Jump Café

A Little happiness around JUMP
Posted by ตังเมรสแตงไทย   0 comments   0 trackback

แรงแค้นร้าย กลับกลายรัก ตอนที่ 6




TaDaik Artwork 5_Logo FC2



Cast : Yuya Takaki x Daiki Arioka
Co-Star : YamaChinen, Kota Yabu and ....
Story by : Tangthai
Chapter 6 : สะสาง




หลังจากที่คุณหมอตรวจร่างกายให้ร่างบางเสร็จแล้ว เค้าก็จัดใบสั่งยาชุดใหญ่ให้ร่างสูงไปจัดการ และให้ยาคลายเครียดกับไดกิจนกระทั่งร่างขาวหลับไหลไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว...นายแพทย์หนุ่มก็ไม่เก็บความสงสัยเอาไว้อีกต่อไป...เพื่อนทั้งสองจึงเดินออกจากห้องของคนป่วยไป...
"เกิดอะไรขึ้นวะยูยะ...ทำไมเค้าถึงได้สะบักสะบอมขนาดนั้น?"
"เค้าแอบหนีชั้นเข้าป่าหลังเขตบ้านนี้ไป....แต่...โชคร้ายหน่อยว่ะเพื่อน..."
"เกิดอะไรขึ้น!?..."
สีหน้าที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นอาฆาตแค้นของยูยะ ทำให้ยาบุร้อนใจจนต้องรีบซักถามเพื่อนรักออกไป...เพราะแววตาที่เห็นนั่น สามารถฆ่าคนได้จริงๆ ...คุณหมอคนเก่งจึงต้องเอื้อมมือตบไหล่เพื่อนตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติและให้กำลังใจกับเพื่อนรักของเค้า...[มันต้องร้ายแรงมากแน่ๆ...]
"เด็กคนนั้นเกือบจะโดนข่มขืน!!...ไอ้ชั่วนั่นมันทำร้ายเค้า!!"
"ว่าไงนะ!... ..."
ยาบุนิ่งค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก...ในขณะที่ร่างสูงอีกคนกัดฟันกรอด มือแกร่งกำแน่นจนเกร็งสั่น กับความโกรธที่ฉายชัดผ่านดวงตาคมดุ
"ที่กลางป่าทึบนั่น ไดกิหนีชั้นไปเจอกับคนประมงที่ชั่วช้านั่น!!...มันคงเห็นความขาวหมดจดและบอบบางของไดกิเลยเกิดหน้ามืด!!...นายรู้มั้ยโคตะ...เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของเค้าดังก้องป่าขนาดไหน...เสียงเล็กๆ นั่น แผดร้องขอให้ช่วย...ชั้นแทบจะโค่นต้นไม้ได้เลยล่ะ....ชั้นตามไปถึงตอนที่....ตอนที่....โถ่เว้ย!!!"
สีหน้าเจ็บปวดที่ยูยะแสดงออกมาอยู่ในเวลานี้นั้น ยาบุเข้าใจดีว่าเพื่อนตัวเองทุกข์ทรมาณขนาดไหน และเพราะรู้ว่าจะต้องเป็นมากกว่านี้กับสีหน้าของร่างบาง คนไข้ของเค้า ยาบุถึงไม่เอ่ยถามอะไรไดกิออกมาเลยแม้แต่คำเดียวในช่วงที่ทำการรักษาให้...แม้คนที่แข็งแกร่งอย่างยูยะยังเจ็บปวดถึงเพียงนี้...แล้วถ้าเป็นเด็กคนนั้นล่ะ...ถ้าไดกิต้องมาคอยนึกถึงภาพอันเลวร้ายขึ้นมาทีละฉาก ทีละฉาก ...หากต้องมองดูภาพที่หมุนวนซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้งอย่างนั้น...ยาบุนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเด็กคนนั้นจะทนอีกต่อไปไหวหรือไม่....
"สภาพของไดกิ...ตอนที่ชั้นไปถึง...นายรู้มั้ยโคตะ ชั้นเสียใจเจียนตาย...หัวใจมันเหมือนจะหยุดเต้นซะให้ได้...เป็นครั้งแรกที่ชั้นรู้สึกบ้าคลั่งถึงขนาดขาดสติ ยิงไอ้ชั่วนั่นไปนัดนึง...แต่รู้มั้ย...ชั้นคิดว่ามันน้อยไป...มันยังน้อยเกินไปกับสิ่งที่มันทำ....ชั้นอยากจะฆ่ามันนัก!!!"
"พอเถอะเพื่อน!!...ไม่ต้องเล่าอีกแล้ว...ชั้นพอจะรู้แล้ว..."
"โคตะ...."
"แต่ยังมีอีกอย่างนึงที่ชั้นอยากได้ยินจากปากนาย...มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ยูยะ....นายเริ่มรักเค้าเมื่อไหร่?..."
