Jump Café

A Little happiness around JUMP
Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 4




TaDaik Artwork 5_Logo FC2


Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 4 : กลลวง



~รายงานข่าวด่วนเช้านี้ มีการเปิดเผยถึงการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกว่าสี่วันแล้วของบุตรชายคนเล็กของสตาร์คิงกรุ๊ป "คุณอาริโอกะ ไดกิ" ยังคงไร้ความหวังที่จะค้นพบตัว ตำรวจพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งทางธุรกิจ และกลุ่มยากุซ่าที่หวังจะเรียกค่าไถ่ ต่อไปเป็นการให้สัมภาษณ์ของท่านประทานกรรมการกลุ่มธุรกิจ สตาร์คิง คุณอาริโอกะ ชินโก~
ร่างสูงกดปิดทีวีก่อนจะวางรีโมทลงแล้วก้าวออกไปที่ระเบียงห้องของตัวเองเพื่อใช้ความคิด นี่ก็สามวันเต็มแล้วที่ร่างบางยังไม่ได้สติจากพิษไข้ แม้ตอนนี้อาการจะทรงตัวและไม่ทรุดลง แม้กระทั่งอาการอักเสบจากความบอบช้ำต่างๆ ตามร่างกายจะหายจนเกือบหมดแล้ว เหลือก็แค่ข้อเท้าบอบบางที่ยังมีรอยเขียวจางๆ เท่านั้น สิ่งที่ได้จากการค้นหาความรู้จากหนังสือทางการแพทย์ต่างๆ ยูยะพอที่จะคาดเดาได้ว่าไดกิมีอาการที่เรียกว่า "การปิดกั้นใจ" จึงยังนอนนิ่งราวเจ้าหญิงนิทรา...
ในแต่ละวันเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ ร่างสูงจะออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายจากบิดา เมื่อตกเย็นก็จะกลับมาที่บ้านพักส่วนตัว โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเค้าได้ซ่อนคนสำคัญในข่าวนั่นเอาไว้...
"นายครับ! คุณยูริโทรมาครับ"
"ส่งมา"
"ครับ"
ร่างสูงอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมวันนี้น้องชายที่เค้าหลงรักคนนี้ถึงได้โทรมาหาเค้า..เมื่อมือแกร่งรับโทรศัพท์มาจากลูกน้องคนสนิทแล้ว ร่างสูงก็รอจนลูกน้องถอยออกไปจึงเริ่มพูดคุยกับคนที่เค้าคิดถึงที่สุดในสาย
"ไงตัวเล็ก! ทำไมวันนี้ถึงได้โทรมาหาพี่ หื้อ?"
"พี่ยูยะ...คือว่า..." น้ำเสียงแผ่วเบานั้นทำให้ร่างสูงรู้สึกร้อนใจ
"มีอะไรหื้อ? ทำไมเสียงเศร้าอย่างงี้...หรือว่า ยามาดะ..."
"ไม่ฮะ! ไม่ใช่...กับเรียวสุเกะไม่มีปัญหาอะไร...เราเข้ากันได้ดี..ยูริมีความสุขมาก..."
สิ่งที่ได้ยินช่างบาดใจให้เจ็บปวด...ร่างสูงได้แต่นิ่งเงียบและสะกดกลั้นความร้าวรานในใจแกร่งเพื่อยอมรับให้ได้ว่า ยูริ ไม่ใช่คนที่เค้าจะปกป้องได้อีกต่อไปแล้ว...มีคนที่ทำหน้าที่นั้นเป็นอย่างดีแล้ว...
"แต่ว่า...พี่ฮะ..."
น้ำเสียงแผ่วเบาของยูริฉายชัดว่ากังวลใจมาก ร่างสูงรู้สึกอยากจะโอบกอดเอาไว้มากมายนัก นี่ถ้าอยู่ตรงหน้าล่ะก็ ยูยะจะกอดเอาไว้ให้หายกลัว...
"มีอะไรงั้นเหรอ...บอกพี่มาเถอะ..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มยังคงอ่อนโยนเสมอ กับคนคนนี้ที่เค้ารัก
"เพื่อนฮะ...เพื่อนรักของยูริ...เค้าหายไป...ไดจังหายตัวไป...ทำไงดี..."
"......................................"
น้ำเสียงเศร้าสร้อยราวกับกำลังร้องไห้นั้นยังไม่ทำให้ร่างสูงตกใจได้เท่ากับเรื่องกังวลใจของคนที่เค้ารักที่อีกฝ่ายเพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อกี้นี้....
"พี่ยูยะช่วยหน่อยสิฮะ....ถ้าเป็นพี่ล่ะก็ ต้องหาไดจังเจอแน่ๆ เลย...นะฮะ..."
"ทะ...ทำไม...ทำไมยูริต้องให้พี่ช่วยล่ะครับ...ในเมื่อ...พี่ไม่รู้จักเพื่อนของเราเลย"
[...ในเมื่อ...คนคนนั้นต้องเป็นเหยื่อแค้นของพี่...]...ความจริงในใจที่คนเป็นพี่เลือกที่จะเฉไฉไป ดังก้องสะท้อนอยู่ในใจของร่างสูง
ตลอดมาไม่ว่ายูริขอร้องอะไร ยูยะไม่เคยปฏิเสธน้องเลยสักครั้ง แม้แต่ครั้งนี้ก็อาจจะปฏิเสธไม่ได้ แต่ที่มันต่างออกไปจากทุกครั้งก็คือ ความรู้สึกที่ไม่อยากปล่อยมือจากร่างบางคนนั้น ไม่อยากปล่อยไป นั่นทำให้ร่างสูงลำบากใจมากที่สุด....ยูยะคิดไม่ตกเลยว่า ระหว่างทำตามความต้องการของคนที่เค้ารักแล้วแกล้งทำเป็นตามหาไดกิและพากลับไปส่งคืนให้กับน้อง หรือเลือกทำตามหัวใจตัวเองด้วยการขังอีกฝ่ายไว้กับเค้าตลอดไป......และเมื่อคนเป็นน้องเห็นว่าพี่ชายตัวเองเงียบผิดปกติมากเกินไป เสียงใสจึงเรียกอีกคนทันที
"พี่ยูยะ!....พี่ฮะ!!....พี่!!!"
