตก ข่มเหงคนป่วยมันกลางบ่อน้ำร้อนนี่...แต่คนตัวบางก็ช่างอ่อนนุ่ม...ทั้งแผ่นหลังที่แนบชิดอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเค้า...เอวเล็กนุ่มเนียนที่ร่างสูงกระชับกอด เลยไปจนถึงสะโพกกลมกลึงบนตักหนา...ศรีษะและกลุ่มผมชื้นเหงื่อเอนซบอยู่กับไหล่ผึ่งผาย เผยให้เห็นช่วงลำคอขาวเนียนดึงดูดสายตาคม...ซอกคอหอมกรุ่นน่าประทับรอยจูบนั่น กำลังปลุกปีศาจร้ายในกายร่างสูงให้ตื่นขึ้น....
แต่ไดกิก็ยังไม่โชคร้ายถึงเพียงนั้น...เพราะร่างสูงยังคงควบคุมความต้องการของตัวเองได้ดีเยี่ยม...ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวเค้าเองจะใจเต้นไม่เป็นส่ำขนาดนี้ก็เถอะ...ร่างสูงเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง และเพ่งสมาธิจ้องมันอยู่อย่างงั้น เพื่อจะได้หันเหความสนใจของตัวเองที่มีต่อร่างอ่อนนุ่มบนตักนี้...เค้าเพ่งอยู่อย่างนั้นจนผ่านไปพักใหญ่...และเมื่อร่างสูงเห็นว่าน่าจะพอกับการแช่น้ำร้อนรักษาอาการคนป่วยแล้ว...เค้าก็จัดการช้อนเอากายขาวสะอาดบนตักตัวเองขึ้นอุ้มแล้วพาขึ้นจากน้ำไปวางบนเตียงผ้าใบตัวใหญ่ จากนั้นก็คว้าเอาผ้าขนหนูนุ่มมือมาเช็ดซับให้กายบอบบางหายเปียกชื้น...ยูยะจัดแจงแต่งกายให้ทั้งไดกิและตัวเค้าเองจนเรียบร้อยดี
ร่างสูงอุ้มร่างบางมุ่งตรงไปยังห้องพักที่เค้าเคยเอาคนตัวเล็กนี่ไปขังไว้ในคราแรก...แล้วเค้าก็ต้องเบาใจขึ้นมากเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนกอดอกนิ่งพิงกรอบหน้าต่าง ส่งยิ้มมาให้เค้า
"ไง! ไปขโมยลูกบ้านไหนมาวะเพื่อน" ยาบุส่งยิ้มยียวนให้ร่างสูงที่อุ้มคนป่วยมาวางบนเตียงกว้าง
"เออ! เดี๋ยวค่อยเล่า! มาดูเค้าดิ เป็นไรมากมั้ยวะ?"
นายแพทหนุ่มก้าวขามายังเตียงไม้สี่เสาที่มีคนป่วยนอนรออยู่ ก่อนเอ่ยถามอาการอย่างเป็นงานเป็นการขึ้นมา...ผิดกับเมื่อกี้ราวกับคนละคน
"อาการก่อนหน้านี้เป็นยังไง?"
"ตัวร้อนเหมือนไฟแล้วก็เพ้อไม่ได้สติเลย"
"เฮ้ย!! นี่มัน!!"
ยาบุหันขวับไปหาเพื่อนรักที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ดวงตาวเรียวยาวจ้องมองอย่างต้องการคำตอบ เพราะร่างบางที่นอนอยู่ตรงหน้านี้ ตัวเค้าเองก็รู้จักดีว่าเป็นใคร...
"อะไร? นายรู้จักเด็กคนนี้เหรอโคตะ?"
"รู้สิ! อาริโอกะ ไดกิ...ลูกชายคนเล็กของ สตาร์คิง กรุ๊ป ...แถมประทานอาริโอกะก็ขึ้นชื่อมากๆ เรื่องหวงลูก...โดยเฉพาะ...คนนี้!...แกทำยังไงเนี่ยยูยะ?"
".................................."
"อย่าบอกนะว่า............"