"ชั้นก็ไม่รู้...แต่เค้ามีในสิ่งที่ชั้นสนใจ...กับยูริเองชั้นก็ไม่เคยเป็นบ้าถึงขนาดนี้...นาทีที่ทำให้ชั้นมั่นใจว่าความรู้สึกในใจของชั้นคือความรักที่มีเพื่อเค้า...นาทีที่ชั้นรู้ว่าชั้นรักเค้าแค่ไหน..ก็คือตอนที่เค้าจะฆ่าตัวตาย...โคตะ...นายรู้มั้ย...ชั้นค้นพบว่าชั้นยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับยูริเลย...ตอนนี้ชั้นแยกแยะความรู้สึกที่มีกับคนสองคนได้อย่างชัดเจนแล้ว...ชั้นยอมเสียไดกิไปไม่ได้...ขาดเค้าไม่ได้...อยากครอบครอง...อยากเป็นเจ้าของและยึดครองเค้าเอาไว้คนเดียว...ตอนที่ชั้นเห็นเค้าร้องไห้โวยวาย...สมองของชั้นมันตื้อตันไปหมด...ทำอะไรก็ไม่ถูก...ความเสียใจที่ชั้นเห็นไดกิทรมาณ มันมีมากมายจนชั้นไม่สามารถเข้มแข็งอยู่ได้แน่ถ้าไม่มีเค้า...บางที...ถ้าชั้นไม่ทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ของเล่น...ไร้เหตุผลจนไปพาลเอากับเค้า...ถ้าเพียงแต่ชั้นตัดเรื่องความแค้นบ้าบอนั่นออกไป...ชั้นคิดว่า...ชั้น...คง...รักเค้าตั้งแต่แรกพบแล้วว่ะเพื่อน..."
"นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่ะยูยะ...ในที่สุดนายก็ค้นพบที่ที่เป็นของนาย...มีไว้เพื่อนาย...ชั้นดีใจจริงๆ แล้วอย่าลืมบอกให้เค้ารู้ด้วยนะเพื่อน"
"โคตะ...ขอบใจนะ..."
"ที่แล้วมา...ก็ปล่อยให้มันผ่านไป...เริ่มต้นใหม่ก็ยังไม่สาย..."
หมอหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้กับเพื่อนที่เค้ารัก...ยูยะรู้สึกขอบคุณเพื่อนรักของเค้าอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่ยาบุทำเพื่อเค้ามาตลอด...และยังขอบคุณที่วันนั้นได้เตือนสติของเค้าเอาไว้...ทำให้เค้าได้เริ่มคิดทบทวนอย่างจริงจัง...ร่างสูงกอดเพื่อนรักเอาไว้อย่างขอบคุณ ทั้งสองตบไหล่กันเบาๆ ก่อนที่ยูยะจะเดินออกไปส่งเพื่อนรักของเค้ากลับไป...
เมื่อส่งเพื่อนขึ้นเรือกลับไปแล้ว...แววตาอ่อนโยนก็กลับมาฉายแววดุดันและเลือดเย็นอีกครั้งนึง...รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนรูปหน้าหล่อเหลาค่อยๆ หายไป ใบหน้าเย็นชาปรากฏออกมาให้เห็นชัดเจน...
[ถึงเวลาที่จะต้องจัดการคนที่มันบังอาจแตะต้องร่างกายและทำร้ายหัวใจของคนที่ชั้นหวงแหนแล้ว!]
กึก...กึก...กึก...
เสียงฝีเท้าก้าวลงบันใดที่ได้ยิน ราวกับเสียงขยับปีกของปีศาจร้ายที่กำลังจะมาพรากเอาชีวิตของคนเลวผู้ถูกขังเอาไว้ในห้องใต้ดินนี้...แม้อยากมองเห็นก็ไม่อาจเห็น...แม้อยากร้องขอความเมตตาก็ไม่อาจเปร่งวาจาออกมาได้...คนบาปถูกปิดตาด้วยผ้าดำผืนหนาและปิดปากด้วยเทปกาวแถบใหญ่...เค้าถูกมัดไว้กับเก้าอี้อย่างแน่นหนา...หัวใจคนผิดเต้นเร้าเร็วแรง...เค้าหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวราวกับสัตว์ที่รู้ว่ากำลังจะถูกเชือดเพื่อชดใช้...ชายร่างสูงนัยส์ตาคมดุภายใต้อาภรณ์สีดำสนิทก้าวลงมายืนข้างหน้าคนที่มันบังอาจทำร้ายร่างบางของเค้า...น้ำเสียงนิ่งเย็นที่ได้ยินเรียกให้ขนในกายลุกชันทุกอนูร่างสั่นเทา...
"แกไม่ควรแตะต้องเค้า..."
ร่างสูงดึงเทปเหนียวที่ใช้ปิดปากอันโสมมนั้นออกอย่างแรง มือแกร่งเริ่มการทรมาณเหยื่อชั่วทันที
"อ๊าก!!! อย่า!!!"
เสียงร้องอย่างทรมาณดังกึกก้อง เมื่อมือแกร่งกดบีบลงไปเต็มแรงบนรอยแผลจากกระสุนที่ตัวเองเป็นคนยิง...เลือดแดงฉานค่อยๆ ไหลออกมาจากบาดแผลที่ยังไม่หายดี
"หุบปาก!!!! แค่นี้มันยังน้อยไป!!!! กับสิ่งที่แกทำมันยังไม่สาสม!!!!"
"หย่ะ...อย่า!!! อ๊ากกก!!!!...แฮกๆ...กะ...แก...แกเป็นใคร!!??"
"หึ๊ๆๆ...อยากรู้งั้นเหรอ?....แล้วแกไปทำอะไรไว้ล่ะ!!?...หรือความชั่วของแกมันมีมากซะจนคิดไม่ออก!!! ห๊ะ!!!!"
เสียงตวาดมาพร้อมกับแรงบีบที่ไหล่...ร่างชั่วสั่นกระตุกอย่างทุรนทุราย...เสียงร้องฟังราวกับคนที่กำลังจะตายเต็มที...สมองของคนโดนทรมาณพยายามคิดว่าคนที่กำลังทารุณให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่นี้เป็นใครกันแน่...ยูยะพูดไม่ผิด...เพราะคนคนนี้มีศัตรูมากมาย...ไม่ว่าคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเสียที...