"หะ...หื้อ?...ครับพี่ฟังอยู่..."
"พี่โอเคหรือเปล่าฮะ?...ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ จัง?"
"พี่สบายดีครับ...พี่แค่...คิดถึงยูริมากเกินไป เลยอยากจะฟังเสียงเอาไว้มากๆ น่ะ"
"พี่ไม่ปกติจริงๆ ด้วยง่ะ...ให้พี่โคตะไปหามั้ยฮะ?"
"เอ่อ...ไม่ต้องหรอกยูริ...อย่ากังวลเลยครับ พี่สบายดี...ตกลงว่าจะพูดธุรของเราต่อมั้ยหื้อ?"
ร่างสูงรู้ว่าเผลอเผยพิรุดให้น้องสงสัยจึงรีบกลบเกลื่อนด้วยการหยิบยกเอาเรื่องที่ตัวเล็กกำลังเซ้าซี้ให้เค้าช่วยขึ้นมาหันเหความสนใจน้อง...
"นะฮะ~...พี่ช่วยตามหาไดจังให้ยูริที...ไดจังเป็นคนดีมากเลย...คอยดูแลยูริแทนพี่มาตลอด...ยูริรักไดจังไม่ต่างจากพี่ชายอีกคนเลย..."
"งั้นเหรอ...เค้าสำคัญกับยูริมากสินะ..."
"ไดจังน่ารักด้วยยยย...ถ้าเป็นไปได้...ยูริอยากให้พี่เปิดใจ...แล้ว...แล้ว...ลองคบหากับไดจังดูได้มั้ย?...แล้วพี่จะรู้ว่ายูริไม่ได้โม้ด้วยยยยย...นะฮะ...ตามหาไดจังและปกป้องเค้าให้ยูริด้วย...นะฮะ~...นะๆๆ...นะฮะพี่ยูยะ...น้าาาาาาาา"
"หึๆ...เฮ้อ!...ตกลงครับ!...พี่จะตามหาเค้าและพาไปคืนให้ยูรินะครับ"
[...พี่จะพาไปคืนให้แน่นอน...แต่ขอเป็นหลังจากที่พี่หายแค้นก่อนนะยูริ...]...ประโยคสุดท้ายนั้น ร่างสูงได้แต่คิดอยู่ในใจ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ยูยะต้องทำตามคำขอของคนที่เค้าเฝ้ารักมาตั้งแต่เด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...แต่ก่อนที่จะทำ...ขอแก้แค้นให้สาสมก่อนเถอะ...แค้น?..งั้นเหรอ?....
เมื่อจบการสนทนากับยูริแล้ว ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปด้านในและส่งโทรศัพท์ให้คนสนิททันที เสียงทุ้มนุ่มกลับมานิ่งเย็นอีกครั้ง
"วันนี้อาการเป็นยังไง..."
"ยังเหมือนเดิมครับนาย...ยังคงไม่รู้สึกตัว..."
"แล้วให้หมอใหม่มาเปลี่ยนน้ำเกลือหรือยัง?"
"เรียบร้อยแล้วครับ"
"ตารางของวันนี้ล่ะ!" ร่างสูงเดินไปหยิบเสื้อสูทที่ว่างพาดอยู่บนเตียงของตัวเองแล้วสวมใส่
"วันนี้มีประชุมแผนงานประมูลอสังหาริมทรัพย์กับกลุ่มไคชินซันตอน สิบโมงเช้านี้ครับ และมีนัดกับท่านประธานใหญ่ ที่ภัตคารโอฮาจิยะ ตอนเที่ยงครับ"
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำเรียบหรูที่เพิ่งแต่งกายเสร็จ เป็นอันต้องหันขวับกับสิ่งที่ได้ยินไปเมื่อสักครู่ ดวงตาคมเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิดอย่างละเอียดรอบครอบกับนัดที่สองของวัน
"คุณพ่อเหรอ!? นัดกินข้าวที่ภัตคารแบบนั้นทำไม?"
"ผมสืบมาได้ความว่า...เป็น...เป็น..."
"พูดมาเถอะ..."
"เป็นนัดดูตัวของนายน้อยกับ..ทางสตาร์คิงครับ เพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็นคุณหนูคนไหนกันแน่"
สิ่งที่ได้ยินทำให้ยูยะมองเห็นโอกาสเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง...ร่างสูงยิ้มอย่างพอใจกับนัดดูตัวในวันนี้...เพราะมันจะเป็นโอกาสที่เค้าจะกักขัง อาริโอกะ ไดกิ เอาไว้ข้างกายตัวเองไปชั่วชีวิต...
"หึๆๆ...มิน่าล่ะยูริถึงโทรหาชั้นและเชียร์เด็กคนนั้นซะเหลือเกิน...แผนที่ไม่ได้คาดคิดแต่กลับเป็นทางที่ดีที่สุดงั้นเหรอ...ตอบรับนัดไป!"