"ใช่!! ชันลักพาตัวเค้ามา!"
"ยูยะ!! นายกำลังทำให้เกิดเรื่องใหญ่นะ!!"
"ชั้นไม่สน!!! ไม่ว่าใครก็ตาม! ต่อให้เป็นพ่อของเด็กคนนี้ชั้นก็ไม่กลัว!!"
ร่างสูงตอบออกมาอย่างหัวเสียที่เพื่อนของเค้าเซ้าซี้...
"หลังรักษาอาการของเค้า...เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวนะยูยะ"
แววตานิ่งเย็นของ โคตะ ยาบุ ในยามที่จริงจังมากๆ นั้น แม้แต่ร่างสูงเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่ากลัวและมีอำนาจ...เค้าได้แต่พยักหน้ารับและมองดูเพื่อนรักของเค้าตรวจรักษาอาการของร่างบางบนเตียงไปเงียบๆ
"บาดแผลพวกนี้ได้มายังไง?"
"เด็กนั่นจะหนีชั้น เลยกระโดดลงจากระเบียงโน่น...ดีที่ข้างล่างเป็นพุ่มไม้เลยได้แผลอย่างที่นายเห็นนั่นแหละ...ไม่ตายก็บุญแล้ว! ก๋ากั่นไม่มีใครเกิน!"
"โดด!? ชั้นสองเนี่ยนะ!?"
"ใช่!"
"เค้าคงจะกลัวนายมากนั่นแหละ..." นายแพทย์หนุ่มพูดจาประชดประชันเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้
"เป็นอะไรมากมั้ยวะโคตะ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามและแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับคนป่วยอย่างลืมตัว
"ไม่เป็นไรมากหรอก...บอบช้ำมากก็เลยทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนไข้ขึ้นนั่นแหละ...แล้วเค้าอาเจียนหรือว่าแน่นอกอะไรเทือกนั้นมั้ยล่ะ?"
"อาเจียนไม่มี แต่แน่นอกมั้ยไม่รู้"
"งั้นพอหายดีแล้วก็พาไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยนะ...ควรจะเอ็กซ์เรย์ดูหน่อยว่ามีเลือดคั่งภายในตรงไหนมั้ย..เดี๋ยวชั้นจะฉีดยารักษาอาการเบื้องต้นแล้วก็ให้น้ำเกลือไปก่อน"
".............................."
"เอ้า! ยืนอยู่ทำไม? ชั้นจะฉีดยานะ...ออกไปสิเฮ้ย!"
"ฉีดตรงไหนของนาย แล้วทำไมชั้นต้องออกไปด้วย?" ร่างสูงเผลอแสดงอาการไม่พอใจออกมาให้เพื่อนเห็น และงงงันกับท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจของยูยะ
"ตรงสะโพก! ชั้นต้องเลื่องกางเกงของเด็กคนนี้ลง! นายไม่ใช่ญาติ ไม่มีสิทธิ์เห็น ออกไปเดี๋ยวนี้..."
"ไม่! ชั้นจะอยู่ตรงนี้แหละ! จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ!"
"นายนี่ท่าจะเป็นเอามากนะ...เฮ้อ!"
เมื่อเห็นว่าเถียงไปก็ป่วยการ ผู้เป็นหมอก็เลยเลิกสนใจเพื่อนตัวโตที่โคตรจะดื้อด้านเอาแต่ใจตัว และจัดการจับให้ร่างบางค่อยๆ พลิกกายคว่ำลง มือเรียวภายใต้ถุงมือแพทย์สีขาวค่อยๆ เลื่อนขอบกางเกงของคนป่วยลงช้าๆ เผยให้เห็นสะโพกขาวเนียนเต่งตึง จากนั้นเค้าก็จัดการหยิบสำลีชุบแอลกอร์ฮอร์ป้ายเข้าไปบริเวณที่เค้าจะฉีดยา...ยาบุหยิบเข็มฉีดยาที่มีตัวยาเต็มสริ้งค์ของเข็มอยู่ก่อนแล้วขึ้นมา เค้าดันไล่ลมออกจากหลอดเข็มจนหมด ก่อนที่จะฝังเข็มแหลมคมเข้าไปอย่างแม่นยำและฉีดตัวยาให้คนป่วยจนหมดเข็ม...ความเจ็บจากเข็มฉีดยาทำให้ไดกิเริ่มร้องไห้และเพ้อออกมาอีกระลอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้สติ
"ฮึกๆ...อย่า..า..ฮะ...กะ..กลัว...กลัวแล้ว..ฮะ..อย่า...ฮะ..."