"นายครับ!! ผมได้หลักฐานแล้วก็ข้อมูลทั้งหมดของมันมาแล้วครับ!"
"ดีมาก~ ...ทีนี้เปิดตาของมันออกซิ..."ง
ดวงตาแข็งกร่าวของคนชั่วช้าเป็นอันต้องเบิกค้าง เมื่อได้มองเห็นว่าคนตรงหน้าตนเป็นใคร...แววตากระด้างแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันทีเมื่อสบเข้ากับแววตาและสีหน้าเลือดเย็นของร่างสูงตรงหน้า...เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากที่ยูยะเคยอยากจ่อยิง...ลำคอของคนชั่วดูจะตีบตันขึ้นมาทันใด...แม้น้ำลายก็ยังกลืนลำบาก...แววตาที่บอกชัดว่าฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นคู่นั้นกำลังจ้องมองมายังตัวเค้าเองอย่างแน่วแน่...น้ำตาบาปรินไหลเป็นทางยาว
"ขะ...ขอ...ขอร้อง...ขอร้องเถอะ..."
"ขอร้อง?...ให้ชั้นปล่อยไปงั้นเร๊อะ!!? ไม่มีทาง!!!"
"ฉะ...ชั้น...ชั้นๆ...ชั้นจะ"
"หุบปาก!!! ไม่ว่าแกจะพูดอะไร มันก็ไม่มีค่าพอที่จะทำให้บาปที่แกก่อเอาไว้หายไปได้หรอก!!!"
"อ๊ากกก!!!!!"
ร่างสูงตวัดปลายมีดพกที่เกือบจะพรากไดกิไปจากเค้าไปบนแผ่นอกสีเข้ม...ผลที่ได้คือ รอยแผลและเลือดเข้มข้นที่ไหลออกมาเป็นทาง
"แกรู้มั้ย?...มีดนี่...เกือบจะพรากเอาคนที่ชั้นรักไปจากชั้น....มันเป็นมีดที่กระหายเลือด....ทั้งเลือดเค้า....เลือดชั้น....และตอนนี้....เลือดแก!!!"
"อ๊ากกก!!!...หย่ะ...หยุด!...หยุ.. อ๊ากกกก!!!!!"
เสีงร้องระงมของนักโทษดังยิ่งกว่าทุกครั้งทันทีที่ร่างสูงตวัดปลายมีดเข้าใส่แผ่นอกกว้างของคนชั่วอีกครั้ง จนเกิดเป็นรูปกากบาตแดงฉานอยู่กลางร่างสั่นเทิ้ม...ยูยะค่อยๆ ก้มหน้าลงมาจ้องตากับคนที่ตอนนี้ร่างสูงอยากจะฆ่าทิ้งเสียจริงๆ...ปลายมีดคมถูกทาบเข้ากับริมฝีปากที่บังอาจทำร้ายไดกิ...นักโทษเบิกตากว้าง น้ำตาทะลักออกมาไม่หยุด...แรงสั่นที่ยังไม่คลายกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น
"ปาก...ควรมีไว้ทำในสิ่งดีๆ...กินข้าวเลี้ยงชีวิต...ไม่ใช่ให้แกใช้มันทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้!!!!"
พลั๊ก!!!
ร่างสูงซัดหมัดเข้าข้างแก้มหยาบทันทีที่พูดจบ แรกกระแทกนั้นทำให้ฟันของเหยื่อหลุดกระเดนออกไปถึง 3 ซี่...ร่างสูงกระทืบมันจนแหลกละเอียดเมื่อนึกถึงรอยกัดบนผิวบอบบางของคนตัวเล็ก...สายตาฆ่าคนได้เข้มข้นขึ้นอีกทบเท่าพันทวี เมื่อยูยะนึกย้อนไปถึงสภาพของคนที่เค้ารัก...ร่างสูงสะบัดหน้ากลับไปจ้องนักโทษของตัวเองอีกครั้งด้วยความเดือดดานถึงที่สุด...ก่อนที่จะตวัดปลายมีดคมเข้าเฉียดคอหอยของคนผิดบาป
"อ๊ากกกก!!!!!!"
เสียงร้องราวกับจะเป็นเสียงสุดท้ายของชีวิตดังกึกก้องทะลุออกไป จนทำให้คนตัวขาวที่หลับไหลไปด้วยฤทธิ์ยาของพี่หมอโคตะต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา...ไดกิผุดลุกขึ้นนั่งอย่างระวังภัย...สายตาสั่นไหวกวาดมองหาร่างสูงที่เคยอยู่ข้างกาย...แต่ก็ไม่พบ...ร่างบางรู้สึกใจหายไม่น้อยเมื่อพบว่าตัวเองอยู่เพียงลำพัง...เรียวขาเล็กรีบก้าวลงจากเตียงไปที่ประตูแล้วตัดสินใจเปิดมันออก เพื่อก้าวออกไปดูว่าร่างสูงเจ้าของบ้านอยู่ข้างนอกหรือไม่...แล้วก็ยิ่งใจเสียเมื่อพบว่าเค้าไม่ได้อยู่ข้างนอกนี้...แม้แต่ลูกน้องก็ไม่อยู่สักคน...ไดกิรีบวิ่งไปดูที่ห้องของยูยะ แต่ก็ยังไม่พบร่างสูง...หัวใจเปราะบางเริ่มสั่นกลัว...ร่างบางเดินวนไปวนมาอยู่หลายที่เพื่อค้นหาคนที่ตัวเองหวังจะเจอให้พบ...เมื่อทั้งบ้านว่างเปล่าและมีเพียงตัวเค้าเท่านั้นที่อยู่เพียงลำพัง ก็ให้รู้สึกร้อนใจขึ้นมาจนเกือบจะร้องเรียกอีกฝ่ายออกไป...หากไม่ได้ยินเสียงแว่วมาจากทางด้านหลังของบ้านใหญ่นี้เสียก่อน...