"ครับนาย!...จากนั้นในช่วงบ่ายสอง ก็จะมีประชุมเรื่องการปันผลกำไรให้หุ้นส่วนครับ ...ตางรางของวันนี้มีแค่นี้ครับ"
"โอเค!...ไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อมด้วย...อ้อ!...ในระหว่างที่ชั้นไม่อยู่ที่นี่ ให้ใครเฝ้าเด็กนั่นไว้ให้ดีเหมือนทุกทีด้วยล่ะ!"
"ครับ"
ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีดำพอดีตัว ยิ่งช่วยเสริมให้ร่างองอาจดูสง่างามมากขึ้น...เข้าเดินมาถึงหน้าห้องคนป่วยแล้วหยุดมองมันอยู่อย่างนั้นพลางตัดสินใจอยู่ชั่วครู่ และสุดท้ายก็เปิดเข้าไปด้านใน...
[ขอดูหน้าว่าที่คู่ดูตัวก่อนไปหน่อยเถอะ...]
ยูยะก้าวเข้าไปยังเตียงสี่เสาที่มีคนตัวบอบบางหลับไหลไม่ได้สตินอนอยู่บนนั้นมากว่าสามวันแล้ว...ร่างสูงทอดสายตาสำรวจร่างบางอย่างพึงพอใจ
"หึๆๆ...อีกไม่นานแล้วไดกิ...อีกไม่นานชั้นก็จะเป็นเจ้าชีวิตเธออย่างที่เธอจะไม่มีทางหนีพ้น.."
ร่างสูงโน้มกายลงไปหาร่างบางบนเตียงแล้วกระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา...ถึงแม้ว่าสิ่งที่พูดนี้ ร่างบางอาจจะไม่มีทางรับรู้ได้ก็ตามที
"ฟังให้ดีนะเจ้ากวางน้อย...ชั้นมีข่าวที่น่ายินดีมาบอกเธอ...วันนี้น่ะ...พ่อของเธอ จะเอาเธอมาประเคนให้ชั้นเองโดยที่ชั้นไม่ต้องเหนื่อยเล่นไล่จับกับเธออีกต่อไปแล้ว...หึๆๆ...คนดีที่น่ารักของยูริ...ตื่นมาร่วมยินดีกับชั้นหน่อยสิ...เธอดีใจมั้ยหื้อ?...แต่ชั้นดีใจมาก...ดีใจที่สุด..ที่เธอจะได้มาอยู่ในนรกที่ชั้นจะสร้างเพื่อเธอโดยเฉพาะอย่างเลี่ยงไม่ได้.../ ฮ่าๆๆ "
ร่างสูงหัวเราะอย่างสะใจในขณะที่หยัดกายยืนขึ้นมองดูเหยื่อความแค้นของตัวเองบนเตียง และหมุนกายก้าวออกไปทำภารกิจของตัวเอง...ทิ้งคนบอบบางไว้เบื้องหลังโดยไม่หันกลับมามองอีก...เค้าจึงไม่มีโอกาสได้เห็นน้ำตาสายน้อยที่รินไหลลงมาทางหางตาของคนที่ตัวเองเยาะเย้ย...
เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ พร้อมหยาดน้ำตามากมายที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย แรงสะอื้นของร่างเล็กไม่ได้ทำให้ความเศร้าเสียใจจางลงแม้แต่เศษเสี้ยว...ความจริงแล้ว ไดกิเริ่มได้สติตั้งแต่เช้ามือแล้ว ในเวลานั้น ร่างบางที่เพิ่งฟื้นไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นหรือตายแล้ว ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหน และไม่รู้ว่ากลับมานอนอยู่ห้องเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่...แต่ที่รู้แน่ชัดคือ...ไม่มีโซ่เหล็กมาพันธนาการเค้าเอาไว้อีกแล้ว...ร่างบางพยายามข่มความตื่นเต้นดีใจในโอกาสที่เข้ามาตรงหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว อาจมีทางหนีรอดได้ ดังนั้น...ร่างบางจึงยังแกล้งทำเป็นหลับไหลต่อไปอย่างแนบเนียน...จนกระทั่งมาได้ยินคำกระซิบเย้ยหยันของคนใจร้าย...คำพูดเสียดแทงเหล่านั้นเกือบจะทำให้ร่างบางโดนจับได้....
"ทำไมกันฮะคุณพ่อ~...ฮึกๆ...ทำไมถึงจะยกผมให้คนคนนี้~...ฮึกๆๆ...คุณพ่อไม่รักไดกิแล้วเหรอฮะ~...ฮึก...ฮึก...ฮืออออ"
ร่างบางตัดพ้อออกมาด้วยหัวใจสลาย ด้วยว่ายังไม่ได้รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย แต่กลับต้องมารู้เรื่องราวนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็หายไปจากบ้าน...
[...ทำไม....ทำไม....ทั้งๆ ที่ผมหายตัวไป...ยังจะเอาผมไปเที่ยวยกให้ใครต่อใครอีกงั้นเหรอ...ไม่คิดจะตามหาลูกที่ท่านบอกว่ารักนักรักหนาคนนี้เลยเหรอ...]...ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล หัวใจเจ็บร้าวราวจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงสะอื้นที่ไม่มีใครได้ยินนี้ ราวกับจะดูดเอาชีวิตจิตใจของผู้สิ้นหวังให้จากไป...