นายแพทย์หนุ่มเก็บทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้น และเค้าก็จะได้คำตอบจากเพื่อนรักในไม่ช้านี้แน่นอน...
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเพื่อน แกถึงกล้าก่อเรื่องคอขาดบาดตายอย่างงี้?"
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและคนป่วยก็หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาไปแล้ว...ยาบุก็เริ่มต้นค้นหาความจริงจากปากเพื่อนทันที...แม้ว่าร่างสูงจะก้าวขาเดินหนีเค้าออกไปนอกห้องคนป่วย แต่ยาบุก็ก้าวตามอย่างไม่ยอมแพ้...
"เข้าไปเฝ้าเอาไว้! อย่าให้ก่อเรื่อได้!"
ร่างสูงสั่งลูกน้องสองคนให้เข้าไปในห้องขัง(?)คนป่วย แล้วเดินนำเพื่อนรักไปยังห้องรับแขกที่โถงชั้นล่าง
"ยูยะ! บอกกันมาเถอะว่ะเพื่อน...ดูจากรอยช้ำบนตัวเค้าแล้ว...นายทำอะไรกันแน่วะ!?"
"เป็นหน้าที่ของหมอที่จะต้องรู้ให้ได้เหรอวะโคตะ? ทำไมนายถึงได้สนใจเด็กนั่นนัก!?"
ร่างสูงหันกลับมาตอบอย่างรู้สึกรำคาญแล้วก็หัวเสียที่เพื่อนของตัวเองที่เพิ่งจะเจอกับไดกิแค่ไม่เท่าไหร่ก็ออกอาการอยากจะเข้ามาวุ่นวายเสียเหลือเกิน ใบหน้าคมเข้มดุดันจ้องตอบกับยาบุอย่างไม่ยอมลงให้ง่ายๆ
"ใช่! เป็นหน้าที่ของหมออย่างชั้นที่จะต้องรู้...แต่รู้อะไรมั้ยยูยะ...ที่ชั้นยิ่งต้องรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดนี่ด้วย ก็เพราะหน้าที่ของความเป็นเพื่อนด้วยเว่ย! หน้าที่ที่เพื่อนรักอย่างชั้นต้องทำเพื่อเพื่อนรักอย่างนาย!!"
คำพูดเฉียบคมปานมีดปลายแหลม จ้วงแทงเจ้าไปในใจหินจนทะลุ ยูยะสะอึกกับคำพูดของเพื่อนอย่างแรง และในที่สุดเค้าก็ต้องยอมลงให้ยาบุเหมือนเคย...
"ขอโทษว่ะโคตะ...ตกลง! ชั้นจะบอกนายทุกอย่าง..."
ร่างสูงเล่าเรื่องราวทุกอย่างออกมาให้เพื่อนรักฟังจนหมดเปลือก...และทุกครั้งที่เค้าต้องนึกถึงยูริ แววตาคมดุก็จะเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดอย่างหาที่สุดมิได้ และเมื่อเอ่ยถึงคนต้นเหตุที่เค้าจับตัวมา แววตาก็จะวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจเช่นกัน...ยูยะหวังว่าเพื่อนรักของเค้าจะเข้าใจและอยู่ข้างเค้า...แต่นั่นไม่ใช่ ยาบุ โคตะ แน่ๆ ...ยูยะรู้ดี...