เสียงที่ดังเว่วมานั้นฟังราวกับเจ็บปวดทรมาณอย่างหาที่สุดมิได้...ร่างเล็กเดินตามเสียงนั้นไปจนพบเข้ากับประตูติดผนังสีดำสนิท ทั้งยังทำจากเหล็กแข็งดูราวกับเป็นห้องขัง...ไดกิยืนลังเลอยู่ว่าจะลองเปิดมันดูดีมั้ย...ใจนึงก็กลัว...แต่อีกใจก็สงสัยใคร่รู้เหลือประมาณ...สุดท้ายร่างบางจึงทำใจกล้า ผลักประตูเปิดเบาๆ ...เมื่อประตูเปิดออกแล้ว ร่างบางก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างล่างชัดเจนขึ้น...เสียงนึงหอบหายใจ...อีกเสียงนึงที่เค้ารู้สึกคุ้นหูมากกว่านั้นทั้งเย็นชาและนิ่งเรียบจนน่ากลัว...ไดกิค่อยๆ ก้าวขาเข้าไปด้านใน และค่อยๆ ก้าวลงบันใดวนไปอย่างเงียบเชียบ...แสงสว่างที่มาจากตะเกียงน้ำมันค่อยๆ ขับไล่ความมืดสลัวออกไปในทุกๆ ก้าวที่ร่างเล็กเข้าไปใกล้จุดหมายที่เค้าอยากรู้
[พระเจ้าช่วย!...นี่มัน!...]
ภาพที่เห็น ทำให้ร่างบางต้องตัวแข็งทื่อ...สิ่งที่ทำให้ไดกิก้าวขาไม่ออก ไม่ใช่เพราะคนที่เคยทำร้ายเค้ากลางป่าที่ถูกมัดมือมัดเท้าไว้กับเก้าอี้ที่ร่างโชกเลือดนั่นนั่งอยู่...ไม่ใช่บาดแผลตามร่างกายน่ารังเกียจที่ร่างเล็กเห็น...เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ร่างเล็กคิดว่าสมควรโดนแล้ว...มันสาสมแล้วกับสิ่งที่คนเลวนั่นได้รับ...หากแต่จิตใจส่วนที่อ่อนโยนของร่างบางกลับรู้สึกสงสารนักโทษคนนั้น...ถึงแม้ว่าคนชั่วคนนั้นจะได้เคยฝากรอยแผลไว้ในใจของไดกิ...แต่ร่างบางก็ยังคิดว่าตัวเองยังโชคดีที่มีร่างสูงคอยช่วยเหลือและปลอบโยน...ตลอดจนมอบใจแกร่งดวงนั้นให้...แม้ว่าตอนนี้ไดกิจะยังไม่กล้าทำใจเชื่อก็ตาม...
สิ่งที่ทำให้ไดกิตัวชาจนก้าวขาไม่ออกเป็นเพราะภาพของยูยะที่ใจดีและคอยปกป้องเค้าคนนั้นต่างหาก...ร่างสูงที่เห็นในเวลานี้เหมือนเป็นคนละคนกับที่เค้าเคยพบเห็น...สีหน้าที่เย็นชาไปจนถึงแววตาที่เจ็บปวดจนแข็งกระด้างราวกับสามารถฆ่าคนได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรนั้น...ไดกิเพิ่งจะเคยเห็นจริงๆ เป็นครั้งแรก...และมันก็ทำให้คนตัวเล็กกลัว...ก่อนที่ยูยะจะได้กระทำการอันที่ไดกิกลัวว่ามันจะเกิดขึ้นนั้น...ร่างบางก็ตัดสินใจเข้าห้ามเอาไว้ได้ทันท่วงที...
"พี่ยูยะ!!! พอเถอะฮะ!! ...นะ~..."
เสียงของไดกิที่ได้ยิน ปลุกให้คนที่กำลังจะตาบอดมองข้ามความถูกต้องและลงมือทำในสิ่งที่ไม่สมควรนั้น ได้ตื่นขึ้นมาในความเป็นจริง...ร่างสูงหันกลับไปมองคนที่ตัวเองรักในทันที...
"ไดกิ!?...ลงมาที่นี่ทำไมครับ?..."
น้ำเสียงที่เคยเย็นชากลับอ่อนโยน...แววตาที่เคยเลือดเย็นเปลี่ยนเป็นอบอุ่นและมีความรู้สึกรู้สาขึ้นมาอีกครั้ง...ร่างเล็กค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาร่างสูงที่ยังไม่ยอมทิ้งมีดคมนั้นไป...นักโทษมองเห็นทางสว่างที่ตนจะรอดตายได้แล้ว...เสียงแหบสั่นก็วอนขอทันที...
"ชะ...ช่วย...ช่วยด้..ว..ย....แฮกๆๆ....ฉะ...ชั้น...ชั้นผิด...ผิด...ไป...ละ...แล้ว...แล้ว...แฮกๆ..."
ร่างบางละสายตาที่สบประสานอยู่กับร่างสูงตรงหน้า แล้วเหลือบไปมองคนผิดที่โดนทรมาณอย่างสาสม...แววตาหวาดกลัวและสำนึกผิดของคนคนนั้นทำให้ร่างบางสงสารมากกว่าที่จะอยากแก้แค้น และไม่อยากถือโทษกับคนคนนี้อีกต่อไปแล้ว....