12 : 00 น. ณ โอฮาจิยะ
"สวัสดีครับคุณอา"
ยูยะกล่าวคำทักทายผู้มากประสบการณ์ และอาวุโสกว่าตน ด้วยความนอบน้อมและสุภาพ จนทำให้ผู้มาเยือนใหม่อดที่จะชื่นชมในความสง่างามไม่ได้
"ว่ายังไง คุณยูยะ! เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มรูปงามและไฟแรงแบบนี้ น่าดีใจแทนคุณทากาคิจริงๆ นะครับ"
"คุณก็กล่าวเกินไป...เจ้านี่น่ะ มันยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย ยังเป็นกำลังให้ผมไม่ได้หรอกครับ ฮ่าๆๆๆ"
"พ่อนี่ล่ะก็...แต่ก็จริงครับ...ผมชอบก่อเรื่องให้พ่อปวดหัวบ่อยๆครับ"
ร่างสูงเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน...นั่นยิ่งทำให้นายอาริโอกะมั่นใจว่าจะต้องเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่พึ่งพาได้แน่นอน
"ยูยะคุง! ที่อาเชิญมาวันนี้...จริงๆ แล้ว..."
"เราสั่งอาหารกันก่อนดีมั้ยครับ...ผิดเวลาไปจะไม่ดีกับสุขภาพทั้งคุณพ่อและคุณอานะครับ...เรากินไปคุยไปก็ได้ครับ"
ร่างสูงตัดบทอย่างมีชั้นเชิง และแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยใส่ใจคนรอบข้างของตัวเองอย่างจงใจ...และหากเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าทางเค้าหมดแล้ว ร่างสูงก็จะค่อยๆ เก็บเกี่ยวผลอันหอมหวานของมันขึ้นมา ทีละน้อย ทีละน้อย และช้าๆ จนคนอื่นๆ ไม่สามารถตามเกมส์ได้ทัน...
และเมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ์แล้ว บทสนทนาก็เริ่มขึ้น
"คุณอานัดผมมาวันนี้ คงเพราะเรื่องคุณไดกิสินะครับ..."
"ยูยะคุง...หลานรู้งั้นเหรอ..."
"ผมพอจะเดาได้ตั้งแต่ตอนที่ยูริโทรหาผมแล้วครับ"
ประโยคท้ายนี้ ร่างสูงจงใจหันมาทางบิดาของตน เพื่อบอกให้รู้เป็นในๆ ว่า...แผนของบิดาที่คิดจะจับคู่ให้ยูยะลืมยูรินั้นไม่ได้ผลหรอก ซึ่งผู้เป็นพ่อเองก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับแววตาคมดุของลูกชายคนเดียวของเค้าคนนี้ไม่น้อย...นายใหญ่แห่งทากาคิกรุ๊ปก็ได้แต่หวังว่ายูยะจะยอม
"หนูยูริดีกับลูกของอามาก...เค้าแนะนำให้อามาหาพี่ชายของเค้า...หนูยูริบอกว่า ถ้าเป็นยูยะคุงล่ะก็ จะต้องช่วยปกป้องคุ้มครองไดจังได้แน่ๆ...อาก็เชื่ออย่างนั้น ทันทีที่ได้เห็นยูยะคุงเลย"
"น้องยูริชมผมมากเกินไปต่างหากครับ...ผม..."
"ขอร้องล่ะยูยะคุง!! ช่วยอาตามหาไดกิที!!! ถ้าเป็นยูยะคุงล่ะก็...ถ้าเป็นยูยะคุง...ความกว้างขวางของยูยะคุงจะต้องช่วยหาไดกิพบแน่ๆ ...ได้โปรด..."
ผู้เป็นพ่อของร่างบางถึงกับก้มหัวขอร้องคนตรงหน้าอย่างไม่อาย และไม่มีใครได้รู้เลยว่ากำลังร้องขอให้ปีศาจในคราบเทพบุตรแสยะยิ้มอย่างพอใจ
"ชินโกคุง! ทำอะไรนะ่! พอเถอะ! ลุกขึ้นๆ...ยูยะ!! ลูกไม่ควรให้ผู้ใหญ่ต้องก้มหัวให้นะ!!!" คุณทากาคิผู้เป็นพ่อต้องรีบเตือนสติลูกชายถึงความไม่เหมาะไม่ควรนี้
"ขอโทษครับ! ขอโทษจริงๆ ครับคุณอา ผมเพียงแต่คิดใครควรอยู่เท่านั้น"
"ตั้งแต่เล็กจนโตมา ไดจังเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ...เด็กคนนั้นทั้งสดใส ใจดี อ่อนโยนและช่างเอาอกเอาใจไม่ต่างจากแม่ของเค้าเลย...ไดกิมักจะคิดถึงความรู้สึกของคนรอบข้างก่อนเสมอ นั่นอาจทำให้เค้าอาจจะไม่ทันคนคิดร้ายเลยโดนจับตัวไป...เด็กคนนั้นสู้ใครก็ไม่เป็น ตัวก็เล็ก จะไปสู้ใครเค้าได้...อาเป็นห่วงเค้าจนทนรอข่าวจากทางตำรวจไม่ไหวแล้ว...โฮ~...ได~ กิ~...ลูกของพ่อ~ "
นายอาริโอกะผู้เป็นพ่อถึงกับสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ชายสูงอายุปล่อยโฮออกมาด้วยความทุกข์แสนสาหัส...และนั่นเป็นภาพที่ร่างสูงพึงใจเป็นที่สุด ตาคมเข้มทอดมองดูอย่างเย็นชาชั่วครู่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้งในความทุกข์นั้น
[นั่นแหละความเจ็บปวดของผม...ความเจ็บปวดที่ลูกคุณเป็นต้นเหตุ]
"ยูยะ...ลูกพอจะช่วยเพื่อนของพ่อได้มั้ยลูก"
"ตกลงครับ!...แต่ว่า..."