"นี่ฟังนะยูยะ! เด็กนั่นไม่ได้ผิดอะไรเลยนะเว่ย...ที่เรื่องราวมันเป็นไปอย่างนี้เพราะมันควรจะเป็น! นายไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นได้เว่ย! ที่น้องนายเลือกหมอนั่นก็เพราะความรัก!! ...ความรักที่ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครกำหนดได้ว่าให้เกิดขึ้น ให้มีมากหรือน้อย หรือแม้แต่หมดไปได้...ทำใจยอมรับมันสิวะเพื่อน...นั่นคนที่นายรักนะเว่ย เวลาที่เค้ายิ้มอย่างมีความสุขน่ะ นายไม่ดีใจเหรอ...ไม่ว่ารอยยิ้มนั่นจะเกิดขึ้นเพื่อใครก็ตาม แต่นายจะได้เห็นมันตลอดไปนะเว่ย...พอเถอะเพื่อน!...ปล่อยเค้าไปซะ...ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงไปกว่านี้"
"ชั้นไม่แปลกใจว่ะโคตะ ที่นายจะไม่อยู่ข้างชั้น...ชั้นยอมรับว่าเห็นแก่ตัวที่อยากให้รอยยิ้มหรือแม้แต่ทุกสิ่งทุกอย่างของยูริ เป็นของชั้น มีเพื่อชั้นแค่คนเดียว ดังนั้นชั้นจะไม่ปล่อยไดกิไปจนกว่าชั้นจะได้ทรมาณเค้าจนสาสมกัน!!"
"ยูยะ...นายเปลี่ยนไปมากว่ะเพื่อน...นายเหมือนคนที่ชั้นไม่รู้จัก...ในเมื่อนายเลือกที่จะทำแบบนี้ต่อไป...ก็ได้!..ครั้งนี้ชั้นจะถือว่าเพราะมิตรภาพของเราและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...แต่อย่าตามชั้นมารับรู้เรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง...เพราะชั้นจะไม่อยู่เฉยแน่!!"
ยาบุลุกขึ้นยืนทันทีที่พูดจบ และหันหลังเตรียมเดินจากไป แต่ยูยะก็รั้งไว้ให้หันมาคุยกัน
"ทำไมวะโคตะ!? นายชอบเด็กนั่นจนกล้าตัดเพื่อนกับชั้นเลยงั้นเหรอ!!?"
"ไม่หรอกยูยะ...ทากาคิ ยูยะ ยังเป็นเพื่อนรักของชั้นเสมอ...ยูยะที่ไม่ใช่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้นและมีสายตาเลือดเย็นแบบนาย..."
คำพูดและแววตาเย็นชาของยาบุเฉือนใจแกร่งให้เจ็บซ้ำ...เมื่อพูดจบนายแพทย์หนุ่มก็ปลดมือของอีกฝ่ายออกจากแขนตน แล้วก้าวออกจากบ้านไป โดยมีคนสนิทของเจ้าบ้านตามไปส่ง ทิ้งไว้เพียงคำพูดสะกิดใจให้คนเจ้าคิดเจ้าแค้นไร้เหตุผลได้คิดทบทวน...แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ ร่างสูงก็ยิ่งโทษว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะร่างบางคนเดียว...ที่เค้าเสียยูริแล้วยังต้องมาเสียเพื่อนรักไปอีกก็เพราะเริ่มมาจากเด็กคนนั้น...
"อาริโอกะ ไดกิ!...เพราะนายคนเดียว!!"
แม้จะรู้ว่าที่เพื่อนไม่เข้าข้างเป็นเพราะตัวเองทำไม่ถูก แต่ร่างสูงก็ยังเลือกที่จะโยนความผิดทุกอย่างไปลงที่คนตัวเล็กที่เค้าเฝ้าบอกตัวเองว่าเค้าแสนเกลียดชังคนนั้น...ดวงตาคมดุเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างน่ากลัวขึ้นมาในยามที่ยูยะปฏิเสธเหตุผลแท้จริงลึกๆ ในใจ และเลือกหลอกตัวเองด้วยความแค้นต่อไป...





โปรดติดตามตอนต่อไป.................



Post comment

Only the blog author may view the comment.

Trackback

trackbackURL:http://jumpcafe.blog.fc2.com/tb.php/6-4a83c469