แต่สิ่งเดียวที่ไดกิอยากให้หายไปก็คือ แววตานิ่งลึกเฉยชากับความตาย แล้วก็สีหน้าเลือดเย็นยามที่ร่างสูงมองไปที่คนผิดบาปคนนั้นต่างหาก...สีหน้าที่ไม่ใช่ ทากาคิ ยูยะ ที่ไดกิเคยรู้จักนี่ต่างหาก ที่ไม่อยากเห็นมันอีก...เค้ากลัว...
"พะ...พี่...พี่ยูยะ...ฮะ..."
น้ำเสียงแผ่วบ่งชัดถึงความกลัวเกรงนั้น ดึงสติให้ร่างสูงกลับมาสนใจคนตัวเล็กอีกครั้ง
"ครับ!?...เรียกพี่อย่างนั้นทำไม...หื้อ? ...อยากให้จัดการยังไงดีครับ พี่ยกให้ไดกินะ"
"ได้โปรดฮะ...ผมหายเจ็บแล้ว...ทั้งหมดเป็นเพราะพี่...ที่คอยปลอบโยน...ผมขอได้มั้ย?...ปล่อยเค้าไปเถอะนะฮะ..."
"ไดกิ!!?...ทำไม!!?..."
ร่างสูงแสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ร่างบางร้องขอ....ร่างสูงสะบัดหน้ากลับไปจ้องนักโทษของเค้าด้วยความโกรธจัด...เค้าอยากจะฆ่ามันนัก...
ยูยะกลับไปมีสีหน้าและแววตาที่ไดกิไม่ชอบอีกแล้ว เมื่อร่างสูงได้มองคนที่แสนชิงชัง...ท่าทางแบบนั้นร่างบางไม่ชอบเลย...ไดกิค่อยๆ เอื้อมมือขาวสั่นของตัวเองไปสัมผัสแผ่วเบาที่สองแก้มของยูยะ...ร่างบางรั้งให้ใบหน้าคมคายหันกลับมาสบตากัน...น้ำตาใสๆ ร่วงรินจากขอบตาแดงช้ำ...
"ฮึกๆ...ไม่เอาแล้ว~...ผมไม่อยากเห็นคุณที่มีสีหน้าแบบนี้~...ฮึกๆ...กลัวฮะ...ผมกลัวพี่ยูยะที่เลือดเย็น...ฮึก...ผมกลัวตาดุๆ...ฮึกๆ...ผมกลัวแววตาเลือดเย็นแบบนี้ของคุณที่สุด~...ฮึกๆ.."
สิ่งที่ออกมาจากใจร่างบางตรงหน้าและหยดน้ำตาที่มาพร้อมแววตาตระหนกของร่างเล็ก บวกกับความอุ่นร้อนของสองมือนุ่มที่แก้มของตัวเองนั้น...ปลุกยูยะให้หลุดออกจากความมืดดำในจิตใจของตัวเอง...ร่างสูงปล่อยมือจากมีดคมให้มันร่วงลงพื้นไปในที่สุด...สองมืออบอุ่นของเจ้าของแววตาคมเข้ม ถูกยกขึ้นทาบทับสองมือสั่นไหวของไดกิ...ความเย็นชาและเลือดเย็น มะลายหายไปจนหมดสิ้น...ยูยะค่อยๆ เอื้อมเช็ดซับน้ำตาปลอบโยนร่างบางของเค้าแผ่วเบา...
"อย่าร้องอีกเลยนะ...พี่สัญญา....จะไม่มีแบบนี้อีกแล้ว...นะ!..."
สองสายตาประสานหากันอย่างลึกซึ้ง...ร่างสูงดึงเอาร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแกร่ง...ใบหน้าหวานซุกซบอยู่ในแผ่นอกกว้างพรางกอดร่างสูงเอาไว้แน่น...ฝ่ามือแกร่งลูบหัวปลอบโยนให้ความรักแก่ร่างบางของเค้า...ภาพที่เห็นนั้น ทำให้ลูกน้องคนสนิทของร่างสูงทั้งห้าคนตัดสินได้ว่า ต่อไป...คนที่พวกเค้าจะต้องคอยอยู่เคียงข้างและปกป้อง ไม่ได้มีแต่นายน้อย ทากาคิ เพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว...
ร่างสูงช้อนเอาคนที่เค้ารักขึ้นอุ้มราวกับเจ้าชายกำลังอุ้มเจ้าหญิงผู้งดงาม จมูกคมสันประทับจูบแผ่วเบาที่ขมับของร่างเล็กอย่างทะนุถนอม...วงแขนขาวโอบกอดรอบคอคนชอบฉวยโอกาสแล้วซุกใบหน้าเขินอายหลบสายตาซุกซนเข้ากับซอกคออุ่น...ก่อนที่สายตาคมจะหันกลับมาจ้องมองคนทำผิดมาหลายคดีตรงหน้าตัวเอง...
"จำไว้นะ!...ชีวิตของแกก็แค่ลูกไก่ในกำมือชั้น...จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด!...หากแกคิดจะทำอันตรายเด็กคนนี้อีก...ชั้นจะไม่มีวันปล่อยแกไปเหมือนครั้งนี้อีกแล้ว...ครั้งนี้...แกติดหนี้ชีวิตเค้า!!!"
"ขะ...ขอบ...ขอบคุณ!...แฮกๆ..ขอบคุณ..."
น้ำตาที่ไหลออกมาดูราวกับซาบซึ้งนั้น...หากเป็นคนอื่นคงเชื่อสนิทใจ...แต่ไม่ใช่กับ ทากาคิ ยูยะ คนนี้...ทำไมเค้าจะดูไม่ออกว่าเจ้าคนสารเลวคนนี้คิดอะไร...แต่คิดจะสู้กับคนอย่างยูยะ มันไม่ง่ายนักหรอก!!!