ร่างสูงเอ่ยคำที่ทำให้ผู้ร้องขอถึงกับเอ่ยขอบคุณไม่ขาดปาก แล้วก็พร้อมที่จะทำตามข้อแม้ของตัวเองอย่างเต็มใจ
"แต่อะไรยูยะ!?" ผู้เป็นบิดาตามเกมส์ของลูกชายไม่ทัน...เอ่ยปากถามเพื่อไขความข้องใจ
"ผมตกลงจะช่วยตามหาคุณไดกิก็ได้ครับ แต่ว่าทางคุณอาจะต้องถอนแจ้งความและสั่งให้คนของคุณอาทั้งหมดหยุดการค้นหาทันทีนะครับ...เพราะต่อไปผมจะให้คนของผมเข้าไปจัดการเรื่องนี้แทนเอง"
ร่างสูงเอ่ยขอเงื่อนไขแรกออกไปอย่างแยบยล ซึ่งผลที่ได้รับก็เป็นไปตามคาด
"ได้!! ได้เลย!! อาจะสั่งการลงไปเดี๋ยวนี้เลย!! ขอบคุณ...ยูยะคุง...ขอบคุณเป็นพันครั้ง...ขอบคุณจริงๆ !!"
"และเงื่อนไขที่สองของผมคือ...ผมจะขอเข้าเป็นหุ้นส่วนในการบริหารงานของสตาร์คิงครึ่งนึง...คุณอาคิดว่ายังไงครับ..."
"ยูยะ!!! นี่แก!!!...นี่แกคิดจะทำอะไร!!?...ทำไมไร้มารยาทขนาดนี้!!!" สิ่งที่ลูกชายตัวเองร้องขอนั้น...นายใหญ่แห่งทากาคิไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลย...[นี่มันอะไรกัน?...เด็กคนนี้กำลังทำอะไร?]
"ไม่เป็นไร! ไม่เป็นไรเลยจริงๆ คุณทากาคิ!...ยูยะคุง อาตกลงนะ!! แค่ตามหาไดจังให้เจอ...คุณทากาคิรู้มั้ย ต่อให้ผมต้องเสียอะไรไปมากกว่านี้ผมก็ยอม...ตกลงยูยะคุง...อายินดีรับคนหนุ่มไฟแรงอย่างยูยะคุงมาเป็นหุ้นส่วนของอาอย่างเต็มใจที่สุด!...ดีซะอีกนะ ได้คนเก่งแบบนี้มาช่วยบริหารงานให้เรา..."
"ขอบคุณครับคุณอา...ทางทากาคิกรุ๊ปก็ต้องขอความกรุณาและฝากเนื้อฝากตัวกับทางสตาร์คิงเช่นกันครับ แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าผมจะหาคุณไดกิพบหรือไม่...อันที่จริงผมยังมีความต้องการอยู่อีกหนึ่งข้อครับ เป็นข้อสุดท้าย..."
"นี่พอสักทีนะยูยะ!!! พ่อทนมาพอแล้ว!!! ทำไมแกถึงกล้าฉกฉวยโอกาสจากวิกฤตของคนอื่นได้อย่างไม่มีความละอายแก่ใจขนาดนี้!!?"
ร่างสูงหยัดกายสูงสง่าขึ้นยืนเต็มความสูง...สายตาคมดุตวัดกลับมามองผู้เป็นบิดาของตัวเองนิ่ง...ก่อนที่จะเอ่ยคำที่ทำให้ผู้เป็นพ่อเถียงไม่ออกอีกต่อไป...
"ก็พ่อต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ!?...พ่อต้องการให้สตาร์คิงกับทากาคิของเราได้เข้ารวมกลุ่มธุรกิจกันไม่ใช่เหรอครับ...พ่ออยากให้ผมเปิดใจ...ผมก็กำลังทำในแบบของผมอยู่นี่ไง...ผมไม่ทำให้พ่อและคุณอาผิดหวังหรอกครับ...เลิกขัดผมซักที!!"
เมื่อเห็นท่าทางเด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวในที่นี้...ฝ่ายคุณอาริโอกะเองก็เริ่มกลัวว่าทุกอย่างจะต้องดดนล้มเลิกไป ก็รีบเข้าห้ามความขัดแย้งที่ดูท่าว่าจะไม่เป็นผลดีกับฝ่ายตัวเองแน่นอน..
"ขอร้องล่ะคุณทากาคิ...ยูยะคุง...ใจเย็นๆ ก่อนนะ...คุณทากาคิฟังผมก่อนนะ ผมรักลูกคนนี้มากจริงๆ...ทุกอย่างที่ผมสร้างเอาไว้ก็เพื่อเค้า พี่สาวสองคนก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา จะเหลือก็แต่ไดกิที่ผมหวังจะยกทุกอย่างให้เค้า ...แต่ถ้าไม่มีไดจัง...ทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ไร้ค่าเช่นกัน...ขอร้องเถอะครับ ยอมให้ลูกชายคุณช่วยผมเถอะ ฝันของคุณและผมก็จะได้เป็นจริงเสียที...ผมเองก็อยากเข้ารวมกลุ่มธุรกิจกับทางทากาคิอยู่แล้วเหมือนกัน...นะครับผมขอร้อง...ได้โปรดยูยะคุง...ไม่ว่าอะไรที่หลานต้องการอายินดีหาให้..."
สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างสูงเริ่มสะท้อนใจ เค้าซาบซึ้งในความรักระหว่างพ่อกับลูกคู่นี้อย่างจริงใจ...แต่เมื่อขึ้นหลังเสือแล้ว...จะลงได้ ก็ต้องสยบเสือให้ได้เท่านั้น...ร่างสูงอดที่จะเริ่มหันกลับไปมองไม่ได้ว่าเหตุใดคนมากมายถึงทุ่มเทความรักให้กับร่างบางที่เค้าเกลียดชัง...ความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ร่างสูงก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองกำลังจะใจอ่อนเพราะคนที่เค้าอยากเห็นแก่ตัวกักขังไว้ข้างตัวตลอดไปที่เป็นคนมีค่าของใครหลายคน หรือเพราะบางสิ่งในตัวของไดกิที่ดึงดูดเค้าอยู่กันแน่...บางสิ่งที่ยูยะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
"ผมรู้แล้วครับว่าทำไมน้องยูริถึงรักคุณไดกิขนาดนั้น...และที่น้องสามารถก้าวขึ้นนั่งตำแหน่งกรรมการบริหารได้ ก็เพราะได้คุณไดกิช่วยดูและและสั่งสอน...ผม..."
"จริงสินะ! ถ้ายูยะคุงหาน้องเจอ..และได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนกัน...ทั้งสองคนคงจะเข้ากันได้ดี..อาจะให้ไดกิเป็นเลขาส่วนตัวให้ยูยะคุงดีมั้ย?"
ร่างสูงเผลอเผยยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเค้าถึงได้รู้สึกพอใจกับข้อเสนอนี้นัก
"ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับคุณอา...ผมได้ยินจากน้องยูริมามาก...ผู้รู้สึกชื่นชมคุณไดกิจากใจจริงในความสามารถของเค้า...ถึงสิ่งที่คุณอาเพิ่งจะเสนอมาจะไม่ใช่เงื่อนไขข้อสุดท้ายที่ผมต้องการ...แต่ผมก็ขอรับมันเอาไว้ด้วยความยินดีครับ...ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะคุณไดกิเจอในเร็ววัน..."
"ยูยะคุง~...อาขอบคุณหลานจริงๆ นะ...ได้ยินยูยะคุงพูดแบบนี้ อาก็มีความหวังขึ้นมามาโขแล้ว...ไม่ว่าเงื่อนไขสุดท้ายที่หลานต้องการ จะเป็นอะไร...อาสัญญา อาสัญญาว่าจะหามันมาให้หลานได้!"
"เมื่อถึงเวลา...ผมหวังว่า คุณอาคงจะทำตามคำขอของผมอย่างเต็มใจนะครับ!...ผมขอตัวก่อนนะครับ...ใกล้จะถึงเวลาประชุมปันผลที่ผมเป็นคนรับผิดชอบแล้ว"
ร่างสูงคำนับผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความสง่างามที่ยากจะหาผูใดมาเปรียบ...ช่วงขายาวก้าวออกไปจากที่แห่งนั้น...และร่างสูงก็ไม่ลืม ที่จะหันมาให้คำมั่นหนักแน่นจนคนฟังน้ำตาร่วงด้วยความหวัง
"คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...ผมรับปากว่าจะหาน้องให้พบให้เร็วที่สุดแน่นอน"
ฝ่ายคุณอาริโอกะ เมื่อได้ยินร่างสูงรัปปากอย่างหนักแน่น ก็ยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา โดยที่ไม่รู้เลยว่า เด็กหนุ่มที่ก้าวออกไป คนที่เค้าไว้ใจ คือคนที่พาเอาแก้วตาดวงใจของตัวเองไปนั่นเอง...
ทางด้านร่างบางที่ร้องไห้อย่างหนักมาตลอดตั้งแต่ที่คนใจร้ายก้าวออกไปจากห้อง...แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่คลายความเจ็บช้ำ แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งเกินรูปลักษณ์ภายนอก ร่างบางจึงพยายามมองหาทางรอด ดวงตาเอ่อน้ำตาเหลือบมองนาฬิกาที่กำลังบอกเวลา 14 : 45 น. อยู่ในขณะนี้...ใกล้หมดหนทางเต็มที...หากจะหนีเค้าต้องคิดเดี๋ยวนี้...เพราะถ้าร่างสูงกลับมาถึงเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่าตัวเค้าเองจะ้ต้องถูกจองจำอยู่ที่นี่ตลอดไป
ไดกิยกเรียวมือขาวขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอย่างหักใจ และสะกดอารมณ์ความอ่อนไหวลงไปในส่วนลึกของจิตใจทันที...ร่างเล็กกลั้นใจดึงเข็มน้ำเกลือที่ปักอยู่หลังมือบอบบางออกจากกายตัวเอง...แววตาหม่นเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างคนไม่ยอมแพ้ในชะตากรรม...ร่างบางกวาดตามองหาสิ่งที่พอจะเป็นอาวุธให้ตัวเองหลบหนีได้สำเร็จ
และแล้วโอกาสก็มาเยือนพร้อมกับแผนการที่เกิดขึ้นในหัวด้วยสมองอันชาญฉลาดของว่าที่ทายาทสตาร์คิงกรุ๊ป...ไดกิเห็นกระเป๋าสี่เหลี่ยมสีดำวางอยู่ไม่ไกลจากเตียงเท่าไหร่นัก...กระเป๋าเครื่องมือแพทย์ใบนั้นอาจมีสิ่งที่ร่างบางต้องการ...ไดกิค่อยๆ ย่องลงจากเตียง ด้วยความเบาของน้ำหนักของกายเล็ก ทุกอย่างก้าวจึงเงียบเชี้ยบไร้เสียง ...มือบางค่อยๆ เปิดกระเป๋าค้นหาของที่ตัวเองพอจะใช้ได้
ในที่สุดร่างบางก็ได้สิ่งที่คิดว่าเหมาะกับกำลังของตัวเองที่สุดจากก้นกระเป๋าใบนั้น
[ยานอนหลับเฉียบพลันชนิดสเปรย์...เหมาะจริง!...]