"หึๆๆ...เสียแรงเปล่าจริงๆ...จะบอกอะไรให้นะ...โอคุเสะ ทซึคิจิ...แกควรจะยอมมอบตัวแล้วเข้าไปตายในคุกซะ!!...เพราะคดีที่แกก่อเอาไว้ทั้งหมดนั่น...หลักฐานมันไปถึงมือตำรวจเรียบร้อยแล้ว...หรือถ้าแกอยาก...เจอชะตากรรมเดียวกันกับวันนี้ก็เชิญ!!!....เพราะคนที่อยากแก้แค้นแก ไม่ได้มีแค่ชั้นคนเดียวนี่นะ...ยังมีอีกหลายคนที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักเพราะความโสมมในจิตใจไร้สำนึกของแก....ยังมีอีกมากที่อยากแล่เนื้อหนังของแกเพื่อทดแทน...หึๆๆๆ...ป่านนี้เบาะแสของแกที่ลูกน้องชั้นส่งไป คงถึงมือพวกเค้าหมดแล้ว!!!"
"กะ..แก!!!..."
"สงสัยล่ะสิ!?...อยากรู้ใช่มั้ยว่าชั้นรู้เรื่องชั่วช้าของแกได้ยังไง!!!...หึ!...คนอย่างชั้น...ทากาคิ ยูยะ...ถ้าอยากรู้...ต้องได้รู้!!!"
"ว่ะ...ว่า...ว่าไงนะ!!...หึ!...ถ้าแกกล้า ชั้นก็จะเปิดโปงแกด้วยเหมือนกัน!!...แกจับตัวเด็กคนนั้นมา!! เค้าบอกชั้นเอง!!!"
สิ่งที่คนชั่วไร้สำนึกพ่นออกมานั้น ไดกิไม่อยากจะเชื่อเลย...นี่เค้าสงสารคนผิดอย่างงั้นเหรอ?...ร่างสูงหันหน้ามาสบตากับร่างบางในอ้อทแขน...แย้มยิ้มอ่อนโยนให้กันและกันก่อนจะทำให้คนชั่วต้องเดือดดานด้วยหมดหนทางรอดคุก
"ว่าไงครับไดจัง...พี่เป็นคนจับตัวไดจังมาเหรอ...หื้อ???...ช่วยบอกทีครับที่รัก...คุณตำรวจเค้าเชื่อแต่คำพูดของเธอเท่านั้นน้า~..."
ไดกิมองตาร่างสูง ก็พอจะเข้าใจแล้วว่า คนที่อุ้มเค้าอยู่เป็นห่วงเค้าแค่ไหน หากคนชั่วนั่นยังลอยนวน...ใบหน้าน่ารักแปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา...ดวงตาใสซื่อเปลี่ยนเป็นนิ่งลึกยามจ้องมองคนน่ารังเกียจพร้อมกันกับร่างสูงที่หันไปยิ้มเย้ยหยันให้คนไร้สำนึกด้วยเช่นกัน...เสียงใสของไดกิเปลี่ยนเป็นเย็นเยี้ยบไร้ความรู้สึกเมื่อยามที่ร่างบางเอ่ยตอบออกไป
"ไม่จริงเลยครับ!...พี่ยูยะเป็นคนมาช่วยผมจากคนชั่วคนนี้ต่างหาก..."
"ได้ยินแล้วใช่มั้ย~? หึๆๆๆ...ก้มหน้ารับกรรมของแกไปเถอะ...ไอ้ผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรนจ์!!!"
หลังจากที่รวบตัวคนชั่วไปส่งตำรวจให้คนไร้สำนึกได้ไปนอนในคุก พร้อมกับให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว...ร่างสูงก็รีบกลับมาหาร่างบางที่เค้าห่างไปเพียงไม่ถึงสามชั่วโมง ก็คิดถึงเสียแล้ว...ขายาวๆ พาเจ้าของร่างสูงสง่าก้าวไปอย่างว่องไว...ยูยะเปิดประตูออกเบาๆ เพราะไม่รู้ว่าไดกิหลับไปแล้วหรือยัง...แต่เมื่อพบว่าบนเตียงนอนนั้นว่างเปล่า ร่างสูงจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปด้านใน สายตาคมจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางของคนที่เค้าคิดถึง ที่ตอนนี้กำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่ที่ระเบียงห้อง...ยูยะค่อยๆ สวมกอดไดกิจากข้างหลังแล้วขโมยหอมแก้มนุ่มอย่างแสนรัก...ร่างบางค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาคนชอบฉวยโอกาส
"ไดกิ...คิดถึง..."
สรรพนามที่เปลี่ยนกลับไปเรียกอย่างเก่า ช่างดูห่างเหินจนคนตัวเล็กรู้สึกวูบโหวง...เสียงเล็กเอ่ยแผ่วเบาออกไปอย่างใจคิด

"เรียก...ไดจัง...ได้มั้ย...ชอบ..."
พูดเองแต่ก็ให้รู้สึกอับอายเอง จนใบหน้าขาวนวลขับสีแดงไปจนถึงใบหู...เรียกรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาเต็มหน้าร่างสูงที่เอาแต่จ้องมอง
"ตำรวจว่ายังไงบ้างฮะ...เค้าจา..."
"ไม่ต้องกังวลไปนะ...หมอนั่นไม่มีทางรอดออกมาจากคุกได้แน่นอนครับ...พี่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายไดจังได้อีกแล้ว..."
ร่างบางยิ้มอ่อนโยนให้ร่างสูงพร้อมกล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจ
"ขอบคุณฮะ...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง..."