ไดกิหยิบขวดสเปรย์ฤทธิ์แรงออกมาถือไว้มั่น...ร่างบางค่อยๆ ย่องกลับไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม แสร้งทำราวกับว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมแม้แต่น้อย...ร่างบางอดทนรอเวลาที่แผนการของตัวเองจะดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ
"ก๊อกๆๆ...คุณอาริโอกะ..."
ชายชุดดำก้าวเข้ามาดูอาการคนบนเตียงตามเวลาประจำที่ทำอยู่ทุกวัน...คนตัวหนาเดินเข้าไปดูสีหน้าของคนเจ็บใกล้ๆ...ถ้าเพียงแค่เค้าจะหันไปดูปริมาณของน้ำเกลือในขวด...ถ้าเพียงแค่เค้าจะตรวจความเรียบร้อยของสายระโยงระยางนั่น...เรื่องนี้ก็คงจะไม่เกิด....สิ่งที่ชายคนนี้ทำ มีเพียงมองดูสีหน้าของร่างบางเท่านั้น เมื่อเห็นว่ายังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังดูเป็นปกติเหมือนทุกวัน ชายผู้นั้นก็หันหลังเตรียมจะก้าวออกไปจากห้องทันที...เค้าไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า ทันทีที่หันหลัง คนตัวบางที่เค้าคิดว่ายังคงไม่ได้สตินั้น ได้ลุกขึ้นมาอย่างเงียบกริบเบื้องหลังเค้า และก่อนที่เหยื่อจะได้หนีรอด ไดกิก็ยกมือข้างที่ว่างขึ้นอุดปากกับจมูกของตัวเองไว้แน่น ก่อนที่จะกระแอมไอเรียกให้คนไม่รู้ชะตากรรมได้หันมา...ชายผู้เป็นเหยื่อรายแรกหันมายังไม่ทันเต็มวงก็เจอเข้ากับละอองยาเข้มข้นที่ร่างบางพ่นใส่หน้าอย่างจัง...ผลที่ตามมาก็คือเสียงดังโครมครามของร่างกายใหญ่โตที่ล้มทั้งยืนลงไปกองกับพื้น
ไดกิฉวยโอกาสนั้นวิ่งลงจากเตียงไปแอบอยู่ที่ประตูเงียบๆ พลางหอบหายใจเอาอากาศสะอาดเข้าปอดหลังจากทั้งปิดทั้งกลั้นหายใจตอนพ่นยา...และเพราะเสียงดังโครมครามที่เกิดขึ้นนั้น ก็เรียกให้ชายอีกสองคนรีบวิ่งมาดู โดยที่ยังไม่ได้ทันระวังตัว ชายทั้งคู่ก็พรวดพราดเข้าไปพบเข้ากับละอองยาสลบเฉียบพลันในปริมาณยกกำลังสองของไดกิ ร่างบางพ่นยาออกไปทันทีที่ประตูเปิดออกอย่างพอเหมาะพอเจาะ...คนตัวเล็กอาศัยจังหวะที่เหยื่อใหม่ทั้งสองคนนั้นกำลังมึนยาวิ่งออกจากห้องไปอย่างไม่เหลียวหลัง และค่อยๆ ลดมือที่ใช้ปิดปากกับจมูกของตัวเองลงเมื่อมั่นใจว่าตัวเองจะไม่โดนละอองยาจนสลบไปเอง เสียงโครมครามดังสนั่นนั้นบอกได้ดีว่าครั้งนี้ ไดกิก็ไม่พลาดเช่นกัน
ร่างบางวิ่งหาทางออก โดยเลี่ยงที่จะไปทางด้านหน้า...ด้วยความบังเอิญที่เค้าตั้งใจจะหลบลูกน้องที่เหลือของร่างสูงในห้องเล็กๆ สักห้องนั้น ทำให้ไดกิพบกับบันใดวนหลังประตูไม้บานเตี้ยที่ร่างบางคิดว่าเป็นห้องเก็บของ...ไดกิเลือกที่จะลองเสี่ยงโดยการก้าวลงไปตามทางของบันใดนั้น...ไม่นานนักร่างบางก็ลงมายืนอยู่หน้าประตูหนาตรงสุดทางลง...ร่างบางกำขวดสเปรย์เอาไว้มั่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็ว..มือบางค่อยๆ เอื้อมปลดล็อคอย่างเบาที่สุดและค่อยๆ เปิดมันออกดูว่าหลังบานประตูนี้เป็นอะไร
ดวงตากลมโตทอประกายด้วยความหวังเรืองรอง...หลังบานประตู้นี้ เป็นส่วนหลังของบ้านใหญ่หลังนี้ ไม่ไกลออกไปเป็นชายป่าที่ดูหนาทึบ ร่างบางยอมเสี่ยงตายเข้าป่าไป ยังดีกว่าอยู่ที่แห่งนี้รอพบชะตากรรมโหดร้ายไม่มีที่สิ้นสุด...อย่างน้อยๆ ข้างในป่านั้นอาจมีที่ที่พอจะให้ร่างเล็กสามารถหลบซ่อนตัวได้...
ไดกิสูดหายใจลึกๆ เข้าปอดแล้วนับหนึ่งถึงสามในใจ...
[..1.....2......3!!!]