"ไดจัง..."
คนในอ้อมแขนนี้ยูยะไม่อยากปล่อยไปเลยแม้แต่น้อย...ร่างสูงไม่รู้ว่าร่างบางจะอภัยให้กับสิ่งที่เค้าทำมั้ย...และยิ่งไม่รู้เลยว่า...
[ไดกิ...รักกันบ้างมั้ย?...]
ยูยะตัดสินใจบอกกับคนที่เค้าแสนรักด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยเหลือคณานับ...
"ไดจัง...พรุ่งนี้...พรุ่งนี้พี่...จะพากลับบ้านนะครับ... ...พี่โทรบอกกับคุณอาให้แล้ว...ว่า...ว่าพี่พบไดจังแล้ว..."
ความอ้างว้างแห่งการต้องพลัดพรากจากคนที่รัก ฉายชัดในน้ำเสียงและแววตาของร่างสูง...ไดกิเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน...เพียงแต่ร่างบางเองก็ยังไม่รู้ว่านี่คือความรักหรือเปล่า...
"หลายวันมานี้...อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเหลือเกิน...เร็วซะจนผมเองก็กลัวฮะ..."
"คำสารภาพรัก...พี่จริงจังนะไดจัง...พี่ไม่ได้พูดมันเพราะเวทนาหรือสงสารเธอ...แต่พี่พูดมันเพราะ...เพราะ...ใจของพี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ..."
"ผม...."
"เมื่อจากกันแล้ว...เมื่อเรื่องทุกอย่างเปิดเผยแล้ว...ไดจังอาจจะเกลียดชังพี่ไปเลยก็ได้..."
"ทำไมล่ะฮะ...อย่าพูดแบบนั้นเลย..."
"เพราะพี่มันเลวจนยากจะให้อภัย...น่าผิดหวังใช่มั้ย...พี่ขอโทษ..."
ไดกิมองลึกลงไปในแววตาสำนึกผิดของร่างสูงอย่างค้นหา...อะไรคือสิ่งที่ทำให้เค้าคนนี้พูดแบบนี้...แต่สิ่งที่ร่างบางพบ กลับเป็นความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวและทรมาณใจของคนตรงหน้า...ร่างเล็กค่อยๆ ปลดมือแกร่งออกจากเอวตัวเอง แล้วจับจูงให้คนที่เศร้าจนน่าใจหายให้ไปนั่งลงที่เตียงกว้าง...ไดกิอยากปลอบโยนคนคนนี้บ้าง...ร่างบางค่อยๆ นั่งลงเคียงข้างเค้า แล้วหันหน้าเข้าหาร่างสูงข้างกายตน...และสิ่งที่ร่างสูงไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...
แรงจูบแผ่วเบาที่ข้างแก้มและอ้อมแขนบอบบางที่โอบกอดเค้าเอาไว้นั้น เหมือนน้ำฝนใสเย็นที่ตกลงมาให้ความชุ่มชื่นแก่หัวใจแตกระแหงแห้งแร้งของชายหนุ่มผู้พบแต่ความพลัดพราก...แรงใจที่เหือดหายของร่างสูงกลับมาเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่อีกครั้ง...ไดกิเอาหัวซุกซบที่ไหล่กว้างอย่างปลอบโยน...
"ขอโทษนะฮะ...เรื่องของยูริน่ะ...ผมอยากให้คุณเข้าใจและมองดูมันด้วยความสุข...ความรักระหว่างคุณกับเค้ายังคงอยู่...บางทีความรักก็ไม่จำเป็นต้องครอบครองก็มีความสุขได้นี่ฮะ...ที่คุณโกรธผมที่เป็นพ่อสื่อแล้วต้องการแก้แค้นผม...ผมเข้าใจดีและไม่โทษคุณเลย...อย่าโทษตัวเองอีกเลย...คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ..."
"ไดกิ..."
"ขอบคุณที่ดีกับผม...ขอบคุณในการตัดสินใจครั้งใหม่นี้...ขอบคุณจริงๆ ฮะ..."
"...................................."
ความอบอุ่นที่เข้ามาแทนที่ความสูญเสียโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำให้ร่างสูงต้องปล่อยให้สายน้ำแห่งความรู้สึกที่เค้าเก็บกดมันมาตลอด ไหลรินออกมาจากดวงตาคมดุของตัวเอง...หยดน้ำตาอุ่นๆ ร่วงหล่นลงถูกเรียวแขนบางของร่างเล็กที่กำลังเอาหัวซุกซบอยู่บนไหล่แข็งแกร่ง...ไดกิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองคนที่เคยเข้มแข็งมาตลอด...มือบางเช็ดซับน้ำตาบนใบหน้าคมเข้มอย่างเบามือ...หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นลึกๆ ในหัวใจบอบบางนี้เรียกว่าอะไร...รัก...ใช่หรือเปล่า?...น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตากลมสวย...ร่างสูงค่อยๆ หันหน้ามาสบตากับแววตาสั่นไหวของคนที่เค้ารักจริง...
"ชั้นรักเธอ!! อาริโอกะ ไดกิ! ...ชั้นแพ้เธอแล้ว...ชั้นรักเธอ!!"
"แพ้อะไรกันฮะ...อย่าพูดแบบนั้นสิ..."
"แพ้ความดี...แพ้ความจริงใจ...แพ้น้ำใจ...แพ้หัวใจ..."
"ความรักไม่มีแพ้หรือชนะ...ไม่มีการกักขังหรือปล่อยทิ้ง...เมื่อรักแล้ว...ก็คือ...รัก!..."
ร่างสูงสุดจะทานทนต่อไปไหว...มือแกร่งเกี่ยวเอาคนตัวบางเข้าหาตัวแล้วอุ้มให้มานั่งคร่อมอยู่บนตักอุ่น...สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้แน่น...ริมฝีปากอุ่นร้อนมอบจุมพิตให้กับร่างบางที่เค้ารักสุดหัวใจ...สองมือนุ่มของร่างบางทาบวางอยู่บนอกแกร่ง รับรู้ทุกจังหวะรัวเร็วที่เต้นเร้าอยู่ภายในนั้น...มือแกร่งข้างนึงยกขึ้นกดท้ายทอยของร่างบางเอาไว้ให้รับจูบร้อนแรงจากเค้า...ลิ้นร้อนไล่ชิมความหอมหวานจากคนที่เค้าอยากครอบครอง...แรงผลักเบาๆ ที่อกกว้างทำให้ยูยะยอมถอนจูบจากริมฝีปากอิ่ม...ไดกิหอบหายใจหนักหน่วงอยู่บนตักอุ่น...ร่างสูงซบหน้าลงบนอกแบบบางอย่างเหนื่อยล้าและต้องการกำลังใจ...สองแขนเล็กจึงโอบกอดรอบคอของร่างสูงเอาไว้แน่น...ใบหน้าแดงเรื่อแนบไปกับกลุ่มผมหนานุ่มเพื่อปลอบโยน...
"อะแฮ่ม!!!...แฮ่ม!!!!"
เสียงกระแอมไออย่างจงใจของเจ้าของตำแหน่งเพื่อนรักของยูยะ ที่ไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน ทำให้ร่างบางตกใจและรีบผละจากร่างสูง...แต่ติดที่วงแขนแกร่งยังไม่ยอมคลายลง...ไดกิจึงต้องนั่งหน้าแดงไปถึงใบหูอยู่บนตักของคนดื้อดึงที่สุดในห้องนี้...ยูยะค่อยๆ หันหน้าไปมองผู้มาเยือน...
[เป็นไปตามคาดเลย]
...เพราะตอนนี้สิ่งที่มารขัดความสุขได้รับคือสายตาคมดุที่จ้องเขม็งมาที่ตัวเอง...
"มองซะดุเลยนะไอ้บ้านี่...จิ๊...ปล่อยคนไข้ของชั้นได้แล้ว!...เร็วๆ เลย!!"
"ไอ้เจ้ามารความสุขเอ๊ย~ มาทำไม!!?"
"เอ้า! แกนี่! ...ชั้นก็มาดูอาการของคนไข้ชั้นสิ! ปล่อยได้แล้ว!"
ร่างสูงจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมปล่อยให้คนตัวเล็กได้ปีนลงจากตักไปนั่งเขินอยู่ข้างๆ ตัวเองแทน...คุณหมอยาบุก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กพลางยิ้มหวาน คุณหมอคนเก่งเลยได้คำพูดเหน็บแนมด้วยความหมั่นไส้จากเพื่อนรักเป็นรางวัล
"ยิ้มแล้วหัดลืมตาบ้างนะ...ไอ้หน้าเต่า!!"
"อื้อหืออออ...เดี๋ยวพ่อก็โบกซะหรอก!"
ยาบุชี้หน้าคาดโทษเพื่อนปากเสียของตัวเอง แล้วก็เลิกสนใจเจ้าเพื่อนที่ทำตัวเป็นเด็กไม่ยอมโตของตัวเองทันที...
"ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ...ยังปวดแผลตรงไหนอยู่มั้ย?..."
"ไม่...ไม่แล้วฮะ..."
"อื่ม...งั้นก็น่าจะไม่เป็นไรแล้วนะ...ขอพี่ตรวจหน่อยนะ..."
ยาบุหยิบหูฟังออกมาใส่เข้าที่หูของตัวเองแล้วหยิบปลายสายที่มีเครื่องตรวจฟังการเต้นของหัวใจทาบเข้าที่แผ่นอกบาง...ดวงตาเรียวเล็กเหลือบไปหมองเพื่อนรักที่เอาแต่จ้องไม่วางตา...ก่อนที่จะเอ่ยปากเย้าด้วยความหมั่นไส้ตัวต้นเหตุ
"หัวใจเต้นแรงผิดปกตินะ...แน่นหน้าอกมั้ยครับ..."
"ม่ะ...ไม่...ไม่นี่ฮะ..."
"นาย! ไอ้เจ้าเพื่อนปากดี...ทีหลังห้ามมาแตะต้องตัวคนไข้ของชั้นก่อนได้รับอนุญาติจากชั้น!...เข้าใจมั้ย!?"
"เฮ้ย!! ...โคตะ!!...มันจะมากเกินไปแล้วนะเว้ย!!"
"ไม่มากอ่ะ...เดี๋ยวชั้นวินิจฉัยโรคผิดขึ้นมา...จะมาโทษกันไม่ได้นะเฮ้ย!...ทำซะหัวใจเต้นผิดจังหวะเลยนะ...ไอ้...ลา...มก!!!"
การต่อปากต่อคำของเพื่อนรักเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น...แต่คนที่อับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี คงไม่พ้นร่างบางที่นั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงฟังเรื่องของตัวเองที่กลายเป็นประเดนเผ็ดร้อนในหัวข้อการถกเถียงกันของเพื่อนรักที่ดูจะไม่มีใครยอมใครในตอนนี้......




โปรดติดตามตอนต่อไป......................




Post comment

Only the blog author may view the comment.

Trackback

trackbackURL:http://jumpcafe.blog.fc2.com/tb.php/9-65f372b2