ร่างบางกระชากประตูเปิดแล้ววิ่งพรวดออกไปอย่างไม่คิดชีวิต...ขาเล็กพาเจ้าของร่างหนีไปอย่างรวดเร็วจนหายวับเข้าไปในป่าทึบแห่งนั้นได้สำเร็จ
คนตัวเล็กทิ้งไว้เพียงผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เดือดจัดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อร่างสูงกลับมาพบสภาพของลูกน้องตัวใหญ่ของตัวเอง สลบเหมือดสิ้นสติไปถึง 3 คน
"อาริโอกะ ไดกิ!! ฮึ่มมมม...เธอแน่มาก!...ฉลาดจริงๆ!...ดูท่าว่าชั้นจะประเมิญความสามารถจากรูปร่างหน้าตาของเธอผิดไปจริงๆ...หึๆๆ...ล้มลูกน้องชั้นได้เกือบทุกคนที่ทิ้งไว้ที่นี่ เพื่อให้ดูแลเธอได้แบบนี้...เห็นทีชั้นจะต้องซูฮกเธอซะแล้ว...."
"ขอโทษครับนายน้อย!!!...พวกผมสะเพร่าเอง...ปล่อยให้คุณอาริโอกะหนีไปได้..."
"นายรอดได้ยังไงโจ?...ตอนเกิดเรื่องนายอยู่ที่ไหน?"
"ผมเฝ้าอยู่ประตูหน้าครับ...ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งนายน้อยกลับมาพร้อมเคน...ผมก็เพิ่งรู้พร้อมๆ กับนายน้อยนี่แหละครับ"
ดวงตาคมหรี่ลงอย่างคนกำลังใช้ความคิด เพื่อหาความเป็นไปได้ที่พอจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ร่างบางวางแผนไว้
"ถ้านายที่อยู่หน้าบ้านตลอดเวลาไม่เจอกับไดกิ งั้นก็เป็นไปได้ว่าเค้าจะใช้บันไดลับหลบออกไปทางหลังบ้าน...สิ....นะ....ฮึ่มมมมม..."
ร่างสูงกัดฟันกรอด...แล้วสั่งให้ลูกน้องที่เหลือเพียงสองคนไปจัดเตรียมสัมภาระสำหรับเดินป่าให้เค้าทันที
เมื่อร่างสูงพร้อมที่จะเล่นเกมส์แล้ว เค้าก็ก้าวมารับเอากระเป๋าสัมภาระที่เคน ผู้เป็นทั้งลูกน้องและเลขาที่รู้ใจร่างสูงที่สุด เป็นคนจัดเตรียมให้...ร่างสูงสง่าอยู่ในชุดแนวมิลลิทารี่ เสื้อสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงขายาวผ้าหนาลายทหารแบบอเมริกันเข้ากันกับรองเท้าคอมแบ็ต ยูยะหันหน้าไปทางที่เค้ามีจุดมายอยู่แล้วในใจ เค้าออกก้าวเดินตรงไปยังชายป่าทึบหลังบ้าน
"เดี๋ยวครับนาย!...พกนี่ไปด้วยครับ...อาจได้ใช้..."
เคนส่งซองปืนให้กับร่างสุงที่รับไปคาดเข้าที่เอาของเค้าเอง
"ฝากที่นี่ด้วยนะ!"
"ให้พวกผมไปด้วยเถอะครับนายน้อย!"
"ไม่ต้อง!...คนตัวเล็กๆ แค่เพียงคนเดียว ชั้นจัดการเองได้น่า...ฝากพวกนายสองคนช่วยดูแลให้เจ้าสามคนนั่นฟื้นขึ้นมาด้วยแล้วกัน...พอชั้นกลับมา...เราคงมีเรื่องสนุกได้สะสางกัน หึๆๆๆ"
เมื่อกล่าวจบ ร่างสูงก็ก้าวเข้าป่าไปทันที
"ชั้นต่อให้เธอเลยไดกิ...สองชั่วโมงครึ่งที่นายนำหน้าชั้น...หวังว่านายคงจะหนีไปได้ไกลพอที่จะทำให้ชั้นสนุกกับเกมไล่ล่าในครั้งนี้นะ...เจ้ากวางน้อย...หึๆๆๆ "
ร่างสูงแค่นหัวเราะเยือกเย็น...สายตาคมดุกวาดมองไปรอบกาย ไฟฉายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบจะเท่าลูกฟุตบอลเล็กถูกดึงออกมาใช้งานทันทีที่ร่างสูงเริ่มเข้าไปในส่วนที่แสงแดดยามเย็นไม่สามารถลอดผ่านเข้ามาได้เต็มที่เท่าไหร่นัก...สายตาคมกล้ากวาดหาร่องรอยของคนตัวบางได้อย่างแม่นยำ...สิ่งที่ยูยะถนัดที่สุด และไม่เคยมีใครเคยล่วงรู้มาก่อนก็คือ...การแกะรอยตาม...ร่างสูงผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเยี่ยมจากเกมเซอร์ไวเวอร์ที่เหล่าเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยในอังกฤษโปรดปรานแล้วก็ลากเค้าไปเล่นด้วยอยู่เสมอๆ
หากครั้งนี้ไดกิหนีไม่พ้น...หากครั้งนี้ยูยะได้ตัวกลับมาอีกครั้ง....คงไม่มีใครคาดเดาได้ว่า....
อะไร...จะเกิดขึ้นกับเหยื่อตัวบางแสนดื้อของเค้าคนนี้บ้าง เป็นแน่............




โปรดติดตามตอนต่อไป...............................




Post comment

Only the blog author may view the comment.

Trackback

trackbackURL:http://jumpcafe.blog.fc2.com/tb.php/7-0c97